ไอร์แลนด์เหนือแบบกระชับ

A road trip in Northern Ireland.
เป็นทริปสั้นๆง่ายๆที่ได้ใจความ ☁ ☀ 💗
กลับมาแล้วดู Brooklyn, Sing street ก็อินในความ Irish ไปอีก
ใครชอบ game of thrones ก็คงอินเหมือนกัน Location ถ่ายหนังทั้งนั้นเลย~

ไอซ์แลนด์ผ่านกล้องฟิล์ม | ICELAND

“เท่าที่มือเย็นๆจะหยิบขึ้นมาถ่ายได้”

– ไอซ์แลนด์ –

We drive, we eat, we eat, we drive.

เป็นการใช้เวลามองออกไปนอกหน้าต่างรถที่ยาวนานกว่าครั้งไหนๆ ทริปเลห์ก็ยังไม่เท่า
เพราะนี่เราขับรถกันทั้งวัน ชีวิตส่วนใหญ่ก็อยู่กันบนรถเนี่ยแหล่ะ
ถามตัวเองเหมือนทุกๆครั้งที่ออกทริป ว่า “แล้วเรารู้สึกยังไงกับที่นี่”

แต่ก็ไม่มีคำตอบดีๆผุดขึ้นมาในหัวซักอย่าง
มีแต่ความเงียบ กับเสียงเครื่องยนต์
มันออกจะสงบกว่าทริปอื่นๆ ทั้งเพื่อนร่วมทริป ทั้งสีขาว ทั้งความหนาว
ความสงบข้างในมันชัดเจนกว่าทุกๆครั้งที่ผ่านมา

แต่เอาจริงๆก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่า “ความสงบ” หรือ “ความว่างเปล่า” ดี


– PANORAMA MODE –
-Iceland จาก panorama mode ก็สวยไปอีกแบบ-

– OSLO, NORWAY –

เราชอบรูปที่ถ่ายมาได้จากหนึ่งคืนที่ Norway นะ
ชอบมาก เราแพ้ให้บรรยากาศแบบนี้เสมอ
เราชอบความเหงาที่มีสิ่งมีชีวิตอื่นๆรายล้อม
เราชอบความเป็นส่วนตัว ที่ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว
เราชอบการหลับตาอยู่นิ่งๆ แต่ความรู้สึกและความคิดมันโลดแล่นไปแล้ว

ข้างนอกมันหนาว หนาวจนเราพูดออกมาเป็นไอออกจากปาก
แต่พอเข้ามาข้างในกลับอบอุ่น จนเราสามารถถอดเสื้อหนาวให้เหลือแค่เสื้อ layer บางๆ
ทั้งสองสิ่งที่ต่างกันนี้ มีเพียงแค่กระจกกั้นเท่านั้น
เราชอบบรรยากาศแบบนี้ ผู้คนหนีความหนาวเข้าไปในร้านคาเฟ่ หรือร้านเบียร์
เราคงเป็นพวกนั่งริมหน้าต่าง มองคนเดินหนาวไปมา
ในมือมีถ้วยกาแฟอุ่นๆ หรือเบียร์ซักแก้ว
ข้างๆมีใครซักคนที่เรา rely on
พูดถึงเรื่องชีวิต และความฝัน ทั้งที่ผ่านมา และกำลังจะเกิดขึ้น
พูดถึงเรื่องจุดที่ทำให้เราเป็นเราในวันนี้ จุดที่ทำให้เราได้เปลี่ยนแปลง
ความชัดเจนหรือความคลุมเคลือต่างๆ
หรือบางทีอาจจะอบอุ่นโดยที่แค่มองดูคนเดินไปมาด้านนอก โดยไม่ต้องพูดอะไรกันเลย

See you again Norway.

