ออกไปเดินถ่ายรูปเล่นกัน!

ช่วงนี้ไม่ได้มีเวลาว่างให้ออกไปถ่ายรูปเลย
พอนึกถึงเจ้ากล้องตัวน้อยๆทั้งหลายที่นอนเรียงรายแอ้งแม๊งอยู่ในกล่องแล้วรู้สึกว่าต้องหยิบมันออกมาเดินเล่นให้ได้กดลั่นชัตเตอร์เสียงดังฉึบฉับบ้างแล้วล่ะ

พอดิบพอดีกับที่มีคนชวนออกไปเดินเล่นถ่ายรูปกันที่ตลาดน้อย
พร้อมด้วยน้องกิ๊ก นางแบบหน้าเด๊ดที่ดูแว๊บแรกแล้วก็ได้ลุคสาวฮ่องกงขายผักดองงงๆอยู่หน้าตลาด เลยตอบตกลงทันทีแบบไม่ต้องคิดเลย
ครั้งแรกเลยมั๊งเนี่ยที่ถ่ายแบบมีคนโพสให้ถ่ายแบบจริงๆจังๆ สั่งอะไรก็ทำให้
ให้ปีนป่าย ห้อยโหน ขึ้นไปยืนบนกองเหล็ก หรือเข้าไปขับตุ๊กๆ ก็ทำมาแล้ว
สนุกแฮะ.. แบบดีๆนี่มันเพลินแบบนี้นี่เอง 🧡

ที่ประทับใจในครั้งนี้ นอกจากเรื่องของเพื่อนๆที่ชอบอะไรเหมือนๆกันแล้ว
ก็ยังเป็นเจ้าฟิล์มไต้หวันตัวนี้ที่มอสให้มาลองเล่นดู
“MACO TCS EAGLE 400”
ตอนล้างออกมาก็ตกใจอยู่เหมือนกัน เพราะมันพังไปเยอะอยู่ ด้วยการเป็นสีแดงเขียว Monotone ทั้งใบแบบน่ากลัวมาก
แต่รูปที่เหลือที่ได้ ก็คุ้มค่าที่จะ Trade off จริงๆ
โทนมันจะออกสีตุ่นๆ เก่าๆ สนิมๆ อมแดงน้ำตาลๆ ติดมืดนิดหน่อย
ใครที่ชอบให้สว่างกว่านี้ก็ลอง push ค่าแสงเล่นดู แต่นี่คือตั้ง 400 ตามจริงเลย
ชอบนะ ภาพมันดูเหงากว่าเดิม แต่ดันอบอุ่นกว่าเดิม
สงสัยจะได้หามาลองใช้เองอีกหลายม้วนแน่นอนทีนี้..
(แนะนำให้ถ่ายหัวม้วนทิ้งไปซัก 2-3 ใบก่อน แล้วค่อยถ่ายจริงนะ แล้วก็อย่าใช้จนสุด เพราะมันเป็นฟิล์มโหลด อาจขาดคากล้องได้)

หมดแล้วกับเจ้า “MACO TCS EAGLE 400”
ครั้งนี้ใช้งานอยู่ 2 ตัวคือ FM2 กับ Nishika N9000
ไอ้เจ้า FM2 นี่โฟกัสไม่เข้าเยอะเหมือนกันทั้งๆที่คิดว่าน่าจะเข้าแล้ว
หมุนแล้วก็หมุนอีกจนแน่ใจ แต่ทำไม๊ทำไมมันก็ยังเบลอไปเกือบครึ่ง
ไม่รู้เป็นที่สายตาของเราหรือเป็นที่ตัวกล้อง.. เสียใจ
แต่ยังไงก็น่าจะโดน Gadget ใหม่ที่เป็นตัวช่วยโฟกัสละล่ะ ไม่ได้ละ ของมันต้องมี..
(โดนป้ายยามาเรียบร้อย)

ด้านล่างนี้จะเป็นฟิล์ม Kodak Ultramax 400 บ้าง
ให้ลุคสว่างใสสบายตาแบบที่คุ้นเคย

“You had me at hello.” 🌹

ดูรูปนี้แล้วนึกถึง Scene หนังฮ่องกงเบาๆ (แม้ว่าโทนมันจะสว่างเกินที่จะเป็นหนังฮ่องกง)
แต่ด้วยสีหน้าและท่าทางของแบบ
มันเหมือนกับหญิงสาวคนนึงที่กำลังคิดถึงคนที่เป็นเธอแอบหลงรักอยู่ในใจ
แม้สีหน้าจะดูเหมือนไม่มีอะไร
แต่ดันเผลอระบายยิ้มออกมาที่มุมปากและสายตา
เลยจับมาใส่ Quote หนังเป็นภาษาจีนให้ดูเป็น Snap shot จาก Scene หนังฮ่องกงซะเลย
ก็ได้อยู่นะ ว่ามะ? (คิดเองเออเอง 555)


