A road trip to Nubra Valley

Nubra Valley

2 days trip

หลังจากเที่ยวใน เลห์ ลาดักห์ กันไปแบบเต็มๆแล้ว
อีกสามวันที่เหลือเราจะนั่งรถให้ตูดเปื่อยไป Nubra valley (หมู่บ้าน นูบร้า) กับ Pankong lake (ทะเลสาบแปงกอง) กัน!

NUBRA VALLEY hit the road

ทริปสองสามวันนี้คือต้องนั่งรถกันเป็นวันๆเพื่อจะไปถึงสถาณที่ที่นึง
เตรียมใจนั่งรถกันให้ดี พกเพื่อนดีๆไปด้วย เตรียมเสื้อคลุมกันแดดและหมอนรองคอให้พร้อม
อัด Playlist เจ๋งๆและ power bank ให้แน่น แล้วก็ Hit the road กันเล้ยยย!

Nubra valley, I’m coming!

รอก่อนนะจ๊ะน้องอูฐ พี่กำลังไปหา!!

NUBRA VALLEY on the road

Morning in Leh

ตื่นกัน 7:00 am เราตื่นคนแรก เราจะอาบน้ำแต่น้ำเย็นมาก และไม่มีเครื่องทำน้ำร้อนชั้นบน
เราเลยถามเขาว่า ที่นี่มีน้ำร้อนไหม ชั้นล่างมีเครื่องทำน้ำร้อนไหม อาบชั้นล่างก็ได้อะไรแบบนี้
เขาก็บอกว่า yes yes yes พยักหน้าหงึกๆๆ แล้วบอกให้เรารอเดี๋ยว เราก็รออยู่แป๊บนึง
ซักพักซันทิลก็ขึ้นมาพร้อมถังใส่น้ำร้อน คือสรุปที่นี่ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น เขาไปต้มมาให้เราอ่ะ
ซันทิลน่ารักมากขออะไรก็บอก มีๆๆ yes yes yes พยักหน้าหงึกๆๆ น่ารักมากๆ
8:30 เก็บของเสร็จกันแล้ว รถยังไม่มา เอาของบางส่วนฝากไว้ที่เปียมาเพราะไปค้างที่ Nubra คืนนึง
และต้องปล่อยห้องคืนนึงให้คนอื่นเช่า จะได้ไม่เสียตังค่าเช่าอีกคืน พรุ่งนี้ค่อยกลับมาเช่าใหม่
เปียมาชวนกินชา เลยได้เข้าไปนั่งห้องนั่งเล่นกัน
ซักพักซันทิลพาลามะมาบ้าน พระมาปั้นๆสิ่งที่เรียกว่า “โชป้า” ปั้นเป็นรูปเคารพหรือเอาผงมาทาตัว
ลามะก็เล่นกะเราใหญ่เลย พยามจะหลอกให้เรากิน 555

DSCF1948

Day 3

Nubra Valley

Road trip ไป camping, ขี่อูฐที่ Nubra

The longest road trip

วันนี้ road trip ไป Nubra กันนน
เป็น road trip ที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยนั่งมาเลย (แต่เดี๋ยวตอนนั่งแคชเมียร์อาจจะนานกว่านี้)
ในภาพคือเอ๋ยทำอาหารเช้าให้กิน เป็นขนมปังกับ Nutrella ที่เอามาจากไทยด้วย มีโอกาสได้กินซักที
เพราะอาหารที่นี่ดีกว่าที่คิด เลยแทบไม่เห็นต้องพึ่งอะไรที่เอามาเลย
(สาบานว่ากินได้จริงๆนะ ฮ่าๆๆ อย่าเพิ่งตัดสินจากรูป)

Into the grate things

แล้วยิ่งออกไปไกลธรรมชาติมันก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ
ยิ่งออกเที่ยวก็ยิ่งเห็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และเราเชื่อว่าต้องมีที่ยิ่งใหญ่กว่านี้อีกในทริปต่อๆไป
พอเห็นโลกกว้างๆก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่า เฮ้ย ตัวเรานี่เล็กจังเลย
มองภูเขา ท้องฟ้ารอบๆตัว สุดลูกหูลูกตายิ่งกว่าเดิม

ลาก่อนสีเขียวชะอุ่ม พุ่มไม้ในเมืองเลห์

DSCF1982

สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น…

ตลอดทางของ road trip ก็จะเป็นประมาณนี้
ปีนไต่ไหล่เขาไปเรื่อยๆ หวาดเสียวบ้างตอนที่รถสวนกันบนถนนแคบๆที่ชำรุด แล้วรถเราอยู่ฝั่งด้านนอก
มองลงไปเห็นล้ออยู่เฉียดกับริมผานิดเดียว เห็นหินตกลงไปข้างล่างแกรกๆๆ ทำได้แค่เชื่อใจในคนขับรถเท่านั้น

DSCF1977

DSCF2656

DSCF2506

จุดพักชมวิวจุดแรกที่เขาจะจอดให้เรา
เมฆลอยอยู่แค่นี้เอง อยากจะหยิบลงมากิน
เห็นเงาของเมฆพาดบนภูเขา ชัดเจนมาก

DSCF2001

DSCF2016

DSCF1998

ทุนดุ๊บสุดหล่อ

ก่อนอื่นขอนำเสนอ ทุนดุ๊บ (tundup) คนขับรถผู้พูดน้อย แต่ใส่ใจหนักมาก ฮ่าๆ
รูปนี้ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ เดี๋ยวดูรูปล่างๆ เดี๋ยวๆๆๆ!! ทุนดุ๊บอายุประมาณ 27
ทุนดุ๊บพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ แต่แม้จะสื่อสารกันไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่ก็เข้าใจกันได้ดี
เราใช้เวลา 3 วันเต็มๆอยู่ด้วยกันบนรถ ตามทางไหล่เขาที่หวาดเสียวมาก แต่ทำไมไม่รู้เรามั่นใจในทุนดุ๊บมาก
เขาจะขับรถด้วยความมั่นใจ เอาจริงๆเรียกได้ว่าขับห้าวมากๆเลยแหละ ในขณะที่ก็รู้กฎกติกาและสุภาพด้วย
เวลามีลมฝุ่นเยอะๆอยู่ข้างหน้า เขาจะรีบกดปิดกระจกอัตโนมัติให้พวกเรา
เวลาแดดมา เขาจะหันมามองๆพวกเราว่าโดนแดดหรือเปล่า แล้วเอาที่ปิดดึงมาปิดให้
เขาจะชอบสังเกตุพวกเรา เช่นเราน้ำหมดเขาก็จะรู้ มีจะแบ่งน้ำให้กินด้วย
เวลาเราเปิดฝาขวดน้ำเขาก็จอดรถให้ด้วย เราก็งงว่าเขาจอดรถทำไม อ้ออ เพราะเขาจะให้เรากินได้สะดวกๆ น้ำไม่หก อูววว
เพราะทางที่นี่มันยึกยักๆ ไม่ได้เรียบๆ มันเลยกินน้ำลำบากหน่อยเวลารถแล่น (หรือจริงๆเขากลัวเราทำหกเลอะรถเค้าวะ 555)
ps.รถไม่มีแอร์นะ เปิดหน้าต่างโลด

DSCF1992

สองสามวันที่อยู่กับทุนดุ๊บ ก็ได้ลุ้น ได้เสียวเวลาเขาขับรถเลนส์นอกที่มองลงไปไม่มีอะไรนอกจากหุบเหวลึกๆ
เวลาขับสวนกันกับรถคนอื่นๆเป็นทำเนียมที่รถที่อยู่ด้านใน ต้องหยุดให้รถที่อยู่ด้านนอกผ่านไปก่อน เพื่อความปลอดภัย
ซึ่งทุนดุ๊บถือว่าเป็นคนมีน้ำใจบนท้องถนนมากๆ

ฟ้าใสขนาดนี้ ไม่ถ่ายรูปได้ไง

DSCF1995

IMG_0836
ต่อมาก็ทำ Permit เข้าเขตของ Nubra valley
ตรงนี้ทุนดุ๊บจะทำให้ทั้งหมด ตอนถึงด่านเพราะมี permission ที่เอเจนซี่ทำไว้ให้เมื่อวานแล้ว
แต่อย่าลืมพกพาสปอร์ทอ่ะ ตรงนี้พวกเราก็แค่นั่งรออยู่ในรถเฉยๆ
ทายจิเล่มไหนของเรา : )

DSCF2007

DSCF2013

Highest road in the world

ถึงจุดที่เป็นถนนที่สูงที่สุดในโลก (18,380 feet)
ขนาดไม่ใช่หน้าหนาว บนนี้หนาวแฮะ แวะพักได้แป๊บเดียวเอง

IMG_1212

DSCF2025

DSCF2029

พักระหว่างทางที่ๆสอง
แทบไม่อยากลงเพราะง่วงมาก กำลังหลับได้ที่เลย แต่ถ้าไม่ลงนี่เสียดายแน่ๆ
ตรงนี้มีม้า มีคนมาปิคนิค มีรถโรงเรียนมาพักจอดให้เด็กๆลงมาเล่นกัน
เด็กที่นี่หน้าตากวนโอ๊ยจริงๆ ตาคมๆมองจิกๆ แถมเล่นกล้องเป็นบ้า

DSCF2032

DSCF2070

DSCF2044

DSCF2051

DSCF2050

DSCF2034

DSCF2068

DSCF2041

DSCF2043

DSCF2057

DSCF2064

DSCF2075

DSCF2048

Maggi is always a good choice.

พอออกมานอกเมืองเลห์แล้วคิดถึงเลห์ชะมัด คิดถึงมากทุกครั้งที่กินอาหาร T-T
เริ่มไกลออกมา อาหารก็หามีรสชาติได้ยากเหลือเกิด ฮือๆ ดังนั้นสิ่งที่เราจะชอบกินกันคือ “แม๊กกี้ใส่ไข่”
ไม่ใช่ซอสแม็กกี้นะ แต่ยี่ห้อเดียวกันนั่นแหละ เค้าทำเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขายที่นี่ สั่งเขาว่า maggi with egg
เราว่าประทังชีวิตได้ อร่อยด้วยถ้าร้านไหนที่ปรุงดีๆอ่ะ เมนูนี้มันทำให้ไม่อร่อยยากมากเลยนะ!
ร้านไหนทำ maggi ไม่อร่อยก็อย่าไปสั่งอะไรอีกเลยเราว่า

DSCF2077

DSCF2078

DSCF2081

DSCF2085

DSCF2365

It’s on me : )

อย่าลืมจ่ายค่าข้าวให้คนขับด้วยน้า ไม่กี่บาทหรอก
มื้อไหนที่กินด้วยกัน บอกเขาด้วยนะ ว่าเราจะจ่ายให้ ไม่ต้องเกรงใจ
ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวเขาก็ทำแบบนี้กัน
DSCF2089

ห้องน้ำหลุมครั้งแรกในชีวิต..

อย่างน้อยเขาก็ดูแลความสะอาด ดีกว่าห้องน้ำในจุดพักชมวิวอ่ะ อย่าได้ไปเข้าเลยขอบอก ที่จะให้เดินเหยียบเข้าไปยังไม่มี
เอาละนะ จะเปิดล่ะนะ!

DSCF2094

DSCF2095

รวมแฟชั่นห้องน้ำในเลห์

เกร๋ไก๋มีสไตล์ ฉี่หดตดหายกันไปตามระเบียบ

DSCF2369

DSCF2708

DSCF1486

DSCF2513

ไปกันต่อนะ : )

นี่ก็ใกล้เย็นแล้ว เราจอดพักตรงนี้กันแป๊บนึงหลังจากที่ขับมากันหลายชั่วโมง
มองดูภูเขา นั่งดูขบวนบิ๊กไบท์ขี่ผ่านไป

IMG_0889

IMG_1079

DSCF2169

DSCF2174

DSCF2180

Hot spring & วัดทิเบต

ระหว่างนั้นเขาจะพาเราแวะสองสามที่ก่อนถึงหมู่บ้าน
เราว่าถ้าไม่อยากเสียเวลาให้ตัด  Hot spring ออกไป เพราะไม่มีอะไรเล๊ยยย
มีแค่ม้าที่หลังเขา กับอ่างแช่เท้าที่เห็นในรูปด้านล่าง

DSCF2112

DSCF2115

DSCF2119

ที่ๆสองเป็นวัดทิเบต ที่มีวัวทิเบตเฟรนด์ลี่ๆหน้าตาประหลาดๆ
ตอนเราไปลามะกำลังสวดมนต์กันอยู่ เลยได้นั่งฟังนั่งดูอยู่แป๊บนึงก่อนจะออกมา

DSCF2158

DSCF2154

DSCF2161

ทางแบบนี้คือ ใกล้แล้ววว..

จะมีดอกม่วงๆข้างทางเป็นพุ่มๆ  เขาเอาต้นพวกนี้มาทำเป็นรั้วบ้านกัน

DSCF2185

DSCF2186

Finally we get here : )

ถึงแล้วที่พักใน Nubra valley เราแพลนมานอนแคมป์กันที่นี่ สรุปแล้วจองเป็นเต้นท์นอนสองหลัง ด้านหลังเป็นทิวเขา
เรากินอาหารเย็นกันที่นี่เลย บอกให้เขาเตรียมไว้ให้ (ต้องจ่ายเพิ่ม) เพราะขี้เกียจออกไปหาอะไรกินที่อื่นแล้ว
ที่นอน ระวัง bed bug นะ เอาผ้าห่มไปสลัดๆนอกเต๊นก่อนแล้วก็ปัดๆเตียงก่อนจะนอนนะ
ps.ห้องน้ำเป็นห้องน้ำเล็กๆในตัว ยื่นออกมานอกเต๊นหน่อยนุง
น้ำตอนเช้าและตอนกลางคืนหนาวมากกก เรียกว่าเย็นเจี๊ยบเหมือนออกมาจากช่องฟรี๊ซเลย ยอมไม่อาบอ่ะ

DSCF2198

DSCF2187

DSCF2191

DSCF2195

day3-5

Having a greeting tea

ชอบ baked narn, ชอบน้ำตาลเม็ดโตๆ

IMG_1148
day3-1

IMG_1151

บารปา เจ้าอูฐหนอกเหี่ยว

ออกมาขี่อูฐกัน เรามาช้ากันนิดหน่อย แต่ดีที่ยังทัน โอยชอบจังเลย animal riding เนี่ย
ไม่ว่าจะเป็นม้า เป็นช้าง เป็นอูฐอะไรก็แล้วแต่ ชอบบบบ
(แต่นอกจากม้าแล้วก็ยังไม่เคยขี่อะไรเลยนะ แต่รู้ไว้ก่อนแหละว่าชอบ ฮ่าๆๆ)
อูฐเราชื่อบารปา มันไม่ได้กินน้ำหรือไงทำไมหนอกมันถึงเหี่ยว แต่ก็สู้ของเอ๋ยกับนาเดียไม่ได้
เหี่ยวจนพับไปข้างๆเลย  สนุกดี อยากขี่นานกว่านี้จัง

DSCF2220

DSCF2224

อูฐเป็นสัตว์สายแบ๊ว มันชอบทำปากจู๋อยู่ตลอดเวลา
xo xo~
DSCF2230

DSCF2227

DSCF2234

DSCF2240

DSCF2252

day3-2

IMG_1088

อาหารเย็น..

หลังจากเราบอกให้เขาทำอาหารเย็นไว้ให้ แล้วกลับมากินกันด้วยความหิว ก็พบว่า มัน.. ไม่.. อร่อย. เล้ยยยย ฮือๆๆ
จะบอกว่าคนบนที่สูงเขาไม่ค่อยกินเนื้อสัตว์กัน ส่วนใหญ่เลยเป็นอาหารมัง
แกงอะไรอ่าาา ผัดอะไรอ่าาาา (แต่ไอ้แผ่นๆกินได้นะโอเคเลย)
เราเลยเอาเลย์มาคลุกข้าวกินกัน ฮ่าๆ แต่ก็แอบเห็นโฮสเค้าแอบมาด้อมๆดูๆว่าเราจะเป็นไงกันบ้าง
เราก็กลัวเขาเสียใจก็กินๆกันเข้าไปบ้างแล้วก็แบบ ทำท่าทางเอร็ดอร่อย แบบ หึมม โอเคเลยว่ะแกร อร่อยๆ
ทำไปก็ขำตัวเองไป เป็น moment ที่ตลกดีชะมัด

ถือว่าเตือนแล้วนะ ไป Nubra เอาขนมไปเยอะๆ!

DSCF2268

DSCF2270

Good night Nubra valley : )

เขียนโปสการ์ดแล้วนอนกันเถอะ

IMG_1103

Day 4

Bye Nubra

way back to Leh

IMG_1185

DSCF2377

DSCF2380

DSCF2384

DSCF2369

DSCF2372

Just you and me and the road and the playlist

ขากลับเราแวะกันแค่สองที่ ใกล้ๆกันคือวัด กับ พระศรีอริยเมตรัย  แล้วต่อจากนั้นคือ road trip แบบ ยาวไป ยาวปายยย
ถ้าโบกรถหารเฉลี่ยมากับคนที่ไม่รู้จักก็อาจจะสนุกไปอีกแบบถ้าเขาเป็นคนเฟรนด์ลี่
แต่ถ้าไม่ก็คงจะโคดน่าเบื่อเลยล่ะ สองวันมานี้ได้ใช้เวลากับตัวเองนานที่สุดละ
สิ่งที่อย่าลืมเอามาเลยคือ Play list เจ๋งๆใส่มือถือหรือ ipod มาด้วย (รถทุนดุ๊บมีสายให้เสียบต่อลำโพง)
เราเตรียมกันไปแค่ไม่กี่เพลง สลับกันฟังขับเพลงเลห์ดึ๊งๆของทุนดุ๊บ ซึ่งก็ดีที่เขายังวัยรุ่นอยู่ เพลงที่ฟังก็เลยค่อนข้างสนุก
ส่วนพวกเรา กลับมาก็หลอนเพลง “lost star” กันไปพักใหญ่ เปิดทีไรกลิ่นฝุ่นที่เลห์นี่ลอยเข้ามาเลย

รูปนี้เอ๋ยบอกว่า “กุไม่ขึ้นไปนะ กุรออยู่ตรงเนี้ยแหละ” (เอ๋ยเป็นโรคกลัวความสูง ฮ่าๆ)

DSCF2288

โอเค งั้นทิ้งไว้ตรงนี้นะเอ๋ย พวกเราไปล่ะDSCF2294

IMG_1164

DSCF2272

DSCF2324

DSCF2312

day4-2

พระศรีอริยเมตตรัย

เป็นพระองค์ใหญ่อยู่ตรงกันข้ามกับ Monastery เมื่อกี๊เลย

DSCF2346

DSCF2303

day4-1

แล้วก็กลับ Leh อย่างสวัสดิภาพ ภาพนี้เป็นภาพที่เราอัดวิดิโอเต้นกันระหว่างทาง
ไว้ทริปหน้าไปเต้นกันใหม่นะ สัญญาว่าจะอัพขึ้น cloud วิดิโอไม่หายแน่นอน จุ๊บๆ

Budget

Pay together (/4)
Tour van to Nubra (round trip) = 9,606 INR
Tent camp = 4,816 INR
=> 14,422 INR = 3,605 INR /person
= 1,975 THB /person

**Food (Together/4) ค่าข้าวกลางวันจ่ายให้คนขับด้วย
**lunch on the way to Nubra = 470 INR
dinner @Nubra = 800 INR
lunch on the way back to Leh = 450 INR
dinner @Leh (gesmo restaurant) = 575 INR
water & snack = 30 INR
=> 2,325/4 INR =581 INR /person
= 318 THB /person

**Entre fee
**Hot spring = 30 INR
Camel back riding = 350 INR
Monastery = 30 INR
=> 410 INR
= 225 THB /person

**Personal use
**i-scream = 20 INR
=> 11 THB /person

Total for these 2 days
** = 2,529 THB**


Say hi :))

FB : facebook.com/mithuna27
IG : instagram.com/mithuna27

 ขอบคุณรูปภาพบางรูปจากนุ๊งปูน Poon Jeewarat

หลงมนต์ลาดัก หลงรักคนเลห์ – เลห์ ลาดักห์

A Perfect Trip

เลห์ ลาดักห์ ทิเบตน้อยแห่งเทือกเขาหิมาลัย ที่ใครๆยกให้เป็นเมืองในฝัน

ตั้งแต่ออกเที่ยวมา ขอยกให้ทริปนี้เป็น The perfect trip
จากระดับน้ำทะเล 3,500 เมตร ขึ้นบันได 1 ขั้นเหนื่อยเท่ากับ 3 ขั้น แต่คุ้มค่ามากที่ได้มา
สถาณที่ก็ใช่ส่วนหนึ่ง สิ่งที่เจอก็ใช่อีกส่วนหนึ่ง แต่ที่มันเป็นตัวคูณให้ทุกอย่างมีความสุขแบบคูณสองเลยก็คือ
“เพื่อนร่วมทางดีๆ”

IMG_0730

จริงๆแล้วที่มัน Perfect เนี่ยต้องพูดรวมทั้งทริป

อะไรหายที่เดลี..

อ๋อ ‘ชิบ’ นี่เอง (ตลกมะ..)
มันเริ่มครบรสตั้งแต่บินลงมาที่เดลี ความ ship-hai วุ่นวายก็บังเกิด
เนื่องจากครั้งที่แล้วที่มาอินเดีย แล้วรู้สึกว่า เอ๊ะ ไม่เห็นจะโดนโกงอะไรมากเลยนี่นา
นั่นมันเพราะเรามีผู้ร่วมทริปที่คุ้นชินกับคนอินเดียอยู่ด้วย
น้องเขาพูดภาษาอินเดียได้ รู้วิธีรับมือและรู้วิธีการสยบแขก แขกถึงขั้นกลัวนาง เราเลยสบาย ทุกอย่างดูราบลื่นมาก
แต่ครั้งนี้เป็นผู้หญิงที่ต่อกรกับใครได้ไม่ Hard core  เท่าไหร่ เลยโดนจัดกันไปเต็มๆ

หลงรักคนที่เลห์..

ต่อมาขึ้นเครื่องไปเลห์ ลาดักห์ เมืองที่คุณจะต้องหลงรักคนเลห์อย่างแน่นอน ยิ่งผ่านอินเดียในรูปแบบต่างๆมาแล้ว
มาเจอคนเลห์จะยิ่งเหมือนสวรรค์มาโปรด เค้าทำให้เรารู้สึกเหมือนครอบครัว เหมือนเพื่อนที่ไม่หวังจะมาเจ้าเลห์อะไร
เราใช้เวลาทั้งวัน road trip อยู่ด้วยกันกับเพื่อนและกับคนขับอีกหนึ่งคน
กับถนน กับภูเขา และท้องฟ้าแค่ปลายเอื้อมมือ เราร้องเพลง เราได้คิด เรารู้สึกถึงความใส่ใจ แม้เราจะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง
เราโอบล้อมด้วยความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติอันเวิ้งว้าง
(คือ roadtrip ในเลห์ มันค่อนข้างเวิ้งว้างจริงๆนะ ไม่ได้โม้ สุดลูกหูลูกตามีแต่ภูเขาสีน้ำตาล นานๆถึงจะเห็นสีเขียวๆที)

บนหลังม้าในป่าสนที่แคชเมียร์..

จากเลห์เราเลือกจะ Road trip ต่อไป “Kashmir” (แคชเมียร์) เพราะวิวระหว่างทางมันล้ำค่าเกินกว่าจะนั่งเครื่องบิน
ตรงนี้จะบอกว่า “เรื่องคน” คนกลับมาเจ้าเล่ห์อีกแล้ว แต่มันก็ดันทำให้เราหลงรักได้อยู่ดี
เพราะม้า เพราะป่าสน ต้นเล็ก ต้นใหญ่ เพราะร่องเรือยามเย็น
ถ้าเปรียบเลห์คือฝุ่นผงและภูเขาสีน้ำตาล ที่อบอุ่นด้วยคนที่น่ารัก
แคชเมียร์ก็คงเป็นต้นสนใหญ่ และหุบสีเขียว ที่ๆธรรมชาติจะทำให้เราลืมความเจ้าเล่ห์ของผู้คน
เรารักการขี่ม้าแบบไร้สายจูง ที่ๆเราควบม้าให้วิ่งไปในหุบเขาเป็นครั้งแรกแบบไม่ต้องเรียนมาก่อน
เป็นธรรมชาติที่มีชีวิตชีวามาก แล้วก็อีกอย่างคือการล่องเรือนาคาเย็นๆตอนพระอาทิตย์ตก
ทั้งหมดนี้อยู่กับเพื่อนดีๆอีกสามคน
นั่นคือสาเหตุว่าทำไมมันถึงเป็น The most perfect trip สำหรับเรา : )

LEH LADAKH a perfect trip

Plan : Days in Leh

แพลนก็คือ จะนั่งรถเที่ยวรอบๆเมือง Leh (2 วัน)
Road trip ไปขี่อูฐ และนอน Camp กันที่ Nubra Valley (2 days ไป-กลับ)
ไปทะเลสาบแปงกอง (Pangong) ทะเลสาบเปลี่ยนสีที่ยาวจากอินเดียไปถึงทิเบต (1 day)
แล้วนั่งรถไปแคชเมียร์กัน (3 days in kashmir) << น้อยเกินไปอ่ะ

Geo แป๊บนะ

Leh เนี่ยอยู่ในรัฐ Jammu & Kashmir ซึ่งเขตแดนติดกับ 3 ประเทศใหญ่ๆคือ อินเดีย ปากีสถาณ ทิเบต (ถ้านับรวมด้านบนๆก็แอบติดจีนด้วย) ซึ่งรัฐเนี้ยเคยถูกแก่งแย่งดินแดนกันระหว่างอินเดียกับปากี และตอนนี้ก็ยังเป็นแขตแดนที่ไม่แน่ชัดนัก แต่เหมือนจะถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอินเดีย (ซึ่งคนข้างในก็ไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่หรอกจากที่เราถามๆมา) เส้นเขตแดนตอนนี้มันเลยยังเป็นปะๆจุดๆใน Google map แต่โดยที่เขาแบ่งกันตามความรู้สึกแล้ว Jammu & Kashmir ด้านเหนือๆ จะเหมือนเป็นของปากี ส่วนด้านใต้จะเหมือนเป็นของอินเดีย
รัฐเนี้ยจะแบ่งเป็น 3 แคว้น คือ Ladakh (เมืองหลวง : Leh) นับถือพุทธ, Kashmir (เมืองหลวง : Srinaka) นับถืออิสลาม, Jammu (เมืองหลวง : Jammu) นับถือฮินดู ในบรรดาทั้งหมดนี้เราไปมาสองที่คือ Ladakh กับ Kashmir ซึ่งพอลองเปรียบเทียบเรื่องคน คนแคชเมียร์จะมีความเป็นอินเดียมากกว่า เจ้าเล่ห์มากกว่า แต่ไม่เหมือนไปซะทีเดียวจากทั้งลักษณะภายนอก เค้าจะผมเยอะ ขนเยอะ คิ้วเยอะจนส่วนใหญ่ต่อกันเป็นคิ้วเดียว ขนตายาว ตาสวย ส่วนคนเลห์จะซื่อๆกว่า ใช้ชีวิตเนิบๆกว่า feeling เหมือนไปอยู่บ้านนอก แล้วมีลุงๆกับป้าๆคอยดูแล และทุกคนในหมู่บ้านรู้จักกัน ประมาณนั้น

First love!

