A road trip to Nubra Valley

[SORRY, WE DON’T HAVE THIS BLOG POST IN ENGLISH]

Nubra Valley

2 days trip

หลังจากเที่ยวใน เลห์ ลาดักห์ กันไปแบบเต็มๆแล้ว
อีกสามวันที่เหลือเราจะนั่งรถให้ตูดเปื่อยไป Nubra valley (หมู่บ้าน นูบร้า) กับ Pankong lake (ทะเลสาบแปงกอง) กัน!

NUBRA VALLEY hit the road

ทริปสองสามวันนี้คือต้องนั่งรถกันเป็นวันๆเพื่อจะไปถึงสถาณที่ที่นึง
เตรียมใจนั่งรถกันให้ดี พกเพื่อนดีๆไปด้วย เตรียมเสื้อคลุมกันแดดและหมอนรองคอให้พร้อม
อัด Playlist เจ๋งๆและ power bank ให้แน่น แล้วก็ Hit the road กันเล้ยยย!

Nubra valley, I’m coming!

รอก่อนนะจ๊ะน้องอูฐ พี่กำลังไปหา!!

NUBRA VALLEY on the road

Morning in Leh

ตื่นกัน 7:00 am เราตื่นคนแรก เราจะอาบน้ำแต่น้ำเย็นมาก และไม่มีเครื่องทำน้ำร้อนชั้นบน
เราเลยถามเขาว่า ที่นี่มีน้ำร้อนไหม ชั้นล่างมีเครื่องทำน้ำร้อนไหม อาบชั้นล่างก็ได้อะไรแบบนี้
เขาก็บอกว่า yes yes yes พยักหน้าหงึกๆๆ แล้วบอกให้เรารอเดี๋ยว เราก็รออยู่แป๊บนึง
ซักพักซันทิลก็ขึ้นมาพร้อมถังใส่น้ำร้อน คือสรุปที่นี่ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น เขาไปต้มมาให้เราอ่ะ
ซันทิลน่ารักมากขออะไรก็บอก มีๆๆ yes yes yes พยักหน้าหงึกๆๆ น่ารักมากๆ
8:30 เก็บของเสร็จกันแล้ว รถยังไม่มา เอาของบางส่วนฝากไว้ที่เปียมาเพราะไปค้างที่ Nubra คืนนึง
และต้องปล่อยห้องคืนนึงให้คนอื่นเช่า จะได้ไม่เสียตังค่าเช่าอีกคืน พรุ่งนี้ค่อยกลับมาเช่าใหม่
เปียมาชวนกินชา เลยได้เข้าไปนั่งห้องนั่งเล่นกัน
ซักพักซันทิลพาลามะมาบ้าน พระมาปั้นๆสิ่งที่เรียกว่า “โชป้า” ปั้นเป็นรูปเคารพหรือเอาผงมาทาตัว
ลามะก็เล่นกะเราใหญ่เลย พยามจะหลอกให้เรากิน 555

DSCF1948

Day 3

Nubra Valley

Road trip ไป camping, ขี่อูฐที่ Nubra

The longest road trip

วันนี้ road trip ไป Nubra กันนน
เป็น road trip ที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยนั่งมาเลย (แต่เดี๋ยวตอนนั่งแคชเมียร์อาจจะนานกว่านี้)
ในภาพคือเอ๋ยทำอาหารเช้าให้กิน เป็นขนมปังกับ Nutrella ที่เอามาจากไทยด้วย มีโอกาสได้กินซักที
เพราะอาหารที่นี่ดีกว่าที่คิด เลยแทบไม่เห็นต้องพึ่งอะไรที่เอามาเลย
(สาบานว่ากินได้จริงๆนะ ฮ่าๆๆ อย่าเพิ่งตัดสินจากรูป)

Into the grate things

แล้วยิ่งออกไปไกลธรรมชาติมันก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ
ยิ่งออกเที่ยวก็ยิ่งเห็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และเราเชื่อว่าต้องมีที่ยิ่งใหญ่กว่านี้อีกในทริปต่อๆไป
พอเห็นโลกกว้างๆก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่า เฮ้ย ตัวเรานี่เล็กจังเลย
มองภูเขา ท้องฟ้ารอบๆตัว สุดลูกหูลูกตายิ่งกว่าเดิม

ลาก่อนสีเขียวชะอุ่ม พุ่มไม้ในเมืองเลห์

DSCF1982

สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น…

ตลอดทางของ road trip ก็จะเป็นประมาณนี้
ปีนไต่ไหล่เขาไปเรื่อยๆ หวาดเสียวบ้างตอนที่รถสวนกันบนถนนแคบๆที่ชำรุด แล้วรถเราอยู่ฝั่งด้านนอก
มองลงไปเห็นล้ออยู่เฉียดกับริมผานิดเดียว เห็นหินตกลงไปข้างล่างแกรกๆๆ ทำได้แค่เชื่อใจในคนขับรถเท่านั้น

DSCF1977

DSCF2656

DSCF2506

จุดพักชมวิวจุดแรกที่เขาจะจอดให้เรา
เมฆลอยอยู่แค่นี้เอง อยากจะหยิบลงมากิน
เห็นเงาของเมฆพาดบนภูเขา ชัดเจนมาก

DSCF2001

DSCF2016

DSCF1998

ทุนดุ๊บสุดหล่อ

ก่อนอื่นขอนำเสนอ ทุนดุ๊บ (tundup) คนขับรถผู้พูดน้อย แต่ใส่ใจหนักมาก ฮ่าๆ
รูปนี้ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ เดี๋ยวดูรูปล่างๆ เดี๋ยวๆๆๆ!! ทุนดุ๊บอายุประมาณ 27
ทุนดุ๊บพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ แต่แม้จะสื่อสารกันไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่ก็เข้าใจกันได้ดี
เราใช้เวลา 3 วันเต็มๆอยู่ด้วยกันบนรถ ตามทางไหล่เขาที่หวาดเสียวมาก แต่ทำไมไม่รู้เรามั่นใจในทุนดุ๊บมาก
เขาจะขับรถด้วยความมั่นใจ เอาจริงๆเรียกได้ว่าขับห้าวมากๆเลยแหละ ในขณะที่ก็รู้กฎกติกาและสุภาพด้วย
เวลามีลมฝุ่นเยอะๆอยู่ข้างหน้า เขาจะรีบกดปิดกระจกอัตโนมัติให้พวกเรา
เวลาแดดมา เขาจะหันมามองๆพวกเราว่าโดนแดดหรือเปล่า แล้วเอาที่ปิดดึงมาปิดให้
เขาจะชอบสังเกตุพวกเรา เช่นเราน้ำหมดเขาก็จะรู้ มีจะแบ่งน้ำให้กินด้วย
เวลาเราเปิดฝาขวดน้ำเขาก็จอดรถให้ด้วย เราก็งงว่าเขาจอดรถทำไม อ้ออ เพราะเขาจะให้เรากินได้สะดวกๆ น้ำไม่หก อูววว
เพราะทางที่นี่มันยึกยักๆ ไม่ได้เรียบๆ มันเลยกินน้ำลำบากหน่อยเวลารถแล่น (หรือจริงๆเขากลัวเราทำหกเลอะรถเค้าวะ 555)
ps.รถไม่มีแอร์นะ เปิดหน้าต่างโลด

DSCF1992

สองสามวันที่อยู่กับทุนดุ๊บ ก็ได้ลุ้น ได้เสียวเวลาเขาขับรถเลนส์นอกที่มองลงไปไม่มีอะไรนอกจากหุบเหวลึกๆ
เวลาขับสวนกันกับรถคนอื่นๆเป็นทำเนียมที่รถที่อยู่ด้านใน ต้องหยุดให้รถที่อยู่ด้านนอกผ่านไปก่อน เพื่อความปลอดภัย
ซึ่งทุนดุ๊บถือว่าเป็นคนมีน้ำใจบนท้องถนนมากๆ

ฟ้าใสขนาดนี้ ไม่ถ่ายรูปได้ไง

DSCF1995

IMG_0836
ต่อมาก็ทำ Permit เข้าเขตของ Nubra valley
ตรงนี้ทุนดุ๊บจะทำให้ทั้งหมด ตอนถึงด่านเพราะมี permission ที่เอเจนซี่ทำไว้ให้เมื่อวานแล้ว
แต่อย่าลืมพกพาสปอร์ทอ่ะ ตรงนี้พวกเราก็แค่นั่งรออยู่ในรถเฉยๆ
ทายจิเล่มไหนของเรา : )

DSCF2007

DSCF2013

Highest road in the world

ถึงจุดที่เป็นถนนที่สูงที่สุดในโลก (18,380 feet)
ขนาดไม่ใช่หน้าหนาว บนนี้หนาวแฮะ แวะพักได้แป๊บเดียวเอง

IMG_1212

DSCF2025

DSCF2029

พักระหว่างทางที่ๆสอง
แทบไม่อยากลงเพราะง่วงมาก กำลังหลับได้ที่เลย แต่ถ้าไม่ลงนี่เสียดายแน่ๆ
ตรงนี้มีม้า มีคนมาปิคนิค มีรถโรงเรียนมาพักจอดให้เด็กๆลงมาเล่นกัน
เด็กที่นี่หน้าตากวนโอ๊ยจริงๆ ตาคมๆมองจิกๆ แถมเล่นกล้องเป็นบ้า

DSCF2032

DSCF2070

DSCF2044

DSCF2051

DSCF2050

DSCF2034

DSCF2068

DSCF2041

DSCF2043

DSCF2057

DSCF2064

DSCF2075

DSCF2048

Maggi is always a good choice.

พอออกมานอกเมืองเลห์แล้วคิดถึงเลห์ชะมัด คิดถึงมากทุกครั้งที่กินอาหาร T-T
เริ่มไกลออกมา อาหารก็หามีรสชาติได้ยากเหลือเกิด ฮือๆ ดังนั้นสิ่งที่เราจะชอบกินกันคือ “แม๊กกี้ใส่ไข่”
ไม่ใช่ซอสแม็กกี้นะ แต่ยี่ห้อเดียวกันนั่นแหละ เค้าทำเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขายที่นี่ สั่งเขาว่า maggi with egg
เราว่าประทังชีวิตได้ อร่อยด้วยถ้าร้านไหนที่ปรุงดีๆอ่ะ เมนูนี้มันทำให้ไม่อร่อยยากมากเลยนะ!
ร้านไหนทำ maggi ไม่อร่อยก็อย่าไปสั่งอะไรอีกเลยเราว่า

DSCF2077

DSCF2078

DSCF2081

DSCF2085

DSCF2365

It’s on me : )

อย่าลืมจ่ายค่าข้าวให้คนขับด้วยน้า ไม่กี่บาทหรอก
มื้อไหนที่กินด้วยกัน บอกเขาด้วยนะ ว่าเราจะจ่ายให้ ไม่ต้องเกรงใจ
ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวเขาก็ทำแบบนี้กัน
DSCF2089

ห้องน้ำหลุมครั้งแรกในชีวิต..

อย่างน้อยเขาก็ดูแลความสะอาด ดีกว่าห้องน้ำในจุดพักชมวิวอ่ะ อย่าได้ไปเข้าเลยขอบอก ที่จะให้เดินเหยียบเข้าไปยังไม่มี
เอาละนะ จะเปิดล่ะนะ!

DSCF2094

DSCF2095

รวมแฟชั่นห้องน้ำในเลห์

เกร๋ไก๋มีสไตล์ ฉี่หดตดหายกันไปตามระเบียบ

DSCF2369

DSCF2708

DSCF1486

DSCF2513

ไปกันต่อนะ : )

นี่ก็ใกล้เย็นแล้ว เราจอดพักตรงนี้กันแป๊บนึงหลังจากที่ขับมากันหลายชั่วโมง
มองดูภูเขา นั่งดูขบวนบิ๊กไบท์ขี่ผ่านไป

IMG_0889

IMG_1079

DSCF2169

DSCF2174

DSCF2180

Hot spring & วัดทิเบต

ระหว่างนั้นเขาจะพาเราแวะสองสามที่ก่อนถึงหมู่บ้าน
เราว่าถ้าไม่อยากเสียเวลาให้ตัด  Hot spring ออกไป เพราะไม่มีอะไรเล๊ยยย
มีแค่ม้าที่หลังเขา กับอ่างแช่เท้าที่เห็นในรูปด้านล่าง

DSCF2112

DSCF2115

DSCF2119

ที่ๆสองเป็นวัดทิเบต ที่มีวัวทิเบตเฟรนด์ลี่ๆหน้าตาประหลาดๆ
ตอนเราไปลามะกำลังสวดมนต์กันอยู่ เลยได้นั่งฟังนั่งดูอยู่แป๊บนึงก่อนจะออกมา

DSCF2158

DSCF2154

DSCF2161

ทางแบบนี้คือ ใกล้แล้ววว..

จะมีดอกม่วงๆข้างทางเป็นพุ่มๆ  เขาเอาต้นพวกนี้มาทำเป็นรั้วบ้านกัน

DSCF2185

DSCF2186

Finally we get here : )

ถึงแล้วที่พักใน Nubra valley เราแพลนมานอนแคมป์กันที่นี่ สรุปแล้วจองเป็นเต้นท์นอนสองหลัง ด้านหลังเป็นทิวเขา
เรากินอาหารเย็นกันที่นี่เลย บอกให้เขาเตรียมไว้ให้ (ต้องจ่ายเพิ่ม) เพราะขี้เกียจออกไปหาอะไรกินที่อื่นแล้ว
ที่นอน ระวัง bed bug นะ เอาผ้าห่มไปสลัดๆนอกเต๊นก่อนแล้วก็ปัดๆเตียงก่อนจะนอนนะ
ps.ห้องน้ำเป็นห้องน้ำเล็กๆในตัว ยื่นออกมานอกเต๊นหน่อยนุง
น้ำตอนเช้าและตอนกลางคืนหนาวมากกก เรียกว่าเย็นเจี๊ยบเหมือนออกมาจากช่องฟรี๊ซเลย ยอมไม่อาบอ่ะ

DSCF2198

DSCF2187

DSCF2191

DSCF2195

day3-5

Having a greeting tea

ชอบ baked narn, ชอบน้ำตาลเม็ดโตๆ

IMG_1148
day3-1

IMG_1151

บารปา เจ้าอูฐหนอกเหี่ยว

ออกมาขี่อูฐกัน เรามาช้ากันนิดหน่อย แต่ดีที่ยังทัน โอยชอบจังเลย animal riding เนี่ย
ไม่ว่าจะเป็นม้า เป็นช้าง เป็นอูฐอะไรก็แล้วแต่ ชอบบบบ
(แต่นอกจากม้าแล้วก็ยังไม่เคยขี่อะไรเลยนะ แต่รู้ไว้ก่อนแหละว่าชอบ ฮ่าๆๆ)
อูฐเราชื่อบารปา มันไม่ได้กินน้ำหรือไงทำไมหนอกมันถึงเหี่ยว แต่ก็สู้ของเอ๋ยกับนาเดียไม่ได้
เหี่ยวจนพับไปข้างๆเลย  สนุกดี อยากขี่นานกว่านี้จัง

DSCF2220

DSCF2224

อูฐเป็นสัตว์สายแบ๊ว มันชอบทำปากจู๋อยู่ตลอดเวลา
xo xo~
DSCF2230

DSCF2227

DSCF2234

DSCF2240

DSCF2252

day3-2

IMG_1088

อาหารเย็น..

หลังจากเราบอกให้เขาทำอาหารเย็นไว้ให้ แล้วกลับมากินกันด้วยความหิว ก็พบว่า มัน.. ไม่.. อร่อย. เล้ยยยย ฮือๆๆ
จะบอกว่าคนบนที่สูงเขาไม่ค่อยกินเนื้อสัตว์กัน ส่วนใหญ่เลยเป็นอาหารมัง
แกงอะไรอ่าาา ผัดอะไรอ่าาาา (แต่ไอ้แผ่นๆกินได้นะโอเคเลย)
เราเลยเอาเลย์มาคลุกข้าวกินกัน ฮ่าๆ แต่ก็แอบเห็นโฮสเค้าแอบมาด้อมๆดูๆว่าเราจะเป็นไงกันบ้าง
เราก็กลัวเขาเสียใจก็กินๆกันเข้าไปบ้างแล้วก็แบบ ทำท่าทางเอร็ดอร่อย แบบ หึมม โอเคเลยว่ะแกร อร่อยๆ
ทำไปก็ขำตัวเองไป เป็น moment ที่ตลกดีชะมัด

ถือว่าเตือนแล้วนะ ไป Nubra เอาขนมไปเยอะๆ!

DSCF2268

DSCF2270

Good night Nubra valley : )

เขียนโปสการ์ดแล้วนอนกันเถอะ

IMG_1103

Day 4

Bye Nubra

way back to Leh

IMG_1185

DSCF2377

DSCF2380

DSCF2384

DSCF2369

DSCF2372

Just you and me and the road and the playlist

ขากลับเราแวะกันแค่สองที่ ใกล้ๆกันคือวัด กับ พระศรีอริยเมตรัย  แล้วต่อจากนั้นคือ road trip แบบ ยาวไป ยาวปายยย
ถ้าโบกรถหารเฉลี่ยมากับคนที่ไม่รู้จักก็อาจจะสนุกไปอีกแบบถ้าเขาเป็นคนเฟรนด์ลี่
แต่ถ้าไม่ก็คงจะโคดน่าเบื่อเลยล่ะ สองวันมานี้ได้ใช้เวลากับตัวเองนานที่สุดละ
สิ่งที่อย่าลืมเอามาเลยคือ Play list เจ๋งๆใส่มือถือหรือ ipod มาด้วย (รถทุนดุ๊บมีสายให้เสียบต่อลำโพง)
เราเตรียมกันไปแค่ไม่กี่เพลง สลับกันฟังขับเพลงเลห์ดึ๊งๆของทุนดุ๊บ ซึ่งก็ดีที่เขายังวัยรุ่นอยู่ เพลงที่ฟังก็เลยค่อนข้างสนุก
ส่วนพวกเรา กลับมาก็หลอนเพลง “lost star” กันไปพักใหญ่ เปิดทีไรกลิ่นฝุ่นที่เลห์นี่ลอยเข้ามาเลย

รูปนี้เอ๋ยบอกว่า “กุไม่ขึ้นไปนะ กุรออยู่ตรงเนี้ยแหละ” (เอ๋ยเป็นโรคกลัวความสูง ฮ่าๆ)

DSCF2288

โอเค งั้นทิ้งไว้ตรงนี้นะเอ๋ย พวกเราไปล่ะDSCF2294

IMG_1164

DSCF2272

DSCF2324

DSCF2312

day4-2

พระศรีอริยเมตตรัย

เป็นพระองค์ใหญ่อยู่ตรงกันข้ามกับ Monastery เมื่อกี๊เลย

DSCF2346

DSCF2303

day4-1

แล้วก็กลับ Leh อย่างสวัสดิภาพ ภาพนี้เป็นภาพที่เราอัดวิดิโอเต้นกันระหว่างทาง
ไว้ทริปหน้าไปเต้นกันใหม่นะ สัญญาว่าจะอัพขึ้น cloud วิดิโอไม่หายแน่นอน จุ๊บๆ

Budget

Pay together (/4)
Tour van to Nubra (round trip) = 9,606 INR
Tent camp = 4,816 INR
=> 14,422 INR = 3,605 INR /person
= 1,975 THB /person

**Food (Together/4) ค่าข้าวกลางวันจ่ายให้คนขับด้วย
**lunch on the way to Nubra = 470 INR
dinner @Nubra = 800 INR
lunch on the way back to Leh = 450 INR
dinner @Leh (gesmo restaurant) = 575 INR
water & snack = 30 INR
=> 2,325/4 INR =581 INR /person
= 318 THB /person

**Entre fee
**Hot spring = 30 INR
Camel back riding = 350 INR
Monastery = 30 INR
=> 410 INR
= 225 THB /person

**Personal use
**i-scream = 20 INR
=> 11 THB /person

Total for these 2 days
** = 2,529 THB**


Say hi :))

FB : facebook.com/mithuna27
IG : instagram.com/mithuna27

 ขอบคุณรูปภาพบางรูปจากนุ๊งปูน Poon Jeewarat

Continue reading

Korea : 35mm

It was my 2nd time in Korea. I was with my long-lost friend, Mojo. We didn’t do many things and didn’t go to many places. But what do I need more if I have my best friend and a good beer? Two things I need the most at this moment.

Lately, I feel like five thousand things are running into my mind at the same time.
I’m getting too attached to things I believe. Worried about what will I be. Then I realized that we aren’t designed to stick to only one path. Humans are free flowing, always moving, always changing. One moment we can be so happy and the next we can be so hopeless. As are our beliefs, feeling and everything else.

I shouldn’t force everything to be exactly like what I believe. I’ll stop being fear of the unpredictable future. I’ll stop making an excuse. I’ll Be brave, be bold and at the same time, be humble. I’m not ready for 2017 yet, But I’ll do my best. Let’s see what else I could be.

000039 000040 000041 000006 000042 000046000045

shooting info :
*Cam : Olympus μ [mju:] ZOOM115 *
Lens : 38-115mm
Film : Fuji-xtra-400

London 35mm

This is my very first time here and a very first time using my new baby, The Olympus mju (LIMITED EDITION), the super point and shoot film camera. Though after shooting 4 rolls, I lost this camera and some rolls of film on the tube. (Oh, also my Fuji XT10, 2 lenses, passport and much more). It definitely caused me a big trouble but yeah… that’s my faults. I couldn’t blame anyone. I just have to accept the true and move on. Won’t let bad things ruin the good. It’s just like these film pictures. Though some of them are out of focus and blur, some are so amazing and vivid like a rainy feeling of LONDON in my memory.

Flowers at Shoreditch LONDON ดอกไม้ที่ย่านชอร์ดิช-ลอนดอน
Wall painting at Shoreditch LONDON - paint กำแพง ที่ย่านชอร์ดิช-ลอนดอน Architecture in London-with-film-camera-olympus-mju-ตึกสวยๆในลอนดอน-โดยกล้องฟิล์ม10 View from the London bus-with-film-camera-olympus-mju-รถบัสสองชั้นที่ลอนดอน-โดยกล้องฟิล์ม10 LFA-Accommodation-London-film-academy-ที่พักนักเรียนที่ลอนดอน LFA-Accommodation-London-film-academy-ที่พักนักเรียนที่ลอนดอน Shake Shack burger in Covent market London เบอร์เกอร์เชคแชค London icecream - ไอศครีมตัก ที่ลอนดอน Camdenlock London - อีกตลาดที่ควรไปในลอนดอน shot Portobello road market in Double exposure with film camera -olympus-mju-ถ่ายภาพซ้อนในลอนดอน-โดยกล้องฟิล์ม shot Portobello road market in Double exposure with film camera -olympus-mju-ถ่ายภาพซ้อนในลอนดอน-โดยกล้องฟิล์ม2 London first roll of film - รูปหัวม้วนฟิล์ม


12407503_1064596833571370_1548180414_nshooting info 📷: (The one on the top in the picture above)
  • Cam : Olympus μ [mju:] (LIMITED) /Silver [[email protected]]*
  • Lens : 35mm, f/3.5*
  • Film : Fuji-200 [4.57$ @Thailand]*

Through the point n shoot | ICELAND

Too cold, too good.

ICELAND

We drive, we eat, we eat, we drive.

When looking out from the side rental car further to the endless landscape.
I ask myself “what does it feel like being here.”
but there was just the silence answered back.
I stayed even calmer than the super long road trip in Leh-Ladakh.
The peace inside was more apparent than ever.


– PANORAMA MODE –

– OSLO, NORWAY –

Norway at night. The moment like this really got me.
It’s cold outside. People come to the cafe and take their jacket off. Sit and talk with warm coffee or a glass of beer in their hands.

shooting info 📷:

*Cam : Olympus μ [mju:] ZOOM115  [$25 @Thailand] *
Lens : 38-115mm
Film : Fuji-200  [$4.57 @Thailand]

Macau 2015

Celebrating my 2016 New year at Macau & Japan this year.
I fall in love with Macau already which I really don’t know why?
Maybe I fall for the street at night, maybe I fall for the mood of Wong Kar-wai, maybe because of the food.
Or maybe I just love everywhere with you : )

Japan 2016

Japan’s new year is super quiet. Even the countdown night.
There were no firework or a big party that we can shout out loud. But I really like it indeed.
I woke up lazily in the late morning of the new year day somewhere in Tokyo. It was so peaceful.
Another day I took the train to Disneyland then took the bus to Osaka.

***shooting info : ***

*Cam : Olympus OM1 *
*Lens : 50mm,  f/1.4-16 *
*Film : Kodak-200 *

TAIPEI | Chilling Trip in the Rainy town (part2)

[SORRY, WE DON’T HAVE THIS BLOG POST IN ENGLISH]

Part 2

เดินชิลๆที่ Fisher man wharf, นั่งดื่มกันใต้ตึก 101, เข้าอุทยาน Yehliu หินประหลาด &  ตะลุยกินที่จิ่วเฟิ่น (Chiufen)

ถ้ายังไม่ได้อ่าน Part 1 ..นี่เลย>>:  http://mithuna27.com/th/taipei-taiwan

DSCF5003

เราขอเรียกไทเปว่าเป็น Rainy town เลยดีกว่า ฟ้าอึมครึมตลอดวัน หมอกลงหนาบริเวณหุบเขา ฝนตกปรอยๆบ้างบางเวลา
เป็นเมืองแห่งสายฝนจริงๆเลย ถึงอากาศจะเป็นแบบนี้แต่แปลกที่เรากลับรู้สึกอบอุ่นเล็กๆ

Day 2

Evening @ Fisherman wharf & the night around 101

ใช้เวลาช่วงเย็นที่ Fisherman wharf และเดินเล่นที่แถวๆตึก 101กัน

DSCF4725

TAMSUI STATION

ต่อจากตอนเช้า ที่ขึ้นกระเช้าไปแล้วต้องลงมาเพราะฝนตก เราจะไป Fisherman wharf กัน เลยนั่งรถไฟมาที่สถานี TAMSUI เพื่อมาต่อ Bus ไป จะบอกว่าถ้าเวลาเหลือ นั่งมาลงที่นี่แล้วเดินเล่นก็ชิลดี โดยเฉพาะตอนเย็นๆจะมีลานทำกิจกรรมของคนที่นี่อยู่ใกล้ๆ Bus station มีเด็กมาซ้อมเต้น มีคนมานั่งวาดรูป มีสวนอยู่ด้านหลัง มีร้านรวงอยู่บ้าง ซึ่งเดินแล่นแล้วน่าจะเพลินๆดี

DSCF4732DSCF4727DSCF4726

Fisherman Wharf

ต่อ Bus สาย R26 จากสถานี TAMSUI เมื่อกี๊มาลงที่ Fisherman wharf ได้เลย ที่นี่เหมือนยังสร้างไม่เสร็จดี แต่โดยรวมก็เป็นที่เดินเล่นที่ดี ถ้ามากับคนรักแล้วซื้อหนมมานั่งชิลๆที่ทางเดินด้านบนก็โรแมนติกอยู่ อากาศเย็นสบาย

DSCF4736 DSCF4734 DSCF4740 DSCF4755 DSCF4751

HOT-STAR

Large fried chicken

มานี่ต้องกินไอ้ไก่ทอดแผ่นใหญ่ๆนี่ให้ได้ กินคนเดียวหมดนี่เมพมาก (ซึ่งเรากินหมด ฮ่าๆ) ชิ้นนึงมันกินได้สองคนเลย เก็บท้องไว้กินอย่างอื่นด้วยดีกว่า ให้เขาใส่ผงปาปริกามาให้หน่อยด้วยก็จะอร่อยดี ไม่งั้นจืดไปหน่อย ร้านจะอยู่ใกล้กับบันได้ขึ้นไปเดินเล่นข้างบนเลย

DSCF4783DSCF4786DSCF4803

Souvenir

ข้างๆมีของฝากขายด้วย เป็นพวกกุญแจตัดเป็น outline รูปเกาะไทเปน่ารักดี แต่ราคานี่เอาการอยู่นะ อันละเกือบร้อยได้มั๊งถ้าจำไม่ผิด DSCF4792

Walk way

ทางเดินด้านบนเป็นอะไรที่ชิลลล มาเดินเล่นนั่งเล่นรับลมบนนี้ได้เลย แต่นอกนั้นก็ไม่มีอะไรให้ทำละนะ นอกจากลงไปหาอะไรกินด้านล่าง ซึ่งเราแนะนำว่ามาเดินชิลๆแล้วไปนั่งกินอะไรที่บริเวณใกล้ๆตึก 101 จะเพลินกว่า คนคึกคักกว่า หรือถ้าอยากใช้เวลาคุยกันเงีบยๆ ตรงนี้ก็เหมาะละล่ะ DSCF4809

Around Taipei 101 building

ปิดท้ายวันนี้ด้วยการหาร้านนั่งกินเบียร์กัน ใกล้ๆตึก 101 แถวๆโซนโรงหนัง V show จะมีห้าง ร้านค้า ร้านนั่งกินดื่มให้เลือกเพียบเลย ถ้ามาหาที่ชิลกันกับเพื่อนๆก็มาแถวนี้ก็ได้อาหารอร่อยดี จะเดินช๊อปหรืออะไรก่อนก็ได้ แล้วมานั่งจิบเบียร์สบายๆ จบไปอีก 1 วันด้วยบทสนทนาที่ดี ทำให้เราได้รู้จักกันมากขึ้นอีก : ) แต่ตรงนี้จะราคาแพงหน่อยนะ มันรอบๆที่ท่องเที่ยวก็จะแพงงี้ ถ้าอยากถูกๆชิลก็แนะนำพวก night market แถว Ximending จะถูกกว่านี้หน่อย DSCF4850 DSCF4855 DSCF4858 DSCF4859 DSCF4863DSCF4871

Taipei 101

อย่ามาถามว่าข้างในมีอะไร เก๊าไม่ได้เข้าไป แง่บๆ จริงๆมันขึ้นไปข้างบนแล้วชมวิวได้ แล้วก็มีที่ให้ช๊อปปิ้ง รู้ประมาณนี้แหละ ขอนั่งชิลข้างนอกนี่ต่อละกัล หมดแรง เป็นทริปชะโงกๆพอ เก็บครบคงไม่ไหวว บอกตามตรง~ DSCF5035DSCF5041

Day 3

Yehliu Geopark & Chiufen (the lovely) villege

ไปดูหินนประหลาด แล้วต่อด้วย จิ่วเฟิ่น หมู่บ้านโบราณน่ารักๆ

DSCF4872วันนี้ออกเดินทางโดย mini bus ซึ่งขนาดใหญ่กว้างขวาง สะอาดด้วย (จิ๋มมี่เป็นคนติดต่อให้อีกแล้ว น่ารักมาก)
นั่งสบายยยเลยไปเลย :3

DSCF4876 DSCF4880

นั่งออกมาจากตัวเมืองที่สะอาดดูเป็นระเบียบได้นิดนึงก็เป็นภูเขาแล้ว ซึ่งเอาจริงๆ ขนาดต้นไม้ยังดูเป็นระเบียบเหมือนโดนจับวางเลยอ่ะ ทางไหนที่ต้องผ่านภูเขา เขาก็เจาะเป็นอุโมงค์ให้รถผ่านไป

DSCF4884DSCF4885

Wanli town

มาถึงเมือง Wanli แล้ว เป็นเมืองชาวบ้านๆเหมือนหมู่บ้านชาวประมง เรียกได้ว่าเป็นเมืองบ้านนอก แต่เป็นบ้านนอกที่โคดจะดูสะอาด

DSCF4887 DSCF4889 DSCF4900 DSCF4898

มาถึงถิ่นทะเลไม่กินอาหารทะเลได้ไง

ลองเดินดูรอบๆหาข้าวทานกันซักมื้อ ร้านอาหารแถวนี้ก็อร่อยดีอยู่นะDSCF4901IMG_5756 DSCF4893

Yehliu Geopark

ขอเรียกว่า เย่หลิว หินประหลาด ฮ่าๆ
เป็นหนึ่งใน the most famous wonders of the world เลยน้า หินพวกนี้เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล
หินที่ป๊อปที่สุดจะเป็นอันที่มีคอคอดเล็กมากเหมือนจะหักอยู่แล้ว
ซึ่งเขาจะเอาหินเล็กๆมาล้อมรอบๆไว้แล้วให้นักท่องเที่ยวต่อแถวเข้าไปถ่ายรูป

IMG_5819 IMG_5801 DSCF4911 DSCF4922 DSCF4924 DSCF4921 DSCF4925 Untitled-11ด้านซ้ายนี่คือหินที่ป๊อปที่สุดค่ะ คนต่อคิวถ่ายรูปเต็มเลย ส่วนเราน่ะเหรอ อ้อมมาถ่ายข้างหลังก็พอค่ะ จบ
ความพยายามในการต่อแถวไม่พอจริงๆค่ะ

ขึ้นมาดูวิวจากด้านบนก็ชิลดี ลมเย็นมาก มีละอองทะเลพัดเข้ามาหน่อยๆ
ที่นี่มีเสื้อกันฝนขายถูกๆอยู่ด้านนอกซื้อเผื่อๆเข้ามาก็ได้เพราะฝนตกบ่อย แล้วยังละอองทะเลอีกDSCF4934

Chiufen Villege

เราชอบที่นี่มากสุดในไทเปละ มากพอๆกับหมู่บ้านชาที่ต้องนั่งกระเช้าขึ้นไปเมื่อวาน มันน่ารักจัง จิ่วเฟิ่นนี่เป็นหมู่บ้านโบราณ ทางเป็นทางคดเคียวขึ้นไปบนเขา มีวัด มีของขาย ตรงนี้ต้องนั่งแท๊กซี่เข้ามาเพราะ mini bus เราไม่มีที่จอดไม่สามารถเข้ามาส่งได้
ps.ฝนยังคงตกตลอดเวลาในการเดินเล่นที่นี่
DSCF5003

Lovely Landscape

ขอยอมรับเลยว่าชอบความสะอาดและ Landscape ของที่นี่มากๆ เราหมายถึงโดยรวมนะไม่ใช่แค่หมู่บ้านนี้ ด้วยความที่ Landscape เขาเป็นเกาะ เป็นหุบเขา ภูเขา มันเลยเป็นพื้นที่ขึ้นๆลงๆ เลี้ยวลดคดเคี้ยว และประกอบกับความสะอาดและการจัดวางตึกอาคาร บ้านช่อง มันทำให้ดูน่าร๊ากน่ารัก ยิ่งในเมืองตรงที่มีทางขึ้นลงเยอะๆ (ex. ตรง Beitou Hotspring อ่ะ) จะน่ารักมาก เหมือนในการ์ตูนเลย แล้วยิ่งอากาศแบบนี้ยิ่งดูฝันๆเข้าไปใหญ่ ชอบจัง ถึงแม้จะทำให้ลำบากและถ่ายรูปไม่สวยก็ให้อภัยUntitled-3DSCF4991

The village

เดินเข้ามาข้างในหมู่บ้านก็มีของขาย ใครที่ชอบส่ง Postcard ในนี้ก็มีขาย แล้วก็มี stamp ให้เลือกหลายลายหลายราคาด้วย ฟินนน ขนมก็อร่อย ไดฟุกุเต็มเลย อร่อยด้วย มีหลายไส้ให้เลือกมากๆ ไส้แปลกๆก็เยอะ เราชอบที่เป็นสีเขียวข้างในไส้ถั่วแดงกับครีม นุ๊มมม ฟินนนน~ DSCF4955 DSCF4957 DSCF4960DSCF4968

นึกถึงอาม่า

รองเท้าที่ขายที่นี่ทำให้นึกถึงอาม่า อาม่าเราเป็นคนจีนแท้ๆ 100% ที่มาทำอาชีพที่ไทย อาม่าเท้าเล็กมากๆแล้วก็ชอบใส่รองเท้าจีนๆ แบบรูปด้านล่าง เป็นรองเท้าผ้า ปิดปลายเท้าหมด ปักลายด้านหน้า คิดถึงอาม่าสุดๆ อาม่าชอบบอกว่าหาซื้อยาก ถ้าอาม่ายังอยู่จะซื้อฝากซักโหลให้ใส่ทิ้ง ใส่ทิ้งไปเลย!DSCF4981 ส่วนอันนี้เป็นรองเท้าเพื่อสุขภาพ ที่ปลายเท้าจะสูงกว่าส้นเท้า รองเท้านวดก็มีนะ คนจีนเค้าใส่ใจเรื่องเท้าเอามากๆ และด้านล่างเป็นรองเท้าเกี๊ยะไม้ ใส่เดินก๊อกแก๊กๆ น่ารักดีDSCF4978DSCF4979

ขนมไอ้นี่

คือขนมอะไรไม่รู้แต่ขายดี คนต่อคิวแน่นเลย เขาเอากบไสไม้ ไสถั่วก้อนเหลี่ยมๆที่เหมือนถั่วตัด ออกมาเป็นฝอยๆผงๆ แล้วเอามาห่อกับแป้งบางๆ ใส่อะไรไม่รู้ผสมลงไปอีก ที่นี่ขนมอร่อยเยอะมากก รักที่นี่สุดในไทเปละเรื่องของกินเนี่ย

DSCF4984 DSCF4986 DSCF4987

Don’t forget

มาถึงจิ่วเฟิ่นแล้วก็อย่าลืมขึ้นไปข้างบนมีร้านน้ำชาให้นั่งมองวิว เห็นวิวทั้งเมืองเลย เราว่าครั้งหน้าถ้ามีโอกาสมาอีกอาจจะมาพักที่นี่ซักหน่อย บรรยากาศตอนเทศกาลตอนกลางคืนคงน่ารักดีแล้วก็กลับกันเถอะ การเที่ยวท่ามกลางสายฝนนี่มันเหนื่อยเป็นสองเท่าจริงๆนะ
บ๊ายบาย เมืองแห่งสายฝน : )

DSCF5009 DSCF5011

Beitou Hot spring

คืนนี้จบด้วยการแช่นำ้ร้อนกันที่ Beitou มีให้เลือกหลายร้านมาก ไม่ได้ถ่ายรูปมา
ที่เราเลือกกันเป็นบ่อรวม มีชุดว่ายน้ำให้เลือกซื้อ อุ่นสบายยยย~
DSCF5015

Trip info :

SCHEDULE

22-26 October 2014
22 Take off (night), Check in the home stay
***23 *Gu Gong National Palace Museum, Chiang Kai-shek Memorial Hall
24 Maokong Gondola, Tamsui station, Fisherman wharf,  101 area (Vshow cinema area)
***25 *Yehliu Geopark, Chiufen village, Beitou Hotspring
26 Back to Thailand

BUDGET

Air ticket                   9,520  THB (Traveloka)

  • Travel insurance     450      THB (Gobear)*
  • Transportation        2,355   THB (แพงตรง mini bus กับรถตู้รับส่งสนามบิน)*
  • Living                        3,121    THB*
  • Accommodation     2,843   THB*
  • Entrance ticket*
  • Gondola ticket        100       THB*
  • Yehliu park              80         THB*
    Total                        18,469  THB

*rate 1 THB =  0.96 Taiwan dollar
ถ้าแลกกลับเป็นเงินไทยที่ไทย แนะนำไป super rich โลด ที่สนามบินกด rate ลากเลือดมาก เราขาดทุนเกือบพัน


End of this trip

ขอสรุปอะไรต่างๆนาๆ ณ ตรงนี้

การเตรียมตัว ความรู้สึก และทัศนคติของเรากับประเทศนี้

สรุปความรู้สึกทั้งหมดกับไทเป

เรารู้สึกชิล เอื่อยๆ ฝนมันไม่เป็นใจให้เราเที่ยวเท่าไหร่ แต่ก็รู้สึกดีอย่างประหลาด

กว่าจะสื่อสารกันรู้เรื่อง ภาษาอังกฤษไม่ได้ใช้ เซิร์ชหารูปให้เขาดูหรือใบ้คำจะช่วยชีวิตได้มากกว่า

เมืองสะอาด ตึกสวยเป็นระเบียบ ด้วย Landscape ที่เป็นภูเขา ถนนมันเลยต้องทำเป็นขึ้นๆลงๆน่ารัก
สาวๆขาเรี๊ยวเรียว เห็นแล้วอยากเตะรวบขาเรียงคน ทอมเยอะมาก และหน้าตาดีด้วย
ส่วนหนุ่มที่นี่ถึงแม้จะหน้าตาจิ้มลิ้มมาก แต่ก็ทำอะไรปอไม่ได้ค่ะ หนุ่มไทยชนะเลิศ

รถไฟขึ้นง่าย ไม่งง ง่ายพอๆกับสิงค์โปร์ และมีหลายอย่างคล้ายสิงค์โปร์มาก แต่ก็ต่างอย่างบอกไม่ถูก
แบบที่นี่จะจุ๊กจิ๊ก ละเอียดอ่อนกว่า ใน detail ของตึก บ้าน สิ่งแวดล้อมอะไรแบบนี้ Singapore จะเรียบๆกว่า

อาหารอร่อย(หายาก)มากกก ที่อร่อยคือเสี่ยวหลงเปา ไอติมที่หมู่บ้านชา
ชานมไข่มุกร้านชุนสุ่ยถัง (Chun Shui Tang) ขนมที่หมู่บ้านจิ่วเฟิ่น That’s all

Where to go

• เราแนะนำขึ้นกระเช้าที่ Maokong Gondola แล้วใช้เวลาเดินลงมาเรื่อยๆ
• ไป Beitou แช่ Hot spring ซักหน่อย
• แล้วเดินลงมาข้างล่าง Shida night market กินเสี่ยวหลงเปาเจ้าอร่อย
• Spend the night at Fisherman wharf กิน ไก่ทอดแผ่นยักษ์
เข้าตึก 101 ไปเดินเล่นให้ได้ฟิลแบบว่ามาถึงแล้ว จะขึ้นดูวิวหรือไม่ดูก็ได้แล้วแต่
• ใกล้ๆจะมีโรงหนัง V Show บริเวณนี้เหมาะเดินเล่น ช๊อปปิ้ง กินเบียร์ชิลๆ ดูผู้คน (แต่ตรงนี้ราคาแพงหน่อยนะ)
• เดินเล่นที่ Ximending ‘ซิเหมินดิ่ง’ (The Harajuku district of Taipei)
• ที่จะมีตึกแดงสวยๆอยู่ดึกนึงเป็นเอกลักษณ์ (เรายังไม่พบอะไรอร่อยเช่นกัน)
• ไหว้ขอพรที่ วัดหลงซาน Longshan และ วัดเบ๋าอัน Bao’An Temple
• ใครชอบประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ให้ไป National Palace Museum กับ Chiang Kai-shek Memorial Hall

ขึ้นเขา XiangShan ไปดูวิวตึก 101

• นั่งรถออกไปนอกเมือง ไปเสพความคิ้วท์ของหมู่บ้านโบราณ Chiufen **villege (อาจจะแวะไปดู one of famous wonders  หินประหลาดที่ Yehliu Geopark **ก่อนก็ได้)

• ไกลออกไปอีกที่ต้องจองรถไฟไป **Taroko Gorge หนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของเอเชีย ทัศนียภาพสวยงามเกินคำบรรยาย
(บรรยายไม่ได้จริงๆเพราะเราไม่ได้ไป จองรถไฟไม่ทัน ใครจะไปให้จองไปก่อน มันเต็มเร็วมาก)
• ดูพระอาทิตย์ขึ้น ล่องเรือชมทะเลสาป
Sun moon lake **ไปต่อจาก Taroko gorge เลยก็ได้เพราะมันอยู่ตอนกลางของเกาะนู่นแน่ะ เลย Tarokoมาอีก
*มาเช้าเย็นกลับจะเหนื่อยไปหน่อย และอาจไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
ค้างซัก 1 คืนกำลังดี รอดูพระอาทิตย์ขึ้นชิลๆ
น่าจะหมดละล่ะ

Prepare

• ใครมี VISA US แล้วก็ง่ายเลย เข้าไปกรอกแค่ใบนี้แล้ว print ไปเป็นพอ (ใบนี้มีอายุ 30 วัน) https://oa1.immigration.gov.tw/nia_southeast/
•  สำหรับคนที่ไม่มี VISA US ของที่เตรียมมันเยอะอ่ะ search ขั้นตอนการทำ TAIWAN VISA โลดจ้า
• อันนี้ไว้เช็คอากาศนะ ตอนเราไปนี่ฝนเหมือนจะตกทุกวัน ฟ้าอึมครึม แย่กับการถ่ายรูปมากๆ T-T  http://www.accuweather.com/en/tw/taipei-city/315078/october-weather/315078
• จองรถไฟไป Hualien (Taroko George) http://www.railway.gov.tw/en/index.aspx

Air Ticket

จองตั๋วเครื่องบินไป-กลับไทเปกับ Traveloka
จองง่าย ได้ราคาดีที่สุด ไม่มีบัตรเครดิตก็จองได้ (มีให้เลือกโอนเงินผ่านธนาคารได้) ราคาไม่มีบวกเพิ่มเหมือนที่อื่น เห็นราคาไหน ก็จ่ายตามราคานั้น  (แล้วก็มีโค้ดลดราคาให้บ่อยๆด้วย [💖](http://emojipedia.org/sparkling-heart/))

What to bring with

เสื้อกันฝน และ เปิดเน็ตไป (เผื่อ search หารูปประกอบเวลาคุยกันไม่เข้าใจ)

That’s it จบแล้วจ้า : )

DSCF4542

TAIPEI | Chilling Trip in the Rainy town (part1)

[SORRY, WE DON’T HAVE THIS BLOG POST IN ENGLISH]

Part 1

ไม่แปลกใจที่ทำไมใครๆก็ชอบมาไทเป คนน่ารักดี เมืองก็สงบ อยากกินเบียร์ก็แถวตึก 101,
ชานมไข่มุกก็อร่อย, เมืองจิ่วเฟิ่นก็โคดน่ารัก มีของกินอร่อยๆเพียบ…

ทริปนี้เป็นทริป Outing ชิลๆ เป็นช่วงที่ชีวิตวุ่นวายและเพิ่งออกจากโรงพยาบาลพอดี
เลยไม่ได้พยายามเก็บรายละเอียดอะไรมาก หรือพยายามหาเหตุผลอะไรกับมันนัก
อยากไปพักผ่อนชิลๆ แล้วมันก็ชิลอย่างที่หวังจริงๆ
ps.ใครตามมาจาก Pantip ในนี้เราแก้ไขเพิ่มเติม detail ให้หมดแล้วนะ ครบสมบูรณ์สุดๆ

เป็นทริปที่เรามี Duo กับเขาด้วยนะ ‘น้องแช๊ม’
Subordinate คนแรกในชีวิต หลังจากได้เลื่อนตำแหน่งเป็น Manager กับเขาแล้ว (ฟังดูยิ่งใหญ่นะ 555)

ช่างมันเถอะเอาเป็นว่าเป็น ‘น้องสาวคนใหม่’ ดีกว่า : )

IMG_5567

ทริปนี้เราไปกัน 9 คน เและป็นการไปต่างประเทศครั้งแรกของแช๊ม ดีใจที่ได้ไปด้วยกัน : )
*ดูสรุปทั้งหมดได้ที่ Part 2 ด้านล่างสุดนะ

First Night in Teipei

เรามาถึงกันตอนดึก รถตู้ที่โฮสเป็นคนช่วยหามารอรับอยู่แล้ว
ระหว่างทางมาบ้านโฮสนึกถึงสิงคโปร์เลย บ้านเมืองสะอาดเป็นระเบียบสุดๆ
แต่พอเข้ามาในเขตชุมชนปุ๊บ กลายเป็นเหมือนหมู่บ้านมารุโกะอย่างงั้น ทางมันแคบๆ รถก็ดูจิ๋วๆ น่ารักไปหมด

Jimmy, the host

โฮสชื่อจิ๋มมี่ ไม่ระบุเพศแน่ชัด แต่เจ๊จิ๋มแกจะมีเอกลักษณ์ชัดเจนมากจาก Outfit ของแก
จิ๋มมี่เป็นผู้ชายขาวตี๋แบบฉบับหนุ่มไต้หวัน พูดภาษาอังกฤษสำเนียงน่ารักๆแบบอาม่าอาเจ็ก
ใส่เสื้อแขนกุดโชว์แขนขาวๆ กางเกงบอลพริ้วๆ ใส่แว่นตาอันนึง แต่ที่เด็ดสุดคือ กระเป๋า!
กระเป๋าแกจะเป็นกระเป๋าที่ได้ฟรีจากการซื้อ Laptop ซึ่งด้านนึงขาดรุ่งริ่งออกมาประมาณสิบเซ็นได้ Cool~

เจ๊พาเราไปกินก๋วยเตี๋ยว ก็อร่อยดีนะ แต่ไม่พีค ยังไม่ recommend
โดยเจ๊เป็นคนสั่งเป็นภาษาจีนให้ ไม่งั้นบอกเลยว่าลำบากกว่าจะเข้าใจกัน
เส้นก็มีให้เลือกเป็นวุ้นเส้น เส้นอุด้ง เส้นหมี่ เส้นเล็ก เส้นใหญ่ น้ำซุปมีทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา พวกเราเหมามาทั้งทะเล
มันก็โอเคหมดยกเว้นหอย หอยเหม็นนน แบบว่าพูดแล้วขมคอขึ้นมาเลยเนี่ย

DSCF4417 Untitled-18*ชอบที่มีกระดาษพับเก๋ๆให้ดึงออกมาใส่เศษขยะ ไม่ต้องวางเลอะเทอะเหมือนที่ไทย *แค่ไอ้กระดาษแค่เนี้ย มีแล้วชีวิตดีขึ้นเลยอ่ะ ทำไมเมืองไทยไม่ทำกันนะ (หรือเปลืองกระดาษ?)

ไหนๆก็เปิดมาด้วยเรื่องอาหารละ พูดรวดเดียวเลยแล้วกัน

เบียร์ไต้หวัน

สั้นๆคือ อร่อย จากคอเบียร์ (ซึ่งไม่ใช่เรา)

DSCF4429

ชานมไข่มุก

มาเหยียบถิ่นชา เราต้องกินชาเซ่ ไม่กินชาไข่มุก จะมาถึงไต้หวันได้ไง ที่นี่เค้าต้นกำเนิดเลยนะ ปกติเราเป็นคนชอบกินชาไข่มุกมาก กินมาจะทุกยี่ห้อละ แม้กระทั่งที่ NYC ก็บินไปกินมาแล้วนะ หง่อวว์ (เอาจริงๆก็บังเอิญเจอเฉยๆแหละ 555) ของที่นี่มีไข่มุกให้เลือกหลายไซส์ แล้วก็ Topping อื่นๆอีก รวมทั้งระดับความหวาน เราเลือก original มา หวานกำลังดี ส่วนใครไม่อยากได้หวานมากให้เลือก half sugar ชามีความ plain มากกว่านิดนึง ไข่มุกนุ่มหนึบ เพลิ๊นเพลินน ชอบบ เสียดายกินแค่ยี่ห้อเดียว เห็นเค้าว่าเจ้าดังๆนี่ไข่มุกนี่กลิ่นหอมขึ้นจมูกเลยนะ ที่เด็ดๆเห็นจะเป็นต้นตำหรับ ร้านชุนสุ่ยถัง (Chun Shui Tang) เป็นนร้านให้เข้าไปนั่งกินเลย เราไปไม่เจอเลยอด ครั้งหน้าไม่พลาดแน่ DSCF5058

อาหารเช้า..

จากการมาอยู่นี่สามวันของเราก็ตระหนักได้ว่าเบอร์เกอร์คืออาหารเช้าที่เบสิคที่สุด ไปร้านไหนๆก็มีเบอร์เกอร์ ถามว่าอร่อยไหม .. ก็เบอร์เก้อร์อ่ะ ไม่อภิเชธ (appriciate) เท่าไหร่ ที่เห็นมีเยอะพอๆกันคือ “หมี่ผัด” เฮ้ย ทั้งหน้าตา รสชาติ ยังกับที่ Kashmir แน่ะ  (“แคชเมียร์” @อินเดีย) แต่ที่ Kashmir อร่อยกว่าเย้อออ ทั้งๆที่เป็นแค่ผัด Maggi เองนะ (บะหมี่ยี่ห้อ Maggi) DSCF4476

สุกี้ไต้หวัน..

วันที่สองกินสุกี้ไต้หวันกัน พนักงานเป็นทอมหน้าตาน่ารัก สุภาพ ส่วนสุกี้ น้ำจิ้มแปลกๆ ที่ผสมยังไงทำไมมันไม่อร่อยซักที ไม่คุ้นชินกับรสชาติจืดๆของที่นี่เลย DSCF4546 DSCF4549

ฟรุ๊ตตตต

ผลไม้ที่นี่อร่อย ฉ่ำ สดดี ดูสะอาดสะอ้าน ต้องลอง DSCF4535IMG_5221

ฟินๆในเซเว่น

เห็นเมื่อซักเดือนก่อนมีข่าวว่า 7-11 เมืองไทยสาขานึงเริ่มเปิดให้มี foodcourt ในร้านแล้ว คนไทยตื่นเต้นกันมากๆ วันนี้เรามาที่นี่ มันมีแทบจะทุกเซเว่นเลยอ่ะ ใน Family mart ก็มีด้วยเหมือนกัน Convenience  store ที่นี่มีของกินสำเร็จรูปเยอะเลยนะ แบบเป็นกล่องอลูมิเนียมที่นึ่งพวกลูกชิ้นไว้ ให้เราตักใส่ถ้วยได้เลย สะดวกดีและน่ากินกว่าพวกกึ่งสำเร็จรูปเย้ออ

อีกอย่างใน 7 ที่นี่ที่เราโคดชอบเลยคือ “มัฟฟินนนน” โอยยอร่อยย อร่อยไม่แพ้ miffin ใน Mc เลย กัดเข้าไปปุ๊บ สัมผัสแรกคือสากๆลิ้นด้วยผิวหนังกรอบๆและเครื่องเทศของมัน พอเคี้ยวปุ๊บ นุ่มมมมละมุนนนมากก นึกถึงขึ้นมาก็น้ำลายไหล *(ความคิดเห็นส่วนตัวที่ชอบกิน muffin อยู่แล้วนะ) *มันอร่อยลืมไม่ลง  (หรือเราหิวก็ไม่รู้) เอาเป็นว่าที่กินๆมาสามสี่วันเนี่ย ชอบ Muffin ในเซเว่นที่สุด จบปิ๊ง

DSCF4441 DSCF5047ที่ห้ามพลาดแต่เราพลาดคือเสี่ยวหลงเปา โดยเฉพาะที่ Beitou ที่มี Hotspring เยอะๆ จะมีผู้หญิงขายเสี่ยวหลงเปาอยู่ที่ Shida night market เขาว่ากันว่าอร่อยลืมมม จบเรื่องกินหลักๆละ

At Homestay

ในที่สุดก็ได้เข้าห้องพัก จิ๋มมี่พาไปที่ดึกแถวโทรมๆ ขึ้นไปด้วยทางเดินแคบๆถึงชั้น 4 ไอ้เราก็ เอ้อ อะไรก็ได้อ่ะ นอนได้หมดละวินาทีนี้ แทบจะทิ้งดิ่งลงสลบกับพื้นถนนละ

แต่พอเปิดลูกกรงเล็กๆตรงหน้าบันไดนั่งเข้ามาเท่านั้นแหละ ก็พบว่าด้านในใช้พื้นที่ได้ดีมาก แบ่งเป็นห้อง 5 ห้องมีทางเดินด้านหน้าเชื่อมกัน ดูอบอุ่นและน่ารัก น่านอนเป็นที่สุด ที่พักถูก ห้องก็ดี๊ดีย์ ทุกห้องมีห้องน้ำส่วนตัวขนาดถือว่าใหญ่ และมีเครื่องซักผ้าให้ทุกห้อง มีตู้เย็น ตู้เสื้อผ้า ทีวี ไดร์เป่าผม เครื่องกดน้ำเปล่าร้อน,เย็น ซิ้งค์ล้างจาน และ DVD ให้ดูฟรีจำนวนหนึ่ง

ps. ที่พักเราคือ Central cozy apartment by designer! Chángshòu Street Sanzhong District, 241 Taiwan เจ้าของชื่อ จิมมี่ : )
แนะนำเว็บที่เราใช้ตลอดเวลาไปต่างประเทศ Airbnb เดี๋ยวนี้คนคงรู้จักกันดีแล้วล่ะ https://www.airbnb.com/rooms/2355755

DSCF4454นอนห้องละ 2 คน เก๊านอนกับน้องแช๊ม ห้องก็เรียบร้อยตามประสาสาวๆ (เหรอ..)
เอาจริงๆมันดีกว่าที่เห็นนะ คือง่วงเลยถ่ายมาแค่มุมนี้  จิตใจจดจ่อแต่กับเตียงเท่านั้นจริงๆ T-T

Day 1

Museum & Chiang Kai-shek Memorial Hall

ไปมิวเซียม กับ อนุสรณ์เจียงไคเช็กกัน

เดินเล่นๆ

เดินเล่นแถวบ้านกันดูความนั่ลลัคของตรอกแคบๆที่น่าจะสกปรกแต่ดันสะอาดสะอ้าน (แต่บางทีก็มีสิ่งที่ควบคุมไม่ได้เช่น poo หมา)
จากที่พักเมื่อวานก็ทำให้เรามองที่อยู่อาศัยที่นี่เปลี่ยนไป ได้แต่คิดว่าภายในบ้านเล็กๆพวกนี้ ด้านในจะน่ารักกันขนาดไหนนะDSCF4460 Untitled-4 DSCF4463 IMG_5205

Every single space!..

is a precious space.
ในย่านชุมชน การจอดรถนี่นึกว่าไม่คิดจะเอาออกมาใช้กันอีกแล้ว แม้แต่เซนติเมตรสุดท้ายก็ยังเอาอ่ะคิดดู แม้รถจะคันเล็กๆกัน แต่ใช้ที่จอดรถกันประหยัดมากอ่ะDSCF4457

เช้าวันแรก จะหาข้าวกินแล้วไปซื้อบัตรรถไฟฟ้ากันน
หาร้านกินข้าวตั้งนาน อยากกินร้าน local เพื่อการเข้าถึง
และแล้วก็ได้เข้าถึงและเข้าใจว่าแฮมเบอร์เกอร์ และผัดหมี่คืออาหารเช้าสุดฮิต
(รสชาติ so so อ่ะ)Untitled-14Untitled-5

กว่าเราจะเข้าใจนาย.. กว่าเราจะเข้าใจกัน

การสื่อสารอันยากลำบากของที่นี่ ทำให้เราได้ใช้สกิลเกมส์ใบ้คำตอนเด็กๆอีกครั้ง..
จะไปไหน ต้องชี้ map เอา ชัวร์สุด ภาษาอังกฤษอย่าหวังมากว่าจะได้ใช้ Grammar ลืมไปได้เลย เรียนมาจากไหน คืนครูไปให้หมด ขนาดจะบอกว่าเอาเบอร์เกอร์ไก่ยังพูดว่า Chicken ไม่ได้ ทำยังไงน่ะเหรอ ก็ตีปีกใส่เขาเสะ ชิคเค่นๆ ยูโน๊วๆ (ตีปีกๆ) วินาทีนี้ภาษามือ ทักษะการเต้นประกอบเพลงตอนอนุบาล ทักษะการวาดรูป ทักษะการเล่นเกมส์ใบ้คำ ขุดมาใช้ให้หมด

DSCF4487 DSCF4490

Taiwanese

คนไต้หวันน่ารักดีนะ หมายถึงการให้ความช่วยเหลือนะ เค้าพูด eng ไม่ค่อยได้กันก็จริงแต่เค้าพยายามจะช่วยเรามากๆ ยังไม่เจอพนักงานที่ทำหน้ารำคาญที่เราสื่อสารกันไม่รู้เรื่องเลย อย่างพนักงานที่รถไฟฟ้าคนนี้ก็พยายามอย่างมากที่จะช่วยเรา แม้จะเกิดปัญหาตั๋วไม่พอ เขาก็พยายามบอกเราให้เข้าใจ ว่าเข้าไปก่อนได้เลยแล้วไปเอาที่สถานีนี้นะ อธิบายกันจนกระจ่าง

คิดไม่ออกว่าจะไปไหน ให้มองมาที่ฉัน..

ฉันในที่นี้คือ ‘ตั๋วรถไฟ’

มันจะมีรูปการ์ตูนโนเนะๆของอะไรเด่นๆในไทเป เห็นไม๊ๆ วัดหลงซาน ชาไข่มุก กระเช้าลอยฟ้า แช่น้ำร้อน นวดกดจุด ไก่แผ่นยักษ์ และตึก101
ใช้ติ๊ดขึ้น Bus ก็ได้นะใบนี้

DSCF4491

เรื่องของรถไฟฟ้า

ที่นี่ชอบขีดเส้นงอๆไปด้านข้างให้รอคิวกัน ก็เป็นระเบียบดี แต่เค้าจะไม่รอคนออกก่อนแล้วค่อยเข้าเหมือนของเรานะ ส่วนใหญ่ที่เจอจะเข้าทางนึง ออกทางนึง พร้อมๆกัน DSCF4495 ส่วนด้านในรถ ให้ระวังอย่างเดียวคือ ‘เก้าอี้สีแปลก’ ถ้าเผลอไปนั่งเก้าอี้ที่สีแปลกกว่าตัวอื่นๆล่ะก็ ระวังโดดมนุษย์ป้า มนุษย์อาม่าอากงบ่นเอา(แบบเรา)แน่ๆ เพราะมันเป็นที่เฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ คนท้อง และผู้พิการจ้าาา

DSCF4499DSCF4554อดคิดถึงสิงคโปร์ไม่ได้จริงจริ๊งง ดูวิวดิ ยิ่งมองยิ่งคิดถึง

Gu Gong National Palace Museum

พิพิธภัณฑ์กู้กง ใครไม่ชอบเดิน mesium ก็ skip part นี้ไปได้เลยนะ
เอาจริงๆใครไม่ได้อยากรู้ความเป็นมาและประวัติบ้านเมืองเขา. ไม่ต้องมาหรอก คนไม่อินยังไงก็ไม่อินอ่ะ
เดี๋ยวจะแนะนำตอนท้ายอีกทีนะว่าอะไรควรมาอะไรไม่ควรมาจะได้ไม่มาเสียเที่ยว
ส่วนเรา เราค่อนข้างจะชอบเดินมิวเซียมนะ ไป NYC, DC ก็ไปเดิน musieum มาเป็นสิบๆที่
ชอบประเทศที่มีประวัติศาสตร์จริงๆให้จดจำและเรียนรู้สิ่งที่ดีและสิ่งที่พลาด ในต้นตอและศิลปะวัฒนธรรมความเป็นมา
ถ้าในเรื่องของ Asian Art เราค่อนข้างชอบใช้เวลาดูภาพวาดจีนที่วาดถึงความเป็นอยู่สมัยก่อน
โดยเฉพาะแผ่นยาวๆหรืออันที่มีรายละเอียดเยอะๆ เราจะชอบดูว่าเขาวาดเรื่องอะไรอยู่ คนกลุ่มนี้กำลังทำอะไร เขาคือใคร
มันน่ารักและสนุกดี นักวาดบางคนก็จะแทรกอะไรตลกๆลงไปในภาพด้วย
อย่างเช่นภาพงานวัด มีคนชกกันในงานวัดด้วย มีหอหญิง มีโจร อะไรแบบนี้ เพลินดี

ที่นี่เค้าโชว์ Asian Art สมัยราชวงศ์จีนซะส่วนใหญ่ ข้าวของเครื่องใช้ ภาพวาด งานเขียน ให้เห็นถึงความเจริญในสมัยนั้น
ค่อนข้างเด่นเรื่องหิน เอาหินมาทำเป็นรูปทรงแปลกๆ ความละเอียดอ่อนของการสกัดหิน
item เด็ดที่คนต่อแถวยาวมากเพื่อเข้าไปดูคือ หยกผักกาดขาว สมัยราชวศ์งชิง
แกะสลักจากหยกสองสีที่หายากเป็นรูปผักกาดขาวที่มีความเหมือนจริงมาก และมีตั๊กแตนเกาะอยู่บนใบด้วย
หยกนี้ใช้เป็นของหมั้นในราชวงศ์สมัยก่อน  อีกอันคือ **หินเนื้อหมู **ที่มีความเหมือนจริงมาก
ps. เค้าบอกศักดิ์ศรีเทียบเคียงกับพิพิธภัณฑ์ลูฟที่ฝรังเศสเลยน้าา
ถ้าจะดูให้ครบทุกชิ้นจริงๆ (6 แสนกว่าชิ้น) ต้องใช้เวลาถึง 4 เดือนเลยแหละ DSCF4505 ที่นี่ทัวร์มาลงเยอะมาก โดยเฉพาะทัวร์จีน อาม่า อาอึ้ม ไม่ค่อยจะมีวัยรุ่นซักเท่าไหร่ อย่างที่บอก เราแนะนำไปสถาณที่ที่มี activity ดีกว่า แบบแช่น้ำร้อน เดินตลาด ขึ้นกระเช้าไรแบบนี้DSCF4509DSCF4513

Chiang Kai-shek Memorial Hall

อนุสรณ์ เจียงไคเช็ค บุคคลที่เกิดวันฮาโลวีน ตายวันเชงเม้ง..
สาระจงมา จงมา…
โอเค.. ท่านเจียง คือใคร?? ขอท้าวความไปถึง ‘บิดาของชาติ’ ดร. ซุน ยัตเซน ผู้ตั้งคณะชาติ(นิยม) พรรคก๊กมินตั๋ง ที่เป็นผู้บุกเบิกการปฏิวัติประชาธิปไตยในจีน แต่ต้องมาเสียชีวิตไปก่อนที่จะได้เห็นผลของการปฏิวัติที่ตัวเองทุ่มเทมาทั้งชีวิตสำเร็จ

ส่วนท่านเจียงนั้นก็คือจอมพลของคณะชาติ ที่สืบทอดอำนาจต่อมา และพยายามรวบรวมอำนาจที่กระจายอยู่จากพรรคต่างๆ ต่อมาแพ้สงครามกลางเมืองให้กับพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่นำโดยเหมาเจ๋อตุง จนต้องหนีไปตั้งรัฐบาลแห่งชาติอยู่ที่เกาะไต้หวัน และได้เป็นประธานาธิบดีคนแรกของไต้หวัน ได้ชื่อว่าเป็นผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐจีน หรือ ประเทศไต้หวัน จึงเป็นบุคคลสำคัญที่ได้รับความเคารพรักจากคนไต้หวันตลอดมา

การเดินทางก็มาลงสถานี Chiang Kai-shek Memorial Hall เลย สะดวกม๊าก บริเวณเดียวกันนี้จะประกอบด้วย อนุสรณ์เจียงไคเช็ค, โรงละครแห่งชาติ และ โรงคอนเสิร์ตแห่งชาติ อยู่ด้วยกัน มาไทเป 3 วันนี้ Cloudy มากก ฟ้าไม่สวยเลยซักวัน อากาศขมุกขมัว เลยถ่ายรูปออกมาได้หม่นๆแบบนี้ตลอดเลย ทำใจ~

DSCF4568-6 DSCF4574IMG_5419

National Theater

ด้านหน้าฝั่งติดถนนจะเป็นโรงละครแห่งชาติ หลังคาสีส้ม ด้านในทำเป็นชั้นๆสีเขียว IMG_5335 DSCF4578DSCF4581

National Concert Hall

ตรงหน้าลานโรงคอนเสิร์ตนี่แหละที่คนจะชอบมาทำกิจกรรมกัน จัดบูธซ้อมเต้น ออกกำลังกาย เป็นพื้นที่เอนกประสงค์ดีจริงๆIMG_5394

ประตูชัยด้านหน้าที่เขียนเป็นภาษาจีน แปลได้ว่า “Liberty Square”

ส่วนใหญ่คนจะถ่ายรูปจากด้านนอกประตูชัยเข้ามา เพราะจะมองเห็นอนุสรณ์เจียงไคเช็คพอดี (ps ด้วยความขี้เกียจ เราดันถ่ายจากข้างในออกไป)

DSCF4589

Day 2

Morning : Maokong Gondola

นั่งกระเช้าคริสตัลขึ้นภูเขาที่เหมากงกัน เริ่มจาก นั่ง monorail ไปลงสถานี TAIPEI ZOO

DSCF4603 DSCF4616 DSCF4624 DSCF4612

ถึงแล้ว

จากสถานีก็ลงเดินอีก 700 เมตรก็ถึงละ FYI * ที่นี่ปิดทุกวันจันทร์นะ *
ด้านล่างนี่คือจักรยาน Ubike จักรยานให้เช่าปั่นเล่นชมเมือง  แต่ต้องมีมีเบอร์โทรศัพท์กับบัตร EZ card เพราะต้องใช้รหัสมันเพื่อเช่าจักรยาน (ใครจะขึ้นเขา XiangShan ไปดูวิวตึก 101 ก็มักจะเช่าจักรยานแบบนี้แหละค่ะ)

DSCF4631 DSCF4632

กระเช้าสองแบบ

หลังซื้อตั๋วด้านล่างแล้วก็ขึ้นมาต่อคิวขึ้นกระเช้ากัน กระเช้าจะมีสองแบบ แบบธรรมดา กับแบบคริสตัล (พื้นใสมองเห็นด้านล่าง) ราคาต่างกันนิดหน่อย แต่ไม่แพงเลยขึ้นไปสถานีบนสุดก็ประมาณ 100 บาทเท่านั้น ต่อคิวเป็นสองแถวคือแถวกระเช้าธรรมดากับแถว คริสตัล ตอนเราไปมีแก๊งคุณตา คุณยายจูงมือกันมาขึ้นกระเช้า น่ารักมากๆ : )DSCF4639

View from Crystal Gondola

สถานีที่กระเช้าไปจะมีทั้งหมด 4  สถานี ราคาต่างกันไป แต่อย่างที่บอก ขึ้นไปบนสุดก็แค่ไม่เกิน 100 บาท คุ้มสุดๆ แต่ละสถานีก็มีสถานที่เด่นๆต่างกันไป มีสวนสัตว์ วัด และร้านน้ำชา The must ของที่นี่คือร้านน้ำชาด้านบนสุด จะมีร้านขายของกิน คาเฟ่ และร้านน้ำชาน่ารักๆ เอาแค่วิวก็คุ้มละจริงๆแล้ว ถ้ามาวันที่แสงดีกว่านี้ก็คงจะดี ลมเย็นๆพัดเข้ามาทางช่องลม สบายดี

จากตรงนี้มองเห็นไทเปทั้งเมืองเลย เห็นตึก 101 อยู่ไกลๆด้วย ถ้าเอากล้องโปรไปถ่ายจากมุมนี้จะสวยมาก (ประสิทธิภาพกล้องเราทำได้แค่นี้จริงๆค่ะ ซอรี่ 5555) ด้านล่างของตึกปล่อยกระเช้ามีตู้ถ่ายรูปคิ้วท์ๆให้ถ่ายเก็บเป็นที่ระลึกด้วย น่ารัก (เสียเงินนะ ไม่ฟรี)

DSCF4659 Untitled-9 IMG_5544IMG_5535

The last station

เราขึ้นไปสถานีสุดท้ายแล้วกะเดินลงกัน ข้างบนลมเย็นมากก คล้ายๆหมู่บ้านย่อมๆ มีร้านขายอาหารโลคอลคิ้วท์ๆทางซ้ายมือ  ส่วนอีกด้านเป็นร้านชา เพราะหมู่บ้านนี้เขาปลูกไร่ชากันเลยทำเป็นนร้านชาซะเยอะ ถ้ามีเวลาเราว่าลองมาเดินชิลๆที่นี่ซักวันนึงก็ถือเป็นวันที่คุ้มอยู่นะคะ มันต้องใช้เวลาเดินอยู่เหมือนกัน

ขนมหวานอร่อยดี ไอติมอะไรพวกนี้ แต่อาหารที่ขายทางด้านซ้ายเราว่า @#$%^&* สตันน์อ่ะ.. เอาเป็นว่าที่ชิมๆมา อร่อยอยู่อย่างเดียวคือมันเผา.. นอกนั้นคือบับ มันไม่ใช่อ่ะ ส่วนพวกคาเฟ่อะไรแบบนี้ปลอดภัยค่ะ เซฟๆ ไม่ค่อยมีของรสชาติไม่อร่อย แช๊มกินติมแล้วบอกว่าอร่อย เก๊ากินมะได้เพราะท้องไม่ค่อยดี เพิ่งเข้าโรงบาลเพราะทางเดินอาหารติดเชื้อ เลยกินอะไรนมๆไม่ได้ เจี๋ยจัยยยย T-T IMG_5617-2DSCF4693 DSCF4682 Untitled-12 IMG_5567 DSCF4700

Way back..

แล้วเราก็กลับกันโดยที่ไม่ได้เดินเล่นเลยเพราะอากาศไม่เป็นใจ ฝนตกปรอยๆ เย็นสบาย เหมาะกับการนั่งชิลๆเหม่อมองวิวมากกว่าการเดินเล่น ก็เลยนั่งกระเช้ากลับลงมากัน แพลนว่าจะเข้าไปใช้เวลาช่วงเย็นในเมืองกัน คิดว่าน่าจะเป็น Fisherman wharf ล่ะ ต่อ part 2 กันนะ : )IMG_5532

please continue reading part2 at http://mithuna27.com/taipei-taiwan-part2


Say hi :))

FB : facebook.com/mithuna27
IG : instagram.com/mithuna27

Along the Ganges River @VARANASI, INDIA


First time in INDIA | From thought to real

PART III

( Varanasi  & Sarnart )

Varanasi a 4,000 years old city by the river with a colorful and mysterious way of life.

DSCF6072new-2

**Part one is here @ http://mithuna27.com/india-in-dream/
Varanasi is certainly one of my favorites when it comes to seeing the life of the locals in the alleyways there along the sacred Ganges worshipped by the Hindus.

A quick fact check: Being four thousand years old, Varanasi stands the oldest city of India. It was here that Lord Buddha decided to give his first sermon to the first group of disciples of 5, after he found the enlightenment in the deer park, Isipatana, where is now called Sarnart. Well, that’ll suffice for now.

IN CONCLUSION

As I used to say, “Some of the most outrageously cute experiences about Varanasi, asides from hazy streets, is probably the poops lying around the sidewalks.  You wouldn’t know where they came from or which cows, buffalos, goats, monkeys, or even if somebody left them causing unpleasant sight and smell.  Stepping on one?  Don’t panic.  You’ll get used to it fast!  Can’t get your shoes cleaned up?  That’s fine too.  Because most likely you’ll step on another in a minute.  Asides from that, these people must have had a thing for Japanese.  If you found yourself hearing some weird accented Japanese words sounding like “kimuchii” or “konichiwa,” that’s probably the locals being nice to you.  Just yell some broken Japanese in return.  They wouldn’t know what that means, but they’ll like that.  Varanasi has its charms with all these small shops in the alleyways along the river, where the locals flock to sell anything you can imagine.  This is some kind of adornment to the river in itself.  Varanasi, incredible India!”  And that is true to very last word of it.

After paying respect at the great stupa once more, I hurried back to the temple to pack and hailed a ride. Almost got caught in the traffic, I finally made it to the train station. I ran like there’s no tomorrow through the crowd, hoping to get the tickets in time, and luckily I had them. That almost brought tears to my eyes.

Life on the train

I hopped on the train, and second-class ticket brought me to the car with rather civilized, well-mannered Indians.  It gave me a different impression of the raw gruff boorish locals I normally meet on the streets.  But if you’re in the funky mood, take the local trains.  On the train, I met a boy who sat with his handsome father while his mother was napping on the upper bed.  Having fun playing Candy Crunch with the boy didn’t require us to talk much.
DSCF5677DSCF5690

*The first class car housed double bunk beds, while the second class car triple bunk beds.  Both classes of the car were air conditioned, equipped with folding bed compartment.  In the second class car, getting our backpacks into the upper bunk bed needed a bit of monkeying, and got them laughing at me.

P.S. Judging from this photo, I was still very tired from dashing in from ticket booths into the train car.  All sweaty and perked up, right?  Hahaha.DSCF5661

Even in the heat, Indians always have time for a hot cup of tea.  Maybe all the ice just evaporate in that kind of heat or it was the influence that they got from being under the British Empire back then.  Well, here is one tasty cup that took my breath away.DSCF5666

Mughalsaraij Station

The train arrived at Mughalsaraij Station in 3-4 hours, which was a longer route to take to get to Varanasi. Actually, there is a shorter route, but I decided not to take to save some money.
DSCF5698 DSCF5719 DSCF5706*A photo of Pop, a nice and polite adventure mate. We met here and he tagged along for just a few days. Pop was a nice guy who put others before him, but relentless to those clueless Indians on the streets. Simply put, even Indians thugs would have to bow to Pop. Hahaha. I’ll put off saying thanks to you until the very end, you lil’ rascal. 🙂

This pinkish fountain served the purpose freshening people up in this extreme heat. Use it to wash the dirt off your face, and clear your eyes with. And despite its hint of murkiness, this water quenches the thirst of people here. (but not me)DSCF5713DSCF5730

Super Rock Auto!

From here, it took another 30 minutes on auto.  (Auto is short for auto-rickshaw which is a kind of three-wheeler vehicle.)  The city, though very crowded with people, but at least the roads are well paved.  The roads outside the city are dirt roads.  The auto while getting through the bumpy roads shook me side-to-side, getting covered up by the dirt from the roads, feeling like being inside Koala’s March box.  So a piece of handkerchief to cover your mouth with is strongly recommended.  The driver was listening to his Indian music sounding like the beats of drums and clunky string instruments, though faintly heard from the passenger seat, I figured it must have gotten him movin-and-jammin’ through the bumpy day.  The reckless driving style made him a guy not to meddle with, cutting in front of other autos and cows just by an inch or so, constantly honking horns tempting others.  The mixture of the sweaty dirt all around me, the heart-pumping Indian songs, and being shaken in the auto rubbed me into thinking that life was so much fiercely fun.  (Yeah, a bit extreme to some.  Hahaha.)  When coming here, it must be all these things that put you in the present and recognize!  So don’t put on your earpod diving into your comfort zone of some pop songs and cutting off the surrounding.
DSCF5752 DSCF5749 DSCF5743

The Haunted Indian

The first local con man I met

The auto driver promised to bring me all the way to my lodging, but he dropped me by the outskirt junction, saying that it’s only a bit further down the road but his auto wouldn’t go. He left me to continue on foot, and because of the chaos I had endured all day, I didn’t have strength or time to argue but only asking him to point to the right direction. He said to go and ask some kids, and he took off. I looked around and found people taking autos into the city. That’s when I knew the driver conned me. He could’ve taken me into the city, and after a few kilometers on foot, I knew that it was not just “a bit further.” I didn’t know it would’ve taken me at least 2 hours of a walk into the city. Factoring in all types of road hazards and crimes, I really needed a transport. Fortunately, a rickshaw came by. The driver seemed to know the guesthouse I was headed too. So that night I was saved and got ourselves a little guide, Mayulr. What a relief!

Chaotic Night

My first night in Varanasi had a mix of fear and excitement. Unlike those in Kolkata, the locals here busy life. The streets were so full of people orderly heading somewhere, lugging carts, carrying food, and stuff. Everything I saw here reminded me of the past centuries or something, maybe the time Siam was lost to Burma. I too was flowing mindlessly along the crowd feeling hopeless like prisoners of war at the time. (It sounds impossible, but it got me going. Hahaha.) The Indians thronged the streets, very energetic and a little threatening from who knew what they had for dinner. The Holi Festival was nearing, so they were all out buying new house items to prepare. I simply inched along the street, and that was faster than any type of transport. I was too tired to walk, let alone stand up, so Mayulr got me on rickshaws and I couldn’t help but feeling like lord and mistress of a mansion having him tagging along.

While I was on the rickshaw, the locals past me by to carrying a corpse headed for the Ganges River to be cremated and washed away. They came so close that putrid smell from the corpse was almost unbearable. The corpse gave me a chill to the bone since it was only covered by thin fabric. That was how death is a grim reminder to everyone. Some days these corpses just float by the shore while the dwellers are doing all sort of things including drinking, cooking from that very body of water.
DSCF5799**DSCF5818**The auto brought me to Varanasi by night time. The city, though full of people, was still scary to some degree. My little guide, Mayulr, and I took a ride on 2 rickshaws.

Our little guide ‘Mayulr’

was a boy who are interested in computers and English language skills. He told me, “I am free until Wed-nes-day.” So I figured that was the day the Holi Festival took place. But no! He meant to say Wednesday. To him, I said, “You mean Wednesday?” He insisted, “No! It’s Wed-nes-day. You are not pronouncing it right. I took a class. They taught me. You can’t trick me,” and gave me a brows twitch acting so proud. Seeing him so proud of himself like that, I thought, “Hmm. Maybe I have been saying it wrong my whole life.” (I also found a lot of others pronouncing Wednesday wrong too. Maybe it’s something you can find out for yourself.)

The Varanasi Allay

At last, we’ve come to the alleyways. We took off on foot into these small alleys woven together forming a complex network like that Diagon Alley in Harry Potter movie. Without a guide, I would be absurdly lost. To be honest, I was totally afraid to go into these alleyways at night. They are not just so tight, but all these people were making it feel even more uncomfortable. Every step I took sent a throb to my heart. Every sharp turn may reveal dark corner and dirty menacing Indians could’ve just jumped on me and took me for their sexual adventure. All I could do then was to toughen up and make the face, but I was all too pretty and dainty on the inside, and all these features couldn’t be kept locked up but reveal themselves into a beautiful girl as I am. Hahaha. (Whaaam!! My readers must have been slapping me to snap out of my dream.)

We often bumped into some Indian soldiers along the ways. They were there to keep the peace. This is our first night. By the time we were leaving, it would be the night before the Holi Festival. I assure you. It would be the night where all hell break lose.DSCF5862DSCF5860

I could hardly found a smoker here, ever since I came. But a lot of them, both men and women, chewed areca. Its red spits can be found on the ground, and the wall. So I must warn you to watch out for people here looking like they’re chewing something in their mouth.
DSCF5786

An antique shop
DSCF6282

A street shop prepping the items for the Holi Festival.
DSCF5830 DSCF5831

If you want to go into these stores, you need to step over the front display, as I described in my Kolkata post that the way to go in is the same way to come out.
IMG_2206nn

Mysterious in the little old shop

The network of alleyways was the charm of Varanasi. The shops carry anything you can imagine, be it, candy, icy cold soft drink, a pair of scissors, stickers, postcards, rubber (Not condom; rubber! But if you wish to find condom, I’m sure they have it. Hahaha.) electrical wires, camera films, firecrackers, hair dryer, toy gun, and countless more. I wanted a pair of scissors. I asked around, thinking I would be disappointed. But at last, I found an Indian running a really run-down shop having stickers, soft drinks, some snacks and other stuff that didn’t seem to belong at the front display. He said, “Yes, I got a pair for you.” He went to the back and came out a shiny new pair of scissors, and best of all it was just about 10 baht. We wanted some scotch tape and Gauze. And what a surprise he had those too. He just went to the back and came out with everything, didn’t he? He must have gotten a Doraemon back there. In this tiny shop just a few square feet, if you want something, just ask them.DSCF5886

Then I saw a hair parlor for the first time. This is a real shop; unlike those hairdressers I normally saw operating out in the open.
DSCF6293

Now some food.DSCF5836 DSCF5851 DSCF5856Looking at this just makes your stomach growl, doesn’t it? Though I don’t recommend eating these unless you want to risk having upset stomach or worse! I took these photos just for show.

Tea in the baked clay

After finishing a cup of tea here, an Indian guy told me to toss the cup away, because nobody else would use the cup once used by people of other classes. (If this is false, please feel free to leave a comment.) So I looked around and found many used clay tea cups broken and were discarded on the ground all around.
DSCF5864

Another kind of street thug that no one would not dare meddling with is the cows. Cows are big here. They can do anything they want just like us humans. They wanna sit, they sit. They walk, sleep, piss, take a dump; anywhere they want. They don’t seem to give 2 cents about us either. And oh! Goats and monkeys too. Don’t mess with them or no one here is gonna side with you. Dogs are minor population here.
DSCF5779 IMG_2596**With a cute goat, this photo was taken after a whole day of strolling along the Ganges River. *

Finally reach ‘Shiva Guest House’

Then it was time to come back to the Shiva Guest House. It was situated near the Ghat waterfront of the Ganges. From here, I could have walked to the river, if it hadn’t been too dark to stride through rough walkway. Google Map that I used frequently on this journey was useless here. I had to rely on my little tour guide. He led me through the dimly lit passage to find the guesthouse. As we neared, my guide led me to turn to a really dark corner, too dark too really see anything. I cringed. It got me suspicious of him whether he was leading to some kind of underground whore house, and my little life would be ruined. After all, in this town of unknown, who could I trust really? Good thing I came with a friend. We hesitated a moment to muster our courage, and took steps into the dim walkway. Wow! I found my guesthouse. Whew! What a night! The room was . . . cozy. Everything seemed decent. Except an old photo of an Indian guy on the wall gave me a creep everytime our eyes met. After a night rest, I came down this very street again. Of course, it didn’t scare me as it did the night before. I realized it was all in my head and I was so tired from spending all days with some hectic crowds.DSCF5897(Someone asked which camera I used. I used Fujifilm X20, and Lightroom to retouch these photos.)

DSCF6216

Guess what this is. It’s clothes hanger. They seemed to be everywhere; the ceiling, or the floor. For these hangers they go all the way up to the top deck. I wonder what they’ll do when comes rain. (I forgot to ask.) The photo on the left was an upshot, the right, taken looking down from sundeck.
Untitled-2-2

This guesthouse seems decent except that it’s a bit hard to find, and like I said, scary at night. It’s near Ghat waterfront. A short walk and I could find the Ganges River. All sorts of tourists were staying here. They liked sitting in the sofas in front of their rooms chatting about their days and what they found. Perhaps they were even friendlier when they knew I had similar experience. So I encourage everyone not to by shy, talk to them, exchange opinions, and little cultural values.

The Ganga River

Ok, this is the climax of the story. Ready? Good. Follow me. Today I woke up and waited for Mayulr, my accidental guide for another day. But he didn’t show. I paid him for 2-day guide yesterday. I should’ve paid him day-by-day. I didn’t know whether he woke up late or he simply took off. Hahaha. “That’s fine,” I thought. My friend and I waited a moment and decided to head off so we wouldn’t have missed the Golden time.

The first time I laid my eyes on the Ganges rendered me breathless.  I kept thinking that it was so astonishingly beautiful that I couldn’t even begin to put into words.  I felt as if my heart was about to explode.  My hands must have been holding the camera strapped on around my neck so it wouldn’t fall, or these charming photos wouldn’t have materialized.  But I knew no photos could capture the sight that I had that morning at the Ganges.  I only wish these photos would move you, and these words would at least tell you the profound experience I had that morning.

DSCF5900

DSCF5907 DSCF5904

If my eyes did deceive me into thinking that it was a heavenly river, I tell you, I have no complaints.  You have to catch it at the right time.  Go in the morning no later than half past 6, or what you’ll experience would be completely different from what I’ve captured here, which is perhaps the reason some people say, “It’s just a river.  Stop overrating it.” 

You have to be at the right place, at the right time to fully experience this momentous hour of the day.

Life along the river

People who live by a four-thousand-year-old river.
DSCF5911At the Ganges, everybody seemed to get up early for their morning baths. (And maybe morning pee-pees too, but I’d rather leave it to your imagination because I happened to test the water with my own hand. Hahaha.) The Ganges has many names; some calls it Ganga. It depends on their territory.

The light of the new day

This is the shore of Ganges as I’ve seen it in Discovery Channel documentaries since I was little. The Hindus perform their rituals here, preserving the water for consumption, or bath to wash away their sins. I arrived on Sunday morning. The light of dawn reflected off glistering water looking like a vast golden land as far as my eyes could see. Everything on both shores found its life anew as everybody came out for bath. Some came to wash off the ritualistic paint they had from the day before. Today was the day before the Holi Festival. Perhaps that’s why everybody seemed happy and friendly. Compared to what I used to see on Discovery Channel or Google search results, these old damp paintings looked more vivid in real life. (Before I came here, I Googled Ganges and Indians. All photos I saw looked rather hopelessly grim. But don’t you do that right now. Read on and let’s imagine together. Before you come here and see the grim reality like me. Hahaha.)

Ganga river

Due to the fact that people set afloat the corpses or even cremate them here, Ganges is undeniably one of the most contaminated on earth. Surprisingly, scientists found high amount of Oxygen and microorganism capable of consuming harmful bacteria or virus. The more people keep bathing in the water, the more of those microorganism. That makes the Ganges 25 times more resilient to return to its normal condition than any other river in the world. I am here to attest that the water is clear not murky and odorless not stinky. Here’s proof.
(Info: Ganges River of Life, “Wildest India” a documentary on Animal Planet.)DSCF5921DSCF5923

Let’s shove off!

Now on to the boat! The light is looking swell. 🙂
DSCF5914 DSCF5927 DSCF5930DSCF5951

The hotel of death

This is where they cremate the bodies. They name this place “Hotel of Death.” It is divided into small rooms to arrange for the dead and the relatives to perform their rituals. No photos should be taken, but I didn’t understand the old boatman, so I was taking many photos until the other boatman shouted at me to stop. That’s when I thought, “Oops, sorry.”DSCF5962

For the rich, they can buy enough wood for cremation, but for the poor, only so much they can afford. All the remains will be disposed into the river. I actually saw remains of a cremated body floating by. Well, at least there was still some coversheet. They use white plain cover sheet for male bodies and any other color and pattern for female. I could see the corpse floated by the locals who were having play time with each other by the water. This is normal for Hindus for they believe that death liberates a soul from suffering. My boatman said that the fire here had been burning for at least 4,000 years. They cremated at least 10 bodies every day.

Moment on the ship

It’s nice. The boatman taught me a thing or two on boat paddling. We alternated a little just for kicks. 🙂
DSCF6072new-2 DSCF5970 DSCF6040 DSCF6056
Asking the Ganges for pardon with a floating basket. Other boatmen would paddle by selling these to you. They take asking price, so go ahead.
DSCF5983

Some people were there to perform rituals, while some were just having watery fun. I was free to take photoshoots, unlike in some countries that people may be offended. Here, the locals couldn’t get enough to be photographed. Hahaha. Just look below.
DSCF6016DSCF6004This man must have been performing a ritual too.

Once I got to the other side, these ladies were performing another ritual, building some kind of sexual Shiva symbols with sand to worship Shiva. (If you want to know about that, Google Linga.)DSCF6028 DSCF6032

On this side of the shore, you must watch out for the con Indians. Absolutely and definitely don’t bother with them!!! They come selling you something, say no. They come giving you a massage, walk away. One guy came to me saying “You happy, I happy, you pay, happy together.” Don’t bother with them. Once you give them some cash, they’ll never leave! Though I recommend taking a horse ride. Don’t forget to settle on the price first.

It’s getting late. I’m getting off the boat.DSCF5988DSCF5933 DSCF5931DSCF5942*Pei and Pop were trying hard, real hard, to look like the locals. Yeah, well. Hahaha. The type of hats they’re wearing is actually used in wedding ceremony. It can be found quite easily. Mayulr brought these guys to get one the night before.

IMG_2306L&HD-2

I’m so satisfy, here is your tip ; )

My boatman was constantly trying to explain to me things in Hindus while we were paddling. I hardly understood anything he said. Some hand gestures helped communicating with him. Like for the time he was telling me in Hindus not to take photos around the Death Hotel, I was actually taking excessive amount of photos just as I thought he said to me to take photos. I didn’t understand him until the other boatman shouted at me in English. Hahaha. Well, at least I got these nice photos. He also taught me to paddle. I was impressed by his honesty and kindness, so I gave him a 200-rupee tip. You like someone when they do good service to you, you tip them, right? After an hour of boat ride, I returned on land. DSCF6080DSCF6099IMG_2340

I saw this guy looking like his head was going to crack open with blood all over his head. Stay calm, though. He had just joined the pre-Holi Ceremony. That red liquid could take a week to wash off. Yet he looked like he was having fun, didn’t he? I told you Varanasi should be a nice place to visit. Hahaha. DSCF6142 DSCF6152 DSCF6179 1200-2 DSCF6134 DSCF6198


This is the chic outdoor barber service that I mentioned before.
DSCF6107 DSCF6112

Bird feeder
DSCF6187This guy was yelling at me for stepping on his bird feed, but once I turned around and point my camera, he suddenly turned the smile like so.  Hahaha.  Charming, huh?

About the Holi Festival

This is about time people come to wash off the paint from Holi Festival. It’s hard to rub off, and should stick for days. They believe it’s for lasting friendship. About the Holi Festival, it takes place just when the winter is done, and spring is on the rise. Hindus cease this opportunity to celebrate, splashing paint, and colored dust on each other. The colors represent the will to live prosperously, and like I said, the hard-to-get-off paint represents lasting friendship. Indians set aside social classes during Holi Festival. Just have fun, real fun. Settle rough edges with the neighbors and things like that. It’s that time of year that love fills the air, despite insignificant change in beliefs throughout the years, just like any other traditional festivals like Songkran in Thailand. Here, the night before Holi, Hindus are setting bonfire and burn Holika dolls. It’s a belief to burn evil things, and that good will always win.
DSCF5858

The Civil War??

To be honest, I didn’t know why people were so unusually disorderly the other night. See. Holi Festival is like a civil war. Picture everyone running around avoiding the bomb, saving themselves. (Actually, they were as drunk as skunks. That is how Indians got drunk.) Some even lit up firecracker and dropped it in the middle of a crowd. Some set bonfires. To me, it was a total chaos. My friend thought they might have been burning someone alive, and they had their eyes on me. Well, that’s gone too far. But we have to watch out among the drunk, right? After all, they looked scary enough sober, when drunk, who knows? I was riding a rickshaw and suddenly a local came and slapped the driver on the face. When I catch an auto to return to Kolkata (I chose to do that at night time for some reason. Hahaha,) a guy threw a live firecracker at my auto. Good thing I had the shades down, otherwise it would have come inside my auto and I might get burnt or scream my lungs out. So I must recommend to stay in-door at night, or you’ll risk losing your sanity.

Ganga Aarti

Ganges Aarti is a symbolistic ritual to worship Ganges with fire. None of the god worships can be complete without Ganges Aarti. It is believed to bring wholesome happiness to the worshippers. It starts at 6:30 every evening. People gathered around and chanted together to appease Ganges. Ok. Ready? On land or on the boats. The chanting was about to begin. Ready your Aarti lantern, lotus blooms, and some scented incense.
DSCF6299 DSCF6306 DSCF6331

The ceremony began.  Chanting started.  Trumpets were blown.  Gong was banged resonating spellbound sound throughout the area.  Strangely peaceful indeed.
1939539_612594345488670_549111267_n-2 DSCF6343 DSCF6419DSCF6373

We were on a boat trying awkwardly to paddle our boat to chant with the locals. Luckily the boat was not so far from the shore, so I easily got on land. Attending the ceremony on the boat, and chanting on land certainly gave me different kind of experience. Coming close to these people being among them chanting, I could see their eyes full of faith and I couldn’t help but feeling the same. 🙂 That night, I returned to my room heart filled with joy that I would remember all my life.
IMG_2614-2

YUMMY!

Yummy! Let me introduce “Ganga Fuji Restaurant” and especially “Spicy Bite.” The food there was so unbelievably tasty. I liked it so much. The locals there can also fix you some Japanese menu, and Korean menu. A lot of tourists dropped by and had a taste.

These menu below are from Ganga Fuji Restaurant. This restaurant had full musical bands playing Indian fun jumpy music.  Many customers left a piece of greeting notes on the wall.  If you go there, try to find mine. 🙂  I dined here since my first night.  I brought Mayulr too.  These were different curry dishes that I couldn’t remember the names.

DSCF5882

Chicken Tandoori DSCF5874

And this is the best contender, Spicy Bite menu “Chicken Burter”.DSCF6289I think the winner this round went to Spicy Bite : )

SARNART

“Sarnart” or known Isipatana park in the old days.

Let’s go on a little pilgrimage, shall we?
Before setting out, do little face painting, and snap!

DSCF6234 zIMG_2486-2 Untitled-1

Today, I’ll take autos into Varanasi.  On the way, an official hitched a ride with us.  I wasn’t alarmed or anything.  It’s normal. 
DSCF6279

The Sarnart entrance fee was just 2.5 baht for Thai visitors, a great discount from regular 50 baht, because Thais had been not only visiting the park, but also rebuilding it.
DSCF6246-2

The park was very spacious with many historical sites.  For those who aren’t religious, they wouldn’t get the sense of the significance of the park. 

zIMG_2565(q)-2

The Lord Buddha delivered his first sermon to his first disciples of five here some twenty-five hundred years ago.  The Dhamek Stupa is now set on that exact spot telling the visitors the story of Buddha enlightenment and his setting the wheel of Dhamma in motion at the time.  Now, allow me a moment of peace to pray  : )

DSCF6251DSCF6255 DSCF6267

You can also meditate here, and despite the heat, you should find peace within.  Then it’s time to get back.  I was still holding on to the charm of the park.  I wish I could stay there for Holi Festival.  But well, better stick to the plan, joining the festival at Kolkata, then fly back to Thailand.  That night I returned to the guesthouse knowing that it was the pre-Holi night, so I should have fun going back again.  (As I mentioned in “About the Holi Festival” and “The Civil War.”)

End of this trip

Finally, I want to summarize my tips for you,

so you’ll be prepared for your trip.  I’ll also tell you how I felt about the trip, and my opinion toward India briefly.

DSCF6931

About how I felt

  • With all the hardship and discomfort going on this trip, I’ve come to be aware of my physical strength.
  • The autos gave me exciting experience, even though every ride almost gave me a heart attack.
  • I shouldn’t have given any cash to any kid-beggar because all others would surround me begging for more.  *(Actually, they would come begging no matter what.  So be prepared for cutey-dirty kids all over you, and don’t get scared.) *
  • Dirt!  Gosh, so much dirt!  Just imagine yourself being sprinkled on at the top of those chocolatey sweets.
  • Even though they know we wouldn’t understand neither Hindi nor Bangalore, they speak it anyway. 
  • Having intense feeling toward someone and want to let it out?  Yell something in your language.  They’ll shout something back in their own language; an altercation just for kicks and nobody gets their feelings hurt too. 
  • Stepping on poops in Varanasi is like breathing the air, drinking water.  Chill out! 
  • Anything can happen on the walkway there including poops, pee-pees, product displays, damp clothes on the hanger, animals, chicken slaughtering, or even human slaughtering.
  • Indians, particularly, those at tourism sites, are aware of you tourists with cameras.  Whenever they see you taking selfies, they’ll call you out and if you think they’d take photos of you handing them your camera, they’ll say, “No.  No.  Me.  Me,” with his fingers pointing to himself, and before you know it, they take a few steps back and pose.  Hahaha.  You’ll get used to it.  Go on and take “their” photo.  Show it to them too.  Don’t be rude.  I assure you they want to see their photos. 
  • The sales reps here are really aggressive and ready to pull off any tricks.  First, they may tell you, “It’s free.  It’s free.”  While they’re doing something for you, say a message, they’ll notice you’re feeling happy, and they’ll almost immediately say, “Happy, happy.  You happy.  I happy.  You pay.  Happy together.”  Haha.
  • When buying something, negotiate the price.  They’ll get you more than you really want to buy, with a cute smile on the face, and end up costing you more.  If you say you don’t want all the extra stuff, they’ll simply make innocent face saying, “Oh not 5?  Just one?  Well get 2 then?  Why not get 2?”  Something in that vein.
  • Travelers, there are real travelers.  They are very friendly and no one is too proud to talk to one another.  Probably they realize that they have never lived a life with so much hardship and that goes the same to you.  Haha.
  • Indian foods are tasty, hands down.  Don’t believe the naysayers.  Go there fully prepared about what to eat, where to dine, and you’ll find the whole experience more pleasant.  Do your research.
  • For anybody who says India is filthy, I have to agree.
  • Before buying any product or service, make sure to get the exact price of each item.
  • Always check your bills, because ringing the bills wrong happens all the time in India.
  • Make sure you fight back when you’re taken advantage of, or they’ll do that again and again on you.
  • Getting a Sim Card there is very difficult.  I wouldn’t do that on a-few-day trip, but rather, use Wi-fi inside any shop you can find.
  • If you’ve never visited India before, make sure to have some mobile data plan.  Get a roaming plan if you have to.
  • Don’t ride the Kolkata subway, unless you have to.  Though very cheap, it’s so cramped with Indians that it may suffocate you.
  • Buying things outside the mall, try asking half the price.

India is full of 2-opposite things visually or emotionally.
Life goes through so much hardship, but touching smiles are everywhere.
If you asked me what I impressed me most about the stay, I would have to say their smiles.  (Yup, a bit cliché like beauty pageant, isn’t it?)
The dirtiest surrounding I’ve ever encountered.
The prettiest sight I’ve ever laid eyes on. 

All in all, this trip to India has been the most glorious 7 days of my life.  While living there can sometimes be dangerous, India shall stay in my memory as a country I most adore : )))

Self Note

I’ll always remember . . .
The impression I felt once I got out of a cab and shouted, “Bring it on, life!”
The impression I felt when I set my foot off an auto.
The first taste of chicken butter and Nans.
The cringe and frustration I felt when I got on a sleeping train.
The morning at the Ganges River.
The moment when I reached into the holy water of Ganges.
The fright while I was waiting for an auto in the dark night among those Indians crowd.
All these precious memories that I have never felt before.

zDSCF4916(Q)-2

SCHEDULE

Trip records: March 13 – 20, 2014
13 Flight to Kolkata.  One day to visit Victoria Memorial.  Packed inside a cheap 2-baht subway.  Shopping.  Deep in the underground market (for money exchange.)  Night train to Bodh Gaya (Sealdah station)
**14 **9-hour train ride to Bodh Gaya.  Spent a night at Thai temple.  Took a stroll.  Worship the Mercy Buddha at Mahabodhi Temple.  Evening rickshaw ride to the Japanese temple. 
**15 **4-hour train ride to Varanasi (Mughal Sarai station.)  Arrived by evening.  A boy as our guide navigating the network of alleyways and finding the guesthouse.
**16 **Catch the Ganges at dawn.  Sarnart at brunch.  Back at Varanasi for dinner.  Out at six to get tickets to attend Ganga Arati.  By late night, catch an auto to Kolkata (very scary.)
**17 **Lonely and quiet day in Kolkata.  Off to Kali Temple, but end up at a wrong one, and almost watch cows and goats sacrifice.  Visit the St. Paul’s Cathedral and the tomb of Mother Teresa.  Shopping for some souvenirs.
**18 **A whole-day train ride to Santiniketan.
**19 **Off to Kali temple, and got it right this time.  Got back and had Peter Cat for dinner and make Henna.
20 In the morning, fly back to Thailand
 : )

BUDGET** **

Visa : ** $65 (in Thailand)
Jet Airways : $188
Train : $52
Living & other: ~$60

Total   $365**

Exchange rate 1 USD = 65 Rupees (from underground market in India)

Don’t forget

Mandatory items & Cautions

Mandatory items include:
+handkerchief
+a pack of hygienic masks
+smelling salts
+diarrhea remedies
+hand gel
+wet tissue
+bunch of small bills
+petition paper for VISA.
+Allow 2 weeks after being vaccinated. The hospital should best advice you regarding vaccination once they know which country you’re headed. I took 2 vaccines against Typhoid and Encephalitis.
+Spending a night at Thai temple at Bodh Gaya requires booking through their Facebook page.

+The document that you have to print for VISA https://indianvisaonline.gov.in/visa/info1.jsp

Vocab. Note

Rickshaw = basically a three-wheeler.
Auto = motorized three-wheeler.
“Namaste”, “Namaska” = Hello.
“Bai-ya” = “Brother”, “Bro” male auto driver.  (“Di-di” = Older sister).
“JOL LI – JA RO” = Go faster.
“A-cha” = Ok.  (When saying OK, you have to shake your head.)

Other

– Many Indians are vegetarians.  So packing of many products or menu items at the restaurants are clearly labelled Veg.
– India is not a country that you should travel alone, especially for women, first time travelers and visitors, or during festivals.
– India is a dangerous place.  Be on guard most of the time, and the rest be hopeful. 

– Not just in India that you should be on guard, any other foreign countries too.
– Any place can be so dangerous if you are reckless. And no place can make you happy
 if you constantly focus on the negative side of things.
– So, Use the positive and negative at the right time. (only you can know, what the right time is.)

Special Thanks

Thank you, all of my fellows.
IMG_1754Untitled-1 water merge

After the trip

The only remnant from the trip to India is the Henna that I got. It lasted for a week after the trip, and everytime I looked, it reminded me of India.  Thanks for everyone and everything that made this trip possible. It had been an undeniably precious experience. Bye-bye India and until next time. I promise that.

1966776_612856655462439_1005785359_n


Say hi :))

FB : facebook.com/mithuna27
IG : instagram.com/mithuna27
TW : twitter.com/mithuna27

BODH GAYA | Feel the faith


First time in INDIA | From thought to real

PART II

(Bodh Gaya)

Bodh Gaya, Feel the faith under the Bodhi tree

**Read the first part [email protected] http://mithuna27.com/india-in-dream/
Just step into and you can feel the power of faith under the Bodhi tree.

In India, I saw believers in all races of Buddhism gathered together at the Mahabodhi Temple, where the Buddha enlightened. Both the Tibetan Buddhist monks and ordinary people, that worship in the Buddha, stay, pray, and meditate here. Everyone is really indeed and calm. I love to see the eyes of faith that people who come here have. I saw belief in it. It was so intense that I got goose bumps. If you would like to visit this place, please come with the intention of it with your real faith. Remember that you are coming in the place where the world’s great apostle enlighten and seen the truth on this earth by himself.

9 hours on the train

We spent 9 hours on the First Class rail train, which had bunk beds and blankets that are bristlier than elephant skin. Weirdly, we fell asleep like dying under that elephant blanket without any imagination of train station fright or the subject itself. We woke up again at 7 o’clock. Most of the Indian people are already woke up. I looked down and saw an Indian aunty on the bed below, woke up before me. She is sitting by the window and looks like she is thinking about something. Her eyes look out to the vast outer land. The sun shined through the red curtain onto her, and the light flashed with the shadow of trees outside. That scene took my eyes for a while before taking eyes off to a wider area outside.

It’s the point that I felt like I’m being just a small human, bringing myself traveling in the big world, in the new big realm among the cultures and people that are unfamiliar with.

I looked out, there was only a barren land without any buildings. Some areas have farms or a little house located there. This relieved me, my swells inside. I like this feeling.
I felt like there is a lot of things that I have never seen, never felt and never experienced. So much of it.
I had relieved, no worry about anything. Stop thinking about troubling issues, the job, and the uneasy things.
They are all just like a small dust when I took myself out there. And realize “So far, how have I took that little thing so serious?”

This feeling, we called it. “The feelings of those who depart,”

I think it is not just a feeling. In fact, it has something to do with spirituality. It’s like getting closer to nature. I thought the things that our humankind created is the greatest thing. Those inventions were the things that we always been caught up with. When we came out and experience the nature, which is the origin birth of life. Those inventions are just a small fraction of the powder of mother nature.

IMG_1917klove1891203_612547322160039_860922893_n-2

Almost got to Bodh Gaya. I washed my face with wet tissues and prepared bottled water. Actually, I wanted to use the restroom. But after seeing it. Okay, let’s skip to the restroom at Thai Temple instead.

DSCF5109 black

On the train, we talked to the Indians again. We gave him Japanese snack. He split it into pieces and gave it to his whole family. Then they gave us a big pack of chocolate as a return.
Actually, Indian people are kind and lovely. We slept first class train, so maybe we met people that are calmer. (But the local train are funnier)  We were getting close to Bodh Gaya. The outside view became more attractive after seeing the arid areas for a while.

Funny Indian

We reached Bodh Gaya at 9 o’clock in the morning.
We got out of the train, and suddenly, the unknown smell infused throughout the station. I looked around and found the origin of the smell. Apparently, “a man was peeing.” What I just said is not just one man, but they were standing in a row near the station wall. I grabbed my camera out and tried to took it. Previously, I got a pooping kid. I missed it a lot of time we saw people peeing in public. Now, I got one! Mission completed! Give me a hand!
1901272_611830742231697_1128825276_n-2

At the station with Indian people

I’m getting used to their habit a little bit. In the image that everyone looks like the cheater, I feel that they had a playful mood in it as well. In this picture, I would like to take a photo with a bogie. But a guy inside the train pushed his tongue out and play with his eyes. So I changed my mind to take pictures with him instead. Then, two more Indian came to take a photo with me. If we stay longer, I would have to take the photo with the whole bogie.
DSCF5130 IMG_1878

Gimme more!

We headed to the Auto car to get to Thai Temple. Indian people kept pressing the horn and driving dangerously. To tell you the truth, the drivers here must be very skillful. It’s like they almost hit a cow for several times but not. They just drive very near within an inch. Kolkata, which is known as a hard city to drive in. Here is far more challenging. The dust was all around, and the road has holes that could give you a neck pain. You might feel like your intestine is almost gathered together on the toes. Is there any difficulty more than this?! Bring it on!

On the way to town & Cow poop

The cow is holy God according to their belief. So how can cow poop not be sacred? Valid logic, right? I will not argue that. By the way, Indian people take the cow poop and get a handful of it then roll it into a flat bundle, Finally, plug it into the wall. It will be like Chinese Chive Dumplings on the wall but let’s make a guess “What is the Cow’s poop art for?”. I searched it. The results said cow poop here could protect you from evil things and prevent that things to get into your house also attract to your family too. But actually, it is a fuel. I saw that when he form it up, they put a little hay in it. And put it on the wall. When the scraps of hay went down because of the dryness, they took it and used it as fuel in their household. This thing could be kept for a long time. And you know what? It’s unlimited, and it coulee be sold in the market for money. This is brilliant! 

DSCF5154I did not take a picture of cow poop wall hence the car was shaking at that time. During our way to the city, this is the best picture.

Thai Buddhist temple & First Thai food

Here we go, Thai Temple.
Seeing Thai characters gave me a warm heart feeling. It’s like coming back home, seeing friends. We booked it earlier via Facebook of the temple, They said there was enough room for 3 people like us. Then talk to the monsignor and gave them the papers before going to our room.

WAT THAI BUDDHAGAYA
This Thai Buddhist temple is considered to be the first Thai temple in India. It was created by the Indian government, celebrating the Buddhist century or the Buddhist day (Visakha Puja day) in 1957. Therefore, Indian government invited Buddhists all over the world to create their own temples in Bodh Gaya, the origin of Buddhist land and Buddhism. By the way, Thailand has responded and built the first temple of the event that is this temple. Then there is the temple of Japan, another Tibetan monastery. I’ll bring you there.

DSCF5158

While we were waiting, an elephant mahout was riding in the elephant passing by. Monsignor gave him some water. The elephant drank some water and played with it.

So he sprayed the water for it, the elephant enjoyed playing with him.
DSCF5162

This restaurant located in front of the with its name ‘TakBatr,’ which means ‘offering food to monks.’ We sat down and had a talked with the restaurant staff for a while. I miss Thai people. Coming here at Thai restaurant and eat Thai food for the first time since I had been in India. You know that feeling? Previously, I ate roti, curry, flour, and cheese. I miss our jasmine rice. I want to eat some rice. A soft one with fried eggs in a Thai style, which is like it’s overcooked, but not. The egg came with a yolk jam inside. I tasted it, and it’s like I’m home.

DSCF5171

The best toilet, I almost tear

This place has the best restroom since I came here. It has “toilet spray”!! I love it!! Those foreigners might not understand the way Thai people use “toilet spray.”
Just think about it, if you accidentally step on dog poop with your bare foot, will you use tissue paper or wash it out with water? Wash it out, right? Yes, exactly! Same as Thai people, if you get dirty, you have to wash it out with water. Otherwise, you will feel like there something there all day long.

From my experience, the room here is charming and neat. There were 5 beds. You can take the full rest. Also, the restroom was immaculate. (I am so sorry that my photo shooting has gone that moment. I was so tired, and I forgot to snap our room).

Okay, I’m over with the room and the sprays in the bathroom. I put my stuff down and even though the bed told me to lay down and get some sleep. I have to ignore it and go to the great pagoda.

Bodh Gaya people

On the way to the great pagoda, I saw the local way of life here. The main road is a dusty old road and full of traders along the way. If you want to buy something, just dust it off a little bit. Then it’s good enough.

Let’s start with a ‘barber,’ the arrange a pop-up shop outdoor, you can see them chilling by the street. The packaging they used is reuse according to the 3R principle. (reduce, reuse, recycle. they use all the 3R together) Every bottle container could be reused. Even a toilet washer liquid container could be used to contain hair spray. 

DSCF5217DSCF5609

Everyone here has their skill in putting the stuff on their head. Especially, those girls. Do not underestimate them. They got their way to do it. They said it’s better than carrying.

DSCF5650

Pani Puri is Indian food.
It is a hollow crust of crushed flour. When you eat it, you have to put your thumb in to make a hole. Then put the sauce in the hole before eating. (The sauce consists of potatoes, beans, chickpeas, onions, tamarind juice and so on, depending on the recipe). I did not try it because I saw him put his thumb in and I did not brave enough to eat. Ps. Looks like I was caught taking photos.

DSCF5201 DSCF5603

Indian Souvenir

There were souvenirs along the walking way such as bracelets and rings. I bought the hairpin. Ps. The ring below was purchased from Kolkata. I like it. It’s cute. When I went to Leh Ladakh, it was twice as expensive. We could also make a bargain here!
DSCF6939-2

“MANI KOLO”
is a gift with its funny history. I bought it, and it’s quite useless for me. Haha, not recommended to buy as a souvenir but you could buy it for yourself. I saw it while Tibetan people praying, then they rotate it, but with the big one. I came out and found a tiny little one, and then I bought it. We spin it in the coffee shop (for surfing the internet with their free wifi), and a Tibetan monk saw it. He told us it is called ‘Mani Colo.’

It is Prayer wheels or a Tibetan prayer tools. It’s for making a spin during your prey. Inside, there is a sign or chant that reads ‘Oṃ maṇi padme hūṃ’ written on a long sheet of curled paper, wrapped up together. In conclusion, “It is a buoyancy in prayer itself.” See? This is so cool!  We just pray and spin Mani Colo, which has 3,000 chapters. You roll in the first round, that is, we prayed to 3001 and then turn four rounds, we pray to 12,001 chapters! This invention was created before Steve Jobs invented the computer. What a smart!

DSCF6934-2

The Goat as a Pet

I walked down the street and saw a lot of people walking their goat as a pet. They don’t pet a dog here because it could not be eaten. Hahaha.

DSCF5405DSCF5173 DSCF5197

Colour-Block Style

Indian girls love to put on colorful saris, especially children. The are allowed to wear two pieces. So, their mom enjoys putting the clothes on their kids with contrasting color. If you turn around unprepared, you may be blind, yellow – pink, blue – orange. Trend Color-block might have the inspiration from Indian. The dressing skill of people here is excellent. Not just women. I can see from far away here. Their favorite and most often seen is red and pink. Someone who wears another color would wear a little red and pink items too.

DSCF5225

Next, the content will be about the history of Buddhism as the main content.

Bodh Gaya (Mahabodhi Temple)

Place of Buddhas Enlightenment

Bodh Gaya or Buddhist temples, or the Mahabodhi temple has been registered as a UNESCO World Heritage Site. It is located in Gaya, Bihar, India. Far out to the west of the Neranchara River 350 meters *(still remember? Neranchara river is where the Buddha brought the tray of holy rice from Suchada and floated it for a gulp that if he achieves attainment of the mantra, the tray will float upstream and the trays have flowed upstream follows his prey.)

**4 steps of Bodh Gaya’s history **
~ In the 3rd year Buddhism, Bodh Gaya was built and maintained. (In Ashoka King age)
~ The 17th century(CE Year or 12th BE Year), it was destroyed by the invading Muslim army and abandoned since that time. (Damaged by Muslim Army)
~ 1590, it was conquered by Hindu and tried to change to a Hindu temple. (Dominated by Hindu priests)
~ In 1874, the Burmese king came to restore some parts (Restored by King Mindon Min)

4 important things in Bodh Gaya
There are four main points to remember as, Maha Pho Pagoda, Buddhist mercy inside the pagoda, the observatory and the Sri Mahabodhi tree.

Before getting in, you have to leave your camera outside. But if you would like to take it in, you have to pay the fee for 100 Rupees. The mobile phone is strictly prohibited. You have to keep it only outside the temple. It’s a security policy here to prevent interruptions in this holy place. The shoes are recommended to put in a plastic bag and put the bag in your backpack otherwise it could be lost especially Nike and Adidas.

Mahabodhi Pagoda

is a rectangular pagoda about 51 meters high, with two layers The lower layer is where The Mercy Buddha is located and it is the place to make a worship. The second floor is a room to prayers.

DSCF5257 DSCF5263

Buddha Metta (The Mercy Buddha)

is a statue as the represent of the Buddha at the time he beat the demons and achieve the Dharma.

As they said

The Mercy Buddha is a Buddha who survived the destruction of the King Sasangka (the Hindu king), about 1,400 years old. Lord Sasangka did not want to be under the rule of Bihar. So he put the war in Bodh Gaya, which is the heart of Buddhist at that time and ordered to burn down both the Bodhi tree and the Buddha. This destruction was ordered to cut off the tree branches, all roots, no matter where they go and burn down them all. But the steward ordered to destroy the mercy Buddha had his faith in the Buddha. Therefore, he ordered his workman to build the wall to cover the Buddha and build an altar at that position instead. When the steward hid it. He told his king that he has already destroyed the Buddha. King Sasangka listened instead of glad, he regretted so much that the blood flowing out his nose and mouth and then he died at that place on the 7th day since he ordered to burn it.

In this place, people often visit and pray or meditate but less than the outside because of the small and narrow room. When the group of tourists takes a visit, the room will be very crowded. So Monsignor or the staff will not allow them to sit for a long time. Most people will bring robes as an offering to the Buddha. Monsignor will take it and change it for the Buddha.(See Figure 2, you can see them changing the robe for the Buddha.) The fabric used must be 3 pieces of the robe, and the robe is usually clear fabric pattern. The beauty of robe will emphasize on the left shoulder robe. Some of them are thin gold lace embroidered with sparkly jewelry along with the background behind. This is gorgeous and charming.

DSCF5265 DSCF5576

The Bodhi tree 

Phra Sri Mahabodhi and the Observatory

This is not the original tree from the origin of the Buddha on that day. This is the fourth tree represent the original tree from the buds of the original tree.
The first tree is call Nation tree, which is created on the same day that the Buddha was born at 352 years ago, was destroyed by the King Ashoka’s wife because of the jealousy that King Ashoka take care of this tree more than her.
The second tree powered by Ashoka from the bud of the original tree, which is almost 900 years old, destroyed by the god Sasangka, as described above.
The third one powered by King Puronworama. He came to India and declared war with King Sasangka. Then he planted the tree bud, which is 1,278 years old.
It is said to have fallen by its lifespan when India was the British colony.
The fourth one is The current tree, powered by General Sir Alexander Cunningham. He brought three buds and planted them behind the pagoda.

DSCF5287 DSCF5281 DSCF5325 copy

When I went there, the sun is not that hot, and the wind blows through the tree and pagoda. Strangely that I stood under the tree, I felt so calm and peaceful. The Bodhi tree branches shade the shadow for people praying to worship the Buddha. It is recommended to prepare the psalms to yourself. In case you don’t want to make a prey, you could walk around in a calm.

The observatory will be under the Bodhi tree, surrounded by a wall. Most people will get their foreheads and lean it against the wall and close their eyes. Then intentionally pray with a calm mind. This place is full of power, faith, belief, calmness and coolness of the wind. The marble floors and shadow from Bodhi trees allow us to sit here for days.

DSCF5388

The Faith

There was no division or races here. Everyone comes here with same faith. Some people make a prey, some make a meditation. Some people walk. Some people read the principles. Some people sit still under the branches of the Bodhi tree like the are thinking about something in their peaceful mind.

DSCF5294DSCF5293 DSCF5316DSCF5391

The Tibetan Zone

Back to the Tibetan monks zone. When they make a prey, they would have a musical instrument such as a tool that gives its sound like a flute and a batter like a drum machine. Listening to the prey and the harmony of the instrument could make you a calm mind as well. The picture below is a shot that we love so much. A little boy, Lama, turn to see us take a snapshot and smile. I do want to tell a story about Lama for a little more, but we will keep up at last. 

DSCF5449DSCF5419DSCF5434 DSCF5396DSCF5480 zIMG_2096-2

The Thai monk zone

Thai monk will be in another zone, which is divided the area because of the difference of ritual and psalms.Tibetan priests will arrange their ceremony during the day and Thais will do it in night time instead. At that night, we went there for a peaceful walk. We heard Thai monks pray together in unison. The hymn is very harmony. We knew some of the Psalms translation. It is not that difficult to understand. I think that even you don’t know what they say, but you will definitely feel something for sure. Now, its end of euphoria part. Next part, we will take about the view and other things.

DSCF5581

Other zone

zDSCF5495-2

Local Market

Local Market – there were fried Pastries of India, fried chicken, which is just put close to your mouth, you could feel the spice in it.

And the taste is what I expected. It’s full of spices, a lot of spices. If you stay in India for a month, and you don’t have spice smell from your body. That could not be true.

DSCF5513DSCF5515

Until the end

In India, people here will use their shoes till its lifetime. If your shoes are broken then repair it again and again until it can not be repaired. (Do not choose to steal the shoes from the temple Mahapho, like our brother got stolen from.) There is a local shoe repair shop that when we turn the camera to them, the hold two fingers up and smile as general Indian people. Oh, I love it! The country that people not afraid of the camera or make an angry face when we take photos. Sometimes, they call us to take their pictures!

DSCF5521

/ Thai Temple is about 500 meters away from the Mahabodhi Temple, so we traveled by Rickshaw for about 5 or 10 baht only. Love it ~

DSCF5402

Japanese Temple

Japan is another country that has come here to build a monastery since the Indian government invites them. They created a large Japanese Buddhist style, facing to the east. In the temple, there are many religious figures of religious persons such as Arnon and Asachi monk. When we arrived there, it was almost the sunset time. Looking from the front of the temple gave us a beautiful scene to remember.

DSCF5539

Indian children

After we finished praying at the temple, it was about to close.

“Maharaja Maharajah.”

We heard something, and we look around to find the origin of the voice. We saw a group of Indian children gathered together and sit down at the temple exit. You might hear that if you give one of them some money, you must give the money to the rest too. Actually, that’s not that scary. They will call you “Maharajah, Maharaja.” I have never felt this great before. My friends took the candy that was prepared and give tit to them. They smiled at us as a return.We played together for a while time, and we felt they were cute and happy. But, you know, getting them off is not that easy. No matter where you go, they will follow you. It’s like a hen with her little chickens. We got to the Rick Shaw, they still followed us. Well, it took a while to get them off. By the way, thank you for your smile.

DSCF5565

Let’s go back, we’ll miss the train!
This is a restaurant in front of the Thai Buddhist temple and the seniors who came here to help us and take care of us on a late-night tour and tell us the history. Before leaving, we offered some money to the temple as the capital factor because this place is free to sleep and eat. If you would like to visit here, please kindly leave some money for the electric or piped water fee. That would be great.

DSCF5617

We took too long to get out from the place we stayed. It’s quite late for the train. We caught the Autobus to the train station and told the driver to hurry up. I have to say thank you to Pop that he could communicate with the driver.

Baiya Jaro Jaro!!”

Which means  “Bro!! Hurry up!!!”.  I heard this from Pop until I remembered it. I have to practice my accent more to express my feeling. Pop told me that if we could not suppress them, they would suppress us instead. If Pop wouldn’t be on this trip, we might get cheated so many times. I understand that my skill is not enough for it. Fortunately, we got Pop to help us. I couldn’t imagine the situation without him.

DSCF5619

Thank you for your smile.

If you want someone to smile at you, you just turn your camera to them. They will become a model for you instantly. Thanks to many people who made us smile and bring the good memory to us. Bye Bye, Bodh Gaya.

DSCF5645 DSCF5646

Let’s finish this article with a little entertainment. (If there any inappropriate language, which bad words, please forgive us. This is actually a scanned version out of the notebooks.)

LAMA

According to Wikipedia, they are a spiritual teacher.Their inside outfit is like a sleeveless shirt showing the arm muscles. Their robe is in brick red color and the outer fabric is yellow, orange or red as well. At the period of the ritual, a little boy, Lama, wore the red brick cloth. The Lama whose are a little older wore orange-yellow and have a good body shaped. Even they get old age, they still got a good shape. No one is fat or overweight. When we got close to where they stay, we knew why they are so strong, We saw them bow their head so many times, like the get all parts of their body down on the floor while they worship. Standing upright, kneeling and down to the front and come up to kneel and then stand up and repeat all again and again. Their muscle must be so strong. One more thing, Lama could enjoy sports such as Football (Soccer), which they really enjoy it.

Lamas are very playful. When we turned the camera to them, they did their act all the time. As shown below, this is taken at the front entrance. There is a bus of Tibetan monk driving in. We were taking a photo of the Lama sitting on the roof of the car. Then he saw our camera, he suddenly waved his hands to us. Then they all laugh happily. It was a good moment for us.

DSCF5525

Before we got out, we saw this Lama closing his eyes and praying along the side of the pathway to the outside.

I took the camera out and snap a shot. He opened his eyes. His face looks scary to me. I apologized him and rushed out but he called me, and I walked in with a little surprise. He took something out of the book, which is opened in front of him. It is the leaves of the Bodhi Tree. Then he handed it out with a smiley face. We said thank you and walk out surprisingly and a big smile. I keep that leaf and put it in the notebook. Until now, it’s still there. Thank you very much:)

DSCF5510

Well, that’s our journey to Bodh Gaya. I am very happy to be here. It’s like I get my life a bit slow down. I would love to meditate a little bit more, but I have to leave. The next city that I will experience is a completely different from this city. Everything is fast and very chaotic. There, the time would be faster. Varanasi, the city of gorgeous river 🙂

Please continue reading part3 @http://mithuna27.com/th/fall-for-ganga-river-varanasi/


Say hi :))

FB : facebook.com/mithuna27
IG : instagram.com/mithuna27
TW : twitter.com/mithuna27