ออกไปเดินถ่ายรูปเล่นกัน!

ช่วงนี้ไม่ได้มีเวลาว่างให้ออกไปถ่ายรูปเลย
พอนึกถึงเจ้ากล้องตัวน้อยๆทั้งหลายที่นอนเรียงรายแอ้งแม๊งอยู่ในกล่องแล้วรู้สึกว่าต้องหยิบมันออกมาเดินเล่นให้ได้กดลั่นชัตเตอร์เสียงดังฉึบฉับบ้างแล้วล่ะ

พอดิบพอดีกับที่มีคนชวนออกไปเดินเล่นถ่ายรูปกันที่ตลาดน้อย
พร้อมด้วยน้องกิ๊ก นางแบบหน้าเด๊ดที่ดูแว๊บแรกแล้วก็ได้ลุคสาวฮ่องกงขายผักดองงงๆอยู่หน้าตลาด เลยตอบตกลงทันทีแบบไม่ต้องคิดเลย
ครั้งแรกเลยมั๊งเนี่ยที่ถ่ายแบบมีคนโพสให้ถ่ายแบบจริงๆจังๆ สั่งอะไรก็ทำให้
ให้ปีนป่าย ห้อยโหน ขึ้นไปยืนบนกองเหล็ก หรือเข้าไปขับตุ๊กๆ ก็ทำมาแล้ว
สนุกแฮะ.. แบบดีๆนี่มันเพลินแบบนี้นี่เอง 🧡

ที่ประทับใจในครั้งนี้ นอกจากเรื่องของเพื่อนๆที่ชอบอะไรเหมือนๆกันแล้ว
ก็ยังเป็นเจ้าฟิล์มไต้หวันตัวนี้ที่มอสให้มาลองเล่นดู
“MACO TCS EAGLE 400”
ตอนล้างออกมาก็ตกใจอยู่เหมือนกัน เพราะมันพังไปเยอะอยู่ ด้วยการเป็นสีแดงเขียว Monotone ทั้งใบแบบน่ากลัวมาก
แต่รูปที่เหลือที่ได้ ก็คุ้มค่าที่จะ Trade off จริงๆ
โทนมันจะออกสีตุ่นๆ เก่าๆ สนิมๆ อมแดงน้ำตาลๆ ติดมืดนิดหน่อย
ใครที่ชอบให้สว่างกว่านี้ก็ลอง push ค่าแสงเล่นดู แต่นี่คือตั้ง 400 ตามจริงเลย
ชอบนะ ภาพมันดูเหงากว่าเดิม แต่ดันอบอุ่นกว่าเดิม
สงสัยจะได้หามาลองใช้เองอีกหลายม้วนแน่นอนทีนี้..
(แนะนำให้ถ่ายหัวม้วนทิ้งไปซัก 2-3 ใบก่อน แล้วค่อยถ่ายจริงนะ แล้วก็อย่าใช้จนสุด เพราะมันเป็นฟิล์มโหลด อาจขาดคากล้องได้)

หมดแล้วกับเจ้า “MACO TCS EAGLE 400”
ครั้งนี้ใช้งานอยู่ 2 ตัวคือ FM2 กับ Nishika N9000
ไอ้เจ้า FM2 นี่โฟกัสไม่เข้าเยอะเหมือนกันทั้งๆที่คิดว่าน่าจะเข้าแล้ว
หมุนแล้วก็หมุนอีกจนแน่ใจ แต่ทำไม๊ทำไมมันก็ยังเบลอไปเกือบครึ่ง
ไม่รู้เป็นที่สายตาของเราหรือเป็นที่ตัวกล้อง.. เสียใจ
แต่ยังไงก็น่าจะโดน Gadget ใหม่ที่เป็นตัวช่วยโฟกัสละล่ะ ไม่ได้ละ ของมันต้องมี..
(โดนป้ายยามาเรียบร้อย)

ด้านล่างนี้จะเป็นฟิล์ม Kodak Ultramax 400 บ้าง
ให้ลุคสว่างใสสบายตาแบบที่คุ้นเคย

“You had me at hello.” 🌹

ดูรูปนี้แล้วนึกถึง Scene หนังฮ่องกงเบาๆ (แม้ว่าโทนมันจะสว่างเกินที่จะเป็นหนังฮ่องกง)
แต่ด้วยสีหน้าและท่าทางของแบบ
มันเหมือนกับหญิงสาวคนนึงที่กำลังคิดถึงคนที่เป็นเธอแอบหลงรักอยู่ในใจ
แม้สีหน้าจะดูเหมือนไม่มีอะไร
แต่ดันเผลอระบายยิ้มออกมาที่มุมปากและสายตา
เลยจับมาใส่ Quote หนังเป็นภาษาจีนให้ดูเป็น Snap shot จาก Scene หนังฮ่องกงซะเลย
ก็ได้อยู่นะ ว่ามะ? (คิดเองเออเอง 555)


ตัวที่สอง ไม่พูดถึงไม่ได้
Nishika N9000 ของเรา ที่เทสม้วนนี้เป็นม้วนที่สองแล้ว
ก็ยังคงไม่ชินกับเสียงกดชัตเตอร์ที่กดดัง “แป่ก!” เหมือนมีอะไรหักอยู่ข้างใน..
ด้วยความที่มันเป็นกล้องพลาสติกโง่ๆ และเลนส์พลาสติกโง่ๆ
มันก็จะถ่ายยากหน่อย แล้วก็ต้องมาลุ้นกันดูว่ารูปจะออกมาใช้ได้หรือไม่
เพราะถ้าพังไปเฟรมนึงใน 4 เฟรม ก็เอามาทำ GIF ไม่ได้เลย
แต่ที่ได้มาครั้งนี้ก็น่าพอใจอยู่นะ ครั้งหน้าลองใหม่ (ไม่เข็ด..)

ps. ใครอยากไปเดินถ่ายรูปเล่นด้วยกันครั้งหน้า ตามได้ที่หน้าเพจ Mosirer เลยนะจ๊ะ
ครั้งหน้าเจอกัน :)))
ps2. ติดต่องานน้องกิ๊กได้ที่ FB ส่วนตัวของน้องเค้า ‘Keek ysw‘ ได้เลยจ้ะ เอาไปดันหน่อยซิ น้องเค้าหน้าเด๊ดดีจริงๆ! หรือจะปฏิเสธ?

So that’s all of today’s film story : )
Hope you enjoy.

-K.

Korea : 35mm

เกาหลีครั้งที่ 2 ทำให้เรารู้ตัวเองว่าชอบกินเนื้อย่างเกาหลีกับเบียร์เกาหลีมาก ชอบมากกว่าเนื้อแพงๆที่ญี่ปุ่นอีก ดิบเถื่อนดี อร่อยเหมาะกับช่วงนี้ที่ชีวิตมีความดิบเถื่อน เอาจริงๆครั้งนี้ก็ไม่ได้ไปไหนมาก นอกจากวนเวียนอยู่แหล่งช๊อปปิ้ง และร้านเนื้อย่าง (น้ำลายไหล) หนาวๆแบบนี้ มีเนื้อย่างอร่อยๆกับเบียร์วุ้นเกาหลี ชีวิตจะเอาอะไรอีกอ่ะ?

000039 000040 000041 000006 000042 000046000045

shooting info :
Cam : Olympus μ [mju:] ZOOM115
Lens : 38-115mm
Film : Fuji-xtra-400

สวนผึ้ง, ราชบุรี

ทุกครั้งที่เพื่อนต่างชาติถามว่า จะมาไทยเนี่ย ไปเที่ยวที่ไหนดี ยู recommend หน่อย
คือจะตอบได้แต่ที่แมสๆ แล้วก็ไม่รู้ดีเทลเลยว่าไปแล้วควรทำอะไร ที่ไหนถึงจะเจ๋ง
ตอบได้แค่ เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา ข้าวสาร ซึ่งเป็น keyword ที่ broad มากกกก
เหมือนคนถามว่าม้าน้ำเป็นสัตว์ชนิดไหนแล้วเราตอบว่า “ชนิดหนึ่ง” ยังไงยังงั้น
นับครั้งได้เลยไม่เกิน 10 ครั้งในชีวิตนี้แน่นอนที่ไปเที่ยวต่างจังหวัด รวมการไปงานแต่ง, งานศพญาติๆด้วยแล้วนะ
นับจากนี้เลยตั้งเป้าไว้ว่า จะเที่ยวไทยให้ได้เยอะขึ้น

เอาล่ะ เริ่มด้วยราชบุรีนี่แหล่ะ
เดี๋ยวมีเวลาจะมาเขียนอีกที เพราะเอาจริงๆราชบุรีถือเป็นจุด start ที่ดีเลย ชอบนะ
อันนี้ขอเขียนเรื่องกล้องไปก่อน เพราะแบกกล้องฟิล์มไปลองตั้ง 3 ตัวแน่ะ
OLYMPUS [Mju] Zoom115, **Nikon **FM and the **Nikon **F-801.

Nikon FM

Just a broken Light meter, not a broken heart
ตัวนี้ที่วัดแสงเจ๊งจ้า ราคาที่ซ่อมไปทั้งหมดจะแพงกว่าตัวกล้องได้ละ แต่ยังไงก็ไม่สามารถกลับคืนมาเป็นเหมือนเดิมได้ เราเลยใช้กล้องดิจิตอลที่ spec คล้ายๆกันกะแสงเอา บางทีเริ่มคุ้นๆแสงแล้วก็กะเองเลย
Over บ้าง Under บ้าง หลายๆรูปก็สวยไปเลย
เอ้อ ลองใช้ Fuji400 ดูด้วย (ส่วนใหญ่เราไม่ได้ใช้ฟิล์มแปลกไปกว่า Kodak หรือ Fuji 200 หรอก)
ภาพดูสว่างและใสขึ้นกว่าเดิมอีก ชอบจัง

Cam : Nikon FM
Lens : AF NIKKOR 50mm,  f/ 1.8
Film : Fuji-400

OLYMPUS [Mju] Zoom115

ตัวนี้ไม่ต้องพูดถึงเยอะ เพราะเป็นตัวที่พกติดตัวบ่อยสุด ใช้ง่ายสุด เพราะเป็น point and shoot ยิงได้ทันทีไม่ต้องวัดอะไรทั้งนั้น ตัวก็เล็กพกง่าย เลยเป็นกล้องติดตัวเราเลย พาไปหลายทริปแล้ว ลองดูรูปใน post เก่าๆได้เลย
มุมมันกว้างเลยเห็นน้องแกะได้ทั้งตัว เสียดายไม่ได้ถ่ายแบบเห็น depth หน่อยนี่ยิงอัดใส่พื้นเลย
แล้วถ่ายมารูปเดียวด้วย 555

Cam : Olympus μ [mju:] ZOOM115  [$25]

Lens : 38-115mm
Film : Fuji-200  [$4.57]

Nikon F-801

Nikon F801 นี่ตัวใหญ่สุดเลย ตัวนี้เราได้มาเป็นของขวัญจากคุณพ่อ เป็น autofocus อ่ะ จะเรียกว่าไงดีล่ะ เป็นกล้องฟิล์มดิจิต้อลอ่ะ กลไกมันทำงานเหมือนดิจิตอล SLR เลย แค่มันบันทึกลงฟิล์ม ตัวนี้เพิ่งเคยเอามาถ่ายทริปนี้ทริปแรก อมส้มอมเหลืองแฮะ เดี๋ยวลองพาไปอีกซักสองสามทริป ถึงจะรู้ character จริงๆของมันขึ้นไปอีก  ที่สังเกตุได้คร่าวๆคือ
1 สีมันออกตุ่นๆ อมเหลือง อมส้ม อมน้ำตาล
2 ถึงจะวัดแสงให้อัตโนมัติแต่ถ่ายออกมาแล้วค่อนข้างมืด ต้องตั้งค่าชดเชยแสง +เข้าไปอีก
(ฟิล์มที่ iso สูงขึ้นกว่านี้อาจจะช่วยได้)
3 เกรนหยาบกว่า Nikon FM ก็ได้อีกอามรมณ์นึง ดูเป็นภาพฟิล์มมากขึ้น
แต่การเป็น Autofocus นี่ถ่ายสนุกดีแฮะ ชอบมาก เหมาะกับคนอย่างเราที่เห็นภาพแล้วอยากบันทึกทันที เป็น moment ที่ช้าไม่ได้ ไม่งั้นจับไม่ทัน เช่นของที่เคลื่อนไหว (ไม่เร็วมากนัก) หรือ คนที่กำลังยิ้ม หัวเราะ
หลายครั้งที่เลนส์มือหมุนมันไม่ทันใจ มันต้องใช้เวลา craft
ไอ้พวก auto เนี่ยแหล่ะ จัดการอยู่หมัด

Cam : Nikon F-801

Lens : AF NIKKOR 35-70mm,  f/3 – 4.5
Film : Kodak-200

จบจย้ะ

ลอนดอนผ่านกล้องฟิล์ม

ประเทศอังกฤษครั้งแรก และครั้งแรกที่ใช้กล้องตัวนี้ *Olympus μ [mju:] (LIMITED EDITION) *กล้อง Point and shoot สีเงินแวววาวน่ารัก 💕 
(รูปกล้องอยู่ข้างล่างสุด) หลังจากถ่ายไปได้ 3-4 ม้วน กล้องก็ได้จากเราไปพร้อมกับฟิล์มที่ถ่ายแล้ว จากไปกับ subway สายสุดท้ายของคืน เหลือแค่ฟิล์มที่เก็บไว้ที่ห้องให้เอามาล้างแค่นี้ (กล้องดิจิตอล Fuji XT10, เลนส์ Fuji 2 ตัว, passport และอื่นๆก็หายไปด้วยกัน) ชีวิตวุ่นวายอยู่พักนึงอ่ะ
ใครของหาย พาสปอร์ทหายที่ลอนดอนก็ถามเข้ามาได้ ประสบการณ์แน่นมาก ชีวิตวุ่นวายมากจริงๆ

Flowers at Shoreditch LONDON ดอกไม้ที่ย่านชอร์ดิช-ลอนดอน

จะว่าไปชีวิตในลอนดอนครั้งนี้มันช่างคล้ายกับรูปฟิล์มที่ล้างออกมาได้เหมือนกันนะ บางรูปมันจะสั่นๆ เบลอๆ หลุด focus ไปหน่อย ทั้งๆที่ก็คิดว่า fucus ดีแล้วแท้ๆ เหมือนชีวิตที่คิดว่าใช้อย่างรอบคอบระวังแล้วแท้ๆ ก็ยังมีช่วงที่หลุด focus ซะจนได้ มันก็จะเบลอๆ งงๆ เศร้าๆอยู่หน่อย แต่ชีวิตบางช่วงก็อบอุ่น และมีความรู้สึกที่พิเศษมาก เหมือนรูปบางรูป ที่ช่างอบอุ่น ละมุน และชัดเจนในความรู้สึก เหมือนความรู้สึกเย็นฉ่ำเมื่อนึกถึงละอองฝนที่ลอนดอน, ความสุข และมิตรภาพดีๆต่างๆที่มันได้โลดเล่นอย่างชัดเจนขึ้นมาในใจ หรือบางรูปที่เหมือนช่วงชีวิตที่ดูช่างไม่สมบูรณ์เอาซะเลย แต่เรากลับชอบมันซะอย่างงั้น

เรื่องร้ายใดๆที่เกิดขึ้นก็ตาม มันคงไม่สามารถมาทำให้ความรู้สึกในเรื่องดีๆต้องบั่นทอนลงไปได้
เพราะมันเป็นคนละเรื่องกัน และมันไม่สามารถลบล้างหรือหักแทนอะไรกันได้เลย
เราแค่ต้องเลือกว่าอันไหนที่ควรเก็บไว้ และอันไหนที่จะเรียนรู้ แล้วปล่อยมันไป

สำหรับเรา ลอนดอนก็คงเหมือนรูปจากกล้องฟิล์มทั้งหมดที่เหลือแค่ 12 รูปนี้นี่แหล่ะ

*“the perfect imperfection” *

Wall painting at Shoreditch LONDON - paint กำแพง ที่ย่านชอร์ดิช-ลอนดอน Architecture in London-with-film-camera-olympus-mju-ตึกสวยๆในลอนดอน-โดยกล้องฟิล์ม10 View from the London bus-with-film-camera-olympus-mju-รถบัสสองชั้นที่ลอนดอน-โดยกล้องฟิล์ม10 LFA-Accommodation-London-film-academy-ที่พักนักเรียนที่ลอนดอน LFA-Accommodation-London-film-academy-ที่พักนักเรียนที่ลอนดอน Shake Shack burger in Covent market London เบอร์เกอร์เชคแชค London icecream - ไอศครีมตัก ที่ลอนดอน Camdenlock London - อีกตลาดที่ควรไปในลอนดอน shot Portobello road market in Double exposure with film camera -olympus-mju-ถ่ายภาพซ้อนในลอนดอน-โดยกล้องฟิล์ม shot Portobello road market in Double exposure with film camera -olympus-mju-ถ่ายภาพซ้อนในลอนดอน-โดยกล้องฟิล์ม2 London first roll of film - รูปหัวม้วนฟิล์ม


12407503_1064596833571370_1548180414_nshooting info 📷: (ตัวสีเงินด้านบน)
  • Cam : Olympus μ [mju:] (LIMITED) /Silver *
  • Lens : 35mm, f/3.5*
  • Film : Fuji-200 *

ไอร์แลนด์เหนือแบบกระชับ

A road trip in Northern Ireland.
เป็นทริปสั้นๆง่ายๆที่ได้ใจความ ☁ ☀ 💗
กลับมาแล้วดู Brooklyn, Sing street ก็อินในความ Irish ไปอีก
ใครชอบ game of thrones ก็คงอินเหมือนกัน Location ถ่ายหนังทั้งนั้นเลย~

ไอซ์แลนด์ผ่านกล้องฟิล์ม | ICELAND

“เท่าที่มือเย็นๆจะหยิบขึ้นมาถ่ายได้”

– ไอซ์แลนด์ –

We drive, we eat, we eat, we drive.

เป็นการใช้เวลามองออกไปนอกหน้าต่างรถที่ยาวนานกว่าครั้งไหนๆ ทริปเลห์ก็ยังไม่เท่า
เพราะนี่เราขับรถกันทั้งวัน ชีวิตส่วนใหญ่ก็อยู่กันบนรถเนี่ยแหล่ะ
ถามตัวเองเหมือนทุกๆครั้งที่ออกทริป ว่า “แล้วเรารู้สึกยังไงกับที่นี่”

แต่ก็ไม่มีคำตอบดีๆผุดขึ้นมาในหัวซักอย่าง
มีแต่ความเงียบ กับเสียงเครื่องยนต์
มันออกจะสงบกว่าทริปอื่นๆ ทั้งเพื่อนร่วมทริป ทั้งสีขาว ทั้งความหนาว
ความสงบข้างในมันชัดเจนกว่าทุกๆครั้งที่ผ่านมา

แต่เอาจริงๆก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่า “ความสงบ” หรือ “ความว่างเปล่า” ดี


– PANORAMA MODE –
-Iceland จาก panorama mode ก็สวยไปอีกแบบ-

– OSLO, NORWAY –

เราชอบรูปที่ถ่ายมาได้จากหนึ่งคืนที่ Norway นะ
ชอบมาก เราแพ้ให้บรรยากาศแบบนี้เสมอ
เราชอบความเหงาที่มีสิ่งมีชีวิตอื่นๆรายล้อม
เราชอบความเป็นส่วนตัว ที่ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว
เราชอบการหลับตาอยู่นิ่งๆ แต่ความรู้สึกและความคิดมันโลดแล่นไปแล้ว

ข้างนอกมันหนาว หนาวจนเราพูดออกมาเป็นไอออกจากปาก
แต่พอเข้ามาข้างในกลับอบอุ่น จนเราสามารถถอดเสื้อหนาวให้เหลือแค่เสื้อ layer บางๆ
ทั้งสองสิ่งที่ต่างกันนี้ มีเพียงแค่กระจกกั้นเท่านั้น
เราชอบบรรยากาศแบบนี้ ผู้คนหนีความหนาวเข้าไปในร้านคาเฟ่ หรือร้านเบียร์
เราคงเป็นพวกนั่งริมหน้าต่าง มองคนเดินหนาวไปมา
ในมือมีถ้วยกาแฟอุ่นๆ หรือเบียร์ซักแก้ว
ข้างๆมีใครซักคนที่เรา rely on
พูดถึงเรื่องชีวิต และความฝัน ทั้งที่ผ่านมา และกำลังจะเกิดขึ้น
พูดถึงเรื่องจุดที่ทำให้เราเป็นเราในวันนี้ จุดที่ทำให้เราได้เปลี่ยนแปลง
ความชัดเจนหรือความคลุมเคลือต่างๆ
หรือบางทีอาจจะอบอุ่นโดยที่แค่มองดูคนเดินไปมาด้านนอก โดยไม่ต้องพูดอะไรกันเลย

See you again Norway.

เป็นไอซ์แลนด์ที่สงบเงียบ และกว่างใหญ่ จนรู้สึกว่าธรรมชาติเป็นฝ่ายเฝ้าดูเราอยู่ ไม่ใช่แค่เราที่เป็นฝ่ายชื่นชมธรรมชาติ ; )

shooting info 📷:

*Cam : Olympus μ [mju:] ZOOM115  [฿850 @Thailand] *
Lens : 38-115mm
*Film : Fuji-200  [฿160 @Thailand]
*

Macau 2015 : 35mm

ปีนี้เรามามาเก๊า ก่อนจะไปฉลองปีใหม่ต่อที่ญี่ปุ่น
อยู่ดีๆก็หลงรักมาเก๊าแบบไม่มีเหตุผล อธิบายไม่ได้ว่าทำไมถึงได้ชอบ
อาจจะเป็นเพราะถนนตอนกลางคืนที่มันช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน
หรืออาจเป็นเพราะแสงของไฟนีออนโบราณหลากสีที่แข่งกันเปล่งแสงตุ่นๆในตอนกลางคืน
หรืออาจเป็นเพราะตึกสูงที่เรียงกันเป็นหน้ากระดานและประตูเหล็กเก่าๆกับอักษรจีนๆ
ไม่รู้สิ มันดูมีเสน่ห์ไปหมดเลย

Japan 2016

ปีใหม่ที่ญี่ปุ่น ก็เงียบสงบสมเป็นญี่ปุ่น มีความบ้านๆ มีความพักผ่อนจริงๆจังๆ
ขนาดวัน Countdown ยังไม่มีแม้แต่ดอกไม้ไฟ เป็นปีใหม่ที่เงียบเชียบที่สุดตั้งแต่เราเคยมีมา
คนญี่ปุ่นเค้าชอบอยู่บ้านดูรายการทีวีกันในช่วงปีใหม่แบบนี้แหล่ะ
ร้านค้าก็ปิดกันหมด ซึ่งก็ไม่แปลกหรอก ใครๆในโลกก็หยุดพักปีใหม่กันทั้งนั้นแหล่ะ
แต่ชอบนะ ลึกๆแล้วชอบความเงียบแบบนี้จัง

***shooting info : ***

*Cam : Olympus OM1 *
*Lens : 50mm,  f/1.4-16 *
*Film : Kodak-200 *

Catch the beat! | Jabra – SPORT PULSE

DSC07420

เชื่อว่าหลายๆคนตอนไป Trekking ที่เนปาลก็จะหาอะไรไป Track ระยะทางการเดินของเราด้วย บางคนก็ใช้ App มือถือ บางคนก็ใช้ GPS ไปเลย เผลอๆต้องมีที่วัดการเต้นของหัวใจแยกมาอีก โพสนี้เลยจะขอเขียนถึงสิ่งที่เราใช้ Track GPS และวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่เราใช้ เอาจริงๆก็ถือได้ว่าเป็น Personal assistance ที่คอยอยู่เป็นเพื่อนเราตอนเดินเขาที่อันนาปูรนะตลอด 9 วันนี่ล่ะ “JABRA SPORT PULSE” (wireless bluetooth headphone) เป็น Sponsor ที่น่ารักรายแรกที่สนับสนุนความฝันของผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึง
เป็นการเขียนรีวิวที่เพลินมากเพราะใช้แล้วชอบมากจริงๆ ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้นะคะ :))

เจอกันครั้งแรก!

เดินเงียบๆอยู่ดีๆก็มีเสียงมากระซิบข้างหูว่า “ดิสแท่น!….” เอาจริงๆยอมรับว่าตกใจมาก

“ดิสแท่น…..” คืออะไร.. เสียงใคร??

เฉลย : เสียงนั้นเป็นเสียงสวยๆที่มาจากหูฟัง Jabra (“จาบร้า”) Personal Assistance ของเราเอง นางจะคอยรายงานเราว่าเราเดินมาเท่าไหร่แล้ว หัวใจเต้นเท่าไหร่ ครั้งแรกถึงกับประหลาดใจว่านางพูดได้ด้วย แรกๆก็จะไม่คุ้นชิน ไปๆมาๆก็จะเสพติดนาง แล้วต้องคอยกดปุ่มให้นางรายงานตลอดๆ ส่วน Pattern การพูดของนางจะประมาณนี้** “Distance 0.94 km, Time 45 minute, heart rate 165 beat per minute, You are in the Fat Burn Training Zone“** โอเค ทุกครั้งที่นางบอกว่า Fat burn นี่เราจะมีกำลังใจในการเดินต่อมากๆอ่ะ แบบว่า เฮ้บ เบิร์นแล้วๆ (ปกติถ้าหัวใจเต้นไม่เกินร้อยกว่าๆมันจะเป็น Light training zone) Training Level เรามากสุดจะเป็น Maximum  แบบเดินขึ้นเยอะๆใช้พลังเยอะๆ หัวใจก็เต้นแรงตาม

Just touch me!

เวลาเราเที่ยวแล้วมันมีรายละเอียดเนี่ยมันสนุกดีนะ ปกติแล้วเราก็จะชอบที่จะเก็บรายละเอียดแต่ละที่ๆไป ทำไมถึงเป็นแบบนั้น แล้วทำไมไม่แบบนั้น คราวนี้มันสนุกดีตรงที่ได้รู้ว่าเราเดินมาเท่าไหร่แล้ว มันก็ไม่ได้ไกลอย่างที่คิดนี่นา เดินแป๊บๆก็กิโลนึงละ มันก็มีจุดหมายมีอะไรให้รอคอยมากขึ้น วันนี้หัวใจเต้นสูงสุดเท่าไหร่ เจอหนุ่มหล่อๆแล้วหัวใจเต้นเท่าไหร่ (ล้อเล่น) เดินถึง Cardio training บ้างหรือเปล่า ไม่ใช่แค่เดินชมธรรมชาติเฉยๆ Assistance เราจะคอยรายงานตลอด

“อีกอย่างนะ ไม่จำเป็นต้องหยิบมือถือออกมาดูให้เสียเวลาด้วยซ้ำ แค่กดตรงปุ่มที่หูฟังด้านซ้ายนางก็จะรายงานให้เราฟังได้ทันที”

(ข้างซ้ายเป็นข้างที่ใช้วัดอัตราการเต้นของหัวใจ จะมีรูปหัวใจพิมพ์ไว้ แค่กดลงไปที่ปุ่มรูปหยดน้ำก็จะมีเสียงรายงานเราทันทีคร่า ทีนี้ไม่ว่าจะวิ่ง จะเดินหรือทำอะไรอยู่ก็สะดวกมากค่ะ ให้นางรายงานเราได้ตลอดเลย)

DSC07452DSC07458

Fit in!!

ส่วนที่เราชอบ อย่างอย่างต่อไปคือมันพอดีหูม๊าก ขนาดว่าวิ่งหรือกระโดดยังไม่หล่นเลย (จะไม่พอดีได้ไง มันมี Earbud ให้เลือกตั้ง 4 sizes มันต้องพอดีซักอันหล่ะ)

IMG_6927

Song is the traveller’s best friend : )

ปฏิเสธไม่ได้นะว่าสิ่งที่จะทำให้เราจดจำความทรงจำช่วงนั้นๆได้ นอกจากรูปและกลิ่นแล้ว เพลงเนี่ยแหละเป็น flashdrive สำหรับบันทึกความทรงจำได้อย่างดีเลย เคยไหมล่ะที่แค่ได้ยินท่อนขึ้นของเพลงๆนึงเท่านั้น ความทรงจำบางอย่างก็โลดแล่นเข้ามาให้ได้รู้สึก ราวกับว่าเราย้อนกลับไปอยู่ตรงนั้นจริงๆ

แล้วมาเดินเขาเนี่ยสำหรับเราฟังเพลงแล้วมันเหนื่อยน้อยลงจริงๆนะ เดินเพลินเลยแฮะ แต่ขอแนะนำว่ามาเทรกกลางป่ากลางเขาแบบนี้ให้ใส่หูฟังไว้แค่หูเดียวก็พอ อย่าใส่หมด เพราะจะไม่ได้ยินเสียงรอบตัวเลย จะค่อนข้างอันตรายนะ ปกติเราก็จะใส่ข้างซ้ายไว้ แล้วเอาอีกข้างมาเกี่ยวกันไว้แบบนี้

การมีหูฟังดีๆนี่มันดีกับชีวิตจริงจริ๊งง เอาจริงๆนะพอมาใช้แบบ Wireless แล้วแบบว่า “เราจะใช้แบบมีสายให้พันกันวุ่นวายมาได้ตั้งนานทำไม” ปัญหาการนั่งเซงเวลาแกะสายหมดไปทันที น้ำตาจะไหล T-T

DSCF5402

Catch the beat

อ่ะ อันนี้เราเดินถึง Chomrong แล้ว (จุดพักวันแรก 2,170 m.) ที่นี่เราว่าเป็น lodge (โรงแรม) ที่วิวสวยสุดและอากาศดีสุดละ อากาศไม่หนาวมาก กำลังสบายๆ อาหารอร่อย และยังมีเนื้อให้กินอยู่ คือพอขึ้นไปสูงกว่านี้เขาจะเริ่มห้ามไม่ให้กินเนื้อกันแล้ว (สเต็กไก่ราดซอสที่นี่เด็ดเว่อร์ พูดละหิว) แถมรอบๆยังเป็นหมู่บ้านน่ารักๆให้ออกมาเดินเล่นได้ด้วย แพะที่นี่ friendly มาก ลองเอาหน้าเข้าไปใกล้ๆมันสิ รับรองโดนกินผมหมดหัวแน่ friendly สุดๆเลยเห็นป่ะ

เราก็ออกมาเดินเล่นซักหน่อย รูปข้างล่างนี่คือก่อนออกเดิน ไม่ได้ทำอะไร หัวใจเต้นไป 56 ครั้งต่อนาที

DSCF5162

นี่คือหลังจากเดินไป 6 นาที เต้นไป 107 ครั้งต่อนาที.. คืออะไร นี่แค่เดินชิลๆ หยุดดูนู่นดูนี่นะ เต้นแรงมาก

DSCF5193

Show me what you can do

พอหยุดการ train ผลการ track และค่าเฉลี่ยทั้งหมดก็จะถูกเก็บบันทึกเอาไว้แบบนี้
มีการเก็บเส้นทางไว้ใน Map แล้วแสดงเป็นสีให้เห็นเลยว่าช่วงไหนเราใช้พลังแบบ intense ขนาดไหน (มี 5 level คือ Light, Fat Burn, Cardio, Intense, Maximum)

DSC07489

ด้านล่างจะมีตัวเลขบอกว่าหัวใจเราเต้นเฉลี่ยเท่าไหร่ (ของเราคือ 100 ครั้งต่อนาที)

DSC07484

ใครว่ามาเดินเขาที่เนปาลแล้วโหดมาไม่ไหว เปลี่ยนความคิดยังทันนะ มันไม่ได้โหดขนาดน๊านน เห็นป่ะมี Maximum นิ๊ดส์เดียวเอง นอกนั้นมีแต่ Light Zone (จริงจริ๊งง)
DSC07495

How to start!

** แกะกล่อง!**

แกะกล่องปุ๊บก็จะมี 1.หูฟัง 2.สายชาร์จ 3.Earbud ให้เลือกเปลี่ยนให้เข้ากับไซส์หูของเรา 4.ที่เกาะสายเข้าด้วยกัน 5.คู่มือ (ซึ่งพวก earbud นี่จะมาในกล่องเล็กๆน่ารักมาก ชอบบบ ตอนหลังเราเอามาใช้เก็บหูฟังนี่แหละ สะดวกดี น่ารักด้วย) ส่วนการชาร์จก็เปิดยางสีดำด้านใต้ของหูฟังด้านขวาออก แล้วใส่ที่ชาร์จเลย ชาร์จจนเต็มใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงนึง หูฟังจะอยู่ได้ 4-5 ชั่วโมง มีการแสดงผล Battery มุมขวาบน ที่หน้าจอมือถือเราเลย

DSCF8022

ใช้ยังไงล่ะทีนี้!

  1. มาโหลด App กันก่อนเลย!
    Jabra ต้องใช้ 2 Apps (ตรงหน้าจอมือถือด้านล่าง) Jabra Sport กับ Jabra-Sound แล้วเข้าไปลงทะเบียนให้เรียบร้อย รหัสที่ใช้ลงทะเบียนจะอยู่ในกระดาษรูปหน้าจอมือถือเหลี่ยมๆ (ที่อยู่ข้างๆมือถือเรา)

  2. ต่อมากดเปิดหูฟัง**
    หูฟังด้านซ้าย**จะเอาไว้จับการเต้นของหัวใจ & มี bluetooth อยู่ตรงนั้น / **หูฟังด้านขวา **จะมีที่เสียบชาร์จแบท และที่สายจะมี controller ไว้สำหรับปรับเสียงและ เปิด-ปิด เราก็กดเปิดไปที่วงกลมๆตรงกลาง กดค้างไว้ให้มีไฟสีเขียว และสีฟ้า ซึ่งก็หมายถึงว่าเปิด bluetooth แล้วน่ะเอง

  3. ทีนี้ก็ connect  หูฟังเข้ากับมือถือเลย
    โดยที่ต้องต่อ Bluetooth 2 ตัวตามรูป

โอเค จบละ เปิดแอ๊ปแล้วเริ่มใช้งานได้เลย!

Untitled-5

ทำไมต้องโหลด App ตั้งสองตัว?

Jabra Sport นี่ เอาไว้ใช้ track การเทรนของเรา ที่เราได้พูดๆไปข้างบนนั้นคือ Jabra Sport หมดเลย
Jabra-Sound จะเอาไว้เล่นเพลง App นี้จะ Sync กับเพลงในมือถือของเราแล้วก็ Sync กับ Jabra Sport ด้วย ก็แค่ไปเลือกเพลงใน Jabra-Sound ไว้ แล้วเวลาเราใช้ Jabra Sport เพลงก็จะเล่นขึ้นมาทันที หง่อวววว์

Setting

เข้าไป Set Profile ก่อนเลยว่าเราเพศอะไร น้ำหนัก ส่วนสูง แล้วก็อย่าลืมเปลี่ยนหน่วยวัดเป็น Metric นะ ไม่งั้นจะงงกับหน่วยฟีทของเมกา ต่อจากนั้นก็จะมีวิธีการใช้ต่างๆแนะนำเรา พอหมดขั้นตอนนี้ก็เริ่ม Track กันได้เลย

Untitled-1

สรุปแล้วเราไม่มีติดอะไรเลย ชอบมากซะด้วยซ้ำ ถ้าจะติดก็มีอยู่นิดนึงซึ่งไม่เกี่ยวกับหูฟังด้วยจริงๆแล้ว มันเกี่ยวกับ GPS ที่มือถือเราเนี่ยแหละที่จับสัญญาณไม่ได้ ประเด็นก็คือถ้าเราจะ Track แบบเก็บ Map ด้วย แล้วไปใช้ในที่ๆอับสัญญาณ เช่นบนเขาหรือที่ทุรกันดาร ตรงนี้จะเริ่มมีปัญหานิดนึงละ มันจะ track ขาดๆไป คือเวลา Track ที่กรุงเทพ หรือที่ที่สัญญาณไม่แย่มากมันก็จะปกติดี ไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย แต่พอขึ้นเขามาที่ๆไม่ค่อยมีสัญญาณแบบนี้ มันจะเริ่ม track ขาดๆไปละ แต่ถามว่าเป็นปัญหากับการใช้งานอื่นไหม ขอตอบว่าไม่เลยค่ะ ยังเก็บข้อมูลทุกอย่างได้ปกติเลย

ไปเนปาลครั้งนี้หัวใจเต้นเฉลี่ย 120 ครั้งต่อนาที
Burn ไปเฉลี่ย 30,000 Cal.
กลับมาขาเล็กเลยทีเดียว

สุดท้ายนี้ขอบคุณ RTB Technology Co., Ltd. อีกครั้งนะคะ  เป็นอะไรที่สนุกสนานมากค่ะ : )

ไป ไทเป กัน | Chilling Trip in the Rainy town (part2)

Part 2

เดินชิลๆที่ Fisher man wharf, นั่งดื่มกันใต้ตึก 101, เข้าอุทยาน Yehliu หินประหลาด &  ตะลุยกินที่จิ่วเฟิ่น (Chiufen)

ถ้ายังไม่ได้อ่าน Part 1 ..นี่เลย>>:  http://mithuna27.com/th/taipei-taiwan

DSCF5003

เราขอเรียกไทเปว่าเป็น Rainy town เลยดีกว่า ฟ้าอึมครึมตลอดวัน หมอกลงหนาบริเวณหุบเขา ฝนตกปรอยๆบ้างบางเวลา
เป็นเมืองแห่งสายฝนจริงๆเลย ถึงอากาศจะเป็นแบบนี้แต่แปลกที่เรากลับรู้สึกอบอุ่นเล็กๆ

Day 2

Evening @ Fisherman wharf & the night around 101

ใช้เวลาช่วงเย็นที่ Fisherman wharf และเดินเล่นที่แถวๆตึก 101กัน

DSCF4725

TAMSUI STATION

ต่อจากตอนเช้า ที่ขึ้นกระเช้าไปแล้วต้องลงมาเพราะฝนตก เราจะไป Fisherman wharf กัน เลยนั่งรถไฟมาที่สถานี TAMSUI เพื่อมาต่อ Bus ไป จะบอกว่าถ้าเวลาเหลือ นั่งมาลงที่นี่แล้วเดินเล่นก็ชิลดี โดยเฉพาะตอนเย็นๆจะมีลานทำกิจกรรมของคนที่นี่อยู่ใกล้ๆ Bus station มีเด็กมาซ้อมเต้น มีคนมานั่งวาดรูป มีสวนอยู่ด้านหลัง มีร้านรวงอยู่บ้าง ซึ่งเดินแล่นแล้วน่าจะเพลินๆดี

DSCF4732DSCF4727DSCF4726

Fisherman Wharf

ต่อ Bus สาย R26 จากสถานี TAMSUI เมื่อกี๊มาลงที่ Fisherman wharf ได้เลย ที่นี่เหมือนยังสร้างไม่เสร็จดี แต่โดยรวมก็เป็นที่เดินเล่นที่ดี ถ้ามากับคนรักแล้วซื้อหนมมานั่งชิลๆที่ทางเดินด้านบนก็โรแมนติกอยู่ อากาศเย็นสบาย

DSCF4736 DSCF4734 DSCF4740 DSCF4755 DSCF4751

HOT-STAR

Large fried chicken

มานี่ต้องกินไอ้ไก่ทอดแผ่นใหญ่ๆนี่ให้ได้ กินคนเดียวหมดนี่เมพมาก (ซึ่งเรากินหมด ฮ่าๆ) ชิ้นนึงมันกินได้สองคนเลย เก็บท้องไว้กินอย่างอื่นด้วยดีกว่า ให้เขาใส่ผงปาปริกามาให้หน่อยด้วยก็จะอร่อยดี ไม่งั้นจืดไปหน่อย ร้านจะอยู่ใกล้กับบันได้ขึ้นไปเดินเล่นข้างบนเลย

DSCF4783DSCF4786DSCF4803

Souvenir

ข้างๆมีของฝากขายด้วย เป็นพวกกุญแจตัดเป็น outline รูปเกาะไทเปน่ารักดี แต่ราคานี่เอาการอยู่นะ อันละเกือบร้อยได้มั๊งถ้าจำไม่ผิด DSCF4792

Walk way

ทางเดินด้านบนเป็นอะไรที่ชิลลล มาเดินเล่นนั่งเล่นรับลมบนนี้ได้เลย แต่นอกนั้นก็ไม่มีอะไรให้ทำละนะ นอกจากลงไปหาอะไรกินด้านล่าง ซึ่งเราแนะนำว่ามาเดินชิลๆแล้วไปนั่งกินอะไรที่บริเวณใกล้ๆตึก 101 จะเพลินกว่า คนคึกคักกว่า หรือถ้าอยากใช้เวลาคุยกันเงีบยๆ ตรงนี้ก็เหมาะละล่ะ DSCF4809

Around Taipei 101 building

ปิดท้ายวันนี้ด้วยการหาร้านนั่งกินเบียร์กัน ใกล้ๆตึก 101 แถวๆโซนโรงหนัง V show จะมีห้าง ร้านค้า ร้านนั่งกินดื่มให้เลือกเพียบเลย ถ้ามาหาที่ชิลกันกับเพื่อนๆก็มาแถวนี้ก็ได้อาหารอร่อยดี จะเดินช๊อปหรืออะไรก่อนก็ได้ แล้วมานั่งจิบเบียร์สบายๆ จบไปอีก 1 วันด้วยบทสนทนาที่ดี ทำให้เราได้รู้จักกันมากขึ้นอีก : ) แต่ตรงนี้จะราคาแพงหน่อยนะ มันรอบๆที่ท่องเที่ยวก็จะแพงงี้ ถ้าอยากถูกๆชิลก็แนะนำพวก night market แถว Ximending จะถูกกว่านี้หน่อย DSCF4850 DSCF4855 DSCF4858 DSCF4859 DSCF4863DSCF4871

Taipei 101

อย่ามาถามว่าข้างในมีอะไร เก๊าไม่ได้เข้าไป แง่บๆ จริงๆมันขึ้นไปข้างบนแล้วชมวิวได้ แล้วก็มีที่ให้ช๊อปปิ้ง รู้ประมาณนี้แหละ ขอนั่งชิลข้างนอกนี่ต่อละกัล หมดแรง เป็นทริปชะโงกๆพอ เก็บครบคงไม่ไหวว บอกตามตรง~ DSCF5035DSCF5041

Day 3

Yehliu Geopark & Chiufen (the lovely) villege

ไปดูหินนประหลาด แล้วต่อด้วย จิ่วเฟิ่น หมู่บ้านโบราณน่ารักๆ

DSCF4872วันนี้ออกเดินทางโดย mini bus ซึ่งขนาดใหญ่กว้างขวาง สะอาดด้วย (จิ๋มมี่เป็นคนติดต่อให้อีกแล้ว น่ารักมาก)
นั่งสบายยยเลยไปเลย :3

DSCF4876 DSCF4880

นั่งออกมาจากตัวเมืองที่สะอาดดูเป็นระเบียบได้นิดนึงก็เป็นภูเขาแล้ว ซึ่งเอาจริงๆ ขนาดต้นไม้ยังดูเป็นระเบียบเหมือนโดนจับวางเลยอ่ะ ทางไหนที่ต้องผ่านภูเขา เขาก็เจาะเป็นอุโมงค์ให้รถผ่านไป

DSCF4884DSCF4885

Wanli town

มาถึงเมือง Wanli แล้ว เป็นเมืองชาวบ้านๆเหมือนหมู่บ้านชาวประมง เรียกได้ว่าเป็นเมืองบ้านนอก แต่เป็นบ้านนอกที่โคดจะดูสะอาด

DSCF4887 DSCF4889 DSCF4900 DSCF4898

มาถึงถิ่นทะเลไม่กินอาหารทะเลได้ไง

ลองเดินดูรอบๆหาข้าวทานกันซักมื้อ ร้านอาหารแถวนี้ก็อร่อยดีอยู่นะDSCF4901IMG_5756 DSCF4893

Yehliu Geopark

ขอเรียกว่า เย่หลิว หินประหลาด ฮ่าๆ
เป็นหนึ่งใน the most famous wonders of the world เลยน้า หินพวกนี้เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล
หินที่ป๊อปที่สุดจะเป็นอันที่มีคอคอดเล็กมากเหมือนจะหักอยู่แล้ว
ซึ่งเขาจะเอาหินเล็กๆมาล้อมรอบๆไว้แล้วให้นักท่องเที่ยวต่อแถวเข้าไปถ่ายรูป

IMG_5819 IMG_5801 DSCF4911 DSCF4922 DSCF4924 DSCF4921 DSCF4925 Untitled-11ด้านซ้ายนี่คือหินที่ป๊อปที่สุดค่ะ คนต่อคิวถ่ายรูปเต็มเลย ส่วนเราน่ะเหรอ อ้อมมาถ่ายข้างหลังก็พอค่ะ จบ
ความพยายามในการต่อแถวไม่พอจริงๆค่ะ

ขึ้นมาดูวิวจากด้านบนก็ชิลดี ลมเย็นมาก มีละอองทะเลพัดเข้ามาหน่อยๆ
ที่นี่มีเสื้อกันฝนขายถูกๆอยู่ด้านนอกซื้อเผื่อๆเข้ามาก็ได้เพราะฝนตกบ่อย แล้วยังละอองทะเลอีกDSCF4934

Chiufen Villege

เราชอบที่นี่มากสุดในไทเปละ มากพอๆกับหมู่บ้านชาที่ต้องนั่งกระเช้าขึ้นไปเมื่อวาน มันน่ารักจัง จิ่วเฟิ่นนี่เป็นหมู่บ้านโบราณ ทางเป็นทางคดเคียวขึ้นไปบนเขา มีวัด มีของขาย ตรงนี้ต้องนั่งแท๊กซี่เข้ามาเพราะ mini bus เราไม่มีที่จอดไม่สามารถเข้ามาส่งได้
ps.ฝนยังคงตกตลอดเวลาในการเดินเล่นที่นี่
DSCF5003

Lovely Landscape

ขอยอมรับเลยว่าชอบความสะอาดและ Landscape ของที่นี่มากๆ เราหมายถึงโดยรวมนะไม่ใช่แค่หมู่บ้านนี้ ด้วยความที่ Landscape เขาเป็นเกาะ เป็นหุบเขา ภูเขา มันเลยเป็นพื้นที่ขึ้นๆลงๆ เลี้ยวลดคดเคี้ยว และประกอบกับความสะอาดและการจัดวางตึกอาคาร บ้านช่อง มันทำให้ดูน่าร๊ากน่ารัก ยิ่งในเมืองตรงที่มีทางขึ้นลงเยอะๆ (ex. ตรง Beitou Hotspring อ่ะ) จะน่ารักมาก เหมือนในการ์ตูนเลย แล้วยิ่งอากาศแบบนี้ยิ่งดูฝันๆเข้าไปใหญ่ ชอบจัง ถึงแม้จะทำให้ลำบากและถ่ายรูปไม่สวยก็ให้อภัยUntitled-3DSCF4991

The village

เดินเข้ามาข้างในหมู่บ้านก็มีของขาย ใครที่ชอบส่ง Postcard ในนี้ก็มีขาย แล้วก็มี stamp ให้เลือกหลายลายหลายราคาด้วย ฟินนน ขนมก็อร่อย ไดฟุกุเต็มเลย อร่อยด้วย มีหลายไส้ให้เลือกมากๆ ไส้แปลกๆก็เยอะ เราชอบที่เป็นสีเขียวข้างในไส้ถั่วแดงกับครีม นุ๊มมม ฟินนนน~ DSCF4955 DSCF4957 DSCF4960DSCF4968

นึกถึงอาม่า

รองเท้าที่ขายที่นี่ทำให้นึกถึงอาม่า อาม่าเราเป็นคนจีนแท้ๆ 100% ที่มาทำอาชีพที่ไทย อาม่าเท้าเล็กมากๆแล้วก็ชอบใส่รองเท้าจีนๆ แบบรูปด้านล่าง เป็นรองเท้าผ้า ปิดปลายเท้าหมด ปักลายด้านหน้า คิดถึงอาม่าสุดๆ อาม่าชอบบอกว่าหาซื้อยาก ถ้าอาม่ายังอยู่จะซื้อฝากซักโหลให้ใส่ทิ้ง ใส่ทิ้งไปเลย!DSCF4981 ส่วนอันนี้เป็นรองเท้าเพื่อสุขภาพ ที่ปลายเท้าจะสูงกว่าส้นเท้า รองเท้านวดก็มีนะ คนจีนเค้าใส่ใจเรื่องเท้าเอามากๆ และด้านล่างเป็นรองเท้าเกี๊ยะไม้ ใส่เดินก๊อกแก๊กๆ น่ารักดีDSCF4978DSCF4979

ขนมไอ้นี่

คือขนมอะไรไม่รู้แต่ขายดี คนต่อคิวแน่นเลย เขาเอากบไสไม้ ไสถั่วก้อนเหลี่ยมๆที่เหมือนถั่วตัด ออกมาเป็นฝอยๆผงๆ แล้วเอามาห่อกับแป้งบางๆ ใส่อะไรไม่รู้ผสมลงไปอีก ที่นี่ขนมอร่อยเยอะมากก รักที่นี่สุดในไทเปละเรื่องของกินเนี่ย

DSCF4984 DSCF4986 DSCF4987

Don’t forget

มาถึงจิ่วเฟิ่นแล้วก็อย่าลืมขึ้นไปข้างบนมีร้านน้ำชาให้นั่งมองวิว เห็นวิวทั้งเมืองเลย เราว่าครั้งหน้าถ้ามีโอกาสมาอีกอาจจะมาพักที่นี่ซักหน่อย บรรยากาศตอนเทศกาลตอนกลางคืนคงน่ารักดีแล้วก็กลับกันเถอะ การเที่ยวท่ามกลางสายฝนนี่มันเหนื่อยเป็นสองเท่าจริงๆนะ
บ๊ายบาย เมืองแห่งสายฝน : )

DSCF5009 [DSCF5011

](/wp-content/uploads/2015/01/DSCF5011.jpg) Beitou Hot spring

คืนนี้จบด้วยการแช่นำ้ร้อนกันที่ Beitou มีให้เลือกหลายร้านมาก ไม่ได้ถ่ายรูปมา
ที่เราเลือกกันเป็นบ่อรวม มีชุดว่ายน้ำให้เลือกซื้อ อุ่นสบายยยย~
DSCF5015* *

Trip info :

SCHEDULE

22-26 October 2014
22 Take off (night), Check in the home stay
***23 *Gu Gong National Palace Museum, Chiang Kai-shek Memorial Hall
24 Maokong Gondola, Tamsui station, Fisherman wharf,  101 area (Vshow cinema area)
***25 *Yehliu Geopark, Chiufen village, Beitou Hotspring
26 Back to Thailand

BUDGET

Air ticket                   9,520  THB (Traveloka)

  • Travel insurance     450      THB (Gobear)*
  • Transportation        2,355   THB (แพงตรง mini bus กับรถตู้รับส่งสนามบิน)*
  • Living                        3,121    THB*
  • Accommodation     2,843   THB*
  • Entrance ticket*
  • Gondola ticket        100       THB*
  • Yehliu park              80         THB*
    Total                        18,469  THB

*rate 1 THB =  0.96 Taiwan dollar
ถ้าแลกกลับเป็นเงินไทยที่ไทย แนะนำไป super rich โลด ที่สนามบินกด rate ลากเลือดมาก เราขาดทุนเกือบพัน


End of this trip

ขอสรุปอะไรต่างๆนาๆ ณ ตรงนี้

การเตรียมตัว ความรู้สึก และทัศนคติของเรากับประเทศนี้

สรุปความรู้สึกทั้งหมดกับไทเป

เรารู้สึกชิล เอื่อยๆ ฝนมันไม่เป็นใจให้เราเที่ยวเท่าไหร่ แต่ก็รู้สึกดีอย่างประหลาด

กว่าจะสื่อสารกันรู้เรื่อง ภาษาอังกฤษไม่ได้ใช้ เซิร์ชหารูปให้เขาดูหรือใบ้คำจะช่วยชีวิตได้มากกว่า

เมืองสะอาด ตึกสวยเป็นระเบียบ ด้วย Landscape ที่เป็นภูเขา ถนนมันเลยต้องทำเป็นขึ้นๆลงๆน่ารัก
สาวๆขาเรี๊ยวเรียว เห็นแล้วอยากเตะรวบขาเรียงคน ทอมเยอะมาก และหน้าตาดีด้วย
ส่วนหนุ่มที่นี่ถึงแม้จะหน้าตาจิ้มลิ้มมาก แต่ก็ทำอะไรปอไม่ได้ค่ะ หนุ่มไทยชนะเลิศ

รถไฟขึ้นง่าย ไม่งง ง่ายพอๆกับสิงค์โปร์ และมีหลายอย่างคล้ายสิงค์โปร์มาก แต่ก็ต่างอย่างบอกไม่ถูก
แบบที่นี่จะจุ๊กจิ๊ก ละเอียดอ่อนกว่า ใน detail ของตึก บ้าน สิ่งแวดล้อมอะไรแบบนี้ Singapore จะเรียบๆกว่า

อาหารอร่อย(หายาก)มากกก ที่อร่อยคือเสี่ยวหลงเปา ไอติมที่หมู่บ้านชา
ชานมไข่มุกร้านชุนสุ่ยถัง (Chun Shui Tang) ขนมที่หมู่บ้านจิ่วเฟิ่น That’s all

Where to go

• เราแนะนำขึ้นกระเช้าที่ Maokong Gondola แล้วใช้เวลาเดินลงมาเรื่อยๆ
• ไป Beitou แช่ Hot spring ซักหน่อย
• แล้วเดินลงมาข้างล่าง Shida night market กินเสี่ยวหลงเปาเจ้าอร่อย
• Spend the night at Fisherman wharf กิน ไก่ทอดแผ่นยักษ์
เข้าตึก 101 ไปเดินเล่นให้ได้ฟิลแบบว่ามาถึงแล้ว จะขึ้นดูวิวหรือไม่ดูก็ได้แล้วแต่
• ใกล้ๆจะมีโรงหนัง V Show บริเวณนี้เหมาะเดินเล่น ช๊อปปิ้ง กินเบียร์ชิลๆ ดูผู้คน (แต่ตรงนี้ราคาแพงหน่อยนะ)
• เดินเล่นที่ **Ximending ‘ซิเหมินดิ่ง’ (The Harajuku district of Taipei)
• ที่จะมีตึกแดงสวยๆอยู่ดึกนึงเป็นเอกลักษณ์ (เรายังไม่พบอะไรอร่อยเช่นกัน)
• ไหว้ขอพรที่ วัดหลงซาน Longshan และ วัดเบ๋าอัน Bao’An Temple
• ใครชอบประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ให้ไป National Palace Museum กับ Chiang Kai-shek Memorial Hall
 **ขึ้นเขา XiangShan ไปดูวิวตึก 101

• นั่งรถออกไปนอกเมือง ไปเสพความคิ้วท์ของหมู่บ้านโบราณ Chiufen **villege (อาจจะแวะไปดู one of famous wonders  หินประหลาดที่ Yehliu Geopark **ก่อนก็ได้)

• ไกลออกไปอีกที่ต้องจองรถไฟไป **Taroko Gorge หนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของเอเชีย ทัศนียภาพสวยงามเกินคำบรรยาย
(บรรยายไม่ได้จริงๆเพราะเราไม่ได้ไป จองรถไฟไม่ทัน ใครจะไปให้จองไปก่อน มันเต็มเร็วมาก)
• ดูพระอาทิตย์ขึ้น ล่องเรือชมทะเลสาป
Sun moon lake **ไปต่อจาก Taroko gorge เลยก็ได้เพราะมันอยู่ตอนกลางของเกาะนู่นแน่ะ เลย Tarokoมาอีก
*มาเช้าเย็นกลับจะเหนื่อยไปหน่อย และอาจไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
ค้างซัก 1 คืนกำลังดี รอดูพระอาทิตย์ขึ้นชิลๆ
น่าจะหมดละล่ะ

Prepare

• ใครมี VISA US แล้วก็ง่ายเลย เข้าไปกรอกแค่ใบนี้แล้ว print ไปเป็นพอ (ใบนี้มีอายุ 30 วัน) https://oa1.immigration.gov.tw/nia_southeast/
•  สำหรับคนที่ไม่มี VISA US ของที่เตรียมมันเยอะอ่ะ search ขั้นตอนการทำ TAIWAN VISA โลดจ้า
• อันนี้ไว้เช็คอากาศนะ ตอนเราไปนี่ฝนเหมือนจะตกทุกวัน ฟ้าอึมครึม แย่กับการถ่ายรูปมากๆ T-T  http://www.accuweather.com/en/tw/taipei-city/315078/october-weather/315078
• จองรถไฟไป Hualien (Taroko George) http://www.railway.gov.tw/en/index.aspx

Air Ticket

จองตั๋วเครื่องบินไป-กลับไทเปกับ **[Traveloka](https://www.traveloka.com/th-th/flight/to/Taipei.TPE/1)**
จองง่าย ได้ราคาดีที่สุด ไม่มีบัตรเครดิตก็จองได้ (มีให้เลือกโอนเงินผ่านธนาคารได้) ราคาไม่มีบวกเพิ่มเหมือนที่อื่น เห็นราคาไหน ก็จ่ายตามราคานั้น  (แล้วก็มีโค้ดลดราคาให้บ่อยๆด้วย [💖](http://emojipedia.org/sparkling-heart/))

What to bring with

เสื้อกันฝน และ เปิดเน็ตไป (เผื่อ search หารูปประกอบเวลาคุยกันไม่เข้าใจ)

That’s it จบแล้วจ้า : )

DSCF4542

ชิลไป ในไทเป | Chilling Trip in the Rainy town (part1)

Part 1

ไม่แปลกใจที่ทำไมใครๆก็ชอบมาไทเป คนน่ารักดี เมืองก็สงบ อยากกินเบียร์ก็แถวตึก 101,
ชานมไข่มุกก็อร่อย, เมืองจิ่วเฟิ่นก็โคดน่ารัก มีของกินอร่อยๆเพียบ…

ทริปนี้เป็นทริป Outing ชิลๆ เป็นช่วงที่ชีวิตวุ่นวายและเพิ่งออกจากโรงพยาบาลพอดี
เลยไม่ได้พยายามเก็บรายละเอียดอะไรมาก หรือพยายามหาเหตุผลอะไรกับมันนัก
อยากไปพักผ่อนชิลๆ แล้วมันก็ชิลอย่างที่หวังจริงๆ
ps.ใครตามมาจาก Pantip ในนี้เราแก้ไขเพิ่มเติม detail ให้หมดแล้วนะ ครบสมบูรณ์สุดๆ

เป็นทริปที่เรามี Duo กับเขาด้วยนะ ‘น้องแช๊ม’
Subordinate คนแรกในชีวิต หลังจากได้เลื่อนตำแหน่งเป็น Manager กับเขาแล้ว (ฟังดูยิ่งใหญ่นะ 555)

ช่างมันเถอะเอาเป็นว่าเป็น ‘น้องสาวคนใหม่’ ดีกว่า : )

IMG_5567

ทริปนี้เราไปกัน 9 คน เและป็นการไปต่างประเทศครั้งแรกของแช๊ม ดีใจที่ได้ไปด้วยกัน : )
*ดูสรุปทั้งหมดได้ที่ Part 2 ด้านล่างสุดนะ

First Night in Teipei

เรามาถึงกันตอนดึก รถตู้ที่โฮสเป็นคนช่วยหามารอรับอยู่แล้ว
ระหว่างทางมาบ้านโฮสนึกถึงสิงคโปร์เลย บ้านเมืองสะอาดเป็นระเบียบสุดๆ
แต่พอเข้ามาในเขตชุมชนปุ๊บ กลายเป็นเหมือนหมู่บ้านมารุโกะอย่างงั้น ทางมันแคบๆ รถก็ดูจิ๋วๆ น่ารักไปหมด

Jimmy, the host

โฮสชื่อจิ๋มมี่ ไม่ระบุเพศแน่ชัด แต่เจ๊จิ๋มแกจะมีเอกลักษณ์ชัดเจนมากจาก Outfit ของแก
จิ๋มมี่เป็นผู้ชายขาวตี๋แบบฉบับหนุ่มไต้หวัน พูดภาษาอังกฤษสำเนียงน่ารักๆแบบอาม่าอาเจ็ก
ใส่เสื้อแขนกุดโชว์แขนขาวๆ กางเกงบอลพริ้วๆ ใส่แว่นตาอันนึง แต่ที่เด็ดสุดคือ กระเป๋า!
กระเป๋าแกจะเป็นกระเป๋าที่ได้ฟรีจากการซื้อ Laptop ซึ่งด้านนึงขาดรุ่งริ่งออกมาประมาณสิบเซ็นได้ Cool~

เจ๊พาเราไปกินก๋วยเตี๋ยว ก็อร่อยดีนะ แต่ไม่พีค ยังไม่ recommend
โดยเจ๊เป็นคนสั่งเป็นภาษาจีนให้ ไม่งั้นบอกเลยว่าลำบากกว่าจะเข้าใจกัน
เส้นก็มีให้เลือกเป็นวุ้นเส้น เส้นอุด้ง เส้นหมี่ เส้นเล็ก เส้นใหญ่ น้ำซุปมีทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา พวกเราเหมามาทั้งทะเล
มันก็โอเคหมดยกเว้นหอย หอยเหม็นนน แบบว่าพูดแล้วขมคอขึ้นมาเลยเนี่ย

DSCF4417 Untitled-18*ชอบที่มีกระดาษพับเก๋ๆให้ดึงออกมาใส่เศษขยะ ไม่ต้องวางเลอะเทอะเหมือนที่ไทย *แค่ไอ้กระดาษแค่เนี้ย มีแล้วชีวิตดีขึ้นเลยอ่ะ ทำไมเมืองไทยไม่ทำกันนะ (หรือเปลืองกระดาษ?)

ไหนๆก็เปิดมาด้วยเรื่องอาหารละ พูดรวดเดียวเลยแล้วกัน

เบียร์ไต้หวัน

สั้นๆคือ อร่อย จากคอเบียร์ (ซึ่งไม่ใช่เรา)

DSCF4429

ชานมไข่มุก

มาเหยียบถิ่นชา เราต้องกินชาเซ่ ไม่กินชาไข่มุก จะมาถึงไต้หวันได้ไง ที่นี่เค้าต้นกำเนิดเลยนะ ปกติเราเป็นคนชอบกินชาไข่มุกมาก กินมาจะทุกยี่ห้อละ แม้กระทั่งที่ NYC ก็บินไปกินมาแล้วนะ หง่อวว์ (เอาจริงๆก็บังเอิญเจอเฉยๆแหละ 555) ของที่นี่มีไข่มุกให้เลือกหลายไซส์ แล้วก็ Topping อื่นๆอีก รวมทั้งระดับความหวาน เราเลือก original มา หวานกำลังดี ส่วนใครไม่อยากได้หวานมากให้เลือก half sugar ชามีความ plain มากกว่านิดนึง ไข่มุกนุ่มหนึบ เพลิ๊นเพลินน ชอบบ เสียดายกินแค่ยี่ห้อเดียว เห็นเค้าว่าเจ้าดังๆนี่ไข่มุกนี่กลิ่นหอมขึ้นจมูกเลยนะ ที่เด็ดๆเห็นจะเป็นต้นตำหรับ ร้านชุนสุ่ยถัง (Chun Shui Tang) เป็นนร้านให้เข้าไปนั่งกินเลย เราไปไม่เจอเลยอด ครั้งหน้าไม่พลาดแน่ DSCF5058

อาหารเช้า..

จากการมาอยู่นี่สามวันของเราก็ตระหนักได้ว่าเบอร์เกอร์คืออาหารเช้าที่เบสิคที่สุด ไปร้านไหนๆก็มีเบอร์เกอร์ ถามว่าอร่อยไหม .. ก็เบอร์เก้อร์อ่ะ ไม่อภิเชธ (appriciate) เท่าไหร่ ที่เห็นมีเยอะพอๆกันคือ “หมี่ผัด” เฮ้ย ทั้งหน้าตา รสชาติ ยังกับที่ Kashmir แน่ะ  (“แคชเมียร์” @อินเดีย) แต่ที่ Kashmir อร่อยกว่าเย้อออ ทั้งๆที่เป็นแค่ผัด Maggi เองนะ (บะหมี่ยี่ห้อ Maggi) DSCF4476

สุกี้ไต้หวัน..

วันที่สองกินสุกี้ไต้หวันกัน พนักงานเป็นทอมหน้าตาน่ารัก สุภาพ ส่วนสุกี้ น้ำจิ้มแปลกๆ ที่ผสมยังไงทำไมมันไม่อร่อยซักที ไม่คุ้นชินกับรสชาติจืดๆของที่นี่เลย DSCF4546 DSCF4549

ฟรุ๊ตตตต

ผลไม้ที่นี่อร่อย ฉ่ำ สดดี ดูสะอาดสะอ้าน ต้องลอง DSCF4535IMG_5221

ฟินๆในเซเว่น

เห็นเมื่อซักเดือนก่อนมีข่าวว่า 7-11 เมืองไทยสาขานึงเริ่มเปิดให้มี foodcourt ในร้านแล้ว คนไทยตื่นเต้นกันมากๆ วันนี้เรามาที่นี่ มันมีแทบจะทุกเซเว่นเลยอ่ะ ใน Family mart ก็มีด้วยเหมือนกัน Convenience  store ที่นี่มีของกินสำเร็จรูปเยอะเลยนะ แบบเป็นกล่องอลูมิเนียมที่นึ่งพวกลูกชิ้นไว้ ให้เราตักใส่ถ้วยได้เลย สะดวกดีและน่ากินกว่าพวกกึ่งสำเร็จรูปเย้ออ

อีกอย่างใน 7 ที่นี่ที่เราโคดชอบเลยคือ “มัฟฟินนนน” โอยยอร่อยย อร่อยไม่แพ้ miffin ใน Mc เลย กัดเข้าไปปุ๊บ สัมผัสแรกคือสากๆลิ้นด้วยผิวหนังกรอบๆและเครื่องเทศของมัน พอเคี้ยวปุ๊บ นุ่มมมมละมุนนนมากก นึกถึงขึ้นมาก็น้ำลายไหล *(ความคิดเห็นส่วนตัวที่ชอบกิน muffin อยู่แล้วนะ) *มันอร่อยลืมไม่ลง  (หรือเราหิวก็ไม่รู้) เอาเป็นว่าที่กินๆมาสามสี่วันเนี่ย ชอบ Muffin ในเซเว่นที่สุด จบปิ๊ง

DSCF4441 DSCF5047ที่ห้ามพลาดแต่เราพลาดคือเสี่ยวหลงเปา โดยเฉพาะที่ Beitou ที่มี Hotspring เยอะๆ จะมีผู้หญิงขายเสี่ยวหลงเปาอยู่ที่ Shida night market เขาว่ากันว่าอร่อยลืมมม จบเรื่องกินหลักๆละ

At Homestay

ในที่สุดก็ได้เข้าห้องพัก จิ๋มมี่พาไปที่ดึกแถวโทรมๆ ขึ้นไปด้วยทางเดินแคบๆถึงชั้น 4 ไอ้เราก็ เอ้อ อะไรก็ได้อ่ะ นอนได้หมดละวินาทีนี้ แทบจะทิ้งดิ่งลงสลบกับพื้นถนนละ

แต่พอเปิดลูกกรงเล็กๆตรงหน้าบันไดนั่งเข้ามาเท่านั้นแหละ ก็พบว่าด้านในใช้พื้นที่ได้ดีมาก แบ่งเป็นห้อง 5 ห้องมีทางเดินด้านหน้าเชื่อมกัน ดูอบอุ่นและน่ารัก น่านอนเป็นที่สุด ที่พักถูก ห้องก็ดี๊ดีย์ ทุกห้องมีห้องน้ำส่วนตัวขนาดถือว่าใหญ่ และมีเครื่องซักผ้าให้ทุกห้อง มีตู้เย็น ตู้เสื้อผ้า ทีวี ไดร์เป่าผม เครื่องกดน้ำเปล่าร้อน,เย็น ซิ้งค์ล้างจาน และ DVD ให้ดูฟรีจำนวนหนึ่ง

ps. ที่พักเราคือ Central cozy apartment by designer! Chángshòu Street Sanzhong District, 241 Taiwan เจ้าของชื่อ จิมมี่ : )
แนะนำเว็บที่เราใช้ตลอดเวลาไปต่างประเทศ Airbnb เดี๋ยวนี้คนคงรู้จักกันดีแล้วล่ะ https://www.airbnb.com/rooms/2355755

DSCF4454นอนห้องละ 2 คน เก๊านอนกับน้องแช๊ม ห้องก็เรียบร้อยตามประสาสาวๆ (เหรอ..)
เอาจริงๆมันดีกว่าที่เห็นนะ คือง่วงเลยถ่ายมาแค่มุมนี้  จิตใจจดจ่อแต่กับเตียงเท่านั้นจริงๆ T-T

Day 1

Museum & Chiang Kai-shek Memorial Hall

ไปมิวเซียม กับ อนุสรณ์เจียงไคเช็กกัน

เดินเล่นๆ

เดินเล่นแถวบ้านกันดูความนั่ลลัคของตรอกแคบๆที่น่าจะสกปรกแต่ดันสะอาดสะอ้าน (แต่บางทีก็มีสิ่งที่ควบคุมไม่ได้เช่น poo หมา)
จากที่พักเมื่อวานก็ทำให้เรามองที่อยู่อาศัยที่นี่เปลี่ยนไป ได้แต่คิดว่าภายในบ้านเล็กๆพวกนี้ ด้านในจะน่ารักกันขนาดไหนนะDSCF4460 Untitled-4 DSCF4463 IMG_5205

Every single space!..

is a precious space.
ในย่านชุมชน การจอดรถนี่นึกว่าไม่คิดจะเอาออกมาใช้กันอีกแล้ว แม้แต่เซนติเมตรสุดท้ายก็ยังเอาอ่ะคิดดู แม้รถจะคันเล็กๆกัน แต่ใช้ที่จอดรถกันประหยัดมากอ่ะDSCF4457

เช้าวันแรก จะหาข้าวกินแล้วไปซื้อบัตรรถไฟฟ้ากันน
หาร้านกินข้าวตั้งนาน อยากกินร้าน local เพื่อการเข้าถึง
และแล้วก็ได้เข้าถึงและเข้าใจว่าแฮมเบอร์เกอร์ และผัดหมี่คืออาหารเช้าสุดฮิต
(รสชาติ so so อ่ะ)Untitled-14Untitled-5

กว่าเราจะเข้าใจนาย.. กว่าเราจะเข้าใจกัน

การสื่อสารอันยากลำบากของที่นี่ ทำให้เราได้ใช้สกิลเกมส์ใบ้คำตอนเด็กๆอีกครั้ง..
จะไปไหน ต้องชี้ map เอา ชัวร์สุด ภาษาอังกฤษอย่าหวังมากว่าจะได้ใช้ Grammar ลืมไปได้เลย เรียนมาจากไหน คืนครูไปให้หมด ขนาดจะบอกว่าเอาเบอร์เกอร์ไก่ยังพูดว่า Chicken ไม่ได้ ทำยังไงน่ะเหรอ ก็ตีปีกใส่เขาเสะ ชิคเค่นๆ ยูโน๊วๆ (ตีปีกๆ) วินาทีนี้ภาษามือ ทักษะการเต้นประกอบเพลงตอนอนุบาล ทักษะการวาดรูป ทักษะการเล่นเกมส์ใบ้คำ ขุดมาใช้ให้หมด

DSCF4487 DSCF4490

Taiwanese

คนไต้หวันน่ารักดีนะ หมายถึงการให้ความช่วยเหลือนะ เค้าพูด eng ไม่ค่อยได้กันก็จริงแต่เค้าพยายามจะช่วยเรามากๆ ยังไม่เจอพนักงานที่ทำหน้ารำคาญที่เราสื่อสารกันไม่รู้เรื่องเลย อย่างพนักงานที่รถไฟฟ้าคนนี้ก็พยายามอย่างมากที่จะช่วยเรา แม้จะเกิดปัญหาตั๋วไม่พอ เขาก็พยายามบอกเราให้เข้าใจ ว่าเข้าไปก่อนได้เลยแล้วไปเอาที่สถานีนี้นะ อธิบายกันจนกระจ่าง

คิดไม่ออกว่าจะไปไหน ให้มองมาที่ฉัน..

ฉันในที่นี้คือ ‘ตั๋วรถไฟ’

มันจะมีรูปการ์ตูนโนเนะๆของอะไรเด่นๆในไทเป เห็นไม๊ๆ วัดหลงซาน ชาไข่มุก กระเช้าลอยฟ้า แช่น้ำร้อน นวดกดจุด ไก่แผ่นยักษ์ และตึก101
ใช้ติ๊ดขึ้น Bus ก็ได้นะใบนี้

DSCF4491

เรื่องของรถไฟฟ้า

ที่นี่ชอบขีดเส้นงอๆไปด้านข้างให้รอคิวกัน ก็เป็นระเบียบดี แต่เค้าจะไม่รอคนออกก่อนแล้วค่อยเข้าเหมือนของเรานะ ส่วนใหญ่ที่เจอจะเข้าทางนึง ออกทางนึง พร้อมๆกัน DSCF4495 ส่วนด้านในรถ ให้ระวังอย่างเดียวคือ ‘เก้าอี้สีแปลก’ ถ้าเผลอไปนั่งเก้าอี้ที่สีแปลกกว่าตัวอื่นๆล่ะก็ ระวังโดดมนุษย์ป้า มนุษย์อาม่าอากงบ่นเอา(แบบเรา)แน่ๆ เพราะมันเป็นที่เฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ คนท้อง และผู้พิการจ้าาา

DSCF4499DSCF4554อดคิดถึงสิงคโปร์ไม่ได้จริงจริ๊งง ดูวิวดิ ยิ่งมองยิ่งคิดถึง

Gu Gong National Palace Museum

พิพิธภัณฑ์กู้กง ใครไม่ชอบเดิน mesium ก็ skip part นี้ไปได้เลยนะ
เอาจริงๆใครไม่ได้อยากรู้ความเป็นมาและประวัติบ้านเมืองเขา. ไม่ต้องมาหรอก คนไม่อินยังไงก็ไม่อินอ่ะ
เดี๋ยวจะแนะนำตอนท้ายอีกทีนะว่าอะไรควรมาอะไรไม่ควรมาจะได้ไม่มาเสียเที่ยว
ส่วนเรา เราค่อนข้างจะชอบเดินมิวเซียมนะ ไป NYC, DC ก็ไปเดิน musieum มาเป็นสิบๆที่
ชอบประเทศที่มีประวัติศาสตร์จริงๆให้จดจำและเรียนรู้สิ่งที่ดีและสิ่งที่พลาด ในต้นตอและศิลปะวัฒนธรรมความเป็นมา
ถ้าในเรื่องของ Asian Art เราค่อนข้างชอบใช้เวลาดูภาพวาดจีนที่วาดถึงความเป็นอยู่สมัยก่อน
โดยเฉพาะแผ่นยาวๆหรืออันที่มีรายละเอียดเยอะๆ เราจะชอบดูว่าเขาวาดเรื่องอะไรอยู่ คนกลุ่มนี้กำลังทำอะไร เขาคือใคร
มันน่ารักและสนุกดี นักวาดบางคนก็จะแทรกอะไรตลกๆลงไปในภาพด้วย
อย่างเช่นภาพงานวัด มีคนชกกันในงานวัดด้วย มีหอหญิง มีโจร อะไรแบบนี้ เพลินดี

ที่นี่เค้าโชว์ Asian Art สมัยราชวงศ์จีนซะส่วนใหญ่ ข้าวของเครื่องใช้ ภาพวาด งานเขียน ให้เห็นถึงความเจริญในสมัยนั้น
ค่อนข้างเด่นเรื่องหิน เอาหินมาทำเป็นรูปทรงแปลกๆ ความละเอียดอ่อนของการสกัดหิน
item เด็ดที่คนต่อแถวยาวมากเพื่อเข้าไปดูคือ หยกผักกาดขาว สมัยราชวศ์งชิง
แกะสลักจากหยกสองสีที่หายากเป็นรูปผักกาดขาวที่มีความเหมือนจริงมาก และมีตั๊กแตนเกาะอยู่บนใบด้วย
หยกนี้ใช้เป็นของหมั้นในราชวงศ์สมัยก่อน  อีกอันคือ **หินเนื้อหมู **ที่มีความเหมือนจริงมาก
ps. เค้าบอกศักดิ์ศรีเทียบเคียงกับพิพิธภัณฑ์ลูฟที่ฝรังเศสเลยน้าา
ถ้าจะดูให้ครบทุกชิ้นจริงๆ (6 แสนกว่าชิ้น) ต้องใช้เวลาถึง 4 เดือนเลยแหละ DSCF4505 ที่นี่ทัวร์มาลงเยอะมาก โดยเฉพาะทัวร์จีน อาม่า อาอึ้ม ไม่ค่อยจะมีวัยรุ่นซักเท่าไหร่ อย่างที่บอก เราแนะนำไปสถาณที่ที่มี activity ดีกว่า แบบแช่น้ำร้อน เดินตลาด ขึ้นกระเช้าไรแบบนี้DSCF4509DSCF4513

Chiang Kai-shek Memorial Hall

อนุสรณ์ เจียงไคเช็ค บุคคลที่เกิดวันฮาโลวีน ตายวันเชงเม้ง..
สาระจงมา จงมา…
โอเค.. ท่านเจียง คือใคร?? ขอท้าวความไปถึง ‘บิดาของชาติ’ ดร. ซุน ยัตเซน ผู้ตั้งคณะชาติ(นิยม) พรรคก๊กมินตั๋ง ที่เป็นผู้บุกเบิกการปฏิวัติประชาธิปไตยในจีน แต่ต้องมาเสียชีวิตไปก่อนที่จะได้เห็นผลของการปฏิวัติที่ตัวเองทุ่มเทมาทั้งชีวิตสำเร็จ

ส่วนท่านเจียงนั้นก็คือจอมพลของคณะชาติ ที่สืบทอดอำนาจต่อมา และพยายามรวบรวมอำนาจที่กระจายอยู่จากพรรคต่างๆ ต่อมาแพ้สงครามกลางเมืองให้กับพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่นำโดยเหมาเจ๋อตุง จนต้องหนีไปตั้งรัฐบาลแห่งชาติอยู่ที่เกาะไต้หวัน และได้เป็นประธานาธิบดีคนแรกของไต้หวัน ได้ชื่อว่าเป็นผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐจีน หรือ ประเทศไต้หวัน จึงเป็นบุคคลสำคัญที่ได้รับความเคารพรักจากคนไต้หวันตลอดมา

การเดินทางก็มาลงสถานี Chiang Kai-shek Memorial Hall เลย สะดวกม๊าก บริเวณเดียวกันนี้จะประกอบด้วย อนุสรณ์เจียงไคเช็ค, โรงละครแห่งชาติ และ โรงคอนเสิร์ตแห่งชาติ อยู่ด้วยกัน มาไทเป 3 วันนี้ Cloudy มากก ฟ้าไม่สวยเลยซักวัน อากาศขมุกขมัว เลยถ่ายรูปออกมาได้หม่นๆแบบนี้ตลอดเลย ทำใจ~

DSCF4568-6 DSCF4574IMG_5419

National Theater

ด้านหน้าฝั่งติดถนนจะเป็นโรงละครแห่งชาติ หลังคาสีส้ม ด้านในทำเป็นชั้นๆสีเขียว IMG_5335 DSCF4578DSCF4581

National Concert Hall

ตรงหน้าลานโรงคอนเสิร์ตนี่แหละที่คนจะชอบมาทำกิจกรรมกัน จัดบูธซ้อมเต้น ออกกำลังกาย เป็นพื้นที่เอนกประสงค์ดีจริงๆIMG_5394

ประตูชัยด้านหน้าที่เขียนเป็นภาษาจีน แปลได้ว่า “Liberty Square”

ส่วนใหญ่คนจะถ่ายรูปจากด้านนอกประตูชัยเข้ามา เพราะจะมองเห็นอนุสรณ์เจียงไคเช็คพอดี (ps ด้วยความขี้เกียจ เราดันถ่ายจากข้างในออกไป)

DSCF4589

Day 2

Morning : Maokong Gondola

นั่งกระเช้าคริสตัลขึ้นภูเขาที่เหมากงกัน เริ่มจาก นั่ง monorail ไปลงสถานี TAIPEI ZOO

DSCF4603 DSCF4616 DSCF4624 DSCF4612

ถึงแล้ว

จากสถานีก็ลงเดินอีก 700 เมตรก็ถึงละ FYI * ที่นี่ปิดทุกวันจันทร์นะ *
ด้านล่างนี่คือจักรยาน Ubike จักรยานให้เช่าปั่นเล่นชมเมือง  แต่ต้องมีมีเบอร์โทรศัพท์กับบัตร EZ card เพราะต้องใช้รหัสมันเพื่อเช่าจักรยาน (ใครจะขึ้นเขา XiangShan ไปดูวิวตึก 101 ก็มักจะเช่าจักรยานแบบนี้แหละค่ะ)

DSCF4631 DSCF4632

กระเช้าสองแบบ

หลังซื้อตั๋วด้านล่างแล้วก็ขึ้นมาต่อคิวขึ้นกระเช้ากัน กระเช้าจะมีสองแบบ แบบธรรมดา กับแบบคริสตัล (พื้นใสมองเห็นด้านล่าง) ราคาต่างกันนิดหน่อย แต่ไม่แพงเลยขึ้นไปสถานีบนสุดก็ประมาณ 100 บาทเท่านั้น ต่อคิวเป็นสองแถวคือแถวกระเช้าธรรมดากับแถว คริสตัล ตอนเราไปมีแก๊งคุณตา คุณยายจูงมือกันมาขึ้นกระเช้า น่ารักมากๆ : )DSCF4639

View from Crystal Gondola

สถานีที่กระเช้าไปจะมีทั้งหมด 4  สถานี ราคาต่างกันไป แต่อย่างที่บอก ขึ้นไปบนสุดก็แค่ไม่เกิน 100 บาท คุ้มสุดๆ แต่ละสถานีก็มีสถานที่เด่นๆต่างกันไป มีสวนสัตว์ วัด และร้านน้ำชา The must ของที่นี่คือร้านน้ำชาด้านบนสุด จะมีร้านขายของกิน คาเฟ่ และร้านน้ำชาน่ารักๆ เอาแค่วิวก็คุ้มละจริงๆแล้ว ถ้ามาวันที่แสงดีกว่านี้ก็คงจะดี ลมเย็นๆพัดเข้ามาทางช่องลม สบายดี

จากตรงนี้มองเห็นไทเปทั้งเมืองเลย เห็นตึก 101 อยู่ไกลๆด้วย ถ้าเอากล้องโปรไปถ่ายจากมุมนี้จะสวยมาก (ประสิทธิภาพกล้องเราทำได้แค่นี้จริงๆค่ะ ซอรี่ 5555) ด้านล่างของตึกปล่อยกระเช้ามีตู้ถ่ายรูปคิ้วท์ๆให้ถ่ายเก็บเป็นที่ระลึกด้วย น่ารัก (เสียเงินนะ ไม่ฟรี)

DSCF4659 Untitled-9 IMG_5544IMG_5535

The last station

เราขึ้นไปสถานีสุดท้ายแล้วกะเดินลงกัน ข้างบนลมเย็นมากก คล้ายๆหมู่บ้านย่อมๆ มีร้านขายอาหารโลคอลคิ้วท์ๆทางซ้ายมือ  ส่วนอีกด้านเป็นร้านชา เพราะหมู่บ้านนี้เขาปลูกไร่ชากันเลยทำเป็นนร้านชาซะเยอะ ถ้ามีเวลาเราว่าลองมาเดินชิลๆที่นี่ซักวันนึงก็ถือเป็นวันที่คุ้มอยู่นะคะ มันต้องใช้เวลาเดินอยู่เหมือนกัน

ขนมหวานอร่อยดี ไอติมอะไรพวกนี้ แต่อาหารที่ขายทางด้านซ้ายเราว่า @#$%^&* สตันน์อ่ะ.. เอาเป็นว่าที่ชิมๆมา อร่อยอยู่อย่างเดียวคือมันเผา.. นอกนั้นคือบับ มันไม่ใช่อ่ะ ส่วนพวกคาเฟ่อะไรแบบนี้ปลอดภัยค่ะ เซฟๆ ไม่ค่อยมีของรสชาติไม่อร่อย แช๊มกินติมแล้วบอกว่าอร่อย เก๊ากินมะได้เพราะท้องไม่ค่อยดี เพิ่งเข้าโรงบาลเพราะทางเดินอาหารติดเชื้อ เลยกินอะไรนมๆไม่ได้ เจี๋ยจัยยยย T-T IMG_5617-2DSCF4693 DSCF4682 Untitled-12 IMG_5567 DSCF4700

Way back..

แล้วเราก็กลับกันโดยที่ไม่ได้เดินเล่นเลยเพราะอากาศไม่เป็นใจ ฝนตกปรอยๆ เย็นสบาย เหมาะกับการนั่งชิลๆเหม่อมองวิวมากกว่าการเดินเล่น ก็เลยนั่งกระเช้ากลับลงมากัน แพลนว่าจะเข้าไปใช้เวลาช่วงเย็นในเมืองกัน คิดว่าน่าจะเป็น Fisherman wharf ล่ะ ต่อ part 2 กันนะ : )IMG_5532

please continue reading part2 at http://mithuna27.com/taipei-taiwan-part2


Say hi :))

FB : facebook.com/mithuna27
IG : instagram.com/mithuna27