ตอนนี้คือนั่งเครื่องมาจากนิวเดลี  ด้วยความที่ไม่ได้สนใจหรือตื่นเต้นอะไรมากนัก เพราะยังเหนื่อยๆเพลียๆจากการโดนโกงเมื่อคืนแถมยังนอนไม่เต็มอิ่ม
ก็เลยไม่ได้สนใจที่จะเปิดหน้าต่างตลอดทางที่นั่งเครื่อง มันเลยทำให้ไม่เห็นทัศนีย์ภาพใดๆทั้งนั้น
พอเครื่อง Landing เราก็เอื่อยๆรอให้คนออกกันก่อน แล้วค่อยโอ้เอ้หยิบกระเป๋ามาสะพายหลังโดยที่ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย
เพราะคิดว่าออกมามันก็เป็นสนามบินธรรมดาๆ
แต่พอออกมาจากประตูเครื่องบินเท่านั้นแหละ
รอบๆตัวทุกทิศทางเป็นภูเขาเป็นชั้นๆล้อมรอบเราอยู่ ฟ้าก็ใสมากมาย
เรากับปูนที่ออกมาเห็นพร้อมกันถึงกับร้องออกมาว่า “เฮ้ยยยยยยยยย” แล้วกระโดดกอดกันแบบไม่ได้นัดหมาย
Surprise มากๆ

IMG_0168

เมืองเมฆแค่เอื้อมมือ

หิมาลัยอยู่ทุกทิศทุกทาง และเมฆก็ใกล้เหมือนแค่เอื้อมมือจริงๆ เห็นเงาเมฆสะท้อนเขาชัดเจนมากๆ
ฟ้าคือใส และสวยมาก จนตอนแรกอุทานกันออกมาว่า “เฮ้ยมันสวยจนแบบว่า ให้เป็นคนถ่ายรูปไม่สวยมาถ่าย ภาพก็ออกมาสวยอยู่ดีอ่ะ”
(แต่หลังๆเริ่มไม่ใช่แบบนั้นละ พอลองเรารูปมาดูก็พบรูปกากๆเยอะอยู่ดี เราก็เว่อร์กันไปหน่อยนึง)
แต่รูปจากกล้องฟิล์มของเพื่อนเราออกมาน่ารักมากกก  แสงสวยสุดๆ

โอเคอย่างแรกเลย “หาที่นอน” และ “หารถเช่า” สิครับท่าน เพราะเราไม่ได้จองที่นอนหรือจองรถกันมาก่อน
ก็ต้องมาหากันสดๆนี่แหละ เช่ารถตู้จากสนามบินเข้าเมือง ให้เขาขับพาวนหาโรงแรมถูกๆและพออยู่ได้
และหาเอเจ้นเช่ารถเพื่อที่จะให้พาขับไปสถาณที่ต่างๆในเมือง และไปที่ไกลๆตาม plan

DSCF1185

Tour in Leh

สรุปเราใช้ทัวร์ของเจ้านี้ อยู่ในเมืองเลยแหละ
เจ้าของชื่อ “สกัดมา” เฟรนด์ลี่มากๆ แล้วก็ช่วยขับรถพาหาห้องพักให้ด้วย

DSCF1257

DSCF1202วิธีที่เขาใช้ก็คือ กระโดดลงจากรถแล้วปีนกำแพง ตะโดนถามเลยว่า “ห้องว่างไหม” มันน่ารักมากอ่ะ

คุณพ่อ

“คุณพ่อ” คือเจ้าของบ้านที่เราพักด้วย  คุณพ่อเป็นคนน่ารักแบบเลห์ๆ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่านิสัยแบบเลห์ๆ เป็นยังไง
คุณพ่อมีภรรยาทรงสะบึมชื่อ “เปียมา” และคุณพ่อชื่อจริงชื่อ “ซันทิล” (พวกเราใช้วิธีจำคือ ซันซิ้ล)
ที่เรียกเขาว่าคุณพ่อก็เพราะเขาน่ารักและใจดีมาก เขาคิดค่าเช่าเราห้องละ 700 บาท เตียงใหญ่ด้วย
ขนของเข้ามาเสร็จแล้วคุณพ่อก็เอาชาแคชเมียร์ร้อนๆมาเสิร์ฟให้
แล้วก็โดนบอกให้ “นอน” กันก่อนซัก 4-5 ชั่วโมงไม่งั้นอาจเป็น altitude sickness กันได้ (แพ้ที่สูง ปรับตัวกับความกดอากาศไม่ทัน)
เพราะพวกเรานอนกันมาไม่พอ (มัวแต่มีเรื่องกับแขกที่เดลี เลยต้องมานอนสนามบินแบบหลับๆตื่นๆ)

ชื่อคนเลห์

คนเลห์จะชื่อประมาณนี้ เปียมา, สกัดมา, ซันทิล, ทุนดุ๊บ ซึ่งกว่าจะจำได้..ยากลำบาก
ก็หาวิธีจำกันเองเองนะ จะซันซิ้ลค์ อะไรก็ว่าไป
ps.จำชื่อที่พักไม่ได้แฮะ มันเป็นเหมือนบ้านคนที่เปิดให้มาอยู่ในห้องได้มากกว่าอ่ะ

DSCF1583

DSCF1224

DSCF1198นี่คือมุมที่มองออกมาจากนอกหน้าต่างห้องนอน

Van Tour

หลังจากนอนพักกันเสร็จ เราก็ออกเดินทางกัน
เช่าทัวร์กับเอเจ้นเพื่อให้เขาขับพาเที่ยวสถาณที่ต่างๆรอบๆเมือง คนขับวันนี้ชื่อ “โลโต๊ส”
เป็นคนเงียบๆง่ายๆ สกัดมาเป็นคนขี้เล่น ขี้แซว ตลกดี

DSCF1208โลโต๊ส กับ สกัดมา

ทำ Permit เข้า Nubra & Pangong ไว้ก่อน

และเนื่องจากเราไม่ได้ทำ Permit เพื่อเข้าหมู่บ้าน Nubra และ ทะเลสาบแปงกอง มาจากที่ไทย
ก็เลยต้องมาทำที่นี่ (ให้สกัดมาทำให้)
แล้วดันติดวันหยุดด้วย กว่าจะได้ Permit ก็เลยต้องเลื่อน plan ที่จะไปแคชเมียร์ออกไป
กลายเป็นว่าอยู่ Leh 5 วันเลยทีเดียว ทำไงได้มาทั้งทีก็อยากไปให้ครบนี่นา ก็ต้องเอาตามนี้ล่ะ
ใครที่จะไปเราแนะนำให้ทำมาก่อนนะจะได้ไม่เสียแผน

DSCF1276

DSCF1282

DSCF1262

เทือกเขา และเพื่อนร่วมทาง

อารมณ์คือ ชอบมากๆเลย ชอบอารมณ์แบบที่ท่องเที่ยวที่ห่างไกลผู้คนเยอะๆ ที่ๆไม่ค่อยมี Tourist เยอะๆ
มันทำให้รู้สึกห่างไกลความวุ่นวายดีจัง มองไปทางไหนก็มีแต่ความกว้างใหญ่ของเทือกเขา กับท้องฟ้า สบายใจดีจังเลย

DSCF1471-2

DSCF1468

DSCF1396-2

Day 1

Leh palace, Namgyal tsemo, Shanti stupa

เที่ยว 3 ที่ แบบปากชาๆ

### ปากชาจนได้!

DSCF1389-3

ที่เห็นนี่นอกจากจะกันฝุ่นที่มีมากมายมหาศาลแล้ว ก็กันไม่ให้คนเห็นน้ำมูกที่ย้อยออกมาแบบไม่รู้ตัวด้วยนะ ฮือออ
เนื่องจากกลัวว่าจะเป็น altitude sickness เลยกิน diamox ไปสองเม็ดก่อนนอนพักกลางวัน
(diamox  = ยาที่ช่วยเรื่องเวียนหัว ง่วงซึม และอ่อนแรงเมื่อขึ้นที่สูง)
แล้วก็คิดในใจว่า หึหึ เราต้องเที่ยวอย่างสนุกแน่นอน ไม่แพ้ความสูงแน่ๆ แต่สรุปคือ กินเยอะไปหน่อย อาการชาเลยมา
จริงๆผลข้างเคียงมันคือปลายมือปลายเท้าชา แต่ของเราดันหน้าชา ปากชา คือไร?
แล้วชาจนแบบว่า น้ำมูกไหลออกมาตอนไหนก็ไม่รู้ ไม่รู้สึกตัวเลย หยดย้อยเป็นโบจังในเรื่องชินจังเลย
เลยจะเตือนว่าจริงๆไม่ต้องกินยังได้เลยนะ ขอให้พักผ่อนเพียงพอก็โอแล้ว อย่าดื้ออย่าซนแบบเรานะ
ชาแล้วมันไม่หนุกจริงจริ๊ง ขอแนะนำถ้าจะกินก็เม็ดเดียวก็พอ T-T

ps.ในเมืองเลห์นี่ก็จะเป็นสถาณที่ต่างๆให้ไปดู จะมีสองสามที่ที่มีวิวเลอค่า นอกนั้นเราว่าคล้ายๆกัน
มีเวลาว่างก็ลองเดินเที่ยวในเมืองดู ส่วนตัวเราชอบถนนตรง shey palace ต้นไม้สองข้างทางทำให้ถนนมันคิ้วท์ดี

### Leh palace

หลังจากนอนพักกันเสร็จก็ออกเลห์พาเลซนี่เป็นประสาทเก่าที่สร้างโดยมีแบบจากทิเบต
นักท่องเที่ยวชอบมาเดิน trek กัน แต่พวกเราแบบว่า ไม่ไหวอ่ะ ขอนั่งรถเถอะ T-T
จากข้างบนนี้เป็นมุมที่มองเห็นเมืองข้างล่างกับภูเขาดินล้อมรอบ เหมือนบ้านกระดาษเล็กๆในจอมปลวก
มีคนคอมเม้นใน Google map ว่า “Old palace so you don’t find anything inside” ซึ่งเราเห็นด้วยนะ
ด้วยความที่มันเก่ามากแล้ว ข้างในไม่มีอะไรเลย ออกมาดูวิวเถอะ

DSCF1346 DSCF1309

DSCF1366

DSCF1329

DSCF1340

Namgyal tsemo (เซมู)

เซมูเป็นที่ที่ 2 ของวันนี้ อยู่ใกล้ๆกับที่แรกมาก เดินขึ้นไปยังได้เลย
จำได้ว่าตรงนี้เอ๋ย (เพื่อนคนนึงของเรา) ไม่ยอมขึ้นมาข้างบนเพราะกลัวความสูงแล้ว
ที่เซมูก็จะมีห้องพระให้ไหว้  มีประสาทส่วนที่ประดับธงเต็มไปหมด
แต่เอาจริงๆหลายๆที่ก็คล้ายๆกันมากอ่ะ เซมูนี่มีให้เดินขึ้นไปมากกว่าเดิมนิดหน่อย
แต่ชอบบรรยากาศตอนที่มองลงมาที่เมืองข้างล่างด้วยกันจัง

DSCF1377

DSCF1306

DSCF1428

DSCF1448

DSCF1408

Shanti stupa

เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ ตรงนี้มีร้านขนมร้านชาขาย
คนส่วนใหญ่มาเดินวนรอบๆเจดีย์และขอพระ วันนี้ได้ที่นี่ที่สุดท้าย แสงหมดพอดี

DSCF1478

IMG_0299

จบวันแรกด้วยอาหารอิตตาเลี่ยนแบบอินเดียนสไตล์

อ่านไม่ผิดหรอ เรากินอาหารอิตตาเลี่ยนกันจริงๆ ร้าน Il Forno แต่แบบอินเดียนสไตล์นะพิซซ่าแบบเตาถ่านอารมณ์แบบดิบๆกรุ่นๆถ่าน
แถมมีอาหารอินเดียให้สั่งด้วยอร่อยดี  ที่พลาดไม่ได้ก็น่าจะรู้ว่ามันคือ Chicken butter ที่เราติดใจตั้งแต่มาอินเดียครั้งที่แล้วละ
กับอีกอย่างคือเบียร์ Kingfisher เบียร์โลคอล อันนี้เราเพิ่งเคยกินครั้งแรกเหมือนกัน
กินเสร็จก็รีบกลับบ้านนะ เพราะพอใกล้จะดึกเค้าจะปิดไฟกันหมด กลับบ้านลำบากมาก (หลงมาแล้วมืดๆเนี่ย T-T)

DSCF1529

DSCF1546

DSCF1527

DSCF1532

DSCF1534

DSCF1563สั่งมาเยอะเกิน กินไม่หมด บอกให้เขา pack กลับบ้านให้
นี่คือสิ่งที่ได้กลับมา เขาเอาใส่ถุงแป้งหรืออะไรซักอย่าง แล้วแม็กให้… จะกล้ากินดีไหม ฮ่าๆ

Day 2

Stok palace, Thikse monastery, Hemis monastery, Shey palace

Hello Day 2 ปากหายชาละจ้ะ

เริ่มต้นมื้อเช้าด้วยอาหารฝีมือภรรเมียสกัดมา (ชื่อไรไม่รู้จำไม่ได้) ร้านนางอยู่ติดกับห้องขายทัวร์ที่สกัดมาอยู่เลย
เช้านี้กิน Narn กับ Honey Ginger (เขาบอกว่าจะช่วยให้คนที่เป็น altitude sickness ดีขึ้นได้)

DSCF1591

DSCF1587

เทือกเขา และเศษฝุ่น

สองอย่างที่เราคุ้นชินด้วยแล้ว อย่างแรกเริ่มจะชินกับฝุ่นละ ออกมา 2 วันต้องใช้ผ้าปิดจมูกตลอด
อย่างที่สองที่คุ้นชินแต่แม้จะเจอมากเท่าไหร่มันก็ไม่เบื่อแฮะ “ภูเขาใหญ่ๆเป็นแนวๆ”
มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ พอขับอ้อมไปอีกด้าน มันก็สวยอีกแบบ เราชอบภูเขาแบบนี้มาก Sharp เป็นสันๆชัดๆ คมๆ
มีเสน่ห์ชะมัด!
DSCF1680

IMG_0428

Stok palace (ที่แรกของวัน)

บริเวณนี้จะต้นไม้ล้อมรอบเยอะกว่าที่อื่นๆหน่อย ชอบตรงที่มีสวนน่ารักๆ มีลำธารเล็กๆอยู่ด้านหน้าให้ถ่ายรูปกันด้วย
ที่นี่สร้างตั้งแต่ 180 กว่าปีที่แล้ว ข้างในก็เป็นที่เก็บเสื้อผ้า มงกุฎ ของมีค่าต่างๆของราชวงศ์ด้วยอ่ะ
เราไม่อินเท่าไหร่ อินวิวมากกว่า

DSCF1626

DSCF1618

DSCF1634

day2-1

Thikse monastery

ที่ๆประสบปัญหา ช๊อกโกแล็ตไม่แข็ง! ถือว่าเป็นอีกที่ๆชอบนะ เพราะเราจะเห็นที่นี่ตั้งแต่ขับรถอยู่ไกลๆ แล้วมันสวยมากก
มองไปก็เหมือนบ้านมด บ้านชนเผ่าอะไรซักอย่างที่สร้างหลังเล็กๆบนเขาต่อๆกันขึ้นไป น่ารัก

ด้วยความที่เห็นว่าเค้ามีช็อกโกแล็ตขาย ก็อยากกินอะไรหวานๆกันเลยซื้อมากินกัน
โดยที่ลืมไปว่า อากาศมันร้อนตับแลบขนาดนี้ แล้วเขาไม่ได้มีตู้เย็นเหมือนบ้านเราซักหน่อย
มันจะไปแข็งได้ยังไงล่ะ ปวกเปียกเละเทะไปหมด ก็ต้องกินแบบทุกลักทุเลกันนั่นแหละ ฮ่าๆ

DSCF1729

day2-2

Leh Ladakh a perfect trip

DSCF1704-1200

day2-3

IMG_0476

DSCF1718

DSCF1741

DSCF1736

IMG_0484

DSCF1754

DSCF1760

Hemis monastery

ตั้งแต่มา ที่นี่มีลามะอยู่เยอะที่สุดละ
มีร้านหนังสือ และขายของที่ละรึกอยู่บนนี้ด้วย (แต่แพงกว่าในเมืองนะ)
พักกินข้าวกันที่นี่ แต่จะแนะนำว่า ถ้ายังทนได้ก็ทนไปก่อน ไปกินในเมืองก็ได้
ข้างบนนี่อาหารไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ แดดกับท้องฟ้าวันนี้ก็สวยเหมือนเดิม
ใครเอากล้องฟิล์มมาต้องได้รูปสวยๆกลับไปเยอะแน่ๆ (ระวังเบิร์นอย่างเดียวพอ)

IMG_0514

day2-4

IMG_0515

DSCF1782

DSCF1790

DSCF1795

DSCF1813

DSCF1818

DSCF1801

DSCF1810

DSCF1811

Shey palace

ที่สุดท้ายของวันนี้
วิวข้างหน้าน่ะไม่เท่าไหร่หรอก..

IMG_0611

ลองหันหลังไปสิ..

IMG_0624(3)

IMG_0569

DSCF1842

โลกในนิทาน

เราโอ้เอ้อยู่ตรงนี้กันพักนึงแน่ะ ใช้เวลาสนใจวิวตรงนี้มากกว่าประสาทอีก
วิวตรงนี้สวยมาก มีทะเลสาบ มีเป็ดว่ายน้ำ เลยออกไปเป็นทุ่งหญ้า ต้นไม้
มองไปทางไหนก็รายรอบด้วยเทือกเขาหิมาลัย มีม้าลากินหญ้าอยู่ไกลๆ เหมือนในนิทานตอนเด็กๆ
ต้นสนเป็นทิวๆที่โดนลมพัดแล้วก็เอียงไปตามกัน เหมือนหลุดออกไปจากโลกของความเป็นจริง
ตั้งแต่มาที่นี่แล้วตัดขาดจากผู้คน จากเมืองที่วุ่นวาย จาก wifi จากสื่ออินเตอร์เน็ต
แล้วอยู่กับเขา กับต้นไม้ กับสิ่งที่ยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ มันรู้สึกเหมือนใกล้ความเป็นแก่นสารของโลกมากขึ้น
เหมือนทำให้รู้ว่าที่ผ่านมา เราไปติดอยู่กับอะไรเล็กๆน้อยๆที่ไม่เป็นเรื่องเลย
โลกที่กว้างใหญ่มันอยู่ตรงหน้านี่ต่างหาก

DSCF1866

day2-7

DSCF1839

Up on the palace

ขึ้นไปบนประสาท ก็จะมีคนอยู่ด้วย สาวๆเค้าล้างผักทำอาหารกลางวันกัน
ประสาทนี้ไม่มีอะไรมากมาย เพราะตอนที่เรามามันซ่อมแซมอยู่
แต่มีที่ให้ดูวิวสวยๆที่อยู่ตรงข้ามนะ

DSCF1854

DSCF1850

DSCF1843

day2-5

DSCF1849

day2-8

หาซื้อฟิล์ม

จบภารกิจตะลุยสถาณที่ในเมืองเลห์กันแล้ว ถ้าใครจะย่นเวลาก็จริงๆแล้วรวมไปวันเดียวเต็มวันเลยก็ได้ อาจจะได้ซัก 5 ที่
แล้วจะได้เอาเวลาไปเที่ยวที่อื่นอีก ถ้าเวลามีจำกัดอ่านะ
วันนี้กลับเร็วก็ได้เดินเล่นในเมืองกัน ใครเอากล้องฟิล์มมา ที่นี่มีนร้านขายฟิล์มถูกๆด้วยนะ ลองเดินดู

DSCF2448

DSCF2455

DSCF2479

DSCF2473

DSCF1882

DSCF1916

DSCF1902

DSCF1908

Roof top dinner

เมื่อพูดถึงเรื่องเล่นเน็ต จะบอกว่ามานี่ตัดขาดกับโลกภายนอกมากกว่าไปอินเดียซะอีก
ที่ที่พักส่วนมากเลยไม่มี wifi ให้นะ จะเล่นต้องเล่นยังไง “ร้านเน็ตค่ะ”
เห็นในรูปข้างล่างมะ ร้านตรงที่คนเสื้อฟ้าใส่ Jecket สีเทายืนอยู่ นั่นแหละร้านเน็ต มันจะอยู่ชั้นล่าง
เรามาเล่นเน็ตกันเพื่อติดต่อกับคนที่บ้าน โพสรูปเริบอะไรก็ตรงนี้แหละ

ส่วนอาหารเย็นวันนี้กินกันที่ roof top ฝั่งตรงข้ามร้านเน็ต
ซุปอร่อย, chicken butter อร่อยย คิดแล้วน้ำลายไหยอีกแล้ว

DSCF1552

DSCF1925

Yak cheese

กลิ่นเกินรับได้จริงๆ กลิ่นสาบแรงมากอ่า ขอเตือนไว้ก่อนถ้าใครจลองสั่งนะ
อันนี้จากร้าน Gesmo

DSCF2500

DSCF2489

จบกับการเที่ยวในเมืองเลห์แล้ว Part ต่อไปคือการ Road trip ออกไปเป็นวันๆเพื่อเจอที่เที่ยวซักที่นึง
ตรงนี้แหละที่จะต้องใช้เวลากับคนรอบตัวมากขึ้น ใช้ความคิดกับตัวเองมากขึ้น
หรือบางทีก็หยุดความคิดทั้งหมด เข้าสู่ความว่างเปล่า
ไม่ได้คิดอะไรในหัวเลยเลยนอกภาพจากภูเขาและถนนที่อยู่ตรงหน้าและท้องฟ้าที่อยู่ด้านบน

Juley!

budget/day

Pay together (/4)
guest house 3night 2 room = 4,200 INR(indian rupee)
car to Leh city from Leh airport = 229 INR
tour van (1st day)= 892 INR
tour van (2nd day)= 2000 INR
=> 7,321/4 INR =1,830 INR/person
= 1,002 THB  /person

Food (Together/4) ค่าข้าวกลางวันจ่ายให้คนขับด้วย
Il forno = 1,260 rps
roof top dinner = 827 INR
lunch at Hemis = 545 INR
Breakfast = 100 INR
=> 2,732/4 = 683 INR/person
= 374 THB /person

Entre fee (Per person)
Leh palace = 100 INR
Namgyal tsemo = 30 INR
Shey palace = 20 INR
=> 150 INR
= 82 THB /person

Personal use
snack, water = 95 INR
postcard = 200 INR
cap = 550 INR
internet  = 100 INR
= 945 INR
= 518 THB /person

Total for these 2 days
= 1,976 THB


Say hi :))

FB : facebook.com/mithuna27
IG : instagram.com/mithuna27

ขอบคุณรูปภาพบางรูปจากนุ๊งเอ๋ย P Nitta Nutsatit : )

มาล่องแม่น้ำคงคากัน @VARANASI (พาราณสี, อินเดีย)


First time in INDIA | อินเดีย จากที่ได้แต่คิด

PART III

( Varanasi  & Sarnart )

‘Fall for Ganga river, พาราณสี เมืองแขกดีด ตรอกลึกลับ และชีวิต 4000 ปีริมฝั่งคงคา’

DSCF6072new-2

**อ่าน Part แรกก่อนนะ @ http://mithuna27.com/th/india-first-time/
เป็นเมืองที่ชอบที่สุดในทั้ง 4 เมือง ชอบความน่ารักของตรอก ชอบเทศกาลโฮลี่ ชอบแม่น้ำคงคา ชอบชีวิตริมน้ำ

สาระมีอยู่จริง : พาราณสีเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของอินเดีย ตอนนี้ 4000 กว่าปีแล้ว  เป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาให้ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ฟัง
ถือเป็นการเผยแพร่พระธรรมครั้งแรกหลังจากตรัสรู้ที่ป่าอิสิปัตตนะมฤคทายวัน หรือ สารนาท (Sarnart) ในปัจจุบัน  เป็นไงล่ะ ดูเป็นคนมีสาระ อิอิ