ตัวที่สอง ไม่พูดถึงไม่ได้
Nishika N9000 ของเรา ที่เทสม้วนนี้เป็นม้วนที่สองแล้ว
ก็ยังคงไม่ชินกับเสียงกดชัตเตอร์ที่กดดัง “แป่ก!” เหมือนมีอะไรหักอยู่ข้างใน..
ด้วยความที่มันเป็นกล้องพลาสติกโง่ๆ และเลนส์พลาสติกโง่ๆ
มันก็จะถ่ายยากหน่อย แล้วก็ต้องมาลุ้นกันดูว่ารูปจะออกมาใช้ได้หรือไม่
เพราะถ้าพังไปเฟรมนึงใน 4 เฟรม ก็เอามาทำ GIF ไม่ได้เลย
แต่ที่ได้มาครั้งนี้ก็น่าพอใจอยู่นะ ครั้งหน้าลองใหม่ (ไม่เข็ด..)

ps. ใครอยากไปเดินถ่ายรูปเล่นด้วยกันครั้งหน้า ตามได้ที่หน้าเพจ Mosirer เลยนะจ๊ะ
ครั้งหน้าเจอกัน :)))
ps2. ติดต่องานน้องกิ๊กได้ที่ FB ส่วนตัวของน้องเค้า ‘Keek ysw‘ ได้เลยจ้ะ เอาไปดันหน่อยซิ น้องเค้าหน้าเด๊ดดีจริงๆ! หรือจะปฏิเสธ?

So that’s all of today’s film story : )
Hope you enjoy.

-K.

Korea : 35mm

เกาหลีครั้งที่ 2 ทำให้เรารู้ตัวเองว่าชอบกินเนื้อย่างเกาหลีกับเบียร์เกาหลีมาก ชอบมากกว่าเนื้อแพงๆที่ญี่ปุ่นอีก ดิบเถื่อนดี อร่อยเหมาะกับช่วงนี้ที่ชีวิตมีความดิบเถื่อน เอาจริงๆครั้งนี้ก็ไม่ได้ไปไหนมาก นอกจากวนเวียนอยู่แหล่งช๊อปปิ้ง และร้านเนื้อย่าง (น้ำลายไหล) หนาวๆแบบนี้ มีเนื้อย่างอร่อยๆกับเบียร์วุ้นเกาหลี ชีวิตจะเอาอะไรอีกอ่ะ?

000039 000040 000041 000006 000042 000046000045

shooting info :
Cam : Olympus μ [mju:] ZOOM115
Lens : 38-115mm
Film : Fuji-xtra-400

สวนผึ้ง, ราชบุรี

ทุกครั้งที่เพื่อนต่างชาติถามว่า จะมาไทยเนี่ย ไปเที่ยวที่ไหนดี ยู recommend หน่อย
คือจะตอบได้แต่ที่แมสๆ แล้วก็ไม่รู้ดีเทลเลยว่าไปแล้วควรทำอะไร ที่ไหนถึงจะเจ๋ง
ตอบได้แค่ เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา ข้าวสาร ซึ่งเป็น keyword ที่ broad มากกกก
เหมือนคนถามว่าม้าน้ำเป็นสัตว์ชนิดไหนแล้วเราตอบว่า “ชนิดหนึ่ง” ยังไงยังงั้น
นับครั้งได้เลยไม่เกิน 10 ครั้งในชีวิตนี้แน่นอนที่ไปเที่ยวต่างจังหวัด รวมการไปงานแต่ง, งานศพญาติๆด้วยแล้วนะ
นับจากนี้เลยตั้งเป้าไว้ว่า จะเที่ยวไทยให้ได้เยอะขึ้น

เอาล่ะ เริ่มด้วยราชบุรีนี่แหล่ะ
เดี๋ยวมีเวลาจะมาเขียนอีกที เพราะเอาจริงๆราชบุรีถือเป็นจุด start ที่ดีเลย ชอบนะ
อันนี้ขอเขียนเรื่องกล้องไปก่อน เพราะแบกกล้องฟิล์มไปลองตั้ง 3 ตัวแน่ะ
OLYMPUS [Mju] Zoom115, **Nikon **FM and the **Nikon **F-801.

Nikon FM

Just a broken Light meter, not a broken heart
ตัวนี้ที่วัดแสงเจ๊งจ้า ราคาที่ซ่อมไปทั้งหมดจะแพงกว่าตัวกล้องได้ละ แต่ยังไงก็ไม่สามารถกลับคืนมาเป็นเหมือนเดิมได้ เราเลยใช้กล้องดิจิตอลที่ spec คล้ายๆกันกะแสงเอา บางทีเริ่มคุ้นๆแสงแล้วก็กะเองเลย
Over บ้าง Under บ้าง หลายๆรูปก็สวยไปเลย
เอ้อ ลองใช้ Fuji400 ดูด้วย (ส่วนใหญ่เราไม่ได้ใช้ฟิล์มแปลกไปกว่า Kodak หรือ Fuji 200 หรอก)
ภาพดูสว่างและใสขึ้นกว่าเดิมอีก ชอบจัง

Cam : Nikon FM
Lens : AF NIKKOR 50mm,  f/ 1.8
Film : Fuji-400

OLYMPUS [Mju] Zoom115

ตัวนี้ไม่ต้องพูดถึงเยอะ เพราะเป็นตัวที่พกติดตัวบ่อยสุด ใช้ง่ายสุด เพราะเป็น point and shoot ยิงได้ทันทีไม่ต้องวัดอะไรทั้งนั้น ตัวก็เล็กพกง่าย เลยเป็นกล้องติดตัวเราเลย พาไปหลายทริปแล้ว ลองดูรูปใน post เก่าๆได้เลย
มุมมันกว้างเลยเห็นน้องแกะได้ทั้งตัว เสียดายไม่ได้ถ่ายแบบเห็น depth หน่อยนี่ยิงอัดใส่พื้นเลย
แล้วถ่ายมารูปเดียวด้วย 555

Cam : Olympus μ [mju:] ZOOM115  [$25]

Lens : 38-115mm
Film : Fuji-200  [$4.57]

Nikon F-801

Nikon F801 นี่ตัวใหญ่สุดเลย ตัวนี้เราได้มาเป็นของขวัญจากคุณพ่อ เป็น autofocus อ่ะ จะเรียกว่าไงดีล่ะ เป็นกล้องฟิล์มดิจิต้อลอ่ะ กลไกมันทำงานเหมือนดิจิตอล SLR เลย แค่มันบันทึกลงฟิล์ม ตัวนี้เพิ่งเคยเอามาถ่ายทริปนี้ทริปแรก อมส้มอมเหลืองแฮะ เดี๋ยวลองพาไปอีกซักสองสามทริป ถึงจะรู้ character จริงๆของมันขึ้นไปอีก  ที่สังเกตุได้คร่าวๆคือ
1 สีมันออกตุ่นๆ อมเหลือง อมส้ม อมน้ำตาล
2 ถึงจะวัดแสงให้อัตโนมัติแต่ถ่ายออกมาแล้วค่อนข้างมืด ต้องตั้งค่าชดเชยแสง +เข้าไปอีก
(ฟิล์มที่ iso สูงขึ้นกว่านี้อาจจะช่วยได้)
3 เกรนหยาบกว่า Nikon FM ก็ได้อีกอามรมณ์นึง ดูเป็นภาพฟิล์มมากขึ้น
แต่การเป็น Autofocus นี่ถ่ายสนุกดีแฮะ ชอบมาก เหมาะกับคนอย่างเราที่เห็นภาพแล้วอยากบันทึกทันที เป็น moment ที่ช้าไม่ได้ ไม่งั้นจับไม่ทัน เช่นของที่เคลื่อนไหว (ไม่เร็วมากนัก) หรือ คนที่กำลังยิ้ม หัวเราะ
หลายครั้งที่เลนส์มือหมุนมันไม่ทันใจ มันต้องใช้เวลา craft
ไอ้พวก auto เนี่ยแหล่ะ จัดการอยู่หมัด

Cam : Nikon F-801

Lens : AF NIKKOR 35-70mm,  f/3 – 4.5
Film : Kodak-200

จบจย้ะ

Let’s the past past

มีเวลาได้เขียนซักที ทั้งๆที่เป็นสิ่งที่อยากทำที่สุดแท้ๆ ก็มัวแต่ใช้เวลาไปกับความฝันของคนอื่น
ส่วนของตัวเองก็ได้แค่บอกว่า “เอาไว้ก่อน”