เป็นไอซ์แลนด์ที่สงบเงียบ และกว่างใหญ่ จนรู้สึกว่าธรรมชาติเป็นฝ่ายเฝ้าดูเราอยู่ ไม่ใช่แค่เราที่เป็นฝ่ายชื่นชมธรรมชาติ ; )

shooting info 📷:

*Cam : Olympus μ [mju:] ZOOM115  [฿850 @Thailand] *
Lens : 38-115mm
*Film : Fuji-200  [฿160 @Thailand]
*

Through the point n shoot | ICELAND

Too cold, too good.

ICELAND

We drive, we eat, we eat, we drive.

When looking out from the side rental car further to the endless landscape.
I ask myself “what does it feel like being here.”
but there was just the silence answered back.
I stayed even calmer than the super long road trip in Leh-Ladakh.
The peace inside was more apparent than ever.


– PANORAMA MODE –

– OSLO, NORWAY –

Norway at night. The moment like this really got me.
It’s cold outside. People come to the cafe and take their jacket off. Sit and talk with warm coffee or a glass of beer in their hands.

shooting info 📷:

*Cam : Olympus μ [mju:] ZOOM115  [$25 @Thailand] *
Lens : 38-115mm
Film : Fuji-200  [$4.57 @Thailand]

Macau 2015 : 35mm

ปีนี้เรามามาเก๊า ก่อนจะไปฉลองปีใหม่ต่อที่ญี่ปุ่น
อยู่ดีๆก็หลงรักมาเก๊าแบบไม่มีเหตุผล อธิบายไม่ได้ว่าทำไมถึงได้ชอบ
อาจจะเป็นเพราะถนนตอนกลางคืนที่มันช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน
หรืออาจเป็นเพราะแสงของไฟนีออนโบราณหลากสีที่แข่งกันเปล่งแสงตุ่นๆในตอนกลางคืน
หรืออาจเป็นเพราะตึกสูงที่เรียงกันเป็นหน้ากระดานและประตูเหล็กเก่าๆกับอักษรจีนๆ
ไม่รู้สิ มันดูมีเสน่ห์ไปหมดเลย

Japan 2016

ปีใหม่ที่ญี่ปุ่น ก็เงียบสงบสมเป็นญี่ปุ่น มีความบ้านๆ มีความพักผ่อนจริงๆจังๆ
ขนาดวัน Countdown ยังไม่มีแม้แต่ดอกไม้ไฟ เป็นปีใหม่ที่เงียบเชียบที่สุดตั้งแต่เราเคยมีมา
คนญี่ปุ่นเค้าชอบอยู่บ้านดูรายการทีวีกันในช่วงปีใหม่แบบนี้แหล่ะ
ร้านค้าก็ปิดกันหมด ซึ่งก็ไม่แปลกหรอก ใครๆในโลกก็หยุดพักปีใหม่กันทั้งนั้นแหล่ะ
แต่ชอบนะ ลึกๆแล้วชอบความเงียบแบบนี้จัง

***shooting info : ***

*Cam : Olympus OM1 *
*Lens : 50mm,  f/1.4-16 *
*Film : Kodak-200 *

Macau 2015

Celebrating my 2016 New year at Macau & Japan this year.
I fall in love with Macau already which I really don’t know why?
Maybe I fall for the street at night, maybe I fall for the mood of Wong Kar-wai, maybe because of the food.
Or maybe I just love everywhere with you : )

Japan 2016

Japan’s new year is super quiet. Even the countdown night.
There were no firework or a big party that we can shout out loud. But I really like it indeed.
I woke up lazily in the late morning of the new year day somewhere in Tokyo. It was so peaceful.
Another day I took the train to Disneyland then took the bus to Osaka.

***shooting info : ***

*Cam : Olympus OM1 *
*Lens : 50mm,  f/1.4-16 *
*Film : Kodak-200 *

Let’s the past past

มีเวลาได้เขียนซักที ทั้งๆที่เป็นสิ่งที่อยากทำที่สุดแท้ๆ ก็มัวแต่ใช้เวลาไปกับความฝันของคนอื่น
ส่วนของตัวเองก็ได้แค่บอกว่า “เอาไว้ก่อน”

จนวันนึงที่มีเหตุทำให้รูปทั้งหมดที่มีหายไป มันเหมือนความทรงจำทั้งหมดได้หายไปกับมัน
คงไม่ต้องบรรยายความรู้สึกให้ฟังหรอกนะว่าคนความจำสั้นที่ชอบ snap ภาพ moment ต่างๆไว้
เพราะกลัวตัวเองจะลืม moment สำคัญๆในชีวิตไป มันจะนั่งเศร้าได้ขนาดไหน

moment ที่พวกเราร้องเพลงด้วยกันบนภูเขาที่มีแต่เรา ภูเขาสุดลูกหูลูกตา ต้นหญ้าแห้งๆ และท้องฟ้า
moment ที่เดินหลงคนเดียวที่ Jeorge town, DC
moment ที่ลาออกจากงานไปเที่ยวสิงคโปร์คนเดียวครั้งแรก
moment ที่เจอกับคนแปลกหน้าที่เปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาล ครั้งแรก

แล้วก็ต้องยอมรับว่ามันกลับมาไม่ได้ละล่ะ
Move on เถอะ อย่าไปจมเสียใจกับมันอีกเลย
อาจจะมีหลายๆอย่างที่เราจำไม่ได้ และภาพมันทำให้เรานึกถึงได้อีกครั้ง
แต่ก็ยังมีอีกหลายๆอย่าง ที่ไม่ต้องมีภาพ ก็จำได้ดี
เก็บไว้แค่นั้นก็น่าจะพอละล่ะ เนอะ

: )

Catch the beat! | Jabra – SPORT PULSE

DSC07420

เชื่อว่าหลายๆคนตอนไป Trekking ที่เนปาลก็จะหาอะไรไป Track ระยะทางการเดินของเราด้วย บางคนก็ใช้ App มือถือ บางคนก็ใช้ GPS ไปเลย เผลอๆต้องมีที่วัดการเต้นของหัวใจแยกมาอีก โพสนี้เลยจะขอเขียนถึงสิ่งที่เราใช้ Track GPS และวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่เราใช้ เอาจริงๆก็ถือได้ว่าเป็น Personal assistance ที่คอยอยู่เป็นเพื่อนเราตอนเดินเขาที่อันนาปูรนะตลอด 9 วันนี่ล่ะ “JABRA SPORT PULSE” (wireless bluetooth headphone) เป็น Sponsor ที่น่ารักรายแรกที่สนับสนุนความฝันของผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึง
เป็นการเขียนรีวิวที่เพลินมากเพราะใช้แล้วชอบมากจริงๆ ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้นะคะ :))

เจอกันครั้งแรก!

เดินเงียบๆอยู่ดีๆก็มีเสียงมากระซิบข้างหูว่า “ดิสแท่น!….” เอาจริงๆยอมรับว่าตกใจมาก

“ดิสแท่น…..” คืออะไร.. เสียงใคร??

เฉลย : เสียงนั้นเป็นเสียงสวยๆที่มาจากหูฟัง Jabra (“จาบร้า”) Personal Assistance ของเราเอง นางจะคอยรายงานเราว่าเราเดินมาเท่าไหร่แล้ว หัวใจเต้นเท่าไหร่ ครั้งแรกถึงกับประหลาดใจว่านางพูดได้ด้วย แรกๆก็จะไม่คุ้นชิน ไปๆมาๆก็จะเสพติดนาง แล้วต้องคอยกดปุ่มให้นางรายงานตลอดๆ ส่วน Pattern การพูดของนางจะประมาณนี้** “Distance 0.94 km, Time 45 minute, heart rate 165 beat per minute, You are in the Fat Burn Training Zone“** โอเค ทุกครั้งที่นางบอกว่า Fat burn นี่เราจะมีกำลังใจในการเดินต่อมากๆอ่ะ แบบว่า เฮ้บ เบิร์นแล้วๆ (ปกติถ้าหัวใจเต้นไม่เกินร้อยกว่าๆมันจะเป็น Light training zone) Training Level เรามากสุดจะเป็น Maximum  แบบเดินขึ้นเยอะๆใช้พลังเยอะๆ หัวใจก็เต้นแรงตาม

Just touch me!

เวลาเราเที่ยวแล้วมันมีรายละเอียดเนี่ยมันสนุกดีนะ ปกติแล้วเราก็จะชอบที่จะเก็บรายละเอียดแต่ละที่ๆไป ทำไมถึงเป็นแบบนั้น แล้วทำไมไม่แบบนั้น คราวนี้มันสนุกดีตรงที่ได้รู้ว่าเราเดินมาเท่าไหร่แล้ว มันก็ไม่ได้ไกลอย่างที่คิดนี่นา เดินแป๊บๆก็กิโลนึงละ มันก็มีจุดหมายมีอะไรให้รอคอยมากขึ้น วันนี้หัวใจเต้นสูงสุดเท่าไหร่ เจอหนุ่มหล่อๆแล้วหัวใจเต้นเท่าไหร่ (ล้อเล่น) เดินถึง Cardio training บ้างหรือเปล่า ไม่ใช่แค่เดินชมธรรมชาติเฉยๆ Assistance เราจะคอยรายงานตลอด

“อีกอย่างนะ ไม่จำเป็นต้องหยิบมือถือออกมาดูให้เสียเวลาด้วยซ้ำ แค่กดตรงปุ่มที่หูฟังด้านซ้ายนางก็จะรายงานให้เราฟังได้ทันที”

(ข้างซ้ายเป็นข้างที่ใช้วัดอัตราการเต้นของหัวใจ จะมีรูปหัวใจพิมพ์ไว้ แค่กดลงไปที่ปุ่มรูปหยดน้ำก็จะมีเสียงรายงานเราทันทีคร่า ทีนี้ไม่ว่าจะวิ่ง จะเดินหรือทำอะไรอยู่ก็สะดวกมากค่ะ ให้นางรายงานเราได้ตลอดเลย)

DSC07452DSC07458

Fit in!!

ส่วนที่เราชอบ อย่างอย่างต่อไปคือมันพอดีหูม๊าก ขนาดว่าวิ่งหรือกระโดดยังไม่หล่นเลย (จะไม่พอดีได้ไง มันมี Earbud ให้เลือกตั้ง 4 sizes มันต้องพอดีซักอันหล่ะ)

IMG_6927

Song is the traveller’s best friend : )

ปฏิเสธไม่ได้นะว่าสิ่งที่จะทำให้เราจดจำความทรงจำช่วงนั้นๆได้ นอกจากรูปและกลิ่นแล้ว เพลงเนี่ยแหละเป็น flashdrive สำหรับบันทึกความทรงจำได้อย่างดีเลย เคยไหมล่ะที่แค่ได้ยินท่อนขึ้นของเพลงๆนึงเท่านั้น ความทรงจำบางอย่างก็โลดแล่นเข้ามาให้ได้รู้สึก ราวกับว่าเราย้อนกลับไปอยู่ตรงนั้นจริงๆ

แล้วมาเดินเขาเนี่ยสำหรับเราฟังเพลงแล้วมันเหนื่อยน้อยลงจริงๆนะ เดินเพลินเลยแฮะ แต่ขอแนะนำว่ามาเทรกกลางป่ากลางเขาแบบนี้ให้ใส่หูฟังไว้แค่หูเดียวก็พอ อย่าใส่หมด เพราะจะไม่ได้ยินเสียงรอบตัวเลย จะค่อนข้างอันตรายนะ ปกติเราก็จะใส่ข้างซ้ายไว้ แล้วเอาอีกข้างมาเกี่ยวกันไว้แบบนี้

การมีหูฟังดีๆนี่มันดีกับชีวิตจริงจริ๊งง เอาจริงๆนะพอมาใช้แบบ Wireless แล้วแบบว่า “เราจะใช้แบบมีสายให้พันกันวุ่นวายมาได้ตั้งนานทำไม” ปัญหาการนั่งเซงเวลาแกะสายหมดไปทันที น้ำตาจะไหล T-T

DSCF5402

Catch the beat

อ่ะ อันนี้เราเดินถึง Chomrong แล้ว (จุดพักวันแรก 2,170 m.) ที่นี่เราว่าเป็น lodge (โรงแรม) ที่วิวสวยสุดและอากาศดีสุดละ อากาศไม่หนาวมาก กำลังสบายๆ อาหารอร่อย และยังมีเนื้อให้กินอยู่ คือพอขึ้นไปสูงกว่านี้เขาจะเริ่มห้ามไม่ให้กินเนื้อกันแล้ว (สเต็กไก่ราดซอสที่นี่เด็ดเว่อร์ พูดละหิว) แถมรอบๆยังเป็นหมู่บ้านน่ารักๆให้ออกมาเดินเล่นได้ด้วย แพะที่นี่ friendly มาก ลองเอาหน้าเข้าไปใกล้ๆมันสิ รับรองโดนกินผมหมดหัวแน่ friendly สุดๆเลยเห็นป่ะ

เราก็ออกมาเดินเล่นซักหน่อย รูปข้างล่างนี่คือก่อนออกเดิน ไม่ได้ทำอะไร หัวใจเต้นไป 56 ครั้งต่อนาที

DSCF5162

นี่คือหลังจากเดินไป 6 นาที เต้นไป 107 ครั้งต่อนาที.. คืออะไร นี่แค่เดินชิลๆ หยุดดูนู่นดูนี่นะ เต้นแรงมาก

DSCF5193

Show me what you can do

พอหยุดการ train ผลการ track และค่าเฉลี่ยทั้งหมดก็จะถูกเก็บบันทึกเอาไว้แบบนี้
มีการเก็บเส้นทางไว้ใน Map แล้วแสดงเป็นสีให้เห็นเลยว่าช่วงไหนเราใช้พลังแบบ intense ขนาดไหน (มี 5 level คือ Light, Fat Burn, Cardio, Intense, Maximum)

DSC07489

ด้านล่างจะมีตัวเลขบอกว่าหัวใจเราเต้นเฉลี่ยเท่าไหร่ (ของเราคือ 100 ครั้งต่อนาที)

DSC07484

ใครว่ามาเดินเขาที่เนปาลแล้วโหดมาไม่ไหว เปลี่ยนความคิดยังทันนะ มันไม่ได้โหดขนาดน๊านน เห็นป่ะมี Maximum นิ๊ดส์เดียวเอง นอกนั้นมีแต่ Light Zone (จริงจริ๊งง)
DSC07495

How to start!

** แกะกล่อง!**

แกะกล่องปุ๊บก็จะมี 1.หูฟัง 2.สายชาร์จ 3.Earbud ให้เลือกเปลี่ยนให้เข้ากับไซส์หูของเรา 4.ที่เกาะสายเข้าด้วยกัน 5.คู่มือ (ซึ่งพวก earbud นี่จะมาในกล่องเล็กๆน่ารักมาก ชอบบบ ตอนหลังเราเอามาใช้เก็บหูฟังนี่แหละ สะดวกดี น่ารักด้วย) ส่วนการชาร์จก็เปิดยางสีดำด้านใต้ของหูฟังด้านขวาออก แล้วใส่ที่ชาร์จเลย ชาร์จจนเต็มใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงนึง หูฟังจะอยู่ได้ 4-5 ชั่วโมง มีการแสดงผล Battery มุมขวาบน ที่หน้าจอมือถือเราเลย

DSCF8022

ใช้ยังไงล่ะทีนี้!

  1. มาโหลด App กันก่อนเลย!
    Jabra ต้องใช้ 2 Apps (ตรงหน้าจอมือถือด้านล่าง) Jabra Sport กับ Jabra-Sound แล้วเข้าไปลงทะเบียนให้เรียบร้อย รหัสที่ใช้ลงทะเบียนจะอยู่ในกระดาษรูปหน้าจอมือถือเหลี่ยมๆ (ที่อยู่ข้างๆมือถือเรา)

  2. ต่อมากดเปิดหูฟัง**
    หูฟังด้านซ้าย**จะเอาไว้จับการเต้นของหัวใจ & มี bluetooth อยู่ตรงนั้น / **หูฟังด้านขวา **จะมีที่เสียบชาร์จแบท และที่สายจะมี controller ไว้สำหรับปรับเสียงและ เปิด-ปิด เราก็กดเปิดไปที่วงกลมๆตรงกลาง กดค้างไว้ให้มีไฟสีเขียว และสีฟ้า ซึ่งก็หมายถึงว่าเปิด bluetooth แล้วน่ะเอง

  3. ทีนี้ก็ connect  หูฟังเข้ากับมือถือเลย
    โดยที่ต้องต่อ Bluetooth 2 ตัวตามรูป

โอเค จบละ เปิดแอ๊ปแล้วเริ่มใช้งานได้เลย!

Untitled-5

ทำไมต้องโหลด App ตั้งสองตัว?

Jabra Sport นี่ เอาไว้ใช้ track การเทรนของเรา ที่เราได้พูดๆไปข้างบนนั้นคือ Jabra Sport หมดเลย
Jabra-Sound จะเอาไว้เล่นเพลง App นี้จะ Sync กับเพลงในมือถือของเราแล้วก็ Sync กับ Jabra Sport ด้วย ก็แค่ไปเลือกเพลงใน Jabra-Sound ไว้ แล้วเวลาเราใช้ Jabra Sport เพลงก็จะเล่นขึ้นมาทันที หง่อวววว์

Setting

เข้าไป Set Profile ก่อนเลยว่าเราเพศอะไร น้ำหนัก ส่วนสูง แล้วก็อย่าลืมเปลี่ยนหน่วยวัดเป็น Metric นะ ไม่งั้นจะงงกับหน่วยฟีทของเมกา ต่อจากนั้นก็จะมีวิธีการใช้ต่างๆแนะนำเรา พอหมดขั้นตอนนี้ก็เริ่ม Track กันได้เลย

Untitled-1

สรุปแล้วเราไม่มีติดอะไรเลย ชอบมากซะด้วยซ้ำ ถ้าจะติดก็มีอยู่นิดนึงซึ่งไม่เกี่ยวกับหูฟังด้วยจริงๆแล้ว มันเกี่ยวกับ GPS ที่มือถือเราเนี่ยแหละที่จับสัญญาณไม่ได้ ประเด็นก็คือถ้าเราจะ Track แบบเก็บ Map ด้วย แล้วไปใช้ในที่ๆอับสัญญาณ เช่นบนเขาหรือที่ทุรกันดาร ตรงนี้จะเริ่มมีปัญหานิดนึงละ มันจะ track ขาดๆไป คือเวลา Track ที่กรุงเทพ หรือที่ที่สัญญาณไม่แย่มากมันก็จะปกติดี ไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย แต่พอขึ้นเขามาที่ๆไม่ค่อยมีสัญญาณแบบนี้ มันจะเริ่ม track ขาดๆไปละ แต่ถามว่าเป็นปัญหากับการใช้งานอื่นไหม ขอตอบว่าไม่เลยค่ะ ยังเก็บข้อมูลทุกอย่างได้ปกติเลย

ไปเนปาลครั้งนี้หัวใจเต้นเฉลี่ย 120 ครั้งต่อนาที
Burn ไปเฉลี่ย 30,000 Cal.
กลับมาขาเล็กเลยทีเดียว

สุดท้ายนี้ขอบคุณ RTB Technology Co., Ltd. อีกครั้งนะคะ  เป็นอะไรที่สนุกสนานมากค่ะ : )