IN CONCLUSION

บทสรุปของเมืองพาราณสีนี้ที่เคยเขียนไว้คือ “พาราณสี เมืองตรอกดงอึคิ้วท์ๆ   ถ้าเหยียบอึไม่ต้องตกใจ อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าอาจได้เหยียบอีกแน่นอน
และแยกไม่ถูกว่าเป็นของวัว ฟาย หมา ลิง แพะ หรือคน ฝุ่นคลุ้งมาก แขกดีดเว่อร์ ไม่รู้กินอะไรเข้าไป alert สุดๆ
ชอบทักเป็นภาษาญี่ปุ่น ถ้าเจอโดนทักว่า “คิมูจี้” “คนนิจิวะ” ก็ไม่ต้องตกใจ  ให้ตอบภาษาญี่ปุ่นอะไรก็ได้แบบเสียงดังๆกลับไป เค้าจะชอบใจมาก
เมืองตรอกมหัศจรรย์ ทุกอย่างมีขายในร้านที่ไม่น่าจะมี  แม่น้ำงามมาก จนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ทุกสิ่งเกิดขึ้นได้ที่นี่ , พาราณสี อินเครดิเบิ้ล อินเดีย”
ซึ่งมันเป็นแบบนั้นทุกประการจริงๆนะ เจาะลงรายละเอียดกันดีกว่า

หลังจากไปไหว้ลา มหาเจดีย์กันอีกครั้ง ก็รีบกลับมาเก็บของที่วัดแล้วรีบเรียกออโต้ไปส่งที่สถานี ระหว่างทาง รถดันติดในเมืองอีก เลยลุ้นกันแทบตายว่าจะไม่ทันรถไฟ
พอลงออโต้ก็ใส่เกียร์นรก วื่งกันขาลาก เหนื่อยมากกก วิ่งกันสุดใจมาก คิดว่าไม่ทันละ ปรากฎว่าทัน น้ำตาจิไหล

Life on the train

ระหว่างทางที่นั่งรถไฟคลาสสองมา ด้วยความที่นั่งคลาสดีหน่อย ไม่โลคอลลมโกรก ก็จะเจอกับคนอินเดียที่มีชนชั้นวรรณะดีหน่อย  อัธยาศัยดี พูดจา กริยามารยาทดี
ก็ได้เห็นคนอินเดียในอีกแบบที่แตกต่างไป อยากจะเห็นแบบเรียลๆ แบบอินเดียดิบๆให้ไปลองนั่นโลคอลเทรนดู รับรองมันส์จ่ะ!
นั่งเล่นแคนดี้ครันช์กะเด็กคนนี้ในรถไฟ ไม่ต้องพูดจาอะไรก็เข้าใจกันด้วยเกมส์ DSCF5677

มากะคุณพ่อมาดเข้มที่เป็นแขกผิวขาว วรรณะดีหน่อย ส่วนคุณแม่สุดสวยนอนอยู่เตียงด้านบน DSCF5690

*first class จะเป็นตู้นอนเตียง 2 ชั้น  second class เป็นตู้นอนเตียง 3 ชั้น มีแอร์ทั้งสองคลาส และเตียงพับขึ้นลงได้
วันนี้เรานั่ง second class กัน ต้องใช้ความสามารถในการปีนป่ายกันนิดนึงนะ กว่าน้องเป้จะปีนขึ้นไปนอนชั้นบนสุดได้ เล่นเอาแขกฮากันทั้งโบกี้
ดูจากสภาพน่าจะรู้ว่าเหนี่อยไม่เหนี่อยนะ วิ่งมาขนาดนั้น 555 DSCF5661

ที่นี่ไม่ว่าจะร้อนแค่ไหน ก็จะกินแต่ชาร้อนกันเสมอ  ไม่รู้ไม่มีน้ำแข็งหรือว่ายังไงเหมือนกัน.. หรืออาจจะได้รับอิทธิพลการกินชาร้อนมาจากสมัยโดนอังกฤษยึดก็เป็นได้  อร่อยดีเหมือนกันนะ DSCF5666

Mughalsaraij Station

นั่งมาซัก 3-4 ชั่วโมงก็ถึงแล้วสถานี มูกัล ซาราย จริงๆเมืองนี้ถ้าลงอีกที่มันจะใกล้กว่า แต่เราเลือกทางนี้เพราะถูกกว่า DSCF5698 DSCF5719 DSCF5706น้องป๊อป ผู้ร่วมทริปผู้น่ารัก และนิสัยดีมากกก แม้เพิ่งมาเจอกันที่นี่และใช้เวลาอยู่กันไม่กี่วันก็รับรู้ได้ถึงความเป็นคนดีมาก เสียสละ แต่สู้แขกไม่ถอย เอาง่ายๆว่าแขกยังต้องกลัวอ่ะ ฮ่าๆๆ เดี๋ยวจะขอเขียนขอบคุณทีเดียวตอนจบน๊ะจ๊ะ ไอ้เด็กแขก : )*

อ่างสีชมพูคือก๊อกน้ำดื่ม ล้างหน้าล้างตา น้ำมันขุ่นมาก แต่คนก็ยังกรอกใส่ขวดไปไว้ดื่มกินอยู่ดี

DSCF5713DSCF5730

Super Rock Auto!

ต้องนั่งออโต้เข้าตัวเมืองพาราณสี อีกประมาณครึ่งชั่วโมง  ในเมืองคนเยอะมาก แต่ทางดีหน่อย พอออกมานอนเมืองเท่านั้นแหละ ความมันส์บังเกิด
ทางไม่ลาดยางจ้ะ ตกหลุมตกบ่อ โดนเขย่าเป็นโคอาล่ามาร์ช แถมมีฝุ่นเคลือบเป็นผงโกโก้แถมให้อีก เพอร์เฟ็ค…
ถ้าไม่มีผ้าปิดปากนี่ชีวิตจะแย่มากนะ อย่าลืมเอาไป พี่แขกแกเปิดเพลงแขกดึ่งดึ๋ง อัชช่าๆ เร้าใจสุดๆ เข้ากะบรรยากาศมาก
คิดดู ขับรถแบบแขกๆ (ปาดสองเซ็น ทั้งรถด้วยกัน คนและ วัวควายที่อยู่บนถนน, ขับข้ามเลนส์สวน,บีบแตร๋สนั่นหวั่นไหว) +ฝุ่นเป็นพายุ +บวกเพลงแขกแบบกระชากใจสุดพลัง
อย่างงงง มันนนนนนส์อ่ะ!! ขุ่นพระ สะใจในความลำบากชะมัด (ออกแนวซาดิสนิดๆนะ 555)
มาแบบนี้ไม่แนะนำให้ใส่ earpod ฟังเพลงสากล เพลงไทยอยู่คนเดียวนะ  มันต้องฟังเพลงแขกแบบนี้แหละ! ได้อารมณ์สุด! DSCF5752 DSCF5749 DSCF5743

The Haunted Indian

โดนแขกหลอกครั้งแรก

(คือหัวข้อดูเหมือนจะเป็นเจอผีอินเดีย 555 ไม่ใช่นะ โดนโกงเนี่ยแหละ) พี่แขกแกคิดราคาที่จะไปส่งให้ถึงที่พัก แต่นางมาส่งแค่หน้าทางเข้าเมือง
แล้วบอกว่ารถออโต้มันเข้าไปไม่ได้แล้ว ให้เราเดินไปกันเองอีกนิดเดียว ไอ้เราก็เออๆ ออๆ ด้วยความที่ช่วงนั้นมันวุ่นวายมาก เถียงกะมันไม่ไหว
เราก็บอกว่า เอ้า แล้วมันไปทางไหนต่อล่ะ แล้วพี่แกบอกว่าเดี๋ยวถามเด็กแถวนี้เอาละกันนะว่าไปยังไงต่อ
พอเดินๆเข้าไปก็พบว่า .. หืมมมม คนขี่รถออโต้เต็มไปหมดเลย คือขับเข้ามาส่งเราได้อีกไกลมาก แต่นางไม่มาคร่ะ  T-T
แล้วบอกเดินนิดเดียว Not far, Not far  อิด้อน  เป็นกิโลๆค่ะ ดีนะที่เรียก Rickshaw ไม่งั้น นู่นนน สองชั่วโมงยังเดินไม่ถึง ทั้งระยะทางที่ไกล และความปลอดภัยที่ดูจะหามีไม่
สรุปเรียกเด็กแถวนั้นมาคนนึง โชคดีที่น้องรู้จัก Guest house ที่เราจะไปพัก เราเลยจะจ้างน้องเขาพาไปกันเอง เอาล่ะ ได้ไกด์ละ โล่งใจหน่อย!

Chaotic Night

คืนแขกตื่น!!

ความรู้สึกแรกคือ ตื่นเต้น และ กลัว ผสมกัน  แขกที่นี่แตกต่างจากที่โกลกาต้าจังเลย อลหม่านพลุกพล่าน ดูดีดเหมือนกินม้ากันทุกคน
ผู้คนเบียดเสียดอัดแน่น ลากของบ้าง แบกอาหารบ้าง เดินตามๆกันไปเหมือนโดนกวาดต้อนเชลยศึก
เราตื่นตาตื่นใจกับดงแขกครั้งนี้มากๆ ตอนนี้รู้สึกเหมือน ทุกสิ่งทุกอย่างดูไม่ใช่ยุคของเราเลยยย
นี่เรากำลังย้อนมาอยู่ยุคไหนเนี่ย.. เราเป็นเชลยศึกที่กำลังโดนกวาดต้อนไปพม่าหรือเปล่า (เริ่มเพ้อเจ้อละ อารมณ์มันได้ ฮ่าๆ)
แขกก็อลหม่านไปหมด ดีดกันทุกนาง ไม่รู้ไปกินอะไรกันมา แอบน่ากลัวเบาๆ  คิดว่าน่าจะเป็นเพราะเทศกาลโฮลีด้วย เลยอลหม่านกันแบบนี้
สภาพก็อย่างที่เห็นด้านบน คนเยอะมาก  น้องบอกว่าเขาจะพร้อมใจกันออกมาซื้อของใหม่ๆเข้าบ้านกัน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเทศกาลนี้
ถนนเลยอัดแน่นไปด้วยคน แทบจะขยับไปไหนไม่ได้ เอาเป็นว่าเดินเอาเร็วกว่านั่งรถทุกชนิด.. แต่ณ.เวลานี้ พี่เดินไม่ไหวละจ้ะ นายจ๋า
ถึงจะเป็นเชลยศึก ก็ขอเป็นแม่นางอะไรซักอย่าง นั่งให้เขาลากอยู่บน Rickshaw กับนางสนมมายูลร์นี่แหละจ้ะ

ระหว่างทางมีแห่ศพผ่านไปยังแม่น้ำคงคาด้วย เบียดข้างๆไปเลย..  ขนลุกเบาๆ ศพเค้าไม่ใส่โลง ห่อผ้าแล้วเอาขึ้นแคร่เตรียมเผาเลย …
ประสบการณ์ใหม่ นี่เค้าใกล้ชิดความตายกันจังเลยนะ ต้องเห็นคนตายทุกวันหามผ่านหน้าบ้าน  หรือไม่ก็ลอยมากับแม่น้ำตอนกำลังอาบน้ำ.. DSCF5799**DSCF5818**กว่าจะนั่งออโต้มาถึง ฟ้าก็มืดแล้ว น่ากลัวได้ที่เลย พวกเราไปต่อกันด้วย Rickshaw สองคัน พร้อมกับไกด์เด็ก น้องมายูลร์ (ถนนไม่ใช่แค่คนเดิน @พาราณสี, อินเดีย)

Our little guide ‘Mayulr’

ไกด์อินเดียน้อย เด็กชาย “มายูลร์” ชอบเรียนภาษาอังกฤษ และคอมพิวเตอร์
น้องบอกช่วงนี้มาเป็นไกด์ให้เราได้ น้องจะว่างถึงวัน เว็ดเน็สเดย์ (เราว่ามันคือวันสำคัญทางศาสนาฮินดู ก่อนจะถึงวันโฮลี)
สรุปไม่ใช่ มันคือ Wednesday! วันพุธ – –      หึมมม…
“เว็ด เน็ส เดย์”  ไม่ใช่ เว็นส์เดย์ ที่เราพูดมันผิด (น้องกำชับว่าอย่าเถียง) นางเรียนภาษาอังกฤษมา (ประมาณว่าอย่ามาหลอกซะให้ยาก) แล้วยักคิ้วอัชช่าทีนึง
..น้องมั่นใจซะพี่สตั๊นจริงจัง ถึงกับมีแว่บนึงคิดว่า เออว่ะหรือเราอ่านผิดว่ะ (มันจะไปใช่ได้ไงเล่า โวะ)  ฮ่าๆ *ไม่ใช่แค่น้องมายูลร์ค่ะ หลายๆคนที่นี่อ่านแบบนั้นเหมือนกัน

The Varanasi Allay

และแล้วก็ถึงซอยที่ต้องเดิน เป็นตรอกเล็กๆสลับซับซ้อนยังกะตรอกไดแอกอนในแฮรี่พ็อตเตอร์  เอาเป็นว่าถ้าให้เดินออกมาอีกทีคนเดียวได้หลงแน่ๆ >.<
บอกตรงๆว่าเรากลัวมากก พอลงจาก rickshaw แล้วต้องเดินเข้าไปในตรอกพวกนี้ ทั้งมืด ทั้งแคบ ลึกลับ ซับซ้อน พี่แขกเต็มไปหมด
แอบสะดุ้งทุกครั้งเวลาเลี้ยวโค้งหักศอก แล้วเจอพี่แขกอยู่ในมุมมืดๆ แอบมโนว่าอาจจะโดนลากไปข่มขืนได้ เลยพยายามทำหน้าตาให้น่ากลัวที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่ก็ทำไม่ได้เพราะว่าหน้าตาน่ารักมาก ฮ่าๆๆ (ผั่วะ!! โดนคนอ่านตบหนึ่งทีให้หายมโน)

เดินไปก็ใจสั่นไปตลอดทั้งทาง ดีที่เดินๆไปก็เจอทหารประจำอยู่เป็นหย่อมๆคอยดูแลสถาณการณ์ที่วุ่นวายแบบนี้
อันนี้เราเล่าแค่วันแรกนะ เดี๋ยวรอฟังตอนวันกลับซึ่งตรงกับคืนก่อนวันเทศกาลพอดี รับรอง นรกแตกDSCF5862DSCF5860

คนที่นี่ไม่ค่อยสูบบุหรี่นะ ตั้งแต่มายังไม่เห็นสูบเลยซักคน  มีแต่กินหมากกัน ทั้งหญิงทั้งชาย ถ่มกันแบบพื้น,ผนัง แดงด้วยน้ำหมากไปหมด
ใครเห็นคนเดินเคี้ยวหมากอยู่ข้างหน้าก็ระวังนะคะ  เดินทะเล่อทะล่า ระวังโดนถ่มน้ำหมากใส่ DSCF5786

ร้านขายของเก่า DSCF6282

ร้านขายของข้างทางตกแต่งเตรียมพร้อมสำหรับเทศกาลโฮลี DSCF5830 DSCF5831

ร้านขายของตามตรอกซอกซอยของที่นี่ วิธีเข้าก็ปีนจากข้างหน้าเข้าไปเลยค่ะ
เหมือนที่ได้อธิบายไปในกระทู้โกลกาตาว่า มีทางเข้าออกทางเดียวคือข้างหน้า  เวลาจะออกมาต้องข้ามแผงขายของด้านหน้าออกมา
IMG_2206nn

Mysterious in the little old shop

เมืองนี้เป็นตรอกมหัศจรรย์ ทุกอย่างมีขายในร้านที่ไม่น่าจะมี..
อยากได้อะไรบอกมา ขนม น้ำแข็ง โค้ก กรรไกร สติ๊กเกอร์  สคส. ถุงมือยาง (อย่าอ่านเป็นถุงยางนะ ไม่มีโฟ้ยย หรืออาจจะมีก็ได้นะ ลองถามดู 55)
สายไฟ ฟิล์มกล้อง ประทัด ไดร์เป่าผม ไปจนถึง ปืน…(ของเล่น)  บังจัดให้ได้หมด!

จะซื้อกรรไกร คือคิดว่าไม่มี ถามๆไปงั้น เพราะร้านดูโทรมมาก ข้างหน้าร้านมีสติ๊กเกอร์ ขนม ตู้น้ำ และสิ่งของที่ไม่ได้เข้ากันวางขายอยู่
แกบอกมี แล้วเดินไปหยิบหลังร้าน สภาพดี และถูกมาก อันละห้าบาท สิบบาทเอง
เราหาซื้อสก๊อตเทปกับผ้าแปะแผลด้วย อันที่จริงคิดว่านางไม่น่ามีหรอก ควรจะไปซื้อที่ร้านขายยามากกว่า
สก๊อตเทปล่ะมีไม๊ : มี — เดินไปหยิบหลังร้าน
ผ้าก๊อซปิดแผล มีไม๊ : มี — เดินไปหยิบหลังร้าน
เฮ้ย! มีด้วยอ่ะ ไอ้หลังร้านนี่มันมีโดเรม่อนอยู่รึป่าวเนี่ยถามจริง.. ได้ข่าวว่าเป็นแค่ปล็อคสี่เหลี่ยมเล็กๆ
ดังนั้น ของที่ไม่มีโชว์หน้าร้าน ไม่ได้แปลว่าหลังร้านเขาจะไม่มีนะคะ ลองถามเขาดูก่อน DSCF5886

เจอร้านตัดผมแบบที่เป็นร้านครั้งแรก ปกติจะเห็นตัดกันกลางแจ้งเลย DSCF6293

มาถึงของกินกันบ้างงงง  นี่กำลังทอดขนมอินเดียย DSCF5836 DSCF5851 DSCF5856ps.นี่คือถ่ายมาให้ดูร้านออริจินัลที่คนอินเดียเค้ากินกันเฉยๆนะ ไม่ได้แนะนำให้ไปกิน* ไม่ต้องแนวมาก เดี๋ยวถ่ายท้องตายกันพอดี!*

Tea in the baked clay

จิบชาจากถ้วยดินเผา  กินเสร็จให้ขว้างถ้วยทิ้งไว้ข้างทางนั่นแหละ เพราะเขาจะไม่กินแก้วที่คนต่างวรรณะกินแล้ว
มองไปที่พื้นของร้านแบบนี้ จะเห็นถ้วยดินเผาที่โดนขว้างทิ้งแตกกระจายเต็มพื้นไปหมดค่ะ DSCF5864

อีกอย่างที่ชอบยึดครองถนน แต่ไม่มีใครสามารถทำอะไรได้ คือ วัวค่ะ ที่นี่วัวเป็นใหญ่ วัวจะทำอะไรก็ได้ จะนั่ง จะนอน จะเดิน อึ ฉี่
สิทธิเสรีภาพเท่ามนุษย์เกือบทุกประการ เป็นวัวที่อินดี้พอๆกะคนที่นี่แหละ แพะก็ด้วย ลิงก็ด้วย
ส่วนหมานี่กลายเป็นชนกลุ่มน้อยไปแล้ว DSCF5779 IMG_2596*ถ่ายกับน้องแพะ อันนี้เป็นรูปอีกวันนึงหลังล่องแม่น้ำคงคาเสร็จ แล้วออกไปเดินเล่นกัน (ตรอกมหัศจรรย์ @พาราณสี, อินเดีย)

Finally reach ‘Shiva Guest House’

เราจองโรงแรมไว้ชื่อ Shiva guest house    อยู่ใกล้ๆกาต (Ghat=ท่าน้ำ) ริมแม่น้ำคงคาพอดี   เดินลงแม่น้ำคงคาได้โดยสะดวก
แต่เพราะทางมันล้ำมาก แล้วตอนไปถึงมันดึกแล้ว ถึงขั้นต้องให้ไกด์เด็กอินเดียช่วยพาไป ไปไม่ถูกจริงๆค่ะ
เน็ตก็ใช้ไม่ได้ Google map ที่เป็นเพื่อนเดินทางกับเรามาตลอดก็เลยเป็นอันไม่ได้ใช้

พอจะถึงที่พักน้องหักเลี้ยวเข้าทางขวาในซอยมืดหม่น มืดแบบเดาไม่ถูกว่ามีอะไรอยู่ข้างใน
เราก็ผงะ.. ทางแบบ ไม่ใช่ละ  นี่น้องหลอกพี่มาซ่องรึเปล่า น่ากลัวได้อีก.. วินาทีนี้ไม่ค่อยอยากจะเชื่อใจใครซักคน ระแวงไปหมดอ่ะ
ยืนเก้ๆกังๆกันอยู่ซักพักก็เอาวะ ตัดสินใจเดินตามเข้าไป ดีที่มีเพื่อนมาด้วย ไม่งั้นคงไม่กล้าเดินตามเข้าไปจริงจรี๊งง

สรุปก็เจอจนได้ Shiva guest house เฮ่ออ โล่งอก
พอตอนเช้าค่อยมีแสงหน่อย มันก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรนะ เมื่อคืนจิตหลอนไปหน่อย เจอแขกดีดๆอลหม่านพลุกพล่านเข้าไป ทำเรา panic ไปด้วย ฮ่าๆ
ห้องดีอยู่ เว้นแต่ว่ามีรูปคนอินเดียโบราณแขวนอยู่ที่ผนัง สบตากันทีไร อย่างหลอน
นอกนั้นโอเคหมด นอนก่อนล่ะ หมดพลังละ
DSCF5897(สำหรับคนที่ถามว่าเราใช้กล้องอะไร เราใช้ FUJIFILM X20 นะคะ ใช้ LIGHT ROOM ปรับสีค่ะ)

DSCF6216**รูปนี้ถ่ายตอนเช้าอีกวันนึงละ *

ทายสินี่คืออะไร.. มันคือที่ตากผ้า เจาะแบบนี้ทุกชั้น ตากตรงพื้น ตรงเพดานกันอย่างงี้เลยเฮ้ย ไม่เคยเห็นมาก่อน
แล้วเจาะไปถึงชั้นดาดฟ้าโน่น งงว่าเวลาฝนตกเค้าทำยังไงกัน ลืมถามมา
ด้านซ้ายเป็นรูปจากชั้นล่างสุด ด้านบนเป็นรูปจากดาดฟ้าชั้นบนสุด
Untitled-2-2

ที่นี่เราว่าดีเลยนะ ถ้าไม่ติดตรงหายากไปหน่อยและการมาค่อนข้างน่ากลัวในตอนกลางคืน  เพราะมันใกล้กาตด้วย เดินไปแป๊บเดียวก็ถึงแม่น้ำคงคาแล้ว
คนต่างชาติพักทั้งนั้น และชอบออกมานั่งเล่นกันตรงโซฟาหน้าห้อง  ต่างชาติทุกคนเป็นมิตรกันมากเมื่ออยู่ในอินเดีย  เพราะตกอยู่สถานการณ์คล้ายๆกัน ฮ่าๆ
ได้เพื่อนใหม่แน่ๆค่ะ คุยไปเถอะ เปิดโลกหน่อย  แลกเปลี่ยนความคิด วัฒนธรรม ความรู้สึก ฝึกภาษา และความกล้าแสดงออกด้วยค่ะ : )

The Ganga River

เอาล่ะ ถึงจุด peak แล้ว พร้อมกันหรือยัง ถ้าพร้อมแล้ว ตามเรามา วันนี้ตื่นมารอน้องมายูลร์ตามที่ได้นัดกันไว้ ที่จะให้น้องเป็นไกด์พาเที่ยวให้อีกวัน
รอแล้วรออีกก็ไม่มา แต่ของเมื่อวานเราก็ให้เงินไปแล้วแหละ ลืมไปว่าต้องให้หลังบริการเสร็จ ไม่รู้น้องเค้าตื่นสายหรือน้องเค้าชิ่ง ฮ่าๆ ไม่เป็นไร
รอกันแป๊บนึงก็คิดว่าไปกันเลยดีกว่า เดี๋ยวจะไม่ทัน Golden time ของที่นี่

**ที่ชอบที่สุดของที่นี่เลยคือแม่น้ำคงคาตอนเช้านี่แหละ  อย่าลืมตื่นมาดูตอนหกโมงเช้า
แค่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นก็งามมากแล้ว ยิ่งได้ล่องเรือเพื่อให้ได้เห็นความงามของแม่น้ำและบ้านเรือนเต็มๆ ยิ่งอิ่มใจเข้าไปใหญ่  (ล่องเรือคนละ 100 รูปี = 50 บาท คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม)

ภาพแรกที่ได้เห็น เล่นเอาหัวใจพองโตมาก สวยเกินไปแล้ว สวยสะกดจนแบบหยุดชะงักไปแป๊บนึง
ปล่อยกล้องที่ถืออยู่แล้วยืนสตันต์ (คือกล้องห้อยคออยู่นะ ไม่ได้ปล่อยลงพื้น..)
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีความคิดว่า.. กล้องจะสามารถจับภาพได้เท่ากับที่ตาเห็นหรือเปล่าเนี่ย?! DSCF5900 DSCF5907 DSCF5904

แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าจะได้เห็นอะไรสวยงามขนาดนี้
*** ไปให้ถูกเวลานะ ไปตอนเช้า อย่าให้เกินหกโมงครึ่ง
ไม่งั้นอารมณ์จะต่างกันทันที นั่นเป็นเหตุที่ทำไมบางคนไปแล้วบอกว่ามันก็ไม่ได้สวยขนาดนั้น

มันอยู่ที่เราไปได้ถูกเวลาหรือเปล่า เพราะสถานที่แต่ละที่ อย่าสักแต่ว่าไปให้ถึงที่
แต่ต้องไปให้ถึงแก่นของที่ๆนั้นต่างหาก ไปให้ได้สัมผัสถึงความมีคุณค่าของที่ๆนั้นจริงๆ
ทุกที่มันมีเวลาของมัน ที่จะทำให้ที่แห่งนั้น งดงามและมีค่ามากที่สุด

Life along the river

ชีวิตริมฝั่งแม่น้ำ ณ เมืองเก่าแก่ที่มีอายุ 4000 กว่าปีแล้ว DSCF5911*ทุกคนตื่นเช้ามาอาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน ที่แม่น้ำแห่งนี้ (อาจจะฉี่หรืออึด้วยอันนี้ไม่รู้ดีกว่า เพราะเอามือวักไปแล้ว ฮ่าๆ)*แม่น้ำคงคานี่เขาเรียกกันหลายชื่อมาก ที่นี่เรียก Ganga River (คังคา, กังก้า) ที่อื่นๆอาจเรียกแปลกออกไปอีกตามพื้นที่

The light of the new day

ขุ่นพระ นี่นะหรือริมฝั่งแม่น้ำคงคาที่เราได้แต่ดูผ่านจอทีวีในรายการ  Discovery Channel มาตั้งแต่เด็กๆ
นี่นะหรือชาวฮินดูริมฝั่งแม่น้ำ ที่เขามาตักน้ำ อาบน้ำ กินน้ำ ล้างชำระบาปมลทินให้จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ในแม่น้ำแห่งความศักดิ์สิทธิ์นี้
เราไปตอนเช้าที่พระอาทิตย์กำลังขึ้นพ้นน้ำ แสงของพระอาทิตย์ส่องกระทบผืนน้ำของแม่น้ำคงคาอันกว้างใหญ่เป็นสีทองอร่ามไปสุดลูกหูลูกตา
ทุก element ริมฝั่งถูกฉาบไปด้วยแสงทองของวันใหม่ เป็นสีส้มสดใสทำให้ทุกอย่างดูมีชีวิตชีวา
ผู้คนมาอาบน้ำ บ้างก็ล้างตัวที่เปื้อนสีจากการเตรียมตัวเล่นสาดสีโฮลีก่อนวันจริงด้วยความที่จะเป็นเทศกาลแล้วมั๊ง คนเลยดูอารมณ์ดี คึกคัก ยิ้มแย้ม
เราไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าภาพสีเปื่อยๆที่เรา  search เจอใน google หรือภาพที่เราดูใน Discovery ของจริงมันจะสวยงามได้ขนาดนี้
(ก่อนมาเรา search คำว่า “แม่น้ำคงคา คนอินเดีย” เจอภาพที่น่ากลัว ดับความฝันเรามากๆอ่ะ ขอแนะนำว่าอย่าเพิ่ง search ตอนนี้ อ่านของเราให้จบก่อน
มาฝันไปกับเราก่อน ก่อนจะตื่นไปเจออีกมุมที่น่ากลัวนะ 555)

Ganga river

คนทั้งเผาศพริมฝั่งแม่น้ำ ลอยศพไปตามแม่น้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุให้คนคิดว่าแม่น้ำแห่งนี้สกปรกและเป็นมลพิษมากที่สุดในโลก
แต่อะไรรู้ไหม นักวิทยาศาสตร์ดันพบว่า น้ำในแม่น้ำคงคามีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งก็คือ คือ มีปริมาณของออกซิเจนในน้ำสูงมาก
และยังมีจุลินทรีย์ที่สามารถกินไวรัสรวมถึงเชื้อแบคทีเรียได้อีกด้วย ยิ่งมีปริมาณของเสียปล่อยลงน้ำเท่าใด ก็ยิ่งเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์เท่านั้น
และทำให้น้ำในแม่น้ำคงคามีความสามารถที่จะปรับตัวไปสู่สภาพปกติมากกว่าแม่น้ำทั่วไปถึง 25 เท่า
เราคอนเฟิร์มว่าน้ำใสจริงๆ ไม่ได้ขุ่นคลักมีอะไรน่ากลัวลอยเยอะแยะ และไม่เน่าเหม็น ไม่เชื่อตามไปดูกัน
(info : Ganges River Of Life, “Wildest India”. สารคดีทางแอนนิมอลแพลนเน็ต)DSCF5921DSCF5923

Let’s shove off!