จนวันนึงที่มีเหตุทำให้รูปทั้งหมดที่มีหายไป มันเหมือนความทรงจำทั้งหมดได้หายไปกับมัน
คงไม่ต้องบรรยายความรู้สึกให้ฟังหรอกนะว่าคนความจำสั้นที่ชอบ snap ภาพ moment ต่างๆไว้
เพราะกลัวตัวเองจะลืม moment สำคัญๆในชีวิตไป มันจะนั่งเศร้าได้ขนาดไหน

moment ที่พวกเราร้องเพลงด้วยกันบนภูเขาที่มีแต่เรา ภูเขาสุดลูกหูลูกตา ต้นหญ้าแห้งๆ และท้องฟ้า
moment ที่เดินหลงคนเดียวที่ Jeorge town, DC
moment ที่ลาออกจากงานไปเที่ยวสิงคโปร์คนเดียวครั้งแรก
moment ที่เจอกับคนแปลกหน้าที่เปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาล ครั้งแรก

แล้วก็ต้องยอมรับว่ามันกลับมาไม่ได้ละล่ะ
Move on เถอะ อย่าไปจมเสียใจกับมันอีกเลย
อาจจะมีหลายๆอย่างที่เราจำไม่ได้ และภาพมันทำให้เรานึกถึงได้อีกครั้ง
แต่ก็ยังมีอีกหลายๆอย่าง ที่ไม่ต้องมีภาพ ก็จำได้ดี
เก็บไว้แค่นั้นก็น่าจะพอละล่ะ เนอะ

: )

24 | เติบโตไปอีกขั้น

ทำงานมา 3 ปีแล้วสินะเนี่ย
จาก Marketer & Merchandiser สู่ A.E. ในวงการโฆษณา
สู่วงการ Freelance วางแผนการตลาดครั้งแรก
มาถึงสิ่งที่ทำอยู่ใน “โลกของ Data” กับการเริ่มต้นเป็น Data analyst

จนมาถึงวันนี้ ที่ได้สัมผัสการเป็นผู้ใหญ่ขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง  
‘Data Analytics Manager’
เป็น Manager แล้วอ่ะ.. แล้วต้องยังไงต่อ 555
ดีใจนะ ดีใจจริงๆที่ได้รู้ว่าศักยภาพของเรามันจะได้ขยายขึ้นไปอีก

ยอมรับว่ายังไม่พร้อมดีนักที่จะเป็นผู้นำใคร
แต่รู้สึกขอบคุณพวกพี่ๆมากๆที่ไว้วางใจให้ปอทำ
ให้ปอนำทีม ให้ปอดูแลน้องๆ
เป็นอีกบทบาทที่ทำให้สัมผัสกับคำว่า
‘ความรับผิดชอบ’ และ ‘การเป็น Leader not a Boss’ ได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น

น้องๆ
(แก่กว่า หรือเท่ากันก็เหมารวมเป็นน้องไปเลยแล้วกัน
ถึงจะมีคนเด็กกว่าจริงๆแค่คนเดียวก็เถอะ ฮ่าๆ)
ขอบคุณเจ้าแช๊ม และลูกทีมคนแรกๆ ที่ทำให้พี่เป็นผู้นำโดยสมบูรณ์
ให้ได้รู้สึกว่าการเฝ้ามองคนๆนึงพัฒนาและเติบโตขึ้นเรื่อยๆมันรู้สึกยังไง
รู้สึกอยากปกป้องดูแล อยากถ่ายทอด อยากสอนอะไรๆไปหมดทุกอย่าง
อยากใส่ปุ๋ย พรวนดินให้ทุกคนค่อยๆเติบโตอย่างแข็งแรงขึ้นมา
ชอบจังเวลาที่เห็นน้องๆเรียนรู้ต่างกันไป ชอบที่ต้อง adapt การถ่ายทอดให้แต่ละคน
เพราะทุกคนก็มีการเรียนรู้ไม่เหมือนกัน นิสัย ตรรกะ หลายๆอย่างที่ไม่เหมือนกัน
มันทำให้เราต้อง crack ให้ออก ว่าจะเข้าถึงส่วนนั้นๆของน้องยังไง
และพอ crack ออก มันเป็นความรู้สึกที่ฟินสุดๆ
ตอนได้เห็นหน้าและน้ำเสียงน้องๆแบบ อ๋ออ เฮ้ย โครตเข้าใจ งี้
จากคนที่เคยแต่เติบโตด้วยตัวเองคนเดียว โดยไม่ได้สนใคร
ต้องมาเป็นคนบ่มเพาะคนอื่น encourage คนอื่นบ้าง
มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ

รู้สึกขอบคุณพี่อุ๊พี่ต่อ ที่ทำให้ปอโตขึ้นด้วยตรรกะและความคิด
ให้โอกาสให้ปอได้โตในแบบที่ปอรู้สึกภูมิใจ และรักในความเป็นตัวเอง
ทำให้ปออยากโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถทำให้ต้นกล้าเล็กๆเติบโตขึ้นอีก
อยากเป็นคนที่ให้โอกาสกับคนอื่นๆเหมือนอย่างที่เคยได้รับมา

3 ปีแล้วหลังจากจบมา
24 ปีแล้วที่ได้หายใจอยู่บนโลก
1 เดือนแล้วที่ได้เป็น Manager
วันนี้มีความสุขมาก กับครอบครัวที่มีอยู่
ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวจริงๆหรือครอบครัวในการทำงานก็ตาม
รู้สึกพอดิบพอดีไปหมด ถูกที่ถูกทาง

“The only time you should ever look back is to see how far you’ve come”
พอมองย้อนกลับไป เราก็เดินมาไกลเหมือนกันกว่าจะมาถึงจุดนี้
มาลองดูดีๆ ทุกๆจุดที่เป็น Changing point of life มันเกิดจากการตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่ปกติ หรือเกิดจากเหตุการณ์แปลกๆทั้งนั้นเลยแฮะ
เช่น ตัดสินใจไม่พึ่งเอเจ้นไทย แต่ติดต่อกับทางต่างประเทศเองตอนโดนโกงตอนไป work
สมัครงานที่ต้องทำควบสองตำแหน่ง สองตึก สองโต๊ะ สองเจ้านาย
ลาออกจากงานและเริ่มต้นการเที่ยวคนเดียวแบบ unplaned ในวันเดียวกัน
มาไกลจากเด็กขี้กลัวคนเดิมที่ปฏิเสธจะทำอะไรที่ต้องคิดเองมากๆ

แต่ก็ยังรู้สึกว่าไกลไม่พอ

24 ปีแล้วที่ได้เรียนรู้โลกใบนี้มา และคงมีอะไรๆอีกมากให้ได้รู้และเติบโต
(ถ้าไม่ท้อ หรือเจออะไรที่ทำให้เหี่ยวแห้งตายไปซะก่อน)

แค่หวังว่า ตัวเองจะไม่แก่ก่อนที่ควรจะแก่
และไม่อยากมาสมเพชตัวเองทีหลังว่าทำไมตอนสาวๆ
เราไม่เจ๋งเลยวะ

“I just hope that I’m gonna be crazy enough to do something worth this life”

-xoxo

Por

A DAY WITH OLYMPUS XA2

Grain ที่ได้จากตัวนี้มัน Classic มากอ่ะ ชอบ.. ดิบดี
แต่อาจจะเป็นเพราะฟิล์มด้วย Set นี้น่าจะ Fuji 200 นะ ถ้าจำไม่ผิด
อยากได้แฟลชเพิ่มจัง อยากลองสาดแฟลชดู แล้วก็ครั้งหน้าจะลองใช้ฟิล์ม Velvia 50 slide ดูบ้าง
OLYMPUS XA2 review

OLYMPUS XA2 review0 OLYMPUS XA2 review2 OLYMPUS XA2 review3 OLYMPUS XA2 review4

การเปิดปิดเครื่องก็ง่ายดี เลื่อนฝาเลนส์ออกก็เป็นการเปิดเครื่องละ เลื่อนกลับเข้าไปก็ปิด
สิ่งที่ไม่ชอบเลยคือ “ปุ่มกด shutter” ที่เป็นพลาสติกสีแดงแบนๆด้านบน กดยากมากกกกก
คือ ยากมากกว่าทุกกล้องที่ใช้มา ต้องกดแรงให้ถูก กดเบาไปก็จะไม่ติด กดแรงไปภาพก็สั่นอีก
โดยรวมก็โอเคละ เหลือแค่ปุ่มเลยที่ออกจะขัดใจอยู่หน่อย

ฟังก์ชันก็ไม่มัอะไรมาก มี 3 ระยะให้เลือกPortraitแบบครึ่งตัว, รูปเต็มตัว, Landscape.
จะเปิดฝาใส่ฟิล์มก็ดึงแกนหมุนขึ้นมา 2 steps จนสุดมันก็เด้งออกมาเอง
เช็คแบทได้โดยดึงแกนด้านล่างออกมา กล้องจะส่งเสียงตี๊ดดดด  ยาวๆ ก็แสดงว่าแบทใช้ได้ ถ่ายได้เลย

OLYMPUS XA2 review 5

OLYMPUS XA2 review 6

*** – shooting info 📷 –***
Cam : Olympus XA2
Lens :35mm f/3.5
Power: Two S76 cells

Film : Fuji-200 [160THB @Thailand]