LEH LADAKH in film

ณ ที่ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 3000 ฟุต ที่ต้องกิน diamox จนปากชา ไร้ความรู้สึก
ไม่รู้แม้กระทั่งแม้กระทั่งน้ำมูกที่ไหลออกมาจากจมูก

เราตกหลุมรักตั้งแต่ลงเครื่องบิน
ถึงกับร้อง ‘เฮ้ยยยยยยยยย’ ยาวๆพร้อมกับปูน แล้วกระโดดกอดกับปูนโดยไม่ได้นัดหมาย

มันบรรยายไม่ถูกจริงๆ รอบๆตัวมีแต่ภูเขาขึ้นสลับเป็นชั้นๆ
อาอาศเย็นๆ ชิลมากๆ ราวกับหลุดเข้ามาในดินแดนอะไรก็ไม่รู้ เหมือนฝันแท้ๆเลย

A Day in Pangong Lake

Day 5

Pangong Lake

มา เลห์ ลาดักห์ ทั้งที จะพลาดที่นี่กันได้ไง!
ทะเลสาบแปงกอง ทะเทสาบที่ยาว 160 km ไปถึงจีนนู่นแน่ะ

DSCF2666

เลอค่าจนอยากจะบ้า!

จุดแวะพักวันนี้ หัวใจแทบหลุด พูดได้เต็มปากว่า สวยมากกกกกกก ชอบมากๆ ชอบวันนี้ที่สุดใน 3-4 วันนี้เลย
ขอบอกว่าเลอค่าจริงๆ มันอยู่ระหว่างทางไปทะเลสาบแปงกอง ซึ่งเราไม่แน่ใจว่าอยู่จุดไหนเหมือนกัน
แวะพักสองที่ ประทับใจทั้งสองที่เลย ที่แรกเป็นลานหญ้าและมีลำธาร มีดอกไม้เล็กๆขึ้นน่ารักดี
ที่ที่สองนี่ชอบมากมีฝูงสัตว์เต็มเลยยังกะดีสนีย์ แถมมีเจ้ามาร์มอท สุดคิ้วท์อีก
โอ๊ยๆๆๆ สวยจนจะบ้าตาย

แต่ใครที่เกลียดการนั่งรถนานๆ ท่าจะเบื่อนะ เพราะมันนั่งรถนานมากกว่าจะเจอที่ที่นึง
แล้วก็อยู่ตรงนั้นได้แป๊บเดียวก็ต้องไปต่อ บางคนก็เลยค้างคืน ดูดาว ชมบรรยากาศเพิ่ม

นี่คือที่แรก ยังไม่ค่อยมีอะไรมาก นอกจากความคิ้วท์ ที่ทำให้เราอยากนอนลงบนหญ้าแล้วกลิ้งไปมา
กระโดดข้ามลำธารไปมาเหมือนเทเลทับบี้

DSCF2551

DSCF2567

DSCF2547

DSCF2560

มาร์มอทตัวแสบ

มาร์มอทมันอยู่ในรูเต็มไปหมดเลย วิ่งทีไขมันสั่นดึ๋งๆๆน่ารักมาก
มันจะผลุบๆโผล่ๆ เหมือนเกมส์ตีหัวตัวตุ่น ถ้าโชคดีก็จะได้เห็นมันโผล่ออกมาจากรู วิ่งสลับรูไปมา
อย่าเข้าใกล้มันมากล่ะ ยังไงมันก็เป็นสัตว์ป่า ระวังมันกัดเอา (รูปข้างล่างนี่เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเท่าไหร่ ฮ่าๆ)
โอ๊ยยย อยากกอดดด น่ารัก

DSCF2648

DSCF2601

day4-6

IMG_1688

DSCF2606

เจอ ยัก แล้ววว (Yak) ยัก ยัก ยัก ยัก ยักเต็มไปหมดเยยย!

ยัก หรือ แย๊ก คือสัตว์ที่คล้ายๆวัว ควาย แต่มีเขา ผมเผ้ารุงรังเหมือนทำ death rock อยู่ตลอดเวลา
เราได้แต่เห็นไกลๆ แบบไม่มั่นใจว่าใช่ยักหรือเปล่า แต่ตอนนี้คือแบบ มันอยู่ตรงหน้านี่ อยู่ในทุ่งนี่!!
เลยทุ่งแมมมอทไปหน่อยเดียวก็เจอแล้ว ฝูงแกะ แพะอยู่ด้านใน ฝูงยักอยู่ด้านนอก
ไม่รู้จะเลือกไปตื่นเต้นกับอะไรก่อนดีเลยอ่ะ

DSCF2633

DSCF2634

หลุดเข้ามาในโลกดีสนีย์ โลกเทเลทับบี้

มีแพะ มีแกะ มียัก มีแมมมอท เดินกันเต็มไปหมดเลย
คือมันเยอะมากๆ โดยเฉพาะแพะ กับแกะ เป็นร้อยตัวได้ สุดยอดดมากกก
ตื่นเต้นจนคว้ากล้องฟูจิไม่ทัน เลยได้แต่รูปที่ใช้มือถือถ่ายมาแค่นี้

IMG_1399

IMG_1398

IMG_1402

day4-3

Reaching hear!

ถึงแล้ว ถึงแล้ว ถึงแล้ววว ก่อนถึงแปงกองรอบๆนี่เป็นภูเขาสีอ่อนผิวเรียบๆอยู่ช่วงนึง
ถ่ายออกมาแล้วดูเรียบเนีบน น่ารักไปอีกแบบ
เมฆก็อยู่ใกล้เราเหมือนเดิม ลอยอยู่บนหัวเหมือน bubble ความคิด

DSCF2667

DSCF2664

day4-12

No matter what your color is, you are beautiful.

ถึงแล้วทะเลสาบแปงกอง บางคนเค้าก็ค้างที่นี่กันคืนนึงเพื่อรอดูดาว ถ่ายรูปดาว แต่เราไปกลับวันเดียวเลย
ทะเลสาบแปงกองผู้มีหลายสี เป็นสีเขียวมรกตบ้าง สีฟ้าturquoiseบ้าง
เข้มบ้าง สว่างบ้าง แล้วแต่เมฆ แล้วแต่ฟ้า แล้วแต่ตะกอนใต้พื้นน้ำ
กว้างยาวไปยันจีน สงบนิ่งและใสสุดๆจนเห็นหินดินทรายที่พื้นได้อย่างชัดเจน
น้ำนิ่งมาก มีแค่คลื่นเล็กๆบนผิวน้ำที่เกิดจากลมที่พัดมาอ่อนๆ น่าลงไปเล่นสุดๆ

DSCF2721

DSCF2723

DSCF2732

DSCF2734

DSCF2743

day4-8

With local people

เล่นปาหินกับคนโลคอล และคนขับรถ เคยเล่นมั๊ย ปาไปบนผิวน้ำว่ามันเด้งไปได้กี่ที
ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะปาได้เลยอ่ะ ลองกี่ทีๆก็ ‘จ๋อม’ จมหายไปในทีเดียวตลอด
นี่ได้ตั้ง 6 ทีเลยน้า

DSCF2746

day4-4

โพสท่าตามทุนดุ๊บ

ทำไมต้องใช้ท่ายากด้วย ไม่เข้าใจ ทำตามไม่ได้ จะตกทะเลสาบ!
นี่เป็นครั้งแรกเลยอ่ะในสามวันที่เห็นเค้าหัวเราะ นอกนั้นจะ keep cool เป็นผู้ชายคูลๆ

IMG_1700

Take a walk around

ห้องน้ำสะอาดดีนะ แถมเพ้นท์เป็นสีฟ้าเข้ากับท้องฟ้าและทะเลสาบอีกตะหาก
แค่ไม่มีหลังคาเท่านั้นเอง

DSCF2708

DSCF2709

Maggi is always good

เมนูเซฟๆ ถ้าไม่กล้าลองอย่างอื่น Maggi เป็นตัวเลือกที่น่าไว้ใจที่สุดเสมอ
อร่อยอ่ะ ไปที่แคชเมียร์ก็กินเมนูนี้ อย่างอื่นก็ลองนะ แต่ถ้าวันไหนรู้สึกว่า เอ้อ น่าจะลองมาพอละล่ะ ก็กินอะไรเซฟๆเถอะ

DSCF2697

DSCF2702

DSCF2750
IMG_1560

หมดละล่ะวันนี้ แล้วก็นั่งรถกลับเลห์กันยาวๆ ไม่แวะไหน เพราะจะต้องนั่งไปแคชเมียร์ต่อคืนนี้ เดี๋ยวไม่ทัน
ช่างเป็นบล๊อกที่สั้นมาก สั้นที่สุดเท่าที่เคยเขียนมาละ (นี่สั้นแล้วจริงๆนะ)

Good bye Ladakh, Good bye Leh people.

บ๊ายบายนะ เมืองที่น่ารัก ผู้คนที่น่ารัก ดีใจที่ได้มารู้จักคนดีๆที่เลห์ สกัดมาก็ก๊วนกวน ทุนดุ๊บก็ใส่ใจ คุณพ่อก็ใจดีกับเรามาก
ขอบคุณที่ช่วยเหลือเราทุกอย่าง ตั้งแต่หาบ้าน แนะนำอะไรต่างๆ ทำpermit ชงชาให้กินตอนเราป่วย ต้มน้ำให้เราอาบ
คุยเล่นกับเราและ treat เราเหมือนเพื่อน เหมือนญาติ เหมือนครอบครัว you are being such a good friends : )

บอกตรงๆเลยว่าพวกเราหวง แบบไม่รู้จะหวงทำไม เคยไม๊เวลาหวงแฟน
แบบ.. ไม่อยากให้ใครเห็น อยากแอบๆเอาไว้เป็นที่ส่วนตัว
ไม่อยากให้ใครรู้ความน่ารักว่ามันน่ารักขนาดไหน ทั้งสถาณที่ ทั้งคน
ดูเป็นเด็กขี้หวงเนอะ.. ไม่รู้จะหวงไปทำไม ฮ่าๆๆ
แต่ก็นั่นแหละ อยากให้ไปกันเยอะๆ เพราะมันน่ารักจริงๆ อยากให้ไปกับเพื่อนดีๆ อยากให้รู้สึกแบบที่เรารู้สึก
ไปกันแล้วก็ดีกับเขาให้มากๆนะ อย่าไปเอาเปรียบหรือกดขี่เขาล่ะ เพราะเขาจริงใจกันจริงๆนะ

นี่ทุนดุ๊บกำลังเขียนที่อยู่ให้พวกเราส่งรูปที่ถ่ายไปให้บ้าง

DSCF2770

ภรรเมียสุดน่ารักของสกัดมา ผู้ที่เปิดร้านอยู่ใกล้กัน
ชอบชา Ginger lemon ของคุณน้าจังเลย (จำชื่อไม่ได้ก็บอกสิ ไปเรียกเค้าคุณน้าทำไม..)
(ลืมบอกว่าผู้หญิงที่นี่หน้าแบบนี้หมดเลย เราเกือบทักผิดไปสองรอบละ นึกว่าแฟนสกัดมา)DSCF2774

เก็บของออกจากบ้านคุณพ่อ

เพื่อนอ่านมาถึงตรงนี้ต้องกรี๊ดกันแน่ๆ ฮ่าๆๆ ให้อภัยเราด้วยนะ
แต่เราไม่มีรูปที่ถ่ายกับคุณพ่อแล้วพวกแกดูดีซักรูปเลยอ่ะ ลงๆไปเถอะนะ ฮ่าๆ
นี่คือโฉมหน้าคุณพ่อผู้ใจดี ซันทิล (จำชื่อได้นะ)
เราจะคิดถึงน้ำร้อน ชาแคชเมียร์ และสวนดอกไม้ของคุณพ่อนะ
IMG_1286

IMG_1288

สุดท้ายนี้พวกเราก็เขียนการ์ดไว้ให้ ทุกคน และให้ทิปคนขับทั้งสองคนด้วย
ปูนมันวาดรูปหน้าเราผิดอ่ะ กลายเป็นทำปากอะไรก็ไม่รู้ ยังกะเอเลี่ยน T-T

IMG_1564

ต่อจากนี้คือทางไปแคชเมียร์ ซึ่งเราเศร้ามากที่รูปและวิดิโอมันหายไปหมดพร้อมกับ Harddisk ยี่ห้อ WD element ใช้ได้สองปีเองนะ..
เก็บไว้เป็นความทรงจำละกัน

รักนะเลห์ ; )

End of this trip

ขอสรุปอะไรต่างๆนาๆ ณ ตรงนี้

LADAKH BUDGET** **

Plane [BKK>Delhi : Srinaga(Kashmir)>BKK] : 20,300 THB
Hotel & guest house : 1,232 THB/person
-Guest house (3 nights) = 4,200 INR/4
-Tent camp (1 night) = 4,816 INR/4
Transportation      :  2,952 THB/person
-car to Leh city from Leh airport = 229 INR/4
-van in leh (2 days) = 2,892 INR/4
-van to Nubra (2 days) = 9,606 INR/4
-van to Pangong : 7,867/4
-tip : 1,000INR/4
Entre fee = 77 THB/person
-Leh palace : 100 INR
-Namgyal tsemo : 30 INR
-Shey palace : 20 INR
-Hot spring : 30 INR
-Camel back riding : 350 INR
-Monastery : 30 INR
Living & other  : 828 THB/person
– Food : 1,516 INR

**Total   25,389** THB****

*ค่าเงิน  1 THB =*1.83 Rupee* *

Special Thanks

ขอบคุณ

อย่างที่เราเชื่อในทุกๆครั้งว่าเพื่อนร่วมทางที่ดี ทำให้ทริปที่แย่ กลายเป็นทริปที่ดีได้ และทำให้ทริปที่ดี ดียิ่งขึ้นไปอีก
การออกไปท่องเที่ยวเนี่ย บางทีมันไม่ได้อยู่ที่ว่า “เราไปที่ไหน” แต่มันอยู่ที่ว่า “เราไปกับใคร” ตะหาก : )

IMG_1185

คนแรกเลยปูน
ในที่สุดก็ได้มาอินเดียด้วยกันจนได้ ดีใจจังง ปูนเป็นคนพูดช้าและใจเย็น แต่จริงๆคือเป็นคนที่ลนมากๆอ่ะ :p ปูนเล่นกับสัตว์ได้โดยไม่กลัวอีโบล่า ชอบถ่ายกล้องฟิล์มที่บางครั้งจะเบิร์นและใช้ไม่ได้ทั้งม้วน แต่ม้วนที่ใช้ได้ก็เลอค่าจนเราอยากปากล้องดิจิตอลทิ้ง ชอบอูฐ ชอบม้า ชอบหมา ชอบคนขับรถ ดูเหมือนจะชอบสิ่งมีชีวิตร่วมโลกทุกอย่าง ฮ่าๆ ดีใจจังที่ได้มาด้วยกัน 🙂

เอ๋ย
ทริปนี้ทำให้เราได้รู้จักเอ๋ย เสียงหัวเราะเอ๋ยทำให้ทุกอย่างตลกกว่าเดิมเป็นสองเท่า เอ๋ยเป็นผู้นำท่าเต้นมาดามมด และเป็นคนกลัวความสูง เอ๋ยทำให้เรารู้จักภาษาใต้ในมุมมองใหม่ “เว่วว!” และการที่เอ๋ยแกล้งนาเดียเป็นอะไรที่บันเทิงมากเอาจริงๆ (ขอโทษนะนาเดีย ฮ่าๆ) ทริปนี้อาจจะเงียบไปเลยถ้าไม่มีเอ๋ยคอนแกล้งคนอื่นๆ ฮ่าๆ

นาเดีย
นาเดียมียีนส์ความเป็นแพลนเนอร์และความเป็นหัวหน้าห้องมากๆ ซึ่งเราทั้งทริปอาจจะตายได้ถ้าไม่มีนาเดีย เป็นคนที่เอ๋ยชอบแกล้งมากที่สุด เพราะเอ๋ยบอกว่าแกล้งแล้วสนุกที่สุด (อันนี้คอนเฟิร์ม) นาเดียรู้เรื่องรอบตัวเยอะมาก และจะเป็นตัวแทนทำอะไรหลายๆอย่าง เช่น มอบของที่ระลึกให้เจ้าของบ้าน ต่อรองค่ารถ มีปากมีเสียงกับแขก(ในแบบซอฟๆนาเดียสไตล์) อยู่กับนาเดียรับรองไม่มีความเงียบเหงานาเดียชอบพูดว่าตัวเองเป็นคนพูดไม่เก่ง แต่ตอนรู้จักกันวันแรก ผ่านไปครึ่งชั่วโมง นาเดียยังไม่หยุดพูดเลย :p

It’s nice to be with crazy people like you guys, wish we’ll have a trip together again, love ;))IMG_0728


Say hi :))

FB : facebook.com/mithuna27
IG : instagram.com/mithuna27

A road trip to Nubra Valley

Nubra Valley

2 days trip

หลังจากเที่ยวใน เลห์ ลาดักห์ กันไปแบบเต็มๆแล้ว
อีกสามวันที่เหลือเราจะนั่งรถให้ตูดเปื่อยไป Nubra valley (หมู่บ้าน นูบร้า) กับ Pankong lake (ทะเลสาบแปงกอง) กัน!

NUBRA VALLEY hit the road

ทริปสองสามวันนี้คือต้องนั่งรถกันเป็นวันๆเพื่อจะไปถึงสถาณที่ที่นึง
เตรียมใจนั่งรถกันให้ดี พกเพื่อนดีๆไปด้วย เตรียมเสื้อคลุมกันแดดและหมอนรองคอให้พร้อม
อัด Playlist เจ๋งๆและ power bank ให้แน่น แล้วก็ Hit the road กันเล้ยยย!

Nubra valley, I’m coming!

รอก่อนนะจ๊ะน้องอูฐ พี่กำลังไปหา!!

NUBRA VALLEY on the road

Morning in Leh

ตื่นกัน 7:00 am เราตื่นคนแรก เราจะอาบน้ำแต่น้ำเย็นมาก และไม่มีเครื่องทำน้ำร้อนชั้นบน
เราเลยถามเขาว่า ที่นี่มีน้ำร้อนไหม ชั้นล่างมีเครื่องทำน้ำร้อนไหม อาบชั้นล่างก็ได้อะไรแบบนี้
เขาก็บอกว่า yes yes yes พยักหน้าหงึกๆๆ แล้วบอกให้เรารอเดี๋ยว เราก็รออยู่แป๊บนึง
ซักพักซันทิลก็ขึ้นมาพร้อมถังใส่น้ำร้อน คือสรุปที่นี่ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น เขาไปต้มมาให้เราอ่ะ
ซันทิลน่ารักมากขออะไรก็บอก มีๆๆ yes yes yes พยักหน้าหงึกๆๆ น่ารักมากๆ
8:30 เก็บของเสร็จกันแล้ว รถยังไม่มา เอาของบางส่วนฝากไว้ที่เปียมาเพราะไปค้างที่ Nubra คืนนึง
และต้องปล่อยห้องคืนนึงให้คนอื่นเช่า จะได้ไม่เสียตังค่าเช่าอีกคืน พรุ่งนี้ค่อยกลับมาเช่าใหม่
เปียมาชวนกินชา เลยได้เข้าไปนั่งห้องนั่งเล่นกัน
ซักพักซันทิลพาลามะมาบ้าน พระมาปั้นๆสิ่งที่เรียกว่า “โชป้า” ปั้นเป็นรูปเคารพหรือเอาผงมาทาตัว
ลามะก็เล่นกะเราใหญ่เลย พยามจะหลอกให้เรากิน 555

DSCF1948

Day 3

Nubra Valley

Road trip ไป camping, ขี่อูฐที่ Nubra

The longest road trip

วันนี้ road trip ไป Nubra กันนน
เป็น road trip ที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยนั่งมาเลย (แต่เดี๋ยวตอนนั่งแคชเมียร์อาจจะนานกว่านี้)
ในภาพคือเอ๋ยทำอาหารเช้าให้กิน เป็นขนมปังกับ Nutrella ที่เอามาจากไทยด้วย มีโอกาสได้กินซักที
เพราะอาหารที่นี่ดีกว่าที่คิด เลยแทบไม่เห็นต้องพึ่งอะไรที่เอามาเลย
(สาบานว่ากินได้จริงๆนะ ฮ่าๆๆ อย่าเพิ่งตัดสินจากรูป)

Into the grate things

แล้วยิ่งออกไปไกลธรรมชาติมันก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ
ยิ่งออกเที่ยวก็ยิ่งเห็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และเราเชื่อว่าต้องมีที่ยิ่งใหญ่กว่านี้อีกในทริปต่อๆไป
พอเห็นโลกกว้างๆก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่า เฮ้ย ตัวเรานี่เล็กจังเลย
มองภูเขา ท้องฟ้ารอบๆตัว สุดลูกหูลูกตายิ่งกว่าเดิม

ลาก่อนสีเขียวชะอุ่ม พุ่มไม้ในเมืองเลห์

DSCF1982

สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น…

ตลอดทางของ road trip ก็จะเป็นประมาณนี้
ปีนไต่ไหล่เขาไปเรื่อยๆ หวาดเสียวบ้างตอนที่รถสวนกันบนถนนแคบๆที่ชำรุด แล้วรถเราอยู่ฝั่งด้านนอก
มองลงไปเห็นล้ออยู่เฉียดกับริมผานิดเดียว เห็นหินตกลงไปข้างล่างแกรกๆๆ ทำได้แค่เชื่อใจในคนขับรถเท่านั้น

DSCF1977

DSCF2656

DSCF2506

จุดพักชมวิวจุดแรกที่เขาจะจอดให้เรา
เมฆลอยอยู่แค่นี้เอง อยากจะหยิบลงมากิน
เห็นเงาของเมฆพาดบนภูเขา ชัดเจนมาก

DSCF2001

DSCF2016

DSCF1998

ทุนดุ๊บสุดหล่อ

ก่อนอื่นขอนำเสนอ ทุนดุ๊บ (tundup) คนขับรถผู้พูดน้อย แต่ใส่ใจหนักมาก ฮ่าๆ
รูปนี้ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ เดี๋ยวดูรูปล่างๆ เดี๋ยวๆๆๆ!! ทุนดุ๊บอายุประมาณ 27
ทุนดุ๊บพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ แต่แม้จะสื่อสารกันไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่ก็เข้าใจกันได้ดี
เราใช้เวลา 3 วันเต็มๆอยู่ด้วยกันบนรถ ตามทางไหล่เขาที่หวาดเสียวมาก แต่ทำไมไม่รู้เรามั่นใจในทุนดุ๊บมาก
เขาจะขับรถด้วยความมั่นใจ เอาจริงๆเรียกได้ว่าขับห้าวมากๆเลยแหละ ในขณะที่ก็รู้กฎกติกาและสุภาพด้วย
เวลามีลมฝุ่นเยอะๆอยู่ข้างหน้า เขาจะรีบกดปิดกระจกอัตโนมัติให้พวกเรา
เวลาแดดมา เขาจะหันมามองๆพวกเราว่าโดนแดดหรือเปล่า แล้วเอาที่ปิดดึงมาปิดให้
เขาจะชอบสังเกตุพวกเรา เช่นเราน้ำหมดเขาก็จะรู้ มีจะแบ่งน้ำให้กินด้วย
เวลาเราเปิดฝาขวดน้ำเขาก็จอดรถให้ด้วย เราก็งงว่าเขาจอดรถทำไม อ้ออ เพราะเขาจะให้เรากินได้สะดวกๆ น้ำไม่หก อูววว
เพราะทางที่นี่มันยึกยักๆ ไม่ได้เรียบๆ มันเลยกินน้ำลำบากหน่อยเวลารถแล่น (หรือจริงๆเขากลัวเราทำหกเลอะรถเค้าวะ 555)
ps.รถไม่มีแอร์นะ เปิดหน้าต่างโลด

DSCF1992

สองสามวันที่อยู่กับทุนดุ๊บ ก็ได้ลุ้น ได้เสียวเวลาเขาขับรถเลนส์นอกที่มองลงไปไม่มีอะไรนอกจากหุบเหวลึกๆ
เวลาขับสวนกันกับรถคนอื่นๆเป็นทำเนียมที่รถที่อยู่ด้านใน ต้องหยุดให้รถที่อยู่ด้านนอกผ่านไปก่อน เพื่อความปลอดภัย
ซึ่งทุนดุ๊บถือว่าเป็นคนมีน้ำใจบนท้องถนนมากๆ

ฟ้าใสขนาดนี้ ไม่ถ่ายรูปได้ไง

DSCF1995

IMG_0836
ต่อมาก็ทำ Permit เข้าเขตของ Nubra valley
ตรงนี้ทุนดุ๊บจะทำให้ทั้งหมด ตอนถึงด่านเพราะมี permission ที่เอเจนซี่ทำไว้ให้เมื่อวานแล้ว
แต่อย่าลืมพกพาสปอร์ทอ่ะ ตรงนี้พวกเราก็แค่นั่งรออยู่ในรถเฉยๆ
ทายจิเล่มไหนของเรา : )

DSCF2007

DSCF2013

Highest road in the world

ถึงจุดที่เป็นถนนที่สูงที่สุดในโลก (18,380 feet)
ขนาดไม่ใช่หน้าหนาว บนนี้หนาวแฮะ แวะพักได้แป๊บเดียวเอง

IMG_1212

DSCF2025

DSCF2029

พักระหว่างทางที่ๆสอง
แทบไม่อยากลงเพราะง่วงมาก กำลังหลับได้ที่เลย แต่ถ้าไม่ลงนี่เสียดายแน่ๆ
ตรงนี้มีม้า มีคนมาปิคนิค มีรถโรงเรียนมาพักจอดให้เด็กๆลงมาเล่นกัน
เด็กที่นี่หน้าตากวนโอ๊ยจริงๆ ตาคมๆมองจิกๆ แถมเล่นกล้องเป็นบ้า

DSCF2032

DSCF2070

DSCF2044

DSCF2051

DSCF2050

DSCF2034

DSCF2068

DSCF2041

DSCF2043

DSCF2057

DSCF2064

DSCF2075

DSCF2048

Maggi is always a good choice.

พอออกมานอกเมืองเลห์แล้วคิดถึงเลห์ชะมัด คิดถึงมากทุกครั้งที่กินอาหาร T-T
เริ่มไกลออกมา อาหารก็หามีรสชาติได้ยากเหลือเกิด ฮือๆ ดังนั้นสิ่งที่เราจะชอบกินกันคือ “แม๊กกี้ใส่ไข่”
ไม่ใช่ซอสแม็กกี้นะ แต่ยี่ห้อเดียวกันนั่นแหละ เค้าทำเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขายที่นี่ สั่งเขาว่า maggi with egg
เราว่าประทังชีวิตได้ อร่อยด้วยถ้าร้านไหนที่ปรุงดีๆอ่ะ เมนูนี้มันทำให้ไม่อร่อยยากมากเลยนะ!
ร้านไหนทำ maggi ไม่อร่อยก็อย่าไปสั่งอะไรอีกเลยเราว่า

DSCF2077

DSCF2078

DSCF2081

DSCF2085

DSCF2365

It’s on me : )

อย่าลืมจ่ายค่าข้าวให้คนขับด้วยน้า ไม่กี่บาทหรอก
มื้อไหนที่กินด้วยกัน บอกเขาด้วยนะ ว่าเราจะจ่ายให้ ไม่ต้องเกรงใจ
ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวเขาก็ทำแบบนี้กัน
DSCF2089

ห้องน้ำหลุมครั้งแรกในชีวิต..

อย่างน้อยเขาก็ดูแลความสะอาด ดีกว่าห้องน้ำในจุดพักชมวิวอ่ะ อย่าได้ไปเข้าเลยขอบอก ที่จะให้เดินเหยียบเข้าไปยังไม่มี
เอาละนะ จะเปิดล่ะนะ!

DSCF2094

DSCF2095

รวมแฟชั่นห้องน้ำในเลห์

เกร๋ไก๋มีสไตล์ ฉี่หดตดหายกันไปตามระเบียบ

DSCF2369

DSCF2708

DSCF1486

DSCF2513

ไปกันต่อนะ : )

นี่ก็ใกล้เย็นแล้ว เราจอดพักตรงนี้กันแป๊บนึงหลังจากที่ขับมากันหลายชั่วโมง
มองดูภูเขา นั่งดูขบวนบิ๊กไบท์ขี่ผ่านไป

IMG_0889

IMG_1079

DSCF2169

DSCF2174

DSCF2180

Hot spring & วัดทิเบต

ระหว่างนั้นเขาจะพาเราแวะสองสามที่ก่อนถึงหมู่บ้าน
เราว่าถ้าไม่อยากเสียเวลาให้ตัด  Hot spring ออกไป เพราะไม่มีอะไรเล๊ยยย
มีแค่ม้าที่หลังเขา กับอ่างแช่เท้าที่เห็นในรูปด้านล่าง

DSCF2112

DSCF2115

DSCF2119

ที่ๆสองเป็นวัดทิเบต ที่มีวัวทิเบตเฟรนด์ลี่ๆหน้าตาประหลาดๆ
ตอนเราไปลามะกำลังสวดมนต์กันอยู่ เลยได้นั่งฟังนั่งดูอยู่แป๊บนึงก่อนจะออกมา

DSCF2158

DSCF2154

DSCF2161

ทางแบบนี้คือ ใกล้แล้ววว..

จะมีดอกม่วงๆข้างทางเป็นพุ่มๆ  เขาเอาต้นพวกนี้มาทำเป็นรั้วบ้านกัน

DSCF2185

DSCF2186

Finally we get here : )

ถึงแล้วที่พักใน Nubra valley เราแพลนมานอนแคมป์กันที่นี่ สรุปแล้วจองเป็นเต้นท์นอนสองหลัง ด้านหลังเป็นทิวเขา
เรากินอาหารเย็นกันที่นี่เลย บอกให้เขาเตรียมไว้ให้ (ต้องจ่ายเพิ่ม) เพราะขี้เกียจออกไปหาอะไรกินที่อื่นแล้ว
ที่นอน ระวัง bed bug นะ เอาผ้าห่มไปสลัดๆนอกเต๊นก่อนแล้วก็ปัดๆเตียงก่อนจะนอนนะ
ps.ห้องน้ำเป็นห้องน้ำเล็กๆในตัว ยื่นออกมานอกเต๊นหน่อยนุง
น้ำตอนเช้าและตอนกลางคืนหนาวมากกก เรียกว่าเย็นเจี๊ยบเหมือนออกมาจากช่องฟรี๊ซเลย ยอมไม่อาบอ่ะ

DSCF2198

DSCF2187

DSCF2191

DSCF2195

day3-5

Having a greeting tea

ชอบ baked narn, ชอบน้ำตาลเม็ดโตๆ

IMG_1148
day3-1

IMG_1151

บารปา เจ้าอูฐหนอกเหี่ยว

ออกมาขี่อูฐกัน เรามาช้ากันนิดหน่อย แต่ดีที่ยังทัน โอยชอบจังเลย animal riding เนี่ย
ไม่ว่าจะเป็นม้า เป็นช้าง เป็นอูฐอะไรก็แล้วแต่ ชอบบบบ
(แต่นอกจากม้าแล้วก็ยังไม่เคยขี่อะไรเลยนะ แต่รู้ไว้ก่อนแหละว่าชอบ ฮ่าๆๆ)
อูฐเราชื่อบารปา มันไม่ได้กินน้ำหรือไงทำไมหนอกมันถึงเหี่ยว แต่ก็สู้ของเอ๋ยกับนาเดียไม่ได้
เหี่ยวจนพับไปข้างๆเลย  สนุกดี อยากขี่นานกว่านี้จัง

DSCF2220

DSCF2224

อูฐเป็นสัตว์สายแบ๊ว มันชอบทำปากจู๋อยู่ตลอดเวลา
xo xo~
DSCF2230

DSCF2227

DSCF2234

DSCF2240

DSCF2252

day3-2

IMG_1088

อาหารเย็น..

หลังจากเราบอกให้เขาทำอาหารเย็นไว้ให้ แล้วกลับมากินกันด้วยความหิว ก็พบว่า มัน.. ไม่.. อร่อย. เล้ยยยย ฮือๆๆ
จะบอกว่าคนบนที่สูงเขาไม่ค่อยกินเนื้อสัตว์กัน ส่วนใหญ่เลยเป็นอาหารมัง
แกงอะไรอ่าาา ผัดอะไรอ่าาาา (แต่ไอ้แผ่นๆกินได้นะโอเคเลย)
เราเลยเอาเลย์มาคลุกข้าวกินกัน ฮ่าๆ แต่ก็แอบเห็นโฮสเค้าแอบมาด้อมๆดูๆว่าเราจะเป็นไงกันบ้าง
เราก็กลัวเขาเสียใจก็กินๆกันเข้าไปบ้างแล้วก็แบบ ทำท่าทางเอร็ดอร่อย แบบ หึมม โอเคเลยว่ะแกร อร่อยๆ
ทำไปก็ขำตัวเองไป เป็น moment ที่ตลกดีชะมัด

ถือว่าเตือนแล้วนะ ไป Nubra เอาขนมไปเยอะๆ!

DSCF2268

DSCF2270

Good night Nubra valley : )

เขียนโปสการ์ดแล้วนอนกันเถอะ

IMG_1103

Day 4

Bye Nubra

way back to Leh

IMG_1185

DSCF2377

DSCF2380

DSCF2384

DSCF2369

DSCF2372

Just you and me and the road and the playlist

ขากลับเราแวะกันแค่สองที่ ใกล้ๆกันคือวัด กับ พระศรีอริยเมตรัย  แล้วต่อจากนั้นคือ road trip แบบ ยาวไป ยาวปายยย
ถ้าโบกรถหารเฉลี่ยมากับคนที่ไม่รู้จักก็อาจจะสนุกไปอีกแบบถ้าเขาเป็นคนเฟรนด์ลี่
แต่ถ้าไม่ก็คงจะโคดน่าเบื่อเลยล่ะ สองวันมานี้ได้ใช้เวลากับตัวเองนานที่สุดละ
สิ่งที่อย่าลืมเอามาเลยคือ Play list เจ๋งๆใส่มือถือหรือ ipod มาด้วย (รถทุนดุ๊บมีสายให้เสียบต่อลำโพง)
เราเตรียมกันไปแค่ไม่กี่เพลง สลับกันฟังขับเพลงเลห์ดึ๊งๆของทุนดุ๊บ ซึ่งก็ดีที่เขายังวัยรุ่นอยู่ เพลงที่ฟังก็เลยค่อนข้างสนุก
ส่วนพวกเรา กลับมาก็หลอนเพลง “lost star” กันไปพักใหญ่ เปิดทีไรกลิ่นฝุ่นที่เลห์นี่ลอยเข้ามาเลย

รูปนี้เอ๋ยบอกว่า “กุไม่ขึ้นไปนะ กุรออยู่ตรงเนี้ยแหละ” (เอ๋ยเป็นโรคกลัวความสูง ฮ่าๆ)

DSCF2288

โอเค งั้นทิ้งไว้ตรงนี้นะเอ๋ย พวกเราไปล่ะDSCF2294

IMG_1164

DSCF2272

DSCF2324

DSCF2312

day4-2

พระศรีอริยเมตตรัย

เป็นพระองค์ใหญ่อยู่ตรงกันข้ามกับ Monastery เมื่อกี๊เลย

DSCF2346

DSCF2303

day4-1

แล้วก็กลับ Leh อย่างสวัสดิภาพ ภาพนี้เป็นภาพที่เราอัดวิดิโอเต้นกันระหว่างทาง
ไว้ทริปหน้าไปเต้นกันใหม่นะ สัญญาว่าจะอัพขึ้น cloud วิดิโอไม่หายแน่นอน จุ๊บๆ

Budget

Pay together (/4)
Tour van to Nubra (round trip) = 9,606 INR
Tent camp = 4,816 INR
=> 14,422 INR = 3,605 INR /person
= 1,975 THB /person

**Food (Together/4) ค่าข้าวกลางวันจ่ายให้คนขับด้วย
**lunch on the way to Nubra = 470 INR
dinner @Nubra = 800 INR
lunch on the way back to Leh = 450 INR
dinner @Leh (gesmo restaurant) = 575 INR
water & snack = 30 INR
=> 2,325/4 INR =581 INR /person
= 318 THB /person

**Entre fee
**Hot spring = 30 INR
Camel back riding = 350 INR
Monastery = 30 INR
=> 410 INR
= 225 THB /person

**Personal use
**i-scream = 20 INR
=> 11 THB /person

Total for these 2 days
** = 2,529 THB**


Say hi :))

FB : facebook.com/mithuna27
IG : instagram.com/mithuna27

 ขอบคุณรูปภาพบางรูปจากนุ๊งปูน Poon Jeewarat

หลงมนต์ลาดัก หลงรักคนเลห์ – เลห์ ลาดักห์

A Perfect Trip

เลห์ ลาดักห์ ทิเบตน้อยแห่งเทือกเขาหิมาลัย ที่ใครๆยกให้เป็นเมืองในฝัน

ตั้งแต่ออกเที่ยวมา ขอยกให้ทริปนี้เป็น The perfect trip
จากระดับน้ำทะเล 3,500 เมตร ขึ้นบันได 1 ขั้นเหนื่อยเท่ากับ 3 ขั้น แต่คุ้มค่ามากที่ได้มา
สถาณที่ก็ใช่ส่วนหนึ่ง สิ่งที่เจอก็ใช่อีกส่วนหนึ่ง แต่ที่มันเป็นตัวคูณให้ทุกอย่างมีความสุขแบบคูณสองเลยก็คือ
“เพื่อนร่วมทางดีๆ”

IMG_0730

จริงๆแล้วที่มัน Perfect เนี่ยต้องพูดรวมทั้งทริป

อะไรหายที่เดลี..

อ๋อ ‘ชิบ’ นี่เอง (ตลกมะ..)
มันเริ่มครบรสตั้งแต่บินลงมาที่เดลี ความ ship-hai วุ่นวายก็บังเกิด
เนื่องจากครั้งที่แล้วที่มาอินเดีย แล้วรู้สึกว่า เอ๊ะ ไม่เห็นจะโดนโกงอะไรมากเลยนี่นา
นั่นมันเพราะเรามีผู้ร่วมทริปที่คุ้นชินกับคนอินเดียอยู่ด้วย
น้องเขาพูดภาษาอินเดียได้ รู้วิธีรับมือและรู้วิธีการสยบแขก แขกถึงขั้นกลัวนาง เราเลยสบาย ทุกอย่างดูราบลื่นมาก
แต่ครั้งนี้เป็นผู้หญิงที่ต่อกรกับใครได้ไม่ Hard core  เท่าไหร่ เลยโดนจัดกันไปเต็มๆ

หลงรักคนที่เลห์..

ต่อมาขึ้นเครื่องไปเลห์ ลาดักห์ เมืองที่คุณจะต้องหลงรักคนเลห์อย่างแน่นอน ยิ่งผ่านอินเดียในรูปแบบต่างๆมาแล้ว
มาเจอคนเลห์จะยิ่งเหมือนสวรรค์มาโปรด เค้าทำให้เรารู้สึกเหมือนครอบครัว เหมือนเพื่อนที่ไม่หวังจะมาเจ้าเลห์อะไร
เราใช้เวลาทั้งวัน road trip อยู่ด้วยกันกับเพื่อนและกับคนขับอีกหนึ่งคน
กับถนน กับภูเขา และท้องฟ้าแค่ปลายเอื้อมมือ เราร้องเพลง เราได้คิด เรารู้สึกถึงความใส่ใจ แม้เราจะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง
เราโอบล้อมด้วยความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติอันเวิ้งว้าง
(คือ roadtrip ในเลห์ มันค่อนข้างเวิ้งว้างจริงๆนะ ไม่ได้โม้ สุดลูกหูลูกตามีแต่ภูเขาสีน้ำตาล นานๆถึงจะเห็นสีเขียวๆที)

บนหลังม้าในป่าสนที่แคชเมียร์..

จากเลห์เราเลือกจะ Road trip ต่อไป “Kashmir” (แคชเมียร์) เพราะวิวระหว่างทางมันล้ำค่าเกินกว่าจะนั่งเครื่องบิน
ตรงนี้จะบอกว่า “เรื่องคน” คนกลับมาเจ้าเล่ห์อีกแล้ว แต่มันก็ดันทำให้เราหลงรักได้อยู่ดี
เพราะม้า เพราะป่าสน ต้นเล็ก ต้นใหญ่ เพราะร่องเรือยามเย็น
ถ้าเปรียบเลห์คือฝุ่นผงและภูเขาสีน้ำตาล ที่อบอุ่นด้วยคนที่น่ารัก
แคชเมียร์ก็คงเป็นต้นสนใหญ่ และหุบสีเขียว ที่ๆธรรมชาติจะทำให้เราลืมความเจ้าเล่ห์ของผู้คน
เรารักการขี่ม้าแบบไร้สายจูง ที่ๆเราควบม้าให้วิ่งไปในหุบเขาเป็นครั้งแรกแบบไม่ต้องเรียนมาก่อน
เป็นธรรมชาติที่มีชีวิตชีวามาก แล้วก็อีกอย่างคือการล่องเรือนาคาเย็นๆตอนพระอาทิตย์ตก
ทั้งหมดนี้อยู่กับเพื่อนดีๆอีกสามคน
นั่นคือสาเหตุว่าทำไมมันถึงเป็น The most perfect trip สำหรับเรา : )

LEH LADAKH a perfect trip

Plan : Days in Leh

แพลนก็คือ จะนั่งรถเที่ยวรอบๆเมือง Leh (2 วัน)
Road trip ไปขี่อูฐ และนอน Camp กันที่ Nubra Valley (2 days ไป-กลับ)
ไปทะเลสาบแปงกอง (Pangong) ทะเลสาบเปลี่ยนสีที่ยาวจากอินเดียไปถึงทิเบต (1 day)
แล้วนั่งรถไปแคชเมียร์กัน (3 days in kashmir) << น้อยเกินไปอ่ะ

Geo แป๊บนะ

Leh เนี่ยอยู่ในรัฐ Jammu & Kashmir ซึ่งเขตแดนติดกับ 3 ประเทศใหญ่ๆคือ อินเดีย ปากีสถาณ ทิเบต (ถ้านับรวมด้านบนๆก็แอบติดจีนด้วย) ซึ่งรัฐเนี้ยเคยถูกแก่งแย่งดินแดนกันระหว่างอินเดียกับปากี และตอนนี้ก็ยังเป็นแขตแดนที่ไม่แน่ชัดนัก แต่เหมือนจะถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอินเดีย (ซึ่งคนข้างในก็ไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่หรอกจากที่เราถามๆมา) เส้นเขตแดนตอนนี้มันเลยยังเป็นปะๆจุดๆใน Google map แต่โดยที่เขาแบ่งกันตามความรู้สึกแล้ว Jammu & Kashmir ด้านเหนือๆ จะเหมือนเป็นของปากี ส่วนด้านใต้จะเหมือนเป็นของอินเดีย
รัฐเนี้ยจะแบ่งเป็น 3 แคว้น คือ Ladakh (เมืองหลวง : Leh) นับถือพุทธ, Kashmir (เมืองหลวง : Srinaka) นับถืออิสลาม, Jammu (เมืองหลวง : Jammu) นับถือฮินดู ในบรรดาทั้งหมดนี้เราไปมาสองที่คือ Ladakh กับ Kashmir ซึ่งพอลองเปรียบเทียบเรื่องคน คนแคชเมียร์จะมีความเป็นอินเดียมากกว่า เจ้าเล่ห์มากกว่า แต่ไม่เหมือนไปซะทีเดียวจากทั้งลักษณะภายนอก เค้าจะผมเยอะ ขนเยอะ คิ้วเยอะจนส่วนใหญ่ต่อกันเป็นคิ้วเดียว ขนตายาว ตาสวย ส่วนคนเลห์จะซื่อๆกว่า ใช้ชีวิตเนิบๆกว่า feeling เหมือนไปอยู่บ้านนอก แล้วมีลุงๆกับป้าๆคอยดูแล และทุกคนในหมู่บ้านรู้จักกัน ประมาณนั้น

First love!

ตอนนี้คือนั่งเครื่องมาจากนิวเดลี  ด้วยความที่ไม่ได้สนใจหรือตื่นเต้นอะไรมากนัก เพราะยังเหนื่อยๆเพลียๆจากการโดนโกงเมื่อคืนแถมยังนอนไม่เต็มอิ่ม
ก็เลยไม่ได้สนใจที่จะเปิดหน้าต่างตลอดทางที่นั่งเครื่อง มันเลยทำให้ไม่เห็นทัศนีย์ภาพใดๆทั้งนั้น
พอเครื่อง Landing เราก็เอื่อยๆรอให้คนออกกันก่อน แล้วค่อยโอ้เอ้หยิบกระเป๋ามาสะพายหลังโดยที่ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย
เพราะคิดว่าออกมามันก็เป็นสนามบินธรรมดาๆ
แต่พอออกมาจากประตูเครื่องบินเท่านั้นแหละ
รอบๆตัวทุกทิศทางเป็นภูเขาเป็นชั้นๆล้อมรอบเราอยู่ ฟ้าก็ใสมากมาย
เรากับปูนที่ออกมาเห็นพร้อมกันถึงกับร้องออกมาว่า “เฮ้ยยยยยยยยย” แล้วกระโดดกอดกันแบบไม่ได้นัดหมาย
Surprise มากๆ

IMG_0168

เมืองเมฆแค่เอื้อมมือ

หิมาลัยอยู่ทุกทิศทุกทาง และเมฆก็ใกล้เหมือนแค่เอื้อมมือจริงๆ เห็นเงาเมฆสะท้อนเขาชัดเจนมากๆ
ฟ้าคือใส และสวยมาก จนตอนแรกอุทานกันออกมาว่า “เฮ้ยมันสวยจนแบบว่า ให้เป็นคนถ่ายรูปไม่สวยมาถ่าย ภาพก็ออกมาสวยอยู่ดีอ่ะ”
(แต่หลังๆเริ่มไม่ใช่แบบนั้นละ พอลองเรารูปมาดูก็พบรูปกากๆเยอะอยู่ดี เราก็เว่อร์กันไปหน่อยนึง)
แต่รูปจากกล้องฟิล์มของเพื่อนเราออกมาน่ารักมากกก  แสงสวยสุดๆ

โอเคอย่างแรกเลย “หาที่นอน” และ “หารถเช่า” สิครับท่าน เพราะเราไม่ได้จองที่นอนหรือจองรถกันมาก่อน
ก็ต้องมาหากันสดๆนี่แหละ เช่ารถตู้จากสนามบินเข้าเมือง ให้เขาขับพาวนหาโรงแรมถูกๆและพออยู่ได้
และหาเอเจ้นเช่ารถเพื่อที่จะให้พาขับไปสถาณที่ต่างๆในเมือง และไปที่ไกลๆตาม plan

DSCF1185

Tour in Leh

สรุปเราใช้ทัวร์ของเจ้านี้ อยู่ในเมืองเลยแหละ
เจ้าของชื่อ “สกัดมา” เฟรนด์ลี่มากๆ แล้วก็ช่วยขับรถพาหาห้องพักให้ด้วย

DSCF1257

DSCF1202วิธีที่เขาใช้ก็คือ กระโดดลงจากรถแล้วปีนกำแพง ตะโดนถามเลยว่า “ห้องว่างไหม” มันน่ารักมากอ่ะ

คุณพ่อ

“คุณพ่อ” คือเจ้าของบ้านที่เราพักด้วย  คุณพ่อเป็นคนน่ารักแบบเลห์ๆ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่านิสัยแบบเลห์ๆ เป็นยังไง
คุณพ่อมีภรรยาทรงสะบึมชื่อ “เปียมา” และคุณพ่อชื่อจริงชื่อ “ซันทิล” (พวกเราใช้วิธีจำคือ ซันซิ้ล)
ที่เรียกเขาว่าคุณพ่อก็เพราะเขาน่ารักและใจดีมาก เขาคิดค่าเช่าเราห้องละ 700 บาท เตียงใหญ่ด้วย
ขนของเข้ามาเสร็จแล้วคุณพ่อก็เอาชาแคชเมียร์ร้อนๆมาเสิร์ฟให้
แล้วก็โดนบอกให้ “นอน” กันก่อนซัก 4-5 ชั่วโมงไม่งั้นอาจเป็น altitude sickness กันได้ (แพ้ที่สูง ปรับตัวกับความกดอากาศไม่ทัน)
เพราะพวกเรานอนกันมาไม่พอ (มัวแต่มีเรื่องกับแขกที่เดลี เลยต้องมานอนสนามบินแบบหลับๆตื่นๆ)

ชื่อคนเลห์

คนเลห์จะชื่อประมาณนี้ เปียมา, สกัดมา, ซันทิล, ทุนดุ๊บ ซึ่งกว่าจะจำได้..ยากลำบาก
ก็หาวิธีจำกันเองเองนะ จะซันซิ้ลค์ อะไรก็ว่าไป
ps.จำชื่อที่พักไม่ได้แฮะ มันเป็นเหมือนบ้านคนที่เปิดให้มาอยู่ในห้องได้มากกว่าอ่ะ

DSCF1583

DSCF1224

DSCF1198นี่คือมุมที่มองออกมาจากนอกหน้าต่างห้องนอน

Van Tour

หลังจากนอนพักกันเสร็จ เราก็ออกเดินทางกัน
เช่าทัวร์กับเอเจ้นเพื่อให้เขาขับพาเที่ยวสถาณที่ต่างๆรอบๆเมือง คนขับวันนี้ชื่อ “โลโต๊ส”
เป็นคนเงียบๆง่ายๆ สกัดมาเป็นคนขี้เล่น ขี้แซว ตลกดี

DSCF1208โลโต๊ส กับ สกัดมา

ทำ Permit เข้า Nubra & Pangong ไว้ก่อน

และเนื่องจากเราไม่ได้ทำ Permit เพื่อเข้าหมู่บ้าน Nubra และ ทะเลสาบแปงกอง มาจากที่ไทย
ก็เลยต้องมาทำที่นี่ (ให้สกัดมาทำให้)
แล้วดันติดวันหยุดด้วย กว่าจะได้ Permit ก็เลยต้องเลื่อน plan ที่จะไปแคชเมียร์ออกไป
กลายเป็นว่าอยู่ Leh 5 วันเลยทีเดียว ทำไงได้มาทั้งทีก็อยากไปให้ครบนี่นา ก็ต้องเอาตามนี้ล่ะ
ใครที่จะไปเราแนะนำให้ทำมาก่อนนะจะได้ไม่เสียแผน

DSCF1276

DSCF1282

DSCF1262

เทือกเขา และเพื่อนร่วมทาง

อารมณ์คือ ชอบมากๆเลย ชอบอารมณ์แบบที่ท่องเที่ยวที่ห่างไกลผู้คนเยอะๆ ที่ๆไม่ค่อยมี Tourist เยอะๆ
มันทำให้รู้สึกห่างไกลความวุ่นวายดีจัง มองไปทางไหนก็มีแต่ความกว้างใหญ่ของเทือกเขา กับท้องฟ้า สบายใจดีจังเลย

DSCF1471-2

DSCF1468

DSCF1396-2

Day 1

Leh palace, Namgyal tsemo, Shanti stupa

เที่ยว 3 ที่ แบบปากชาๆ

### ปากชาจนได้!

DSCF1389-3

ที่เห็นนี่นอกจากจะกันฝุ่นที่มีมากมายมหาศาลแล้ว ก็กันไม่ให้คนเห็นน้ำมูกที่ย้อยออกมาแบบไม่รู้ตัวด้วยนะ ฮือออ
เนื่องจากกลัวว่าจะเป็น altitude sickness เลยกิน diamox ไปสองเม็ดก่อนนอนพักกลางวัน
(diamox  = ยาที่ช่วยเรื่องเวียนหัว ง่วงซึม และอ่อนแรงเมื่อขึ้นที่สูง)
แล้วก็คิดในใจว่า หึหึ เราต้องเที่ยวอย่างสนุกแน่นอน ไม่แพ้ความสูงแน่ๆ แต่สรุปคือ กินเยอะไปหน่อย อาการชาเลยมา
จริงๆผลข้างเคียงมันคือปลายมือปลายเท้าชา แต่ของเราดันหน้าชา ปากชา คือไร?
แล้วชาจนแบบว่า น้ำมูกไหลออกมาตอนไหนก็ไม่รู้ ไม่รู้สึกตัวเลย หยดย้อยเป็นโบจังในเรื่องชินจังเลย
เลยจะเตือนว่าจริงๆไม่ต้องกินยังได้เลยนะ ขอให้พักผ่อนเพียงพอก็โอแล้ว อย่าดื้ออย่าซนแบบเรานะ
ชาแล้วมันไม่หนุกจริงจริ๊ง ขอแนะนำถ้าจะกินก็เม็ดเดียวก็พอ T-T

ps.ในเมืองเลห์นี่ก็จะเป็นสถาณที่ต่างๆให้ไปดู จะมีสองสามที่ที่มีวิวเลอค่า นอกนั้นเราว่าคล้ายๆกัน
มีเวลาว่างก็ลองเดินเที่ยวในเมืองดู ส่วนตัวเราชอบถนนตรง shey palace ต้นไม้สองข้างทางทำให้ถนนมันคิ้วท์ดี

### Leh palace

หลังจากนอนพักกันเสร็จก็ออกเลห์พาเลซนี่เป็นประสาทเก่าที่สร้างโดยมีแบบจากทิเบต
นักท่องเที่ยวชอบมาเดิน trek กัน แต่พวกเราแบบว่า ไม่ไหวอ่ะ ขอนั่งรถเถอะ T-T
จากข้างบนนี้เป็นมุมที่มองเห็นเมืองข้างล่างกับภูเขาดินล้อมรอบ เหมือนบ้านกระดาษเล็กๆในจอมปลวก
มีคนคอมเม้นใน Google map ว่า “Old palace so you don’t find anything inside” ซึ่งเราเห็นด้วยนะ
ด้วยความที่มันเก่ามากแล้ว ข้างในไม่มีอะไรเลย ออกมาดูวิวเถอะ

DSCF1346 DSCF1309

DSCF1366

DSCF1329

DSCF1340

Namgyal tsemo (เซมู)

เซมูเป็นที่ที่ 2 ของวันนี้ อยู่ใกล้ๆกับที่แรกมาก เดินขึ้นไปยังได้เลย
จำได้ว่าตรงนี้เอ๋ย (เพื่อนคนนึงของเรา) ไม่ยอมขึ้นมาข้างบนเพราะกลัวความสูงแล้ว
ที่เซมูก็จะมีห้องพระให้ไหว้  มีประสาทส่วนที่ประดับธงเต็มไปหมด
แต่เอาจริงๆหลายๆที่ก็คล้ายๆกันมากอ่ะ เซมูนี่มีให้เดินขึ้นไปมากกว่าเดิมนิดหน่อย
แต่ชอบบรรยากาศตอนที่มองลงมาที่เมืองข้างล่างด้วยกันจัง

DSCF1377

DSCF1306

DSCF1428

DSCF1448

DSCF1408

Shanti stupa

เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ ตรงนี้มีร้านขนมร้านชาขาย
คนส่วนใหญ่มาเดินวนรอบๆเจดีย์และขอพระ วันนี้ได้ที่นี่ที่สุดท้าย แสงหมดพอดี

DSCF1478

IMG_0299

จบวันแรกด้วยอาหารอิตตาเลี่ยนแบบอินเดียนสไตล์

อ่านไม่ผิดหรอ เรากินอาหารอิตตาเลี่ยนกันจริงๆ ร้าน Il Forno แต่แบบอินเดียนสไตล์นะพิซซ่าแบบเตาถ่านอารมณ์แบบดิบๆกรุ่นๆถ่าน
แถมมีอาหารอินเดียให้สั่งด้วยอร่อยดี  ที่พลาดไม่ได้ก็น่าจะรู้ว่ามันคือ Chicken butter ที่เราติดใจตั้งแต่มาอินเดียครั้งที่แล้วละ
กับอีกอย่างคือเบียร์ Kingfisher เบียร์โลคอล อันนี้เราเพิ่งเคยกินครั้งแรกเหมือนกัน
กินเสร็จก็รีบกลับบ้านนะ เพราะพอใกล้จะดึกเค้าจะปิดไฟกันหมด กลับบ้านลำบากมาก (หลงมาแล้วมืดๆเนี่ย T-T)

DSCF1529

DSCF1546

DSCF1527

DSCF1532

DSCF1534

DSCF1563สั่งมาเยอะเกิน กินไม่หมด บอกให้เขา pack กลับบ้านให้
นี่คือสิ่งที่ได้กลับมา เขาเอาใส่ถุงแป้งหรืออะไรซักอย่าง แล้วแม็กให้… จะกล้ากินดีไหม ฮ่าๆ

Day 2

Stok palace, Thikse monastery, Hemis monastery, Shey palace

Hello Day 2 ปากหายชาละจ้ะ

เริ่มต้นมื้อเช้าด้วยอาหารฝีมือภรรเมียสกัดมา (ชื่อไรไม่รู้จำไม่ได้) ร้านนางอยู่ติดกับห้องขายทัวร์ที่สกัดมาอยู่เลย
เช้านี้กิน Narn กับ Honey Ginger (เขาบอกว่าจะช่วยให้คนที่เป็น altitude sickness ดีขึ้นได้)

DSCF1591

DSCF1587

เทือกเขา และเศษฝุ่น

สองอย่างที่เราคุ้นชินด้วยแล้ว อย่างแรกเริ่มจะชินกับฝุ่นละ ออกมา 2 วันต้องใช้ผ้าปิดจมูกตลอด
อย่างที่สองที่คุ้นชินแต่แม้จะเจอมากเท่าไหร่มันก็ไม่เบื่อแฮะ “ภูเขาใหญ่ๆเป็นแนวๆ”
มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ พอขับอ้อมไปอีกด้าน มันก็สวยอีกแบบ เราชอบภูเขาแบบนี้มาก Sharp เป็นสันๆชัดๆ คมๆ
มีเสน่ห์ชะมัด!
DSCF1680

IMG_0428

Stok palace (ที่แรกของวัน)

บริเวณนี้จะต้นไม้ล้อมรอบเยอะกว่าที่อื่นๆหน่อย ชอบตรงที่มีสวนน่ารักๆ มีลำธารเล็กๆอยู่ด้านหน้าให้ถ่ายรูปกันด้วย
ที่นี่สร้างตั้งแต่ 180 กว่าปีที่แล้ว ข้างในก็เป็นที่เก็บเสื้อผ้า มงกุฎ ของมีค่าต่างๆของราชวงศ์ด้วยอ่ะ
เราไม่อินเท่าไหร่ อินวิวมากกว่า

DSCF1626

DSCF1618

DSCF1634

day2-1

Thikse monastery

ที่ๆประสบปัญหา ช๊อกโกแล็ตไม่แข็ง! ถือว่าเป็นอีกที่ๆชอบนะ เพราะเราจะเห็นที่นี่ตั้งแต่ขับรถอยู่ไกลๆ แล้วมันสวยมากก
มองไปก็เหมือนบ้านมด บ้านชนเผ่าอะไรซักอย่างที่สร้างหลังเล็กๆบนเขาต่อๆกันขึ้นไป น่ารัก

ด้วยความที่เห็นว่าเค้ามีช็อกโกแล็ตขาย ก็อยากกินอะไรหวานๆกันเลยซื้อมากินกัน
โดยที่ลืมไปว่า อากาศมันร้อนตับแลบขนาดนี้ แล้วเขาไม่ได้มีตู้เย็นเหมือนบ้านเราซักหน่อย
มันจะไปแข็งได้ยังไงล่ะ ปวกเปียกเละเทะไปหมด ก็ต้องกินแบบทุกลักทุเลกันนั่นแหละ ฮ่าๆ

DSCF1729

day2-2

Leh Ladakh a perfect trip

DSCF1704-1200

day2-3

IMG_0476

DSCF1718

DSCF1741

DSCF1736

IMG_0484

DSCF1754

DSCF1760

Hemis monastery

ตั้งแต่มา ที่นี่มีลามะอยู่เยอะที่สุดละ
มีร้านหนังสือ และขายของที่ละรึกอยู่บนนี้ด้วย (แต่แพงกว่าในเมืองนะ)
พักกินข้าวกันที่นี่ แต่จะแนะนำว่า ถ้ายังทนได้ก็ทนไปก่อน ไปกินในเมืองก็ได้
ข้างบนนี่อาหารไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ แดดกับท้องฟ้าวันนี้ก็สวยเหมือนเดิม
ใครเอากล้องฟิล์มมาต้องได้รูปสวยๆกลับไปเยอะแน่ๆ (ระวังเบิร์นอย่างเดียวพอ)

IMG_0514

day2-4

IMG_0515

DSCF1782

DSCF1790

DSCF1795

DSCF1813

DSCF1818

DSCF1801

DSCF1810

DSCF1811

Shey palace

ที่สุดท้ายของวันนี้
วิวข้างหน้าน่ะไม่เท่าไหร่หรอก..

IMG_0611

ลองหันหลังไปสิ..

IMG_0624(3)

IMG_0569

DSCF1842

โลกในนิทาน

เราโอ้เอ้อยู่ตรงนี้กันพักนึงแน่ะ ใช้เวลาสนใจวิวตรงนี้มากกว่าประสาทอีก
วิวตรงนี้สวยมาก มีทะเลสาบ มีเป็ดว่ายน้ำ เลยออกไปเป็นทุ่งหญ้า ต้นไม้
มองไปทางไหนก็รายรอบด้วยเทือกเขาหิมาลัย มีม้าลากินหญ้าอยู่ไกลๆ เหมือนในนิทานตอนเด็กๆ
ต้นสนเป็นทิวๆที่โดนลมพัดแล้วก็เอียงไปตามกัน เหมือนหลุดออกไปจากโลกของความเป็นจริง
ตั้งแต่มาที่นี่แล้วตัดขาดจากผู้คน จากเมืองที่วุ่นวาย จาก wifi จากสื่ออินเตอร์เน็ต
แล้วอยู่กับเขา กับต้นไม้ กับสิ่งที่ยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ มันรู้สึกเหมือนใกล้ความเป็นแก่นสารของโลกมากขึ้น
เหมือนทำให้รู้ว่าที่ผ่านมา เราไปติดอยู่กับอะไรเล็กๆน้อยๆที่ไม่เป็นเรื่องเลย
โลกที่กว้างใหญ่มันอยู่ตรงหน้านี่ต่างหาก

DSCF1866

day2-7

DSCF1839

Up on the palace

ขึ้นไปบนประสาท ก็จะมีคนอยู่ด้วย สาวๆเค้าล้างผักทำอาหารกลางวันกัน
ประสาทนี้ไม่มีอะไรมากมาย เพราะตอนที่เรามามันซ่อมแซมอยู่
แต่มีที่ให้ดูวิวสวยๆที่อยู่ตรงข้ามนะ

DSCF1854

DSCF1850

DSCF1843

day2-5

DSCF1849

day2-8

หาซื้อฟิล์ม

จบภารกิจตะลุยสถาณที่ในเมืองเลห์กันแล้ว ถ้าใครจะย่นเวลาก็จริงๆแล้วรวมไปวันเดียวเต็มวันเลยก็ได้ อาจจะได้ซัก 5 ที่
แล้วจะได้เอาเวลาไปเที่ยวที่อื่นอีก ถ้าเวลามีจำกัดอ่านะ
วันนี้กลับเร็วก็ได้เดินเล่นในเมืองกัน ใครเอากล้องฟิล์มมา ที่นี่มีนร้านขายฟิล์มถูกๆด้วยนะ ลองเดินดู

DSCF2448

DSCF2455

DSCF2479

DSCF2473

DSCF1882

DSCF1916

DSCF1902

DSCF1908

Roof top dinner

เมื่อพูดถึงเรื่องเล่นเน็ต จะบอกว่ามานี่ตัดขาดกับโลกภายนอกมากกว่าไปอินเดียซะอีก
ที่ที่พักส่วนมากเลยไม่มี wifi ให้นะ จะเล่นต้องเล่นยังไง “ร้านเน็ตค่ะ”
เห็นในรูปข้างล่างมะ ร้านตรงที่คนเสื้อฟ้าใส่ Jecket สีเทายืนอยู่ นั่นแหละร้านเน็ต มันจะอยู่ชั้นล่าง
เรามาเล่นเน็ตกันเพื่อติดต่อกับคนที่บ้าน โพสรูปเริบอะไรก็ตรงนี้แหละ

ส่วนอาหารเย็นวันนี้กินกันที่ roof top ฝั่งตรงข้ามร้านเน็ต
ซุปอร่อย, chicken butter อร่อยย คิดแล้วน้ำลายไหยอีกแล้ว

DSCF1552

DSCF1925

Yak cheese

กลิ่นเกินรับได้จริงๆ กลิ่นสาบแรงมากอ่า ขอเตือนไว้ก่อนถ้าใครจลองสั่งนะ
อันนี้จากร้าน Gesmo

DSCF2500

DSCF2489

จบกับการเที่ยวในเมืองเลห์แล้ว Part ต่อไปคือการ Road trip ออกไปเป็นวันๆเพื่อเจอที่เที่ยวซักที่นึง
ตรงนี้แหละที่จะต้องใช้เวลากับคนรอบตัวมากขึ้น ใช้ความคิดกับตัวเองมากขึ้น
หรือบางทีก็หยุดความคิดทั้งหมด เข้าสู่ความว่างเปล่า
ไม่ได้คิดอะไรในหัวเลยเลยนอกภาพจากภูเขาและถนนที่อยู่ตรงหน้าและท้องฟ้าที่อยู่ด้านบน

Juley!

budget/day

Pay together (/4)
guest house 3night 2 room = 4,200 INR(indian rupee)
car to Leh city from Leh airport = 229 INR
tour van (1st day)= 892 INR
tour van (2nd day)= 2000 INR
=> 7,321/4 INR =1,830 INR/person
= 1,002 THB  /person

Food (Together/4) ค่าข้าวกลางวันจ่ายให้คนขับด้วย
Il forno = 1,260 rps
roof top dinner = 827 INR
lunch at Hemis = 545 INR
Breakfast = 100 INR
=> 2,732/4 = 683 INR/person
= 374 THB /person

Entre fee (Per person)
Leh palace = 100 INR
Namgyal tsemo = 30 INR
Shey palace = 20 INR
=> 150 INR
= 82 THB /person

Personal use
snack, water = 95 INR
postcard = 200 INR
cap = 550 INR
internet  = 100 INR
= 945 INR
= 518 THB /person

Total for these 2 days
= 1,976 THB


Say hi :))

FB : facebook.com/mithuna27
IG : instagram.com/mithuna27

ขอบคุณรูปภาพบางรูปจากนุ๊งเอ๋ย P Nitta Nutsatit : )