ออกเรือกันเถอะ แสงกำลังดีเลย : ) DSCF5914 DSCF5927 DSCF5930DSCF5951

The hotel of death

ที่เผาศพริมแม่น้ำ ที่นี่คือที่ที่เขาใช้เผาศพกันค่ะ
โดยในนี้จะมีที่ที่เรียกกันว่า “โรงแรมแห่งความตาย” เป็นห้องเล็กๆ ไว้สำหรับคนที่รอความตายมาพัก และยังมีที่หลบแดดฝนของญาติๆ ที่นำศพมาทำพิธี

จริงๆแล้วห้ามถ่ายรูป แต่ลุงใจดีบอกว่าให้ถ่ายเลยๆ …หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ คือฟังไม่ออกจริงๆ
ไอ้เราก็ถ่ายจนมีเรืออีกลำที่พูด eng ได้มาบอกว่า เฮ้ย นี่ห้ามถ่ายนะ เราก็อ้าว เต็มกล้องเลย หยุดถ่ายละก็ด้ะ 55 DSCF5962

คนรวยจะซื้อฟืนให้มากเท่าที่จะเผาจนศพให้ไหม้ทั้งหมด
ส่วนคนจน จะซื้อฟืนเท่าที่ซื้อได้ เมื่อศพถูกเผาไม่หมด เขาจะเอาลอยน้ำไปเลย
*ตอนล่องเรือก็เห็นลอยมาศพนึง ดีนะที่เขาเอาห่อผ้าไว้ T-T ศพผู้ชายจะห่อด้วยผ้าขาว  ผู้หญิงจะเป็นผ้าสี หรือผ้าที่มีลวดลายค่ะ
ลอยอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับคนที่เล่นน้ำกันอยู่  ดูจะเป็นเรื่องปกติ เพราะชาวฮินดูมีความเชื่อว่า การตายคือการหลุดพ้นจากความทุกข์

เขาบอกว่าไฟเผาศพตรงนี้ไม่เคยดับ อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 4,000 ปีมาแล้ว เผาเฉลี่ยวันละ 10 ศพ
นี่แสดงว่ามีการเผาศพกันตลอดๆเลยเหรอ?

Moment on the ship

เพลินนนค่ะ คุณลุงสอนพายเรือด้วย สลับกันไปพายคนละนิดหน่อย สนุกดี : ) DSCF6072new-2
DSCF5970 DSCF6040 DSCF6056
ขอคมาพระแม่คงคา โดยการลอยกระทงอันเล็กๆไปตามน้ำ
กระทงพวกนี้จะมีคนพายเรือมาขายเราเองค่ะ อยากได้ถูกๆก็ต่อเขาไปนะ DSCF5983

บางคนก็ทำพิธีอะไรบางอย่าง บางคนก็เล่นน้ำอาบน้ำกัน
ที่นี่ถ่ายรูปสนุกดี ไม่ค่อนเหมือนประเทศอื่น ที่พอหันกล้องไปหาก็หลบ หรือทำหน้าไม่พอใจ
ที่นี่ 99% เป็นอย่างด้านล่าง หันกล้องไปเถอะ พี่แกรู้งานค่ะ ฮ่าๆๆ DSCF6016DSCF6004*ลุงคนนี้กำลังทำพิธีอะไรบางอย่าง

พอข้ามไปอีกฝั่งนึงก็จะเจอพวกป้าๆ ก่อกองทรายกันอยู่  เขาก่อเป็นสัญลักษณ์ศิวลึงค์และโยนี บูชาพระศิวะค่ะ
(อันนี้ไม่อธิบายนะคะ หาความหมวยกันเองเอง แหะๆ) DSCF6028 DSCF6032

มาถึงตรงนี้แหละระวังไว้ให้ดี ฝั่งนี้จะมีพวกแขกหัวหมอ ร้ายกาจมากกก อย่าไปสุงสิงด้วยเด็ดขาด!!
เค้ามาเสนอขายอะไร หรือจะมานวดมาอะไร ให้ปฏิเสธไปเลยคร๊า ไม่งั้นยาววววว!
ได้เจอ “ยูแฮปปี้ ไอแฮปปี้, ยูเพย์ แฮปปี้ทูเกเต้อ” แน่จ่ะนายจ๋าาา

ข้ามมาฝั่งนี้แนะนำให้ขี่ม้าซักรอบนะ อย่าลืมตกลงราคากันให้ดีก่อนล่ะ เดี๋ยววันดีๆจะพังซะหมดค่ะ : )
สายแล้ว เข้าฝั่งกัน DSCF5988 DSCF5933 DSCF5931DSCF5942*เป้ และป๊อป ที่เห็นนี่คือพยายามใส่ชุดให้กลมกลืนกับคนที่นี่ แต่ดูจะไม่กลมกลืนยังไงก็ไม่รู้ 555 หมวกที่เห็นเป็นหมวกที่เขาจะใส่กันวันแต่งงานค่ะ มีขายตามร้าน เป้กับป๊อปซื้อมาคนละอัน น้องมายูลร์พาไปซื้อเมื่อคืนนี้

IMG_2306L&HD-2

I’m so satisfy, here is your tip ; )

ลุงคนนี้แกพยายามอธิบายอะไรต่างๆเป็นภาษาฮินดีให้เราฟังตลอดการล่องเรือ  ซึ่งหนูฟังไม่รู้เรื่องไหมคะลุง ฮ่าๆๆ ก็ต้องท่าทำทางกันด้วย กว่าจะเข้าใจ
ซึ่งกว่าจะเข้าใจว่าที่เผาศพคนตรงนั้นน่ะ ห้ามถ่ายรูป ก็หลังจากที่ถ่ายไปเยอะแล้วเพราะเข้าใจว่าลุงบอกว่า ถ่ายเลยๆ สวยๆ
ไปๆมาๆก็อย่างที่บอก มีเรืออีกลำที่พูดอังกฤษได้ ตะโกนบอกว่า ห้ามถ่ายยย! อ้าวเหรอ แล้วมะกี๊ลุงคนนี้พูดว่าอะไรล่ะ ฮ่าๆ
อย่างน้อยก็ขอบคุณการพูดกันไม่ค่อยรู้เรื่อง เลยได้รูปสวยๆมา

แล้วลุงก็ลองสอนให้เราพายเรือด้วย ก็เลยทิปให้แกไป 200 รูปี
ใครทำดี แล้วเราพอใจ อย่าลืมให้ทิปเขาด้วยล่ะ

แล้วก็กลับเข้าฝั่งกันหลังจากล่องเรือมาได้ชั่วโมงนึง DSCF6080 DSCF6099IMG_2340

พี่แขกที่เล่นน้ำกันอยู่บนฝั่ง
วันนี้เป็นวันPre-Holi พี่คนนี้แกไม่ได้โดนอะไรเฉาะหัวมานะคะ พี่แกเล่นโฮลีมา แล้วสีโฮลีเนี่ยกว่าจะล้างออก ใช้เวลาเป็นอาทิตย์โน่นหล่ะค่ะ
นี่คือท่าโพสแบ๊วๆของพี่เขา บอกแล้วว่าเมืองนี้มันคิ้วท์ เห็นไม๊ล่ะ ฮ่าๆ DSCF6142 DSCF6152 DSCF6179 1200-2 DSCF6134 DSCF6198


ร้านตัดผมโดยปกติก็จะชิคๆ out door แบบนี้แหละค่ะ DSCF6107 DSCF6112

คนให้อาหารนก DSCF6187ตอนแรกด่าเราใหญ่เลยว่าเราไปเหยียบอาหารนก พอหันกล้องหาเท่านั้นแหละ ยิ้มหวานให้ทันที หึหึ

About the Holi Festival

ช่วงนี้คนก็จะมาขัดตัว ล้างสีโฮลีกัน  คือมันจะล้างออกยากและติดไปหลายวันมาก เขาบอกว่าสื่อถึงมิตรภาพที่จะคงอยู่ยาวนาน
พูดถึงเทศกาลโฮลีนิดนึง มันจะอยู่ในช่วงหมดฤดูหนาวเข้าฤดูที่พืชพันธ์เริ่มออกดดอกผลพอดี ชาวฮินดูเลยใช้โอกาสนี้เฉลิมฉลอง สาดสีฝุ่นใส่กัน
สีสันหมายถึงจิตวิญญาณและการมีชีวิตที่สดใส และการสื่อถึงมิตรภาพเหมือนสีที่ล้างออกได้ยาก
พอถึงเทศกาลนี้ คนอินเดียจะลืมเรื่องชนชั้นวรรณะ ไม่สนว่าใครอยู่ชนชั้นไหน แล้วเล่นสาดสีกันอย่างสนุกสนาน
ใครที่มีเรื่องเคืองใจจะใช้โอกาสนี้ในการปรับความเข้าใจกัน และกลับมาเป็นมิตรต่อกันอีกครั้ง เป็นเทศกาลที่อบอวลไปด้วยความรักนะเอาจริงๆแล้ว  ซึ่งปัจจุบันมันก็เปลี่ยนไปบ้าง เหมือนเทศกาลสงกรานต์ของไทยนั่นแหละนะ ซึ่งคืนก่อนวันโฮลี ก็จะเห็นชาวฮินดูออกมาก่อกองไฟกันเป็นที่ๆ
บางที่จะเอาหุ่นนางยักษ์โฮลิกะมาเผา เพื่อสื่อถึงการเผาสิ่งชั่วร้ายให้มอดไหม้หายไป และระลึกถึงว่าธรรมมะย่อมชนะอธรรมเสมอ DSCF5858

The Civil War??

คือตอนแรกไม่เก็ตไง ตกใจกลัวมากบ่องตรง ทั้งมีการเผาไฟ ทั้งเดินกันให้ขวักไขว่
ไอ้คืนวันก่อนโฮลีนี่มันเหมือนกำลังเกิดสงครามกลางเมือง เหมือนทุกคนวิ่งหนีระเบิด และกำลังเอาตัวรอด
(ซึ่งจริงๆแล้วคือเค้าเมากัน แล้วอย่างที่รู้ว่าคนอินเดียนี่เวลาเมา เมาสุดจริงๆ ทุกอย่างเลยดูวุ่นวายสุดขีด)
บางคนจุดประทัดปาไปกลางถนน บ้างก่อกองไฟสูงเท่าคน นี่มันเกิดอะไรขึ้น เรากับเพื่อนจินตนาการไปไกลว่ามันจะจับใครนั่งยางรึเปล่า! นี่มันเกิดการจราจล หรือเปล่า
เขาจะขาดสติกันจนวิ่งมาจับพวกเราไปทำอะไรไหม ซึ่งเปล่า..  มโนล้วนๆ
เอาเถอะ อย่างน้อยความมโนก็ทำให้พวกเราระวังตัวมากขึ้น แต่มันน่ากลัวจริงๆนะ จากที่ปกติก็น่ากลัวและทำให้เราระแวงอยู่แล้ว
แต่เวลาเค้าเมากันนี่ โอ้โหหห อย่าให้บรรยายไปมากกว่านี้

บ้านเมืองวุ่นวายมาก ทุกคนดื่มหมด แล้วดื่มแบบแทบไม่มีสติไปเลย
เรานั่งริคชอว์มา อยู่ดีๆมีคนเดินมาตบหน้าคนขับริคชอว์เราเฉยเลย
ตอนเรานั่งออโต้กลับไปที่รถไฟ เพื่อกลับโกลกาตา (ดันกลับตอนกลางคืนอีก) มีคนปาประทัดใส่รถด้วย
ดีที่เราดึงผ้ากั้นลงมากันไว้ ไม่งั้นอาจโดนพวกเราไปแล้ว
ถ้ามาช่วงเทศกาลต้องระวังตัวมากๆเลยล่ะ
ไม่ออกจากที่พักตอนกลางคืนได้เป็นดีที่สุด  อลหม่านสุดๆ บอกเลย

Ganga Aarti

พิธีคงคาอารตี อารตีคือการบูชาไฟ เชื่อกันในหมู่ชาวฮินดูว่า การบูชาเทพทั้งปวงจะไม่สมบูรณ์ถ้าหากขาดการบูชาไฟ
และการบูชาไฟจะมอบความสุขให้กับผู้ที่บูชา Ganga Aarti ก็คือการบูชาพระแม่คงคาด้วยไฟ พิธีจะเริ่มประมาณหกโมงครึ่งของทุกวัน
ทุกคนจะมาล้อมรอบที่บูชา เพื่อชื่นชมความงามและสวดมนต์ตามไปด้วยกัน เป็นการขอคมาและขอพรจากพระแม่คงคา
เอาล่ะ หาที่นั่งให้พร้อม จะนั่งบนฝั่ง หรือจะนั่งในเรือ พิธีกำลังจะเริ่มแล้ว DSCF6299 DSCF6306 DSCF6331

ผู้ทำพิธีต้องเตรียมของบูชาเช่นตะเกียงอารตี ดอกบัว กำยาน.. ทำพิธีโดยหมุนวนตามเข็มนาฬิกา
จะมีคนตีฆ้อง เป่าแตรตลอดการทำพิธี ขลังพิลึก 1939539_612594345488670_549111267_n-2 DSCF6343 DSCF6419 DSCF6373 เรานั่งในเรือกัน กว่าจะบอกให้เรือพายไปในที่ๆพอเหมาะพอดีได้ ลุ้นแทบตาย พายมั่วสุดพลัง กลัวไม่ทันและมองไม่เห็น
แต่พอดีเรือเรามันอยู่ข้างหน้าเลย เราเลยลงเดินข้ามไปที่ฝั่งได้ นั่งในเรือก็ได้อีก feel นึง แต่เราอยากถ่ายรูปบรรยากาศ อยากเข้าไปอยู่ท่ามกลางพลังความเชื่อนั้น
มองเข้าไปในดวงตาของคนที่มารายล้อม มันเต็มไปด้วยความเชื่อและความศรัทธา เราก็อินไปด้วย มีความสุขดีจัง : )

เดินกลับบ้านกันด้วยหัวใจเอิบอิ่ม วันนี้เป็นอีกวันดีๆที่เราจะไม่มีวันลืมเลย
IMG_2614-2

YUMMY!

ที่นี่แนะนำร้าน “Ganga Fuji Restaurant” และ especially ร้าน “Spicy bite” ร้านนี้อร่อยอ่ะ ช๊อบบ ชอบ
มีอาหารญี่ปุ่น เกาหลีด้วยนะ แล้วบังแกดันทำอร่อยอีกตะหาก ไม่น่าเชื่อ! ฝรั่งชอบมากินร้านนี้กัน

นี่จากร้าน Ganga Fuji Restaurant ค่ะ
ร้านนี้จะมีมโหรี ปี่กลอง บรรเลงเพลงดึ๋มดึ๋ยไสตล์แขกระหว่างเราทานอาหาร
ที่ผนังจะมีแผ่นกระดาษของลูกค้าประเทศต่างๆเขียนแปะไว้ ใครไปลองหาของพวกเราให้เจอนะ :))
คืนแรกที่มาถึงเราก็กินที่นี่กันเลย พาน้องมายูลร์ไกด์เด็กมาเลี้ยงด้วย ลองสั่งแกงมาชิมหลายๆอย่าง จำไม่ได้แล้วว่าอะไรบ้าง DSCF5882 Chicken Tandoori DSCF5874
นี่ผู้เข้าชิงจากร้าน Spicy bite เมนู Chicken burter ค่ะ DSCF6289 Round นี้ขอตัดสินให้ Chicken burter ของ Spicy bite ชนะไปค่าา : )

SARNART

“สารนาท – Sarnart” หรือ ป่าอิสิปัตตนะมฤคทายวัน

มาแสวงบุญกันเถอะ

ก่อนจะออกก็เล่นผงสีกันไปคนละนิดละหน่อย

DSCF6234 zIMG_2486-2 Untitled-1

วันนี้นั่งออโต้จากตัวเมืองพาราณสี
ระหว่างทางก็มีพี่ทหารโบกขึ้นรถมาด้วยเนียนๆ ไม่ต้องตกใจหรอก เป็นเรื่องธรรมด๊าDSCF6279

มาที่สารนาท ค่าเข้า 100 รูปี (50 บาท)  ยกเว้นเฉพาะคนไทยจ่ายแค่ 5 รูปี (2.5 บาทจ่ะ) เก๋ป่ะล่ะ เพราะคนไทยมาบูรณะที่นี่ให้ เขาเลยลดค่าเข้าให้คนไทยค่ะ
DSCF6246-2

พอเข้ามาก็จะเป็นสวนโล่งๆกว้างๆ มีโบราณสถาณผุพังบ้างเป็นที่ๆ
ใครที่ไม่อินไม่ได้ตั้งใจจะมาแสวงธรรม มาแล้วคงไม่มีอะไรจริงๆ

zIMG_2565(q)-2

พระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนาให้ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ฟัง ณ ที่ “ธรรมเมกขสถูป” แห่งนี้ เป็นการเทศนาธรรมเป็นครั้งแรกหลังจากตรัสรู้
ที่นี่เองเหรอที่ศาสนาพุทธได้ถูกเผยแพร่เป็นครั้งแรก ขออินแป๊บ สวดมนต์ขอพร เดินจงกรม และนั่งสมาธิ
ร้อนนะ แต่สงบใจดีค่ะ : )

DSCF6251DSCF6255 DSCF6267

ได้เวลากลับกันแล้ว เรายังไม่อยากกลับเลย อยากอยู่เล่นโฮลีที่นี่วันนี้ แต่เอาเถอะ ยึดตามแผนเดิม ไปเล่นโฮลีที่โกลกาตาก่อนบินกลับไทยก็ได้
แล้วก็เดินทางกลับกันตามแผนเดิม ด้วยตั๋วรถไฟเดิม ตอนกลางคืนเช่นนี้ ก่อนวันโฮลีแบบนี้ คงพอเดากันออกนะว่าจะเจอกับอะไร
(ย้อนขึ้นไปอ่านหัวข้อ About the Holi festival และหัวข้อ Civil war ด้านบนนะ นั่นแหละคืออารมณ์วันกลับของพวกเราล่ะ ฮ่าๆ)

End of this trip

ขอสรุปอะไรต่างๆนาๆ ณ ตรงนี้

การเตรียมตัว ความรู้สึก และทัศนคติของเรากับประเทศนี้

DSCF6931

สรุปความรู้สึกทั้งหมด
สะใจในความลำบากโครตๆ ไม่เคยลำบากสู้ชีวิตขนาดนี้มาก่อน
การขึ้นรถออโต้ที่นี่เป็นประสบการณ์ใหม่ดี ชอบ นั่งทีไส้แทบจะไหลมากองรวมกันที่ตาตุ่ม
ขอทานเด็กนี่ถ้าให้คนนึงระวังโดนรุมเป็นสิบ (แต่ถึงให้หรือไม่ให้ก็โดนรุมอยู่ดี ทำใจในความสกปรกที่น่ารักได้เลย)
ฝุ่นนี่ไม่ต้องพูดถึง อารมณ์เดียวกับขนมที่โรยผงช๊อกโกแล๊ตนั่นแหละ

ถึงเค้ารู้ว่าเราฟังภาษา ฮินดี และ เบงกาลอไม่รู้เรื่อง เขาก็จะพ่นภาษานั้นๆใส่เราอยู่ดี
ถ้าโมโหก็ด่ากลับเป็นภาษาไทยไป แล้วก็จะด่าคนละภาษากลับไปกลับมา โคดมันส์
(แต่อย่าไปจริงจังมากนะ เอาขำๆ เด๋วได้โดนแขกรุม)
ถ้าเหยียบอึที่พาราณสีก็เป็นเรื่องปกติ
ข้างถนนเป็นที่ที่ทุกอย่างเกิดขึ้นได้
ทั้งอึ ฉี่ ขายของ ตากผ้า ฆ่าไก่ และแม้แต่เสียชีพ..

คนอินเดียโดยเฉพาะบริเวณแหล่งท่องเที่ยว จะชอบ(ถูก)ถ่ายรูป
ที่เห็นเรียกๆเราเวลาเราselfie ตัวเองนี่ ไม่ใช่ว่าเขาจะใจดีถ่ายให้เรานะ
เมื่อส่งกล้องไปให้เขา คิดว่าเขาจะถ่ายให้ เปล่าเลย
เขาจะ “Noๆๆ meๆๆ” แล้วชี้ไปที่ตัวเอง พร้อมโพสท่ารอ
สตั๊น ไปสองวิ ฮ่าๆ ซักพักก็เริ่มชิน ก็ถ่ายๆเขาไปเถอะ อย่าให้เขาเสียน้ำใจ
ถ่ายเสร็จอย่าลืมโชว์รูปให้เขาดูล่ะ 100 ทั้ง 100 อยากเห็นรูปตัวเองทั้งนั้นหล่ะ

ทักษะการขายที่นี่เป็นเลิศ จะบริการให้เราก่อน ซึ่งตอนแรกจะบอกว่าไม่เสียตัง
จะถามเราด้วยหน้ายิ้มแย้มว่าแฮปปี้ไม๊ๆ พอเราเคลิ้มตอบว่า แฮปปี้ๆ
เขาจะ “ยูแฮปปี้ ไอแฮปปี้ ยูเพย์ แฮปปี้ทูเกเต้อ” ทันที ฮ่าๆๆ

พอตัดสินใจซื้อของ ต่อรองราคาเรียบร้อย เขาจะหยิบให้มากกว่าจำนวนที่เราจะเอาเสมอ
แล้วทำน่ารัก ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ คิดตังเราเพิ่มทันที พอเราทักว่า เอาอันเดียว
เขาจะทำหน้าแบ๊วๆใส่แล้วบอกว่า อ้าวเหรอๆ สองอันสิ ไม่สองอันหรอกเหรอ ว้า แย่จัง อะไรประมาณนี้

นักท่องเที่ยวที่นี่เป็นนักท่องเที่ยวแบบ Real Traveller ทั้งนั้น
จะอัทธยาศัยดีกว่านักท่องเที่ยวที่เราเจอที่อื่นๆ
ทุกคนเหมือนตกอยู่ในชะตากรรมเหมือนๆกัน เลยเข้าใจกันดี และเป็นมิตรต่อกันมาก 555

ใครว่าอินเดียอาหารไม่อร่อย ขอเถียงขาดใจนะ หาข้อมูลไปก่อน ไปให้ถูกร้าน รับลองอร่อยลืมม
ใครว่าอินเดียสกปรก เราเห็นด้วยที่สุดนะ
เวลาจะใช้บริการอะไรก็ตาม ตกลงราคาให้เรียบร้อย”ชัดเจน”ก่อนเสมอนะ
เวลาเรียกเก็บเงินต้องตรวจทานเสมอนะ ที่นี่คิดเงินผิดเป็นว่าเล่น นี่พูดจริงจัง!
ถ้าเขาจะมาเอาเปรียบทีหลังเราต้องอย่ายอมนะ เด๋วจะติดนิสัยเสีย

การเปิด Sim card ยากลำบากมากถ้าไม่มาเป็นเดือนๆอย่าไปเปิดเลย เล่น wifi ตามร้านไปดีกว่า
แต่ถ้ายังเป็นมือใหม่ มีเน็ตไว้อุ่นใจกว่า ให้ซื้อแพ็คเก็จ Roaming จากไทยมากเลย
รถไฟฟ้าที่โกลกาตา ไม่จำเป็นอย่าเข้า ถูกมากๆก็จริงแต่สภาพเหมือนแขกอัดกระป๋องเลย (2.5 บาท)
ใน Super market ตรวจตรามากกว่าขึ้นรถไฟใต้ดินในไทยอีก
จะซื้ออะไรที่ไม่ใช่ในห้าง ให้ลองต่อครึ่งราคาก่อนเสมอ

อินเดียเป็นประเทศที่คอนทราสมาก contrast ทั้ง Visualize และ Feeling
สภาพความเป็นอยู่แบบว่า Hard life แต่ They have such a touching Smile.
พวกเขาดูมีความสุข ยิ้ม หัวเราะไปกับสิ่งต่างๆรอบตัว แม้จะมีชีวิตที่แบบว่าลำบากขาดใจ
ถ้าถามว่าอะไรที่เราชอบที่สุดในอินเดีย ก็น่าจะเป็นรอยยิ้มของคนอินเดียนี่แหละ (นางงามป๊ะ 555 แต่นี่พูดจริงนะ!)
ภูมิทัศน์ก็เหมือนกัน ไม่เคยเจอที่ไหนสกปรกได้ขนาดนี้มาก่อน
ในขณะเดียวกัน ไม่เคยเจอที่ไหนสวยงามขนาดนี้มาก่อน

สรุป การไปอินเดียหนึ่งอาทิตย์นี้
อินเดียเป็นเมืองน่ารัก สำหรับเราล่ะ.. แต่อย่าประมาทเพราะทุกอย่างเกิดขึ้นได้ค่ะ : )))

Self Note

เราจะจำ…
ความรู้สึกแรกที่โผล่หน้าออกจาก Taxi แล้วตะโกนคำว่า “สะใจเว้ยยย”
ความรู้สึกแรกที่ยื่นขาออกจากรถออโต้
รสชาติของ Chicken butter และ Nans ที่เข้าปากคำแรก
ความกล้าๆกลัวๆตอนขึ้นรถไฟนอนครั้งแรก
ความรู้สึกที่ได้เห็นแม่น้ำคงคาของเช้าวันแรกในพาราณสี
Moment ที่เอามือจุ่มลงไปในแม่น้ำคงคาครั้งแรก
ความรู้สึกกลัวจับใจครั้งแรกที่นั่งออโต้ตอนดึกท่ามกลางความอลหม่านของเมืองพาราณสี
ขอให้ไม่ลืม First moment เหล่านั้น เพราะมันเป็นความรู้สึกที่แรกที่เราไม่เคยได้รู้สึกมาก่อน : )

zDSCF4916(Q)-2

SCHEDULE

วันที่ไป : 13-20 มีนาคม 2014
13 บินไปโกลกาตา เดินเที่ยวหนึ่งวัน Victoria memorial, อัดกับแขกบนรถไฟใต้ดินราคา 2 บาท,
เดินห้าง, เดินเล่นตลาดมืด (แลกตัง), ขึ้นรถไฟรอบดึกไปพุทธคยา (Sealdah station)
14 อยู่บนรถไฟ 9 ชั่วโมงถึงพุทธคยา พักวัดไทย, ออกเดินเล่น, ไปกราบไหว้พระพุทธเมตตา
และต้นศรีมหาโพธิ์ ที่วัดมหาโพธิ์, ตอนเย็นนั่งริคชอว์ไปวัดญี่ปุ่น
15 นั่งรถไฟ 4 ชั่วโมงต่อไปยังพาราณสี (Mughal Sarai station) ออกเช้า ถึงเย็น
ไกด์เด็กพาไปที่พัก แล้วพาออกมาเดินเล่นในตรอกซอกซอย
16 ตื่นแต่เช้ามานั่งเรือชมแม่น้ำคงคา, สายหน่อยออกไปสารนาถ, กลับมากินข้าวร้านอร่อย พักผ่อน
หกโมง ออกไปจองที่ดูพิธีคงคาอารตีที่ริมแม่น้ำ ดึกๆนั่งออโต้กลับโกลกาตา (น่ากลัวเว่อร์)
17 วันเหงาๆที่โกลกาตา เมืองอย่างเงียบ ไปวัดเจ้าแม่กาลีผิดวัด น่ากลัวมาก เกือบได้ดูฆ่าวัว ฆ่าแพะสดๆ ขนลุก
ไป ST. PAUL’S CATHEDRAL และสุสานแม่ชีเทเรซ่า ,ซื้อของฝาก
18 นั่ง local train ไป ศานตินิเกตันทั้งวัน
19 ไปวัดเจ้าแม่กาลีแบบถูกวัด กลับมากิน Peter Cat แล้วทำ Henna กับน้องยองเช่
20 นั่งเครื่องกลับตอนเช้า : )

BUDGET** **

Visa                        :  2,225 THB (253 building)
Jet Airways       : 6,415 THB (flight  KDXTOL)
Train                     : 1,800 THB
Living & other  : 2,xxx THB**
Total   13,xxx THB**

ค่าเงิน  1 THB =1.90 Rupee (ตลาดมืดที่อินเดีย)

  • แลกที่ไทย Rate 1.88*

Don’t forget

ของที่ต้องเตรียมไป และ สิ่งที่ต้องระวัง

สิ่งที่ควรเตรียมไป
+ผ้าปิดปาก 1 แพค
+ยาดม
+ยาแก้ท้องเสีย
+เจลล้างมือ
+ทิชชู่เปียก
+สเปรย์พริกไทยขนาดเล็ก (ถ้าเก็บไม่ดีจะไม่ผ่านเวลาขึ้นเครื่อง)
+แตกแบงก์ย่อยไปเยอะๆ ที่นี่มีเงินเยอะใช่ว่าจะซื้อของได้ เค้าไม่รับน๊ะจ๊ะ
+อย่าลืมฉีดวัคซีนมาก่อนสองอาทิตย์นะ! ฉีดที่สถานเสาวภา ถนนอังรีดูนัง
แค่บอกเขาว่าจะไปประเทศไหนเดี๋ยวเขาแนะนำให้ว่าต้องฉีดอะไรบ้าง  ประมาณ 900 บาท
(ประมาณ 2 เข็ม ไข้รากสาดน้อย (ไทฟอยล์) กับไข้สมองอักเสบ)
+ถ้าไปพุทธคยาแล้วจะนอนวัดไทย อย่าลืมจองใน facebook ของวัดไทยพุทธคยาไปก่อนด้วย
+ใบที่ต้องกรอกแล้วปริ๊นไปยื่นขอวีซ่า https://indianvisaonline.gov.in/visa/info1.jsp

Vocab. Note

รถสามล้อที่มีคนถีบ เรียก = ริคชอว์ (Ricksshaw)
รถสามล้อแบบตุ๊กๆ เรียก = ออโต้ (Auto)
สวัสดี = นะมัสเต, นะมัสกา
เรียกผู้ชายที่เป็นคนขับรถ หรือใครก็แล้วแต่ แบบ “พี่ๆ” = ใบย่า, ดาด้า (เรียกผู้หญิงใช้ = ดีดี้)
ไปเร็วๆ = จรลี่ จะโร (ไม่รู้อันไหนแปลว่าไป อันไหนแปลว่าเร็วๆ พูดติดๆกันไปแหละ)
ok นะ, ตกลงนะ = อัชช่า (อย่าลืมส่ายหัวดุ๊กดิ๊กแบบแขก จะได้อารมณ์มาก)

Serious Note

– อินเดียเป็นเมืองที่ค่อนข้างจริงจังเรื่องการกินมังสวิรัติ คนกินมังเยอะ
ดังนั้นผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆต้องมีตรา Veg.หรือ Non Veg. อย่างชัดเจน
หรือแม้แต่ร้านอาหารเองต้องระบุให้ชัดเจนว่าเมนูไหนเป็นเมนู Veg.
ดังนั้นอย่าเผลอไปกิน Veg. สุ่มสี่สุ่มห้า อ้วกออกมาไม่รู้ด้วยนะ
– เป็นประเทศที่เราไม่แนะนำให้มาคนเดียวเลย
โดยเฉพาะผู้หญิง และคนที่ไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศมาก่อน โดยเฉพาะช่วงเทศกาล
– เป็นประเทศที่ต้องระวังตัวเป็นพิเศษ เห็นอะไรไม่ชอบมาพากลให้เอะใจไว้ก่อน
– ควรใช้การมองโลกในแง่บวกและลบให้ถูกเวลา

– ไม่ใช่แค่เฉพาะอินเดีย แต่จำไว้ว่าไปที่ไหนก็ไม่ปลอดภัยถ้าเราประมาท
– และไปที่ไหนก็ไม่มีความสุข ถ้าเรามองโลกลบไปแล้ว

Special Thanks

ขอบคุณ

ทริปนี้มันจะไม่น่ารักและไม่มีสิ่งดีๆให้น่าจดจำเยอะขนาดนี้เลยถ้าเราไม่มีเพื่อนร่วมทางดีๆที่มีการมองโลกดีๆ การมีคนมองโลกในแง่ดีอยู่ใกล้ๆมันทำให้ชีวิตเรามีความสุขขึ้นจริงๆ ใครที่จะไป เราไม่แนะนำให้ไปคนเดียวเลย หาเพื่อนดีๆไปซักสองสามคน ชีวิตจะดีขึ้นมากๆ : )IMG_1754

คนแรกเลย ป๊อป
ตอนแรกนึกว่าจะหยิ่งๆจากหน้าตาและภาษาเขียน แต่พอมาเจอกันก็ได้รู้ว่ามันติงต๊องมาก
แล้วก็น่ารักยังกะเด็กอินเดียหน้าวัดญี่ปุ่นในพุทธคยา 555 ป๊อปนักเรียนไทยที่มาเรียนที่อินเดียจนแทบจะถูกกลืนเป็นคนอินเดียไปแล้ว
นิสัยมันอินเดียอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ ป๊อปเป็นคนที่มองโลกในแง่บวก ปรับตัวเข้ากับทุกสถาณการณ์ได้ดี
ป๊อปตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้เห็นและสนุกไปกับการเดินทาง ทำให้คนที่ร่วมเดินทางรู้สึกอิ่มไปด้วย
และสิ่งนี้มันทำให้ป๊อปมีความเป็นเด็กอยู่เสมอ ขอเรียกว่า Young at heart ละกันนะ
แต่ในความเป็นเด็กของป๊อปมันดันมีความเป็นผู้ใหญ่สูงมาก เหมือนคนที่ผ่านอะไรมาเยอะแยะแล้ว
ซึ่งเราว่าความเป็นผู้ใหญ่นั้นส่วนหนึ่งอาจมาจากการต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่
ความเสียสละป๊อปสูงมาก แถมในความกวนประสาทของป๊อบก็มีความอ่อนน้อมอยู่ด้วยอีก เอ้ออ ลงตัว
ทริปนี้จะไม่ประหยัดได้ขนาดนี้ และเอาชนะแขกได้ตลอดทริปขนาดนี้ถ้าไม่มีป๊อป
ไม่มีแขกคนไหนกล้าหือกับพวกเราก็เพราะป๊อป ทำให้เราเรียนรู้ว่า skill การอยู่กับแขกอย่างแท้จริงมันต้องเป็นแบบไหน
ขอบคุณมากนะไอ้เด็กแขก : )

คนที่สองคือเป้
ทริปนี้จะกลายเป็นทริปที่สยดสยองและน่ากลัวมากเพราะเราอาจจะต้องไปคนเดียว หรือไม่ทริปนี้ก็ไม่เกิดขึ้นเลยถ้าขาดเป้
ขอบคุณที่เข้ามาทักในโพสหาเพื่อนไปอินเดียของเรา จากที่ได้สัมผัสเป้เป็นคนตลกมาก และเตรียมพร้อมแบบสุดๆ
เป็นคนเตรียมทุกอย่างได้เป๊ะเว่อร์ๆ ทั้งวีซ่า,การฉีดวัคซีนรวมไปถึงทิชชู่และเจลล้างมือ
เป็นคนสะอาดมากๆ สิ่งที่เป้กลัวอย่างเดียวคือ Germ!  เวลาเด็กอินเดียมาห้อมล้อม
สิ่งแรกที่เป้ทำคือ ให้เด็กแบมือแล้วเอาเจลล้างมือใส่ให้ล้างก่อน ค่อยถูกตัวเป้ได้ ฮ่าๆๆ ใครจะไปคิดวะว่าจะมีคนแบบนี้อยู่ในโลก
ขอบคุณที่สร้างสีสันให้กับทริป และทำให้ทริปนี้มีเราครบทั้ง 3 คนนะ : )

มานาชี่
มานาชี่เพื่อนชาวอินเดียของป๊อป เราไม่มีรูปมานาชี่เลย แต่นางเป็นคนตลก
เป็นคนที่บอกว่าที่แขกเขาไม่เข้าห้องน้ำกันเพราะ พอเข้าไปแล้วออกมาจะกลายเป็น walking germ!
ดังนั้นฉี่ข้างนอก สะอาดกว่าฉี่ในห้องน้ำแน่นอน ฮ่าๆ

น้องยองเช่
เป็นสาวชาวเกาหลีที่ย้ายตามพ่อแม่มาทำธุรกิจที่นี่ เป็นเพื่อนสนิทมานาชี่และป๊อป
น้องยองเป็นเด็กน่ารักมากก แทบจะอยากพกกลับบ้าน เป็นแบบฉบับน้องสาวในฝันของทุกๆคนจริงๆ
เป็นครั้งแรกที่มีคนเรียกเราว่า ปอ ออนนี่ (พี่สาว) ว๊ายย ดีกว่า ปอ อาจุมม่าล่ะนะ ฮ่าๆๆ
เรียกได้ว่าเรารู้สึกเหมือนมีน้องสาวจริงๆอีกคน ไม่น่าเชื่อว่าเวลาแค่วันสองวันทำให้เรามีความรู้สึกดีๆให้กันได้มากแบบนี้
ขอบคุณที่ได้เจอกันนะจ๊ะน้องสาว

Untitled-1 water merge

ความเป็นอินเดียที่ยังเหลืออยู่

เฮนน่าที่ทำกับยองเช่ก็ยังคงอยู่มาถึงที่ไทยอีกเป็นอาทิตย์ มองแล้วก็คิดถึงจัง
ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เราออกเดินทางในครั้งนี้ เป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่ามากจริงๆ
บ๊ายบายอินเดีย เราจะได้เจอกันใหม่อีกหลายรอบแน่ๆบอกเลย : )

1966776_612856655462439_1005785359_n


Say hi :))

FB : facebook.com/mithuna27
IG : instagram.com/mithuna27
TW : twitter.com/mithuna27

ตามรอยตรัสรู้ เมืองพุทธคยา, อินเดีย (BODH GAYA)


First time in INDIA | อินเดีย จากที่ได้แต่คิด

PART II

(Bodh Gaya)

Bodh Gaya, Feel the faith under the Bodhi tree

**อ่าน Part แรกก่อนนะ @ http://mithuna27.com/th/india-first-time/
แค่ก้าวเข้ามา ก็รับรู้ถึงพลังแห่งศรัทธาใต้ต้นศรีมหาโพธิ์

ขอเปลี่ยนอารมณ์แปร๊ฟนะ ขอเป็นสาวจิตใจงาม มาอินในพระพุทธศาสนาจริงๆจังๆกันซักวันสองวัน
และใช้สำนวนการเขียนแบบที่ไม่ค่อยได้ใช้ในบทความอื่นๆ

ที่นี่เรามองเห็นผู้ศรัทธาในศาสนาพุทธทุกเชื้อชาติเดินทางมารวมกันที่วัดมหาโพธิ์ที่ๆพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้
ทั้งพระทิเบต พระไทยและคนธรรมดาที่นับถือในพระพุทธเจ้า มาค้างแรม สวดมนต์ นั่งสมาธิอยู่ที่นี่ ทุกคนดูตั้งใจ ทุกอย่างดูสงบเย็น
เราชอบสายตาของความศรัทธาของผู้คนที่มาที่นี่ มองเข้าไปเราเห็นความเชื่อในนั้น มันแรงกล้าจนเราขนลุก
ถ้าใครจะมาที่นี่ ขอให้มาด้วยความตั้งใจจะซึมซับจริงๆ มาด้วยความศรัทธา ระหว่างเดินทางมาก็ขอให้นึกถึง
ว่าเรากำลังจะมาในที่ที่ศาสดาเอกของโลก ทรงตรัสรู้ธรรมอันชอบ และสัจธรรมบนโลกนี้ ได้ด้วยตัวพระองค์เอง

9 hours on the train

ชีวิต 9 ชั่วโมงบนรถไฟ First Class รถไฟเตียงสองชั้นที่มีผ้าห่มสากยิ่งกว่าหนังช้าง
แต่แปลกที่เรากลับหลับสนิทเป็นตายภายใต้ผ้าห่มหนังช้างนั่นแบบไม่สนความน่ากลัวที่สถานีรถไฟ หรือเรื่องที่ตัวเองมโนไว้ทั้งหมด
มาตื่นอีกทีตอนนาฬิกาปลุก 7 โมง คนอินเดียส่วนใหญ่ตื่นกันแล้วล่ะ มองลงไปเห็นป้าแขกเตียงด้านล่างตื่นอยู่ก่อนแล้ว
แกนั่งเหมือนครุ่นคิดอะไรอยู่ริมหน้าต่าง สายตามองออกไปยังดินแดนอันกว้างใหญ่ด้านนอก
แสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านม่านสีแดงอิฐเข้ามาตกกระทบเข้ากับแกพอดี สลับกับเงาไม้ที่วิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เป็นภาพที่สะกดให้ต้องมองอยู่พักนึง ก่อนที่จะละสายตาจากแกออกไปยังพื้นที่กว้างใหญ่ด้านนอก

ทีนี้รู้สึกถึงความตัวเล็กของเราที่กำลังเดินทางพาตัวเองออกมายังโลกกว้างๆในดินแดนใหม่ ท่ามกลางผู้คนและวัฒนธรรมที่ไม่คุ้นเคย
ยาวออกไปเป็นผืนแผ่นดินกว้างสุดลูกหูลูกตา มีบ้านเรือนริมทางบ้าง มีเกษตรกรรมบ้าง บางช่วงก็มีแค่ผืนแผ่นดินแห้งแล้งไร้ซึ่งสิ่งปลูกสร้างใดๆ
ความรู้สึกแบบนี้แหละที่เราชอบมากที่สุด ความโล่งใจ สบายใจอย่างบอกไม่ถูก ในขณะที่หัวใจมันพองโตอยู่ข้างใน
รู้สึกว่ามันยังมีอะไรใหม่ๆที่เรายังไม่เคยได้เห็น ไม่เคยได้รู้สึกและสัมผัสกับมันอีกมากมายเหลือเกิน
ความรู้สึกโล่งสบาย ไม่ต้องเป็นกังวลอะไรสักอย่าง ทิ้งทั้งเรื่องงาน เรื่องหนักใจ ปัญหาความไม่สบายใจต่างๆ
มันช่างดูเป็นเรื่องเล็กน้อยจังเลยเมื่อเราได้เอาตัวเองออกมาจากตรงนั้น นี่ที่ผ่านมาเราเอาเรื่องเล็กๆเหล่านั้นมาใส่ใจให้ตัวเองไม่มีความสุขได้ยังไงนะ

ความรู้สึกแบบนี้เราเรียกมันว่า “ความรู้สึกของผู้ที่ได้ออกเดินทาง”

เราว่ามันไม่ใช่แค่ความรู้สึก อันที่จริงมันกลับมีผลอะไรบางอย่างเข้าไปถึงจิตวิญญาณ มันเหมือนได้เข้าใกล้ความเป็นธรรมชาติเข้าไปอีก
สิ่งที่มนุษย์ได้สร้างขึ้นที่เราคิดว่ามันยิ่งใหญ่ สิ่งที่เราจมอยู่กับมันมาโดยตลอดนั้น พอได้ออกมาสัมผัสกับธรรมชาติที่เป็นต้นกำเนิดของชีวิตจริงๆ
สิ่งเหล่านั้นมันกลับกลายเป็นเพียงแค่เศษผงเล็กๆไปในทันที

IMG_1917klove1891203_612547322160039_860922893_n-2

ใกล้ถึงพุทธคยาแล้วล่ะ เราลุกมาล้างหน้าด้วยทิชชู่เปียกกับน้ำขวดที่เตรียมมา
อยากเข้าห้องน้ำนะ แต่ดูสภาพแล้ว ไม่ไหวจริงๆ ทนไปเข้าที่วัดไทยที่นู่นเลยดีกว่า

DSCF5109 black

ในรถไฟก็ได้คุยกับคนอินเดียอีก เป้ให้ DOZO เขากิน เขาหักแบ่งกันชิมทั้งครอบครัวเลยแฮะ แล้วก็ให้ให้ช๊อกโกแล็ตกลับมา 1 ห่อใหญ่
จริงๆคนแขกก็ใจดีนะ น่ารักดี  เรานอนรถ First Class กันก็เลยเจอคนที่โอเค ตามฐานะสภาพกันไป
ใกล้ถึงพุทธคยาละ วิวข้างนอกดูเป็นวิวที่น่ามองมากขึ้น หลังจากที่เห็นแต่พื้นที่แห้งแล้งมาซักพัก

Funny Indian

9  โมงพอดี ถึงแล้วพุทธคยา
ลงมาปุ๊บก็ได้กลิ่นอะไรก็ไม่รู้ บรรยายไม่ถูก อบอวลทั่วสถานีไปหมด แล้วสายตาก็กวาดไปเจอต้นตอ ชัดเลยย! หนึ่งในที่มาของไอ้กลิ่นที่ว่านี้
‘คนยืนฉี่’ ยืนแบบเรียงกันที่กำแพงสถานี เรางี้หยิบกล้องออกมาถ่ายแทบไม่ทัน ตอนนี้เรามีรูปเด็กอึแล้ว ขาดอีกอย่างเดียวคือรูปคนฉี่นี่ล่ะ
พลาดมาหลายครั้งแล้ว ถ่ายไม่ทันซักที  ครั้งนี้เราต้องทำให้ Mission เรา Complete ให้ได้!!
และในที่สุดก็ทำสำเร็จ ถ่ายมาได้คนนึงแน่ะ Mission Complete แล้ววว ปรบมือออ!
1901272_611830742231697_1128825276_n-2

At the station with พี่แขก
เราเริ่มสัมผัสนิสัยของพวกเขามากขึ้นทีละนิดละ ในภาพลักษณ์ที่ใครๆก็มองว่าขี้โกง เรารู้สึกว่า เฮ้ย ก็มีความขี้เล่น อารมณ์ดี แฝงอยู่ในนั้นเหมือนกันนะ
ในรูปนี่คือเราจะถ่ายรูปกับโบกี้รถไฟ แต่พี่แขกด้านในดันแลบลิ้นปลิ้นตาใส่กล้อง เราเลยต้องเปลี่ยนใจมาถ่ายกับพี่แขกแทน
ซักพักก็เริ่มมาอีกคนสองคน ถ้าอยู่นานกว่านี้มีหวังได้ถ่ายกันครบทั้งโบกี้
DSCF5130 IMG_1878

Gimme more!

รีบขึ้นรถ Auto ไปหาวัดไทยกัน  การขับรถเหมือนเดิม บีบแตรกันดังสนั่นจนหูชา แล้วก็ปาดกันไม่กี่เซนเหมือเดิม
เอาจริงๆคนขับรถที่นี่ต้องเป็นคนที่มี skill การกะระยะเก่งมากๆอ่ะ  เหมือนจะขับทับวัวหลายรอบละ แต่ก็เฉียดไปแค่ปลายนิ้วมือ
โกลกาตาว่าลุ้นในการขับรถแล้ว ที่นี่ยิ่งกว่า ฝุ่นก็เยอะมากๆ กันดารสุดๆ ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อต้องนั่งประคองคอกันไป ไส้งี้แทบจะมารวมกันอยู่ที่เท้า
มีลำบากกว่านี้อีกไหม จัดมาาา!!

On the way to town & Cow’s poop

วัวเป็นสิ่งศักดิ์ แล้วอึวัวจะไม่เป็นสิ่งศักดิ์ได้อย่างไรจริงไหม ตรรกะถูกต้องทุกอย่าง ปอจะไม่เถียงค่ะ
ตามทางเห็นเขาเอาอึวัวมาใส่กำมือแล้วคลึงให้มันเป็นก้อนกลมๆแบนๆ ไงต่อ ก็แปะเข้าไปที่ฝาผนังนั่นแหละ
มันจะเป็นทรงเหมือนกุ้ยช่าย มีรอยนิ้วมือเบาๆเป็น Cow’s poop art เขาทำไปเพื่ออะไร เดาดิ??
เราไป search มา อึวัวนี่กันสิ่งชั่วร้ายเข้าบ้านได้ และดึงสิ่งดีๆเข้าบ้าน  จริงๆแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้นหรอก
ตอนเขาปั้นเขาใส่เศษฟาง เศษหญ้าแห้งๆลงไปด้วย ปั้นเป็นก้อนๆแล้วโปะๆเรียงรายกัน รอให้มันแห้ง พอมันแห้งมันก็หล่นลงมา
พอมันหล่นลงมา เขาก็เอามาทำเชื้อเพลิงใช้ในบ้าน เก็บไว้นานๆก็ได้ ทำอย่างนี้ก็จะมีเชื้อเพลิงใช้ไม่มีวันหมด
เชื้อเพลิงนี้ขายได้ จุดไฟได้ มีค่า มีราคา เป็นไงล่ะ ภูมิปัญญาล้วนๆ!

DSCF5154ไม่ได้ถ่ายรูปกำแพงอึวัวมา เพราะรถมันสั่นมาก ระหว่างทางถ่ายได้เท่านี้จริงๆ นี่คือรูปที่ดีที่สุดระหว่างทางเข้าเมือง

Thai temple & First Thai food

วัดไทยพุทธคยาและ อาหารไทยมื้อแรก

ถึงแล้ววัดไทย แค่เห็นตัวอักษรไทยก็รู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก เหมือนได้กลับบ้าน เหมือนได้เจอเพื่อน
เราจองกันมาก่อนหน้านี้แล้วผ่านทาง facebook ของทางวัด เขาบอกว่ามีห้องว่างอยู่พอสำหรับเราสามคน
แล้วก็เข้าไปคุยกับทางพระคุณเจ้า เอาหลักฐานต่างๆให้ท่านดู ก่อนที่ท่านจะพาไปยังห้องพัก

วัดไทยพุทธคยา
ถือเป็นวัดไทยแห่งแรกในประเทศอินเดีย
เกิดจากรัฐบาลอินเดียจัดฉลองพุทธศตวรรษหรือ พุทธชยันตี (วันวิสาขบูชา) พ.ศ. 2500
พี่แขกเขาก็เชิญชวนชาวพุทธทั่วโลกมาร่วมสร้างวัดในแบบของตัวเองไว้ในพุทธคยาดินแดนต้นพุทธอุบัติภูมิ โดยประเทศไทยเนี่ยได้ทำการตอบรับและเข้าไปสร้างวัดเป็นชาติแรกนั่นก็คือวัดไทยพุทธคยาแห่งนี้นั่นเอง
แล้วใกล้ๆนี้ก็ยังมีวัดญี่ปุ่น วัดทิเบตอีก เดี๋ยวตามไปดูกัน

DSCF5158

ระหว่างรอก็มีควานช้างขี่ช้างเข้ามา พระคุณเจ้าก็ให้น้ำมันกิน กินไปกินมามันก็เล่นใหญ่เลย
ท่านเลยฉีดน้ำให้มันได้เล่นสนุกสนาน น่ารักกกก <3
DSCF5162

ร้านที่นี่อยู่ในวัด ด้านหน้า ชื่อร้าน ‘ตักบาตร’ นั่งคุยกันกับพี่ที่ดูแลร้านอยู่พักนึงเลย แบบว่าคิดถึงคนไทย
สั่งอาหารไทยมากิน มื้อแรกตั้งแต่มาอินเดีย คิดถึงแทบขาดใจจจ  เข้าใจอารมณ์มั๊ย ที่ผ่านมา กินโรตี กินแกง กินแป้งมันๆชีสๆ
คิดถึงข้าวววว อยากกินข้าววววว ข้าวหอมๆนุ่มๆ ไข่ดาวทอดแบบกรอบนอกนุ่มในแบบไทยๆ ที่เหมือนจะ overcook แต่มียางมะตูมข้างใน
กินเข้าไปคำแรกน้ำตาจะไหลรินน

DSCF5171

The best toilet, I almost tear

คือห้องน้ำมันมี “ที่ ฉีด ก้นนนน” ด้วยยยยยย ขอน้ำตาไหลอีกที T-T

จากที่ผ่านๆมา ห้องที่นี่ดีม๊ากกที่สุดแล้ว มี 5 เตียง นอนกันเข้าไปสิ ห้องน้ำก็ดี๊ดี ปลื้มมม
(ขอโทษทีที่ post นี้สัญชาติญาณการ snap ภาพไม่ค่อยจะมีละ พลังหมด เลยลืมถ่ายห้องมาซะงั้น)

โอเค เป็นปลื้มกับที่ฉีดก้นในห้องน้ำไปแล้ว เอาของเก็บแล้ว ถึงแม้เตียงมันจะยั่วกิเลศให้เราลงไปนอนสลบแค่ไหนก็ต้องตัดใจ
ออกเดินทางไปพระมหาเจดีย์กันเถอะ

Bodh Gaya people

ระหว่างทางเราก็ได้เห็นวิถีชีวิตคนท้องถิ่นของที่นี่ ถนนใหญ่ที่นี่จะเป็นถนนลาดยางเก่าๆเต็มไปด้วยฝุ่น
ทั้งสองข้างเต็มไปด้วยมีพ่อค้าแม่ค้าตลอดทาง อยากซื้ออะไรก็หยิบมาปัดๆฝุ่นซักหน่อยก่อนก็ถือว่าใช้ได้

มาเริ่มด้วย ‘ช่างตัดผม’  ตัดกัน Outdoor ชิลลอย่าบอกใคร
บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ก็ reuse กันไปตามหลัก 3R (reduce reuse recycle ที่นี่เค้าใช้กันครบทั้ง 3R กันไปเลย)
จะขวดน้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาล้างคราบเปื้อนอะไรก็ได้ที่หมดแล้ว เอามาใส่น้ำฉีดหัวคนได้หมดค่ะ
ร้านนี้เราขอถ่ายรูปไปตามมารยาทอย่างที่ทำทุกที แต่พี่แกพูดอะไรไม่รู้ เราฟังไม่รู้เรื่อง เลยใช้หลักมโนไปเองว่าไม่ส่ายหัวคือถ่ายได๊
ถ่ายๆไปพี่แกดันหันมาเห็น หน้าของพี่แกโหดจนขนแบบลุกวูบ ในใจคิดว่า เอาแล้ว จะโดนแขกด่าก็คราวนี้ล่ะ
แล้วพี่แกก็เล็ง Foggy บรรจุภัณฑ์ reuse มาใส่หน้าเรา เราเลยกด shutter ถ่ายรัวๆ
จากนั้นพี่แกเห็นเรายังถ่ายอยู่ ก็กดบรรจุภัณฑ์ reuse ฉีดๆๆฟี๊ดๆๆใส่ เล่นเอาเราหมุนตัวเอากล้องหลบแทบไม่ทัน
นี่พี่จะเล่นสงกรานต์กับหนูใช่ไหมคะ รู้น้อยไปซะแล้วค่ะพี่ นี่มันเทศกาลของประเทศหนูนะคะ เดี๋ยวหนูก็เปิดเพลงเต้นกับเพื่อนตรงนี้ซะเลย
(ไม่ฉีดน้ำกลับหรอก น้ำขวดหนูมีค่ามาก เอาไว้กินอย่างเดียวเท่านั้น ขาดไปตายอย่างเขียดคร่า)
สรุปแล้วโดนน้ำนิดหน่อย น้ำปริศนา.. น้ำอะไรก็ไม่รู้สีเหลืองๆในขวดนั่น.. ก็เอาทิชชู่เปียกเช็ดกันไป เขาฉีดหัวเพื่อนเขาได้ มันคงไม่เป็นไรหรอก
โดนแค่น้ำ ก็ยังดีกว่าโดนเขวี้ยงมาทั้งบรรจุภัณฑ์ล่ะนะ
แต่ดูหน้าพี่แขกแล้วเขาก็ยิ้มๆอยู่นะ เหมือนแอบสนุกเบาๆ เสียดายที่เขาพูดอะไรเราไม่รู้รื่อง เลยเดาไม่ออกว่าเล่นหรือไล่
แต่ถ้าไล่ก็ไปก็ได้ ถ้าพี่จะไล่หนูคิ้วท์ขนาดนี้อ่ะนะDSCF5217

นี่ก็อีกร้านใต้ร่มไม้ ร้านนี้ใจดีทั้งคนตัด และลูกค้า ดูเหมือนจะชอบถ่ายรูปกันหมด
เขาชวนคุยเรื่องเทศกาลโฮลี ว่าเล่นโฮลีไหมเดี๋ยวเขาจะเอาสีมาสาด เราก็บอกว่า never mind, never mind.
ถึงจะอัธยาศัยดีแต่ก็ถ่ายมาได้นิดเดียว เพราะเขาเริ่มมาขำกับเราจนไม่ค่อยมีสมาธิละ เรากลัวเขาจะตัดพลาดไปโดนหูพี่ที่นั่งอยู่ ฮ่าๆDSCF5609

ใครๆก็เทินของขึ้นหัวกันหมดแหละ
โดยเฉพาะสาวๆนี่อย่าได้ไป Underestimate ! เขามีวิธีของเขา ซึ่งเขาจะบอกเลยว่า มันดีกว่าการยกเย้อออ

DSCF5650

ขนมรู!!
นี่คือขนมอินเดีย จริงๆมันชื่อ ปานิปุริ (Pani Puri) มันจะเป็นก้อนแป้งทอดกรอบกลมๆกลวงๆ เวลาจะกินคือเอานิ้วโป้งยัดเข้่าไปให้เกิดเป็นรูๆ (ก็เลยเรียกขนมรูซะเลย 55) แล้วเอาน้ำซอสหยอดเข้าไปแล้วกิน (ซอสประกอบด้วย มันฝรั่ง ถั่วลูกไก่ หอมใหญ่ น้ำมะขามและอื่นๆแล้วแต่สูตร) อันนี้ไม่ได้ลองอ่ะ เห็นพี่แกเอานิ้วโป้งบรรจงยัดเข้าไปแล้วใจไม่กล้าพออออ
ps.เหมือนกำลังโดนคนจับได้ว่าแอบถ่ายรูป >.<DSCF5201 DSCF5603

Souvenir ของฝากคิ้วท์ๆ

ข้างทางมีแหวนกำไลให้เลือกเยอะแยะอยู่ เราเลือกปิ่นมา ps. แหวนด้านล่างนี่ซื้อมาจากโกลกาตา เราชอบนะ น่ารักดี
เครื่องประดับจะเป็นพวกหิน ลูกปัดซะส่วนใหญ่ ซื้อที่นี่ถูกมาก ตอนเราไปเลห์ ลาดักห์ แพงกว่าเป็นเท่าตัว แถมที่นี่ยังต่อได้อีกนะ
DSCF6939-2
**“มานี่ โคโล”
**เป็นของฝากที่มีประวัติตลกดี
แต่เป็นอันที่ซื้อมาแล้วใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้เลย ฮ่าๆๆ ไม่แนะนำให้ซื้อฝาก แต่ซื้อมาเก็บเองก็น่ารักออยู่
เราเห็นคนทิเบตเขาสวดมนต์แล้วหมุนอันนี้ไปด้วยแต่อันใหญ่มาก ออกมาข้างนอกเจออันจิ๋วๆแล้วน่ารักดี เลยซื้อมา
เราเอาไปนั่งหมุนเล่นในร้านกาแฟ (นั่งเล่น free wifi อยู่น่ะเอง) พระทิเบตเห็นเข้าเลยบอกให้ฟังว่ามันเรียกว่า ‘มานี โคโล’
มันก็คือ Prayer wheels เป็นเครื่องประกอบการสวดมนต์ของชาวทิเบต เอาไว้หมุนๆๆระหว่างการสวดมนต์
ด้านในมีมันตราหรือบทสวดมนต์เขียนว่า ‘อม มานี เปเม ฮง’ เขียนต่อๆกันเป็นกระดาษแผ่นยาวๆ ม้วนขดเอาไว้

สรุป** “มันคือเครื่องทุ่นแรงในการสวดมนต์นั่นเอง”**
อย่างเกร๋อ่ะ คิดดูนะ เราสวดแค่รอบเดียว แต่หมุนมานีโคโลซึ่งมีบทสวด 3000 จบม้วนอยู่ด้านใน 1รอบ
นั่นถือว่าเราสวดไป 3001 จบแล้ว หมุนสี่รอบคือสวดไป 12,001 จบเลยนะ บร๊ะะะ ล้ำเว่อร์
นี่เขาคิดกันมานานแล้วตั้งแต่สตี๊ฟจ๊อบยังไม่ได้เริ่มคิดเรื่องคอมพิวเตอร์เลยนะ ฉลาดสุดๆอ่ะ นั่ลลั๊ค

DSCF6934-2

The Goat as a Pet

เดินไปไหนก็เจอแต่คนจูงแพะเหมือนเป็นสัตว์เลี้ยง เดินเล่น ชิคๆคลูๆ ที่นี่เขาไม่เลี้ยงหมากันหรอกนะ มันกินไม่ได้ ฮ่าๆๆ

DSCF5405DSCF5173 DSCF5197

Colour-Block Style

สาวอินเดีย
พวกนางชอบใส่ส่าหรีสีสันสดใส โดยเฉพาะเด็กๆนี่จะใส่ได้สองชิ้น ดังนั้นก็เพลินขุ่นแม่ล่ะค่ะ พวกลูกๆก็จะโดนจับใส่สีที่ตัดกันสุดชีวิต
หันไปแบบไม่เตรียมใจอาจได้ตาบอด เหลือง-ชมพู น้ำเงิน-ส้ม นำ Trend Color-block สุดๆ
หรือจริงๆ Trend นี้อาจจะได้แรงบันดาลใจมากจากพวกนางก็เป็นได้นะ ทักษะคนที่นี่เลือกสีเป็นเลิศนะคะ ไม่ใช่แค่เฉพาะผู้หญิงด้วย
เรียกได้ว่าจากไกลๆนี่เห็นเสื้อมาก่อนโครงหน้าอีกค่ะ น่าร๊ากก
สีที่พวกนางโปรดที่สุดและเห็นบ่อยสุดคือสีแดงกับชมพูค่ะ บางคนที่ใส่สีอื่นก็จะแอบมีการใช้ item สีแดง, ชมพู ให้เห็นอยู่บ่อยๆ

DSCF5225

ต่อจากนี้จะมีพุทธประวัติเป็นหลักละนะ  ลุยยย

Bodh Gaya (Mahabodhi Temple)

Place of Buddhas Enlightenment

พุทธคยา หรือ วัดมหาโพธิ์ ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโกด้วยนะ
ที่นี่อยู่ในอำเภอคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ไกลออกมาทางทิศตะวันตกของแม่น้ำเนรัญชรา 350 เมตร
*(ยังจำได้ไหม แม่น้ำเนรัญชรา ก็คือแม่น้ำที่พระพุทธเจ้านำถาดข้าวมธุปายาสของนางสุชาดามาลอยเสี่ยงบารมี อธิษฐานว่า
หากได้บรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ขอให้ถาดไหลทวนกระแสน้ำขึ้นไป ซึ่งถาดได้ไหลทวนกระแสน้ำขึ้นไปจริงตามคำอธิษฐาน)

4 steps of Bodh gaya’s history
~พุทธศัตวรรษที่3 พุทธคยาได้ถูกสร้างขึ้นและได้รับการบำรุงรักษาเรื่อยมา (Made in สมัยพระเจ้าอโศก)
~พุทธศตวรรษที่ 17 ถูกทำลายโดยกองทัพมุสลิมที่บุกเข้ามา แล้วจากนั้นก็โดนปล่อยทิ้งร้างเนิ่นนาน (Damaged by Muslim Army)
~พศ 2133 ถูกฮินดูครอบครองและพยายามดัดแปลงเป็นวัดฮินดู* (Dominanced by โคเสนฆมัณฑิคีร์ นักบวชชาวฮินดู)*
~พศ 2417 กษัตริย์พม่าเข้ามาขอทำการบูรณะปฏิสังขรณ์บางประการ  (Powered by พระเจ้ามินดง กษัตริย์พม่า)

4 important things in Bodh gaya
สิ่งระรึกถึงที่สำคัญมี 4 อย่างหลักๆคือมหาโพธิ์เจดีย์, พุทธเมตตาด้านในเจดีย์, แท่นวัชรอาสน์ และต้นศรีมหาโพธิ์

ก่อนจะเข้าต้องฝากของ ฝากกล้องให้เรียบร้อย ใครจะเอากล้องเข้าให้จ่ายเงินค่ากล้องด้วย 100รูปี (50บาท)
แต่มือถือห้ามนำเข้ามาเด็ดขาด ให้ฝากไว้ด้านนอกเท่านั้น
เป็นระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่ และป้องกันการเกิดเสียงโทรศัพท์รบกวนภายในบริเวณสถาณที่ศักดิ์สิทธิ์นี้
ส่วนรองเท้าแนะนำให้ใส่ถุงพลาสติกยัดใส่กระเป๋าเข้าไปด้วย ไม่งั้นหายหมดโดยเฉพาะยี่ห้อแมสๆ NIKE Adidas

มหาโพธิ์เจดีย์

เป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมสูงประมาณ 51 เมตร มีสองชั้น ชั้นล่างเป็นที่ตั้งของพระพุทธเมตตา เป็นที่กราบไหว้บูชา ชั้นที่สองเป็นห้องเจริญภาวนา

DSCF5257 DSCF5263

Buddha Metta

พระพุทธเมตตา
เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยแบบศิลปะปาละ เป็นตัวเทนของพระพุทธเจ้าตอนที่บำเพ็ญเพียร เอาชนะหมู่มารแล้วได้บรรลุธรรมค่ะ 

เรื่องเขา เล่ามา
พระพุทธเมตตาเป็นพระพุทธรูปที่รอดจากการทำลายของพระเจ้าศศางกา(กษัตริย์ชาวฮินดู) อายุราว 1,400 ปีแล้ว
พระเจ้าศศางกาไม่ต้องการอยู่ภายใต้การปกครองของแคว้นมคธ จึงตีพุทธคยาซึ่งเป็นหัวใจของชาวพุทธ และสั่งให้เผาทำลายทั้งต้นโพธิ์และพระพุทธเมตตาทิ้ง เรียกได้ว่าการทำลายครั้งนี้ถูกสั่งให้ตัดกิ่งก้านสาขา ส่วนรากทั้งหมดไม่ว่าจะชอนไชไปที่ใดให้ขุดเผาไม่ให้เหลือ แต่เสนาบดีที่รับคำสั่งมาทำลายพระพุทธเมตตา ดันเกิดความศรัทธาขึ้นมา จึงทำการโบกอิฐปูนบังพระพุทธเมตตาและแท่นบูชาเอาไว้แทน เมื่อเสนาบดีทำการซ่อนเร็จแล้ว ก็ไปทูลบอกพระเจ้าศศางกาว่าได้ทำลายพระพุทธเมตตาจนสิ้นไปแล้ว พระเจ้าศศางกาได้ฟังแทนที่จะดีใจ กลับเสียใจมากจนเลือดไหลออกปากและจมูก ล้มลงสิ้นใจ ณ ที่แห่งนั้น เป็นวันที่ 7 นับจากได้ทรงสั่งให้เผาทำลายพอดีค่ะ

ที่นี่คนจะเข้ามาสวดมนต์และนั่งสมาธิบ้าง แต่น้อยกว่าข้างนอกเพราะที่เล็กและแคบ เวลามีนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มเข้ามาจะแน่นมาก ดังนั้นพระคุณเจ้า หรือเจ้าหน้าที่ที่ดูแลที่นี่จะไม่ค่อยให้มานั่งนานๆเท่าไหร่ ส่วนใหญ่คนจะเอาจีวรมาถวายให้ พระคุณเจ้าที่ดูแลก็จะนำมาเปลี่ยนให้พระพุทธเมตตาเลย (ดูตามรูปที่สองท่านกำลังเปลี่ยนจีวรให้พอดี) ผ้าที่ใช้ต้องนำมา 3 ผืน เป็น สบง จีวร และสังฆาฏิ สบงและจีวรมักเป็นผ้าเรียบๆไม่เล่นลายมาก ถ้าจะเน้นความสวยงามมักเล่นลายที่สังฆาฏิ ในส่วนสังฆาฏินี้จะนำมาพาดจากไหล่ด้านซ้ายลงมา ของบางคนเป็นผ้าลูกไม้ลายละเอียดสีทองปักพลอยเป็นประกายเข้ากับรัศมีด้านหลัง สวยงามดีค่ะ

DSCF5265 DSCF5576

The Bodhi tree 

ต้นพระศรีมหาโพธิ์ และแท่นวัชรอาสน์

ต้นปัจจุบันนี่ไม่ใช่ต้นเดิมที่พระพุทธเจ้าประทับในวันนั้นนะ เป็นต้นที่ 4 แล้ว จากแต่ก็เป็นหน่อจากต้นเดิมสืบต่อๆมา
ต้นแรก เรียกว่าเป็นสหชาติ คือเกิดวันเดียวกับที่พระพุทธเจ้าประสูติ อยู่มาได้ 352 ปี
ถูกทำลายโดยพระชายาของพระเจ้าอโศกเพราะความอิจฉาที่พระเจ้าอโศกดูแล สนใจ ต้นไม้นี้มากกกว่านาง
ต้นที่สอง Powered by พระเจ้าอโศกจากหน่อของต้นเดิม อายุประมาณเกือบ 900 ปี
ถูกทำลายโดยพระเจ้าศศางกาอย่างที่ได้เล่าไปข้างบน
ต้นที่สาม Powered by พระเจ้าปูรณวรมา เข้ามาตีทัพพระเจ้าศศางกาและนำหน่อต้นเดิมมาปลูกใหม่ ต้นนี้อายุประมาณ 1,278 ปี
เค้าว่ากันว่าล้มลงโดยอายุขัยของมันในสมัยที่อินเดียเป็นอาณานิคมอังกฤษ
**ต้นที่สี่ **คือต้นปัจจุบันนี้ Powered by นายพลเซอร์ อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม พศ.2423 ครั้งนี้เขานำหน่อมาปลูกเพิ่มเป็น 3 ต้นกันเลย

DSCF5287 DSCF5281 DSCF5325 copy

ต้นโพธิ์นี้จะอยู่ทางด้านหลังของพระเจดีย์ ตอนเราไป ถึงแดดจะร้อนแต่มีลมเย็นๆพัดมาตลอด
และแปลกที่พอไปอยู่ใต้ต้นโพธิ์แล้วรู้สึกเย็นสบายมาก ต้นโพธิ์แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงากับผู้คนที่สวดมนต์ไหว้พระอยู่ด้านล่าง
แนะนำให้เตรียมบทสวดไปเองนะ ใครไม่ได้เอาไปก็ไปเดินจงกรมรอบๆก็ได้

ส่วนแท่นวัชรอาสน์จะอยู่ใต้ต้นโพธิ์ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยกำแพง
คนส่วนใหญ่จะเอาหน้าผากมาแตะที่กำแพงแล้วหลับตา แล้วตั้งใจอธิษฐานด้วยจิตมุ่งมั่น
ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยพลังความเชื่อและความศรัทธา, ความสงบนิ่งและความเย็นของสายลม
พื้นหินอ่อนเย็นๆและร่มเงาต้นโพธิ์ทำให้เราสามารถนั่งอยู่ที่นี่ได้เป็นวันๆ

DSCF5388

The Faith

จะวรรณะหรือเชื้อชาติไหนก็ไม่มีใครแบ่งแยก ทุกคนมาที่นี่ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาเหมือนกัน
บางคนสวดมนต์นั่งสมาธิ บางคนเดินจงกรม บางคนอ่านหลักธรรม ส่วนบางคนก็นั่งนิ่งๆตามองไปยังกิ่งก้านของต้นโพธิ์เหมือนในใจนั้นครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

DSCF5294DSCF5293 DSCF5316DSCF5391

โซนพระทิเบต

ออกไปด้านหลังจะเป็นโซนของพระทิเบต เวลาเขาสวดทำพืธีจะมีเครื่องดนตรีประกอบด้วย
ทั้งเครื่องเป่าที่ทำเสียงคล้ายๆปี่ และเครื่องตีที่ลักษณะคล้ายๆกลอง ฟังแล้วก็เพลินๆดีเหมือนกัน
รูปด้านล่างเป็น shot ที่เราชอบมาก เป็นรูปที่ลามะน้อย (ลามะเป็นศัพท์เรียกพระทิเบต) หันมาเห็นเราถ่ายรูปแล้วยิ้มให้
snap ทันพอดี : )
อยากจะเล่าเรื่องลามะอีกหน่อย แต่เดี๋ยวเก็บไว้เล่าตอนปิดท้ายดีกว่า

DSCF5449DSCF5419DSCF5434 DSCF5396DSCF5480 zIMG_2096-2

โซนพระไทย

พระไทยก็จะอยู่อีกโซนนึง แบ่งโซนกันเพราะสวดและทำพิธีคนละอย่างกัน
พระทิเบตจะทำพิธีกันช่วงกลางวัน ส่วนพระไทยจะทำพิธี สวดมนต์กันกันช่วงกลางคืน
ตอนกลางคืนเรามาเดินจงกลมที่นี่ ได้ยินเสียงพระไทยสวดมนต์กันด้วยความพร้อมเพรียง เสียงสวดนั้นไพเราะมากๆ
ดีที่เราพอรู้คำแปลของบทสวดมนต์บ้าง เลยอินได้ไม่ยากนัก แต่เราว่าแม้ไม่รู้คำแปล ก็คงรู้สึกอะไรบางอย่างได้อย่างแน่นอน

DSCF5581

พระจากที่อื่นๆ

zDSCF5495-2

จบแล้วสำหรับ Part อิ่มอกอิ่มใจ จากนี้จะมาดูโดยรอบกันบ้างละนะ

Local Market

มีขนมทอดของอินเดีย ไก่ทอดที่แค่จ่อที่ปากก็รู้สึกถึงรสเครื่องเทศที่อัดแน่น
กินเข้าไปก็รสชาติแบบที่คาดหวังไว้ เครื่องเทศเด็ดดวงสุดๆ มาอยู่กินที่นี่ซักเดือนใครไม่มีกลิ่นตัวออกเราก็ไม่รู้จะพูดไงละ

DSCF5513DSCF5515

ให้ถึงที่สุด

ที่นี่เขาจะใช้รองเท้ากันจนถึงที่สุด
พังแล้วก็เลือกที่จะซ่อมใหม่ก่อนจนกว่าจะซ่อมไม่ได้ถึงซื้อใหม่
(ไม่ก็เลือกที่จะขโมยตรงที่ถอดรองเท้าในวัดมหาโพธิ์เหมือนทีน้องเราโดนไป)

มีร้านซ่อมรองเท้าโลคอลที่พอหันกล้องไปก็ชูสองนิ้วให้เหมือนเดิม ตามสไตล์คนอินเดีย
โอ๊ยชอบจัง ประเทศที่ไม่ต้องมาคอยหลบกล้องหรือทำหน้าบูดใส่เวลาเราถ่ายรูปเนี่ย
เผลอๆเรียกไปถ่ายรูปตัวเองอีกตะหาก ช๊อบบชอบ
DSCF5521

วัดไทยอยู่ห่างจากวัดมหาโพธิ์ประมาณ 500 เมตร เราจึงเดินทางกันโดย Rickshaw ประมาณ 5 บาท 10 บาทเท่านั้น
เพลินนนน~

DSCF5402

Japanese Temple

วัดญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นก็เป็นอีกประเทศที่เข้ามาสร้างวัดที่นี่ตั้งแต่เมื่อรัฐบาลอินเดียได้เชิญชวนไป
เขาสร้างประพุทธรูปแบบญี่ปุ่นองค์ใหญ่มาก หันหน้าไปทางทิศตะวันออก
ภายในวัดมีพระพุทธรูปของบุคคลสำคัญทางศาสนาหลายองค์ เช่นพระอานนท์ พระอัสชิ
ตอนเราไปเป็นตอนเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะตกพอดี มองจากด้านหน้าเข้าไปเป็นภาพที่สวยงามมาก

DSCF5539

เด็กอินเดีย

ไหว้พระกันเสร็จแล้ว วัดปิดพอดี  กำลังจะออกมากันก่อนที่เขาจะปิดประตูวัดขังเราไว้ข้างใน

“มหาราจา มหาราจาา”

มองไปที่ต้นเสียงคือกลุ่มเด็กอินเดียที่มารวมตัวกันนั่งอยู่ตรงทางออก
เอาล่ะค่ะ ได้ยินกิตติศัพท์มากนักต่อนักว่ารอดยาก ให้เงินคนนึงมากันอีกเป็นโหลค่ะ ทั้งรุมทั้งอะไร น่ากลัวมากจากที่ได้ฟังมา
น้องๆพากันเรียกมหาราจา อาจารย์มหาราจากันใหญ่ เกิดมายังไม่เคยรู้สึกยิ่งใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลย ฮ่าๆ
เพื่อนเราเอาลูกอมที่เตรียมไว้ให้ไปก็ได้รอยยิ้มกลับมาอย่างที่เห็น เราเล่นกันอยู่แป๊บนึงและรู้สึกว่าพวกเขาน่ารักและดูมีความสุขดีจัง

แต่กว่าจะจากกันนี่ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ว่าจะเดินไปไหนน้องก็เดินตามออกมากันทั้งโหลนั่นแหละ อารมณ์เหมือนแม่ไก่กับลูกเจี๊ยบ
ขึ้นริกชอว์แล้วก็ยังเดินตามอยู่ ตัวสุดท้ายที่หลุดออกไปได้นี่เกาะตามริกชอว์มาพักนึงเลย (ขอเรียกเป็นตัวนะมันน่ารักดี)

ขอบคุณสำหรับรอยยิ้มวันนั้นนะ

DSCF5565

กลับกันแล้วเดี๋ยวไม่ทันรถไฟ
นี่คือร้านตักบาตรที่อยู่ข้างในวัดไทยพุทธคยา และพี่ที่มาช่วยงานที่นี่ที่อุตส่าห์พาเราไปทัวร์รอบดึกและเล่าประวัติต่างๆให้เราฟัง
ก่อนออกมาก็ถวายปัจจัยหลวงพี่ไป เพราะที่พักนี่พักฟรี กินก็กินฟรี ดังนั้นใครที่มาที่นี่ก็ขอให้ถวายเป็นค่าน้ำค่าไฟหน่อยก็ดีนะคะ : )

DSCF5617

กว่าจะออกมาได้มัวแต่ยืดยาด มารู้ตัวอีกทีก็ออกช้าไปละ
รีบเรียก Auto ไปสถานีรถไฟแล้วให้ซิ่งแบบด่วนๆ ณ จุดๆนี้ ต้องขอบคุณป๊อปอีกทีที่สื่อสารกับคนอินเดียได้อย่างน่าเกรงขาม

“ใบย่า จะโรๆ”

คือ “พี่ๆรีบไปเร็วๆ” ได้ยินคำนี้จากป๊อปจนจำได้แล้ว แต่เสียงเรายังโหดไม่เท่า ยังต้องฝึกอีกเยอะถึงจะไปต่อรองอะไรกับพวกแขกได้ พวกนี้ถ้าเราไม่ข่มเขา เขาก็จะข่มเรา ป๊อปกล่าว

ทริปนี้ถ้าไม่มีป๊อปเราว่าเราโดนหลอกกระจาย โดนโกงกระจุยแน่นอน อย่างเราจะไปสู้ใครเขาได้ ยิ่งมานี่ยิ่งเข้าใจว่าสกิลเรายังไม่ถึง ดีนะไม่ตัดสินใจมาคนเดียว ป่านนี้เป็นไงก็ไม่รู้ ไม่อยากจะคิดเล๊ยย
DSCF5619

ขอบคุณที่หันมายิ้มให้กันตลอด

อยากให้ใครยิ้มให้ แค่หันกล้องไปหาเขา แค่นั้นเลย รู้จักเป็นนางแบบตั้งแต่เด็กเลยนะเราอ่ะ
แต่ขอบคุณหลายๆคนที่ทำให้เวลาเราหันกล้องไปหาแล้วก็เกิดเรื่องดีๆที่ทำให้เราได้จดจำ
บ๊ายบายพุทธคยา

DSCF5645 DSCF5646
  เรามาจบ Post นี้ด้วยเรื่องบันเทิงๆซักหน่อยดีกว่า
(มีภาษาไม่เหมาะสมคำไหนหลุดมาโปรดอภัย นี่สแกนออกไปจากสมุดบันทึกจริงบ้างแล้วนะ ฮ่าๆ)

LAMA

ลามะตามวิกิแปลว่า อาจารย์ผู้ที่น่านับถือทางจิตวิญญาณ  
ชุดที่ใส่ด้านในจะใส่เป็นเหมือนเสื้อแขนกุดโชว์กล้ามแขน จีวรเป็นสีแดงอิฐ ผ้าที่ใช้ห่มด้านนอกเป็นสีเหลืองส้มหรือแดงอิฐเช่นกัน
ตอนอยู่ในพิธีกรรมลามะน้อยจะห่มผ้าสีแดงอิฐ ลามะที่โตแล้วจะห้มสีเหลืองส้ม
ลามะหนุ่มๆทุกรูปที่เราเห็นจะหุ่นดีกันมาก แม้แต่มีอายุแล้วก็ยังคุมรูปร่างกันได้อยู่ ไม่มีรูปไหนที่อ้วนเลย
พอเราเดินไปตรงที่เขาพำนักกันก็ได้รู้ว่าทำไม เราเห็นเวลาเขาไหว้ เขาไหว้ไปทั้งตัว ยืนขึ้น คุกเข่า แล้วราบตัวลงไปด้านหน้า
กลับขึ้นมาคุกเข่า แล้วยืนขึ้น แล้วทำใหม่แบบนี้ไปเรื่อยๆ กล้ามเนื้อมันต้องแข็งแรงกันบ้างแหละ
อีกอย่างคือ เขาเล่นกีฬากันได้ โดยเฉพาะฟุตบอลเป็นกีฬาที่เราเห็นเขาเล่นกันบ่อยที่สุด คล่องแคล่วกันมากๆคร่ะ

พระลามะเขาจะมีความขี้เล่นกันมากๆ เราหันกล้องไปก็เล่นกล้องตลอด
อย่างรูปด้านล่างนี่คือถ่ายที่ด้านหน้าทางเข้า มีขบวนรถของพระทิเบตกำลังขับเข้ามา เรากำลังถ่ายรูปกลุ่มลามะที่นั่งอยู่ด้านบนหลังคารถ
เขาเห็นปุ๊บก็เล่นกล้องทันที ทั้งชูนิ้วทั้งโบกมือให้ แล้วพากันหันมาหัวเราะกันหมด เป็นโมเม้นท์ที่น่ารักดี

DSCF5525

ก่อนจะออกมา เราเห็นลามะรูปนี้หลับตาสวดมนต์อยู่ด้านข้างระหว่างทางเดินออกไปด้านนอก
เราเลยยกกล้องขึ้นมาถ่ายเอาไว้ ท่านลืมตาขึ้นมาเห็นพอดี หน้าท่านดูดุๆ เราเลยจะขอโทษแล้วรีบไป
แต่ท่านกวักมือให้เข้าไปหา เราก็เดินเข้าไปด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ท่านหยิบๆอะไรบางอย่างในหนังสือที่วางอยู่ด้านข้างออกมา
มันคือใบของต้นพระศรีมหาโพธิ์  แล้วท่านก็ยื่นใบโพธิ์ใบนั้นให้ด้วยใบหน้ายิ้มๆ เรางี้หุบยิ้มไม่อยู่เลย
กล่าวขอบคุณท่านแล้วก็เดินออกมากัน
ใบโพธิ์ใบนั้นเราเอามาแปะไว้ในสมุดโน๊ต จนตอนนี้ก็ยังเก็บไว้อยู่ ขอบคุณมากๆนะคะ : )

DSCF5510

จบแล้วพุทธคยา เราสบายใจมากๆเลยที่ได้เดินทางมาที่นี่ เหมือนชีวิตช้าลงไปอีกนิดนึง
อยากจะอยู่นั่งสมาธิอีกซักหน่อยแต่ก็ต้องไปแล้ว เมืองต่อไปที่ต้องเผชิญเป็นเมืองที่แตกต่างกับที่นี่อย่างสิ้นเชิง
ทุกอย่างรวดเร็วและโกลาหลมากๆ เวลาจะเดินเร็วขึ้นละนะ, พาราณสี เมืองแม่น้ำสวย : )

Please continue reading part3 @http://mithuna27.com/th/fall-for-ganga-river-varanasi/


Say hi :))

FB : facebook.com/mithuna27
IG : instagram.com/mithuna27
TW : twitter.com/mithuna27

First time in INDIA | อินเดีย จากที่ได้แต่คิด

PART I

(Kolkata  & Santiniketan)

I.I  วู้ฮู้วววววว โกลกาต้า, มาถึงละนะ “อินเดีย”

1899676_612066682208103_1386974497_oS-2l

ทำไมต้องอินเดีย

ประเทศอะไรล่ะจะสุดโต่งในทุกๆด้านได้เท่าอินเดีย ความหลากหลาย ทั้งวัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเชื่อ ความเป็นอยู่ เอาเป็นว่าต้องเจออะไรๆที่คาดไม่ถึงแน่ๆ
อยากไปเทศกาล Holi สาดสีกับพี่แขกตัวเป็นๆ อยากเอามือลงไปแตะแม่น้ำคงคา อยากลูบหัววัวที่นอนอยู่ที่พื้น อยากเอาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางดงพี่แขก อยากสัมผัสต้นกำเนิดแห่งพุทธ อยากรู้จริงๆว่าอินเดีย ที่เราดูใน Discovery Channel ตั้งแต่เด็กๆ มันจะเปิดหูเปิดตาและความรู้สึกใหม่ๆให้เราได้ขนาดไหน

นี่เป็นการหักดิบการไปเที่ยวครั้งแรกของเราเลยก็ว่าได้ จากที่อยากไปเจออะไรสวยๆงามๆ ถ่ายรูปชิคๆ ฝรั่งเศส อังกฤษ ญี่ปุ่น อะไรแบบนี้
พอได้ไปอินเดียปุ๊บ ทัศนคติการท่องเที่ยวของเราก็เปลี่ยนไป เราอยากที่จะรู้การเป็นอยู่ รู้จักโลก รู้จักที่มาที่ไป และอยากเรียนรู้นิสัยของคนมากขึ้นแทน :))

และบทสรุปทั้งหมดหลังจบทริปนี้ เราขอสรุปสั้นๆตรงนี้ว่า มันทั้งตื่นเต้น ลำบาก น่ากลัว กันดาร สวยงาม และอบอุ่นไปพร้อมๆกัน ใครที่ยังใจไม่กล้าพอก็ขอให้ตามตัวหนังสือเรามา เราจะพามาเที่ยวอินเดียเอง ลุยย!

จุดเริ่มต้น

“เราไปกัน 3 คน” และ** “เราไม่รู้จักกัน”**

เรื่องมันเกิดจาก เราจะไปอินเดียอยู่แล้วแหละ กับแก๊งเพื่อนที่เอเจนซี่โฆษณา แพลนว่าจะไปทันเทศกาล Holi พอดี แต่แก๊งดันบึ้ม สรุปคือทริปล่มจ้ะ ทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนหงอยๆมองเพดานแล้วคิดกับตัวเองว่า
‘จะไม่ได้ไปแล้วจริงๆเหรอ’
‘เฮ้ยย แล้วที่ฝันมาตั้งครึ่งค่อนปี ตัดจบงี้จริงดิ’
มันยิ่งกว่าหนังหักมุมที่จบแบบพระเอกกำลังจะวิ่งไปจูบนางเอก แต่กลับสะดุดฟุตบาทตาย …คือตายแบบไร้สาระสุดๆ
‘ไม่จริ๊งงง เราจะไม่ยอมรับตอนจบที่อนาถแบบนั้นน’

เราจะไปเองก็ได้ ไปมันคนเดียวนี่แหละ ไหนๆก็เคยเที่ยวคนเดียวมาแล้ว แค่ครั้งนี้อัพเกรดกว่าเดิมเอง ว่าแล้วก็เปิดคอมหาข้อมูลต่อ หาไปหามาดันเจอ ‘อินเดีย ฆ่าข่มขืนชาวต่างชาติบนรถบัส’ โว้ยยยย ม่ายยยย ไม่ไปๆๆๆๆๆๆๆ ไม่ไปคนเดียวแน่นอน ต้องหาคนไปด้วย ต้องโทรหาเพื่อน ต้องโทรหาเพื่อน แล้วอินเดียนี่ หาเพื่อนไปง่ายมากเลยดิ ชวนเหมือนชวนไปสิงคโปร์ เขาคงไปด้วยอยู่หรอก
เรา : ‘แก เราจะมาชวนไปเที่ยว ไปสาดผงสีกัน เป็นประเทศที่แกจะได้ประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืม งบไม่เกินหมื่นห้าแน่นอน บลาๆๆ’
เพื่อน : ‘ที่ไหนวะปอ น่าสนใจว่ะ’
เรา : ‘อินเดียว่ะ…’
เพื่อน : ‘โอ๊ย แกไปคนเดียวเห๊อะ…. ตรู๊ดๆๆ’
อะรายกัน อินเดียแล้วผิดตรงไหน ทำไมชอบมองอะไรแค่ภายนอกกัน มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดหรอกน่า (เหร๊อออ?)
จะกี่คนๆก็แบบนี้ บางคนไม่ไปไม่พอ ดันเอาเรื่องน่ากลัวๆมาขู่ให้เราท้ออีก

จะไปอินเดียได้ ใจต้องรัก คนที่อยากไปมันต้องมีความตั้งใจอยู่แล้ว ไม่ใช่มาบิ้วท์ๆกันง่ายๆสินะ  ในโลกนี้มันน่าจะมีคนที่มีความอยากไปเป็นทุนอยู่แล้วบ้างแหละน่างั้นไหนๆก็อยู่หน้าคอมละ โพสหาเพื่อนไปในเน็ตมันซะเลยย แล้วก็โพสไปในเว็บๆนึงจนได้ ขอเถอะ ขอให้ได้เจอ คนที่อยากจะไปจริงๆเหมือนกัน..

1 คืนผ่านไป…ก็มี message ทักเข้ามาหลังไมค์จนได้ นั่นแหละเป็นจุดเริ่มต้น ของการได้รู้จักกันจนถึงวันนี้ ขอบคุณทุกๆอย่างที่ทำให้เราได้รู้จักกันวันนั้นนะ

ผู้ร่วมทริป
สรุปแล้วเรามีผู้ร่วมทริปสองคน คนนึงชื่อน้องเป้นางเพิ่งจะเรียนจบจากธรรมศาสตร์ อีกคนชื่อน้องป๊อป เป็นเด็กไทยเรียนอยู่ที่อินเดีย เป้มันไปทำความรู้จักจาก Hashtag IG ฮ่าๆๆ สรุปเราทั้งสามคนไม่รู้จักกันมาก่อนเลย ตัวเป็นๆไม่เคยเห็นและไม่เคยนัดเจอ แค่รู้ว่าน่าไว้ใจเพราะถามเอาจาก Mutual friend ที่มีเหมือนกันก็โอละ ดูเป็นเด็กดีแหละ เอาล่ะ อีกสองอาทิตย์ เตรียมตัว!! (เป้เป็นคนที่นิสัย Planner มากๆ เตรียมการทุกอย่าง ทั้งเอกสารวีซ่า ตั๋วรถไฟระหว่างประเทศ ตั๋วเครื่องบิน การฉีดวัคซีน ของที่จะต้องเอาไป นางเป๊ะมากกก ซึ่งต่างกับเราอย่างสิ้นเชิง และเรื่องความสะอาดนี่ บร๊ะ! ตามมา เด๋วจะเล่าให้ฟัง)

KICK OUT

นั่ง Jet Air มาลงที่ โกลกาตา (Kolkata)
แค่ขึ้นเครื่องก็ได้ฟิลล์อินเดียสุดๆละ ไม่เคยอยู่ท่ามกลางดงแขกเยอะขนาดนี้มาก่อน กลิ่นนี่อย่าให้บรรยาย อบอวลรัญจวญใจถึงขนาด พี่แขกแกชอบกดไฟเรียกแอร์ จะเอานู่นนี่นั่นตลอดเวลา ใครนั่งใกล้บังชอบกดไฟก็ให้ทำใจจ้ะ ก็ “One more for me, please” ไปซะ ถ้าเขาขออะไรที่เราอยากได้อยู่แล้ว เช่น น้ำ, โค้ก ดีจังไม่ต้องเรียกแอร์เอง ของคุณนะ อิอิ
นั่งมา 3 ชม. มารอกระเป๋า ชั่วโมงกว่า ครึ่งนึงของเวลาในการเดินทาง คร่อก   พี่บังแกก็จะชอบขนของมาจากไทย เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า  แล้วก็แกะห่อเชคของกันตรงนั้นแหละ กระจัดกระจายสนุกดี  ก็รอไปนะ ถือว่าทำความเคยชินกับพี่แขกไปก่อน

  • ขอบอกว่ารอจนกลิ่นตัวจะเป็นอินเดียกันเลย นานมากก อยากจะออกไปเห็นเมืองข้างนอกใจจะขาดแล้ว >.<

DSCF4807-2 DSCF4809-2

รถที่นี่คลาสสิกมาก ชอบ
แท๊กซี่ไม่จำเป็นต้องมีกระจกหน้าต่างนะ เพราะมีก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี มันมักไม่มีแอร์   ต้องใช้วิธีเปิดกระจกให้ลมโกรกหน้าเท่านั้น
แต่อย่าโผล่หัวออกไปล่ะ เพราะที่นี่เค้าขับปาดกันแค่ไม่กี่เซน  ขับรถยังกะเล่นเกมส์ สนุกสนานกันใหญ่

Amazing race

สังเกตุว่า แท็กซี่จะไม่ค่อยมีกระจกมองข้าง  ไม่รู้ว่ามีไปก็ไม่ได้ดู หรือเอาออกเพื่อให้สะดวกในการขับปาดกันระยะสองเซ็น
เป็นประสบการณ์ใหม่มากๆ เราขอท้าคนที่ชอบความหวาดเสียวและอยากใช้ประกันชีวิตเร็วๆ ให้มานั่งรถออโต้ที่นี่ดู
แล้วบอกเขาว่า ‘as fast as you can’ ขอรับรองประสบการณ์เสียว (และ % การได้ใช้ประกันชีวิต)

โคด สะ ใจ
ความรู้สึกแรกของเราเมื่อแท็กซี่ขับออกมาจากสนามบินแล้วเห็นความเป็นจริงที่ต้องเผชิญคือ
สะใจชีวิตตัวเองสุดๆ จนต้องเสี่ยงชีวิตโผล่หน้าออกมาจากรถ ตะโกนใส่เมืองๆนี้แบบสุดเสียงว่า

“สะใจเว้ยเฮ้ยยยยยยยยยยยย”

ออกจากสนามบินปุ๊บ ยังกะวาร์ปไปดาวอื่น  Culture shock กันเลยทีเดียว!   คือแบบ นี่แหละที่ชั้นต้องการ! อยากเห็นนักไม่ใช่เหรอ กล้าๆกลัวๆที่จะมานักไม่ใช่เหรอ นี่ไง เอาตัวเองมาอยู่ที่นี่แล้ว!
ความแตกต่างอย่างสุดโต่ง ความรู้สึกใหม่กับ Culture ใหม่ๆ นี่แหละ สะใจสุดๆไปเลย!!

ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่จินตนาการ
เรามองสองข้างทาง สังเกตุไปเรื่อยๆ คนที่นี่เขาชอบนักท่องเที่ยวแฮะ Say Halo กันเกือบทุกคน  โอเค อย่างน้อยก็ไม่ได้น่ากลัวมากอย่างที่คิดวะ
ไอ้เราก็ Alert มาก ทั้งยิ้มแก้มปริ แล้วยังทักเขาไปหมดอ่ะ ยังกับเป็นนางงามสันติภาพยังไงยังงั้น
DSCF4814-2

Please blow a horn

สิ่งแรกที่จะทำให้คุณ remind ถึงอินเดียเวลากลับไปคือ “เสียงแตร”

ใครขี้รำคาญระวังเป็นประสาทก่อน 555 เค้าบีบแตรแข่งกันเหมือนจะเอาโล่ห์งั้นล่ะค่ะ
ใครไม่บีบนี่ถือว่าแปลกนะ เวลามีอะไรขึ้นมาจะโดนด่าให้ว่า “ทำไมไม่ยอมบีบแตร!”
แตรคือพระเจ้าของกฏจราจร ไม่ต้องเรียนรู้กฎอะไรมากหรอก แค่บีบแตรเป็นก็ออกมาขับรถได้แล้ว (แซวเล่น)
DSCF4839-2

My Quest

อีกอย่างระหว่างการเดินทางของเราคือ การ Snap ภาพคนฉี่ หรืออึ ข้างทางค่ะ  (ดูเป็นคนถ่อยๆเนอะ ถ่ายแต่อะไรแบบนี้ 555)
อย่าลืมดูทัศนีย์ภาพของสองข้างทางด้วยล่ะ ว่าเค้าใช้ชีวิตกันยังไง  มาที่นี่ไม่เจอคนฉี่หรืออึนี่คือมาไม่ถึงนะคะ  อย่างที่บอกว่า อินเดียเป็นเมืองที่

“ข้างถนนเป็นที่ที่ทุกอย่างเกิดขึ้นได้  ทั้งอึ ฉี่ ขายของ ตากผ้า ฆ่าไก่ และแม้แต่เสียชีพ..”

คนอินเดียโดยสังเขป
คนอินเดียนั้นน่ารักนะ  อินดี้ มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก
อยากฉี่ก็ฉี่ อยากอึก็อึ  คันจุ๊สก็เกา  เกาเสร็จทำโรตีต่อ (เพิ่งรู้ว่ามันคือเรื่องจริงก็วันนี้) อยากทำอะไรทำ!!!
1972512_612505135497591_1568745951_n-2 1497785_611830738898364_1011883869_n-2 1901272_611830742231697_1128825276_n-2รูปกลางที่เป็นเด็กกำลัง poo ถ่ายที่ในเมือง Kolkata, รูปล่างถ่ายที่พาราณสีค่ะ, MISSION COMPLETE คร่าาา!

Everything is on their heads

ที่นี่กระเป๋าลากไม่ได้มีไว้ให้ลากนะจ๊ะ   พี่แกจับเทินหัวหมดตั้งแต่สากกระเบือยันกระเป๋าลาก DSCF6452 DSCF6457

พามารู้จักเจ้าแม่กาลี

“Dakshineswar Kali Temple”

ถ้าลงเครื่องตอนยังไม่ดึก ไปเลย วัดเจ้าแม่กาลี ใช้เวลาไม่นานมากหรอก  ที่นี่อยู่ใกล้กับสนามบินมาก ตั้งอยู่ริมแม่น้ำฮูกรี (Hooghly River)
จะเป็นวัดสีครีมตัดดีแดงตามสีโปรดเจ้าแม่กาลี มีหลังคาเทวาลัย 9 ยอด สวยมากค่ะ
*ps. *ระวังไปผิดนะเพราะที่นี่มีวัดเจ้าแม่กาลีสองวัด อีกวัดนึงอยู่ไกลสนามบินและไม่ติดแม่น้ำ ถ้าไปผิดไปอีกวัด จะน่ากลัวมาก เขาฆ่าวัว ฆ่าแกะกันที่ลานสดๆ เพื่อเส้นสังเวยเจ้าแม่กาลี บรรยากาศอึมครึมจริงจังมากๆ เราไปผิดที่ถึงกับตกใจ ถ้าอยากไปสัมผัสแบบเรา ก็ขอเชิญที่นั่นเลยจ้ะ (ระวังมิจฉาชีพในรูปแบบต่างๆด้วยนะ)
*DSCF6883DSCF6853

รายล้อมด้วยวัดเล็กๆทั้ง 12 ที่เป็นที่บูชาพระ ศิวะ พระลักษมีและพระนารายณ์  อย่าลืมซื้อของไหว้เจ้าแม่กาลี ที่ซุ้มด้านนอกแล้วสั่นกระดิ่งขอพรพระศิวะที่วัดเล็กๆรอบๆด้วย

ที่นี่ไม่ให้เอารองเท้าเข้า ฉะนั้นไปถอดในซุ้มฝากรองเท้า อย่าถอดวางทั่วไป หายจริงนะบอกเลย   *ไปก่อน 5.30 จะได้แสงกำลังดี ไปหลังจากนั้นแสงหมดถ่ายรูปไม่สวยน๊ะจ๊ะ

เราไปตอนแสงกำลังจะหมด เจอแท็กซี่กวนโอ๊ย  บอกให้ขับทางด่วนไม่ยอมขับ  แถมพอถึงก็โดนยามจู้จี้เรื่องรองเท้าอีก แสงหมดพอดี ฮ่าๆ หัวเราะทั้งน้ำตา T^T
แต่โดยรวมถือว่าพอใจนะ เผลอๆชอบมากกว่าศานติรวมกันทั้งเมืองซะอีก
DSCF6838

ไปเดินเล่นกันเถอะ

“Sudder Street & Park Street”

ใครลืมแลกเงินมาแลกที่นี่ได้ ที่ไทย ได้ 1.85 ที่นี่ให้ 1.90

Homeless มีเยอะมากๆ มากกว่าซานฟรานอีก!  ถ้าไม่มีเศษเงินจริงๆ ห้ามสบตานะ เดินสงบเสงี่ยมเจียมตัวไป
มาที่นี่ก็ทำให้ได้คิดอะไรๆเยอะเลย รู้สึกปลงขึ้นเยอะเลยด้วย  ต้องมาเห็นเอง มาสัมผัสเอง มารู้สึกด้วยตัวเอง ถึงจะเข้าใจ
DSCF4882

L I F E

DSCF4896 DSCF4949 DSCF4905-2เยอะกว่าที่ไทยหลายเท่านัก  นี่แค่เห็นผ่านเลนส์ ผ่านรูปของเรานะ
ส่วนเราเห็นกับตาของเราเอง   ให้ทายว่าเราจะรู้สึกยังไง…

STORE

ร้านค้าเป็นร้านเล็กๆเหมือนตั้งบูธขายซะส่วนใหญ่
ถ้าเป็นตึกมักจะเจาะเข้าไปเป็นบล็อคสี่เหลี่ยมขนาดไม่ต่างจากบูธเท่าไหร่ มักมีชั้นเดียว
และมักมีทางเข้าออกแค่ทางเดียวคือข้างหน้า ไม่เจาะประตูติดไปห้องอื่น
จะออกไปฉี่ต้องข้ามแผงขายของออกมา
บางตึกที่มีหลายชั้นเค้าก็แค่เจาะรูชั้นบนเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสแล้วขึ้นลงด้วยบันไดลิงเอา
ใช้พื้นที่กันประหยัดมากกกก
DSCF4898 DSCF4868


เค้ายังใช้น้ำบาดาลกันอยู่นะ มีให้เห็นทั่วไปDSCF4942

Use your hand, baby!

บางที่เขากินอาหารข้างทางกันแบบนี้แหละ
ช้อนบ้านเค้าจะคันเล็กกว่าเราหน่อย
บางที่ก็ใช้มือเปิบกันเลย ไม่ใช่แค่คนกิน คนตักให้ก็ใช้มือนะ! หยิบข้าว หยิบเนื้อในแกง หยิบกับข้าว!
DSCF4875-2

ใครบอกว่าอาหารอินเดียไม่อร่อย ขอเถียงขาดใจค่า!!
มันอร่อยนะเฮ้ย เพียงแค่ต้องกินให้ถูกเมนู ถูกร้าน แค่นั้น (ซึ่งนั่นแหละที่ยาก)
ps.อย่าลืมเลือกร้านที่ดูไม่สกปรกมากนะคะ แนะนำร้านนี้ “Blue Sky”
DSCF4920*เสื้อเขียวกับเสื้อดำที่หันหลังอยู่คือเพื่อนร่วมทริปครั้งนี้ของเรา, ส่วนผู้หญิงอีกสองคนคือเพื่อนของน้องป๊อบที่เรียนอยู่ที่นี่ที่มาร่วม dinner ด้วยกัน,  คนผมสั้นเป็นคนอินเดียชื่อ มานาชี่ คนผมยาวเป็นสาวเกาหลีชื่อ ยองเช่ ทั้งหมดนิสัยดีมากๆจนทำให้ทริปนี้ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ *

The food you won’t forget!

เรื่องเมนูอาหาร เราชอบอันนี้มากกก
“Chicken Butter” หรือบางร้านคือ “Chicken Burtar”หน้าตาและรสชาติแทบจะไม่เหมือนกันเลยในแต่ละร้าน
กินกับ “Nans” หรือแป้งคล้ายๆโรตี แต่จะแผ่นนุ่มหนา กว่า  กินแทนข้าวไปเลย อร่อยล้ำมาก ต้องลอง มีทั้ง Butter Nans, Cheese Nans, Garlic Nans
“Chicken butter masala” (masala คือผงเครื่องเทศ) ก็อร่อยนะ

บ้านเราดื่มชาเย็น ที่นี่ร้อนจะตายก็ยังดื่มชาร้อน เราว่าอร่อยดีเหมือนกัน
DSCF4919 DSCF6549

Original Roti making!   มีให้ชิมด้วย ทายสิว่ากล้าชิมไม๊…
DSCF6557

Mc. Veggie ที่นี่ อร่อยดีนะ
DSCF6577

ข้าวหมกไก่อินเดีย “Chicken Biryani”
ร้านชื่อ Arsalan ร้านนี้ดังและได้รางวัลเยอะมากๆ อยู่แถวถนน Sudder street นี่แหละ ไม่ได้มีแค่สาขาเดียวนะ มีหลายสาขาอยู่เหมือนกัน ข้าวเม็ดเรียวยาว ไม่เกาะกัน กินเพลินสุดๆ
อร่อยยยย   ps.ขอโทษที่ถ่ายออกมาแล้วสีไม่น่ากินเท่าไหร่เลย ฮ่าๆ แต่อร่อยชิงๆนะ ต้องลอง
DSCF6586
โจ๊กอินเดีย
น้องยุให้ลอง ลองก็ลองดิ กลัวที่ไหนล่ะ (เหรอ)
(จริงๆมันคืออะไรไม่รู้อ่ะ แต่มันรสชาดคล้ายโจ๊กและวิธีการทำ การตัก การโรยหน้าด้วยอะไรบางอย่างทำให้มันเหมือนโจ๊กมาก)
ถ้วยเราเค้าหั่นเนื้อใส่ยังไงไม่รู้แหละ แต่เราแอบเห็นเค้ากะลังใช้มือฉีกเนื้อใส่ถ้วยของคนต่อไปอยู่… เอิ่ม..  ดีที่ชิมไปแค่ปลายช้อนชา..
DSCF6517
MOMO โมโม่
คล้ายเสี่ยวหลงเปามาก ไม่รู้จริงๆแล้วใช่แบบเดียวกันหรือเปล่า
แต่เสี่ยวหลงเปาที่ไทยจะชุ่มๆ กัดแล้วมีน้ำซุปออกมา ส่วนที่นี่เป็นแห้งๆมีแต่ใส้
มีขายทั่วไป เหมือนกับการขายขนมจีบ-ซาลาเปาที่ไทยแหละ เราว่าทเสี่ยวหลงเปาที่ไทยอร่อยกว่าเยอะเลย
DSCF5023

Peter Cat ร้านนี้ชื่อดังอยู่
คนรอคิวไม่ได้ขาด   ส่วนใหญ่มากินสเต็คกัน ซึ่งก็เป็นสเต็คแบบแขกแหละ  ผ่านมาก็ลองมากินดูก็ได้
DSCF6898

Holi Festival

เตรียมพร้อมสำหรับการเล่นโฮลี
1979663_613222332092538_1155841931_n-2

โฮลี่ไม๊ล่ะคะ 55555
วันหลังจากเล่นโฮลี่ในโกลกาต้า
เป็นไงล่ะ ล้างไม่ออกสินะ ติดไปอีกอาทิตย์นึงโน่นแหละ บอกเลย หน้าเอือมได้อารมณ์มาก ฮ่า
DSCF6471

ฝรั่งที่มาเล่นโฮลี่ที่นี่
ps.จำไว้ว่าโกลกาตามักไม่ค่อยเหมือนที่อื่นในเรื่องวันเทศกาล
เชคให้ดีก่อนจะวืด มาวันที่เค้าเลิกเล่นแล้ว
998407_612547275493377_1719831994_n-2

Rickshaw

นั่ง rickshaw เล่นยามค่ำคืนน
DSCF6537

The smile of Indian.

ให้ลุงแกชูสิงนิ้ว แกก็ดูเขินๆ ทำไม่ค่อยเป็น อิอิ น่ารักจุง
1622575_612215928859845_740602255_o

ps.ก่อนใช้บริการอะไรก็แล้วแต่   ตกลงราคาให้เรียบร้อย ให้ชัดเจน ก่อนที่จะเสียความรู้สึกกันทีหลัง  อันนี้ขอเน้าย้ำ ย้ำแล้วย้ำอีก ย้ำไปเรื่อยๆ
*เพราะเขาจะชอบชาร์จเพิ่มหรือคิดไม่ตรงกับที่บอกตอนแรก   มันก็เป็นแบบนี้ทุกที่ไม่ว่าที่ไหนๆ    ที่โดยพื้นฐานแล้ว จิตใจ ความเอื้อเฟื้อ ความเห็นแก่ตัว *
มีส่วนแปรตามสภาพฐานะความเป็นอยู่   ในเมื่อเขาต้องเอาตัวรอดในสภาพชีวิตที่ยากลำบาก  ไม่แปลกอะไรที่เขาจะมีความอยากได้ในทุกๆทางมากกว่าคนที่มีสภาพชีวิตดีๆ
เราก็แค่ต้องเข้าใจ และตามสถาณการณ์ให้ทัน จุบุๆ : )

ps.เป็นเมืองที่นับหัวผู้หญิงได้เลยนะ มันน้อยมากจริงๆ ไม่ค่อยได้เห็นออกมาประกอบอาชีพอะไรซักเท่าไหร่
โดยเฉพาะอาชีพขายของ เป็นผู้ชายซัก 99% ได้

“Victoria Memorial”

ใกล้ๆกันนั้นสามารถนั่งรถต่อไป “Victoria Memorial” ได้  เป็นอนุสาวรีย์แห่งชัยชนะของอังกฤษ
แนะนำเหมือนเดิม ให้ไปก่อนห้าโมง แล้วถ่ายรูปมากจากข้างหลังที่มีสระน้ำ ถ่ายให้เห็นเงาตกกระทบด้วยจะสวยมากคร่ะ  บังเอิญวันนั้นไปตอนแสงหมดแล้ว เลยได้ภาพไม่ค่อยสวยเท่าไหร่
DSCF4957 DSCF4987 DSCF5005 DSCF4982

Mother Teresa’s Tomb

มาต่อที่ “สุสานแม่ชีเทเรซ่า”

สตรีผู้รับการยอมรับและยกย่องให้เป็นพลเมืองของประเทศ ในยุคที่อินเดียยังไม่ยอมรับในตัวสตรี
แม่ชีเทเรซ่าเป็นผู้ที่ช่วยให้ชาวอินเดียจำนวนมากได้พ้นทุกข์โดยการนำพาเขาให้เข้าถึงพระเจ้า
ใครที่ไม่อินก็ไม่ต้องมาก็ได้ ใครที่อินหน่อย มาแล้วจะรู้สึกอิ่มใจไปกับสิ่งที่แม่ชีเคยได้ทำ และพลังแห่งการให้ ชิงๆน้า : )
DSCF6508 DSCF6494 DSCF6491-2

[

](/wp-content/uploads/2014/03/DSCF6491.jpg)
ST. PAUL’S CATHEDRAL

โบสถ์คริสต์ ps.จริงๆแล้วห้ามถ่ายภาพข้างในนะคะ
DSCF6486 DSCF6487

Part I.II

“ศานตินิเกตัน” SANTINIKETAN สถานศึกษาใต้เงาร่มไม้

DSCF6725withoutcatศานตินิเกตัน แปลว่าเมืองแห่งความสงบสุข
โดยส่วนตัวคิดว่าเมืองนี้ไม่มีอะไรมาก  (หรืออาจจะเข้าไม่ถึงก็เป็นได้ ไม่รู้สึกอินเลยแฮะ T-T)

สำหรับใครที่รู้จักและชื่นชมในตัวท่าน “รพินทรนาถ ฐากูร” (Robindronath Thakur) มหากวี ฉายา “คุรุเทพ”
ผู้ที่เป็นคนสร้างมหาลัย “วิศวภารตี” แห่งนี้ขึ้นมา และเป็นชาวเอเชียคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบล คงจะอินกับที่แห่งนี้ไม่น้อยค่ะ

โดยส่วนตัวไม่ได้เป็นคนอาร์ทอะไรมากมาย เลยคิดไว้แล้วว่ามันอาจจะไม่ใช่ที่ของเรา แต่ในเมื่อเพื่อนอยากมา ก็ดีเหมือนกันได้ลองมาดูซักครั้งนึง
ตอนแรกจะค้างหนึ่งคืน แต่พลิกเป็นทริป 1 วัน เช้าเย็นกลับแทน (1 วันก็เกินพอละล่ะนะ)   นั่ง Local train ไป เพราะไม่ได้จองเอาไว้ก่อน

Let’s start!

ออกจากในเมืองโกลกาตามาด้วย Taxi ข้ามสะพาน เฮาร่าห์ (Howrah) ที่อังกฤษสร้างมาร้อยกว่าปีแล้ว  มุ่งหน้าไปสถานีรถไฟ Local กัน สถานีรถไฟอยู่ใกล้ๆกับสะพานนี้แหละ
DSCF6616

The Local Train

ถึงแล้ววว จะได้ลองขึ้นรถไฟ Local แล้ววว ตื่นเต้นดีอ่ะ ฮ่าๆ
สถานีนี้ Top Nose เป็นกลิ่นขี้ไก่เบาๆ Middle Nose เริ่มผสมกับกลิ่นแขกอับๆ Base Nose เป็นกลิ่นยูเรียแสบจมูกสุดพลัง ดีนะที่เอายาดมมาด้วย ถึงขั้นต้องเอายาดมอุดจมูกเดิน  น่าจะเอามาสองอัน จะได้อุดสองข้างให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย T-T
ไม่ได้จองตั๋วมาก่อนเลยต้องซื้อที่ Counter 70 รูปี (35 บาท)  จริงๆต้องได้นั่งโลคอลแบบสุดๆอัดกัน แล้วมีคนยืนด้วย แต่ด้วยความโชคดี เลยได้นั่งตู้ที่นั่งเหมือนในรถเมล
DSCF6632uu1-2DSCF6634uu1-2

On the Local Train
DSCF6697uu1-2 DSCF6684โลคอลเทรนนนน! ก็ไม่ต่างจากที่บ้านเรามากนัก   จะต่างตรงกลิ่นกายที่ไม่คุ้นเคยนี่แหละ หึหึ #ท่ามกลางดงแขก
เตรียมเศษเหรียญไว้ให้พร้อม ขอทานในรูปแบบต่างๆที่ท่านจะไม่เคยเห็นในทั่วทุกมุมโลกจะทยอยเดินสายผ่านท่านไป  สถานีละ 3 คนเป็นอย่างน้อยให้เขาหน่อยเถอะ 10 รูปี 20 รูปี
จะแกล้งหลับก็จะไทยไปหน่อย 555

Kratoei Khak

กระเทยแขก!
โหดไม่แพ้ชาติใดในโลก รับประกัน!

นางได้เยอะกว่าขอทานทุกประเภท  ขอทานที่ว่าน่าสงสารสุดๆยังได้ไม่เท่าครึ่งนึงของนาง  เพราะอะไรเหรอ  เพราะนางจะวีน และด่าสาบแช่งถ้าเมินเฉยไม่ให้เงินนาง
แขกเล็กแขกใหญ่สยองนางหมดแหละ  เพียงแค่นางเดินมา ก็ควักเงินกันแทบไม่ทัน!  ได้แบงก์ 10 ทุกแถวตั้งแต่หัวขบวนยันท้ายขบวน บอกเลย!
การหลับก็อาจจะไม่ได้ช่วยให้รอดพ้นจากคำสาบแช่งนางนะ เผลอๆมีปลุกมาด่า 555   ไม่ใช่แค่บนรถไฟ แต่ตามสี่แยกก็จะมีมาเดินขอแบบนี้แหละ
ถ้าให้เงินนางนางจะอวยพรให้ แล้วเอาเงินมาแตะที่หน้าผากเรา รู้สึกขลังพิลึก.. เตรียมเศษเงินกันไว้ให้พร้อมเพรียงคร่าาา   (รับแต่แบงก์นะ ให้เหรียญระวังโดนด่าอีก โวะ เอาใจยากจริง 555)
DSCF6667

The Indian Bean

คนแขกกับถั่วเป็นของคู่กัน   (เรียกว่าไรไม่ทราบแน่ชัด แต่ที่รู้ๆคือตักมิกซ์กัน ใส่น้ำผึ้งแล้วคนๆ มันส์มาก) เค้าชอบกินกันมาก ส่วนพวกเรา ก็ได้แต่มองแล้วก็ อู้หู อื้อหือไปค่ะ ความกล้าไม่พอ ฮ่าๆDSCF6682 DSCF6680

Welcome to Santiniketan

ถึงละ เมืองอาร์ต “ศานตินิเกตัน”
เงียบบ… เชียบบ.. สมชื่อศานติ..
เรานั่งริคชอว์ชมเมืองกัน
IMG_2826-11-2

โล่งสบายหู ไร้ซึ่งเสียงแตร โอววว ขาดสิ่งนี้ไปราวกับไม่ใช่อินเดีย..     อยากจะรู้ว่าทั่วร์ไทยเค้าพามาทำไมกันเหรอ???  มันมีอัลไลเหรอออ??
เราเข้าไม่ถึงมากๆ มากที่สุดในโลก   ใครไม่ใฝ่ติ๊ดส์จริงๆชนิดละแล้วซึ่งทุกอย่าง อย่ามา ขอร้อง!   เราไม่เข้าใจทำไมมีทัวร์มาที่นี่แล้วเก็บค่าทัวร์แพงแสนแพง  คร่อก!
(แต่ถ้าใครมาแล้วชอบก็มาแลกเปลี่ยนกันได้นะ อยากรู้ เพราะความคิดแต่ละคนมันก็ไม่เหมือนกันหรอก)
DSCF6710 DSCF6733

เด็กติ๊ดส์ที่ต่างอพยพมาสุดโต่งกันที่นี่   เมืองอินดี้ที่อยากทำอะไรก็ทำ DSCF6746 DSCF6751 DSCF6745 DSCF6742uu1-2 DSCF6757uu1-2

เราชิมแทบทุกอย่างของที่นี่ แต่จะชิมแค่ปลายช้อนชาให้ได้ชื่อว่า “ลองละนะ” พอ
ไม่ได้ฉีดวัคซีนกันโรคก่อนมา เพราะมันฉีดไม่ทัน ตัดสินใจจองตั๋วก่อนมาไม่ถึงสองอาทิตย์
แล้ววัคซีนมันต้องทิ้งระยะเวลาสองอาทิตย์ เราเลยไม่ได้ฉีด
ดังนั้นคิดจะกินอะไรต้องระวังหน่อย
อันนี้รสเหมือนนมผงหวานๆธรรมดานี่แหละ
DSCF6773

It Started Under The Tree

การสอนใต้ต้นไม้นี่ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างนึงของที่นี่ด้วย
ถือเป็นการระรึกถึงท่าน รพินทรนาถ ฐากูร เพราะ”วิศวภารตี” แห่งนี้มาจากการที่ท่านรพินทรนาถ ฐากูร  เปิดสอนเด็กนักเรียน 5 คนใต้ต้นไม้ใหญ่
ตั้งแต่นั้น พื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ณ เมืองแห่งความสงบสุขนี้

มหาลัยที่ไม่มีป้ายมหาลัย ไม่มีชุดฟอร์ม

DSCF6722

คล้ายๆกับศิลปากรแหละนะ เด็กติ๊ดส์ชึ่งก็จะมารวมตัวกันที่นี่  แลกเปลี่ยนความติ๊ดส์ให้สุดโต่งในเมืองอินเดียอินดี้นี้
ขี่ฟิกเกียร์แบบออริจินัล เลี้ยงแพะเป็นสัตย์เลี้ยง และจับกินเมื่อมันอ้วน กินโยเกิร์ตถ้วยดินเผา ฟังเพลงแขกกระชากใจ
ชนิดที่ว่าไม่ต้องพยายามปลูกต้นกระบอกเพรช ไม่ต้องฟังเพลง Desktop Error หรืออ่านอะเดย์ แกก็ฮิปสเตอร์กันขาดใจแล้ว!

เด็กศิลปกรคนไหนอยากท้าไฝว้ความติ๊ดส์ เชิญที่นี่!!
DSCF6785

สายตาพี่แขกกำลังจะบอกอะไรเรา 5555
1525649_612583985489706_376203900_n

ขอเค้าขี่ แล้วก็สนุกดี ใบย่า(พี่)ที่เป็นคนขี่มาไม่ยอมไว้ใจเรา วิ่งตามใหญ่เลย
พอเราโชว์ดิฟเท่านั้นแหละ ถึงกับปรบมือให้ หึหึ

Time to say Goodbye!

รอรถไฟที่ชานชาลา บ๊ายๆเมืองอาร์ตติส
1391471_612557942158977_486219971_n-2 1920451_612590982155673_1834530143_n-2

กลับกันเถอะ ฮือๆ
Local train… ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายในชีวิดเถิด  ชีวิตฉันดูลำเค็ญมาก ขาไปไม่เท่าไหร่ ยังได้นั่ง
อิขากลับนี่แทบไม่ได้นั่ง แถมยังเจอแมงสาบพุ่งใส่แทบหลบไม่ทัน  กรี๊ดแล้วลุกขึ้นวิ่งหนีแมงสาบ จนแขกแตกตื่นทั้งโบกี้ พี่แขกแกก็พากันหัวเราะกันใหญ่
ps.แล้วพี่แขกแกก็จับมันด้วยมือเปล่าเขวี้ยงออกนอกรถไฟไป  บรึ๋ยยย! ขอบพระคุณค่ะ
DSCF6643

Hard sale!

DSCF6827

พี่บังแกทำให้ทุกคนหัวเราะ จากการขายของแบบ Hard sale สุดคิ้วท์   พูดอะไรเราฟังไม่รู้เรื่องหรอก แต่รู้ว่าสนุกมากจนอยากจะฟังให้ออก 555
ps.ยังขายได้เงินไม่เท่า 15% ของกระเทยที่เดินขอตังเมื่อกี๊ เราสาบ๊าน!

จบแล้วกับทริปศานตินิเกตัน
นังรถทรหด 3 ชั่วโมง เพื่อไปอยู่ที่ศานติไม่ถึงสองชั่วโมง แล้วกลับ.. คืออัลไล..   แต่ค่ารถไปกลับแค่ 150 บาทเองนะ เลิกบ่นดีกว่า ฮ่าๆๆ

Noted

ควรไปวันเสาร์-อาทิตย์เพราะเค้าจะมีตลาดกลางนาขายของHand-made เก๋ๆให้ได้ซื้อกลับไปเป็นของฝากกัน
น่ารักคิขุมากๆนะ เห็นเค้าบอกมา เราไม่เห็นหรอก ก็ไปไม่ตรงวันหยุดนิ

*ใครที่ไม่มีเป้าหมายอะไรมาก ไม่แนะนำให้มา
*ส่วนใครที่ประทับใจในแนวทาง และพลังแห่งการให้ความรู้ของท่านรพินทรนาถ
แนะนำให้มาเถอะ มาอยู่ที่นี่เป็นวันๆ มาอิน มาซึม มาซับ มานั่งเม้ามอยกะนักศึกษาที่นี่
*ใครที่อยากจะอิน ก็อ่านประวัติท่านมาเยอะๆ รับรองไม่ใช่คนธรรมดา

ใครอินก็น่าจะมีความสุขอยู่นะเมืองนี้
เงียบสงบอบอุ่นมาก : )

Unforgettable Souvenir

“กามมาสุตรา”  แทบทุกแผงหนังสือมีขาย!ในโกลกาตา  แม้จะเป็นแผงหนังสือเล็กๆข้างทาง
ถ้ากล้าถาม เขาก็กล้าหยิบมาให้  ประเทศนี้เค้าซีเรียสเรื่องนี้นะเฮ่ย! แนะนำให้ซื้อเป็นของฝากเพื่อนที่มีอารมณ์ขันหน่อย! เด็ด!
ps.ดูคนที่จะซื้อฝากด้วยล่ะ ซื้อไปให้พวกเด็กหน้าห้อง มีหวังโดนโบกกะโหลกแตก
1743722_612558005492304_1195349845_n-2

มาถึงของฝากที่ไม่ประหลาดกันบ้าง เอาธรรมดาๆให้คนธรรมดาๆ
ของธรรมดาๆที่ขายดีของที่นี่คือพวกเสื้อและกางเกงอินเดีย
และร้านของกระจุกกระจิกก็จะมีแหวนกำไลขาย เลือกดีๆก็น่ารักดีนะ
DSCF6946-2

Next Station Bodh Gaya

จบโกลกาตาละ บัยด์

เมืองต่อไป พุทธคยา เราจะมา แสวงธรรมกั๊ลลล์ (ได้โปรดร้องเป็นจังหวะ)

อ่ะโอเค คืนนี้เราก็เตรียมตัวไป พุทธคยาเมืองที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมกัน คืนนี้เราต้องขึ้นรถไฟประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง ยองเช่ก็รอจะไปส่งเรา อยากกินข้าวด้วยกันอีก 1 มื้อก่อนไป
คือน่ารักมากอ่ะ! ที่บ้านเขาค่อนข้างหวง คุณแม่โทรมาตั้งสองสามรอบ แต่ยองเช่ก็ยืนยันว่าจะรอเรา
สุดท้ายก็ได้กินข้าวกันที่ร้านโมโม่ แล้วก็ไปส่งยองเช่ที่บ้าน แล้วรีบไปสถานีรถไฟกัน เลทมากแล้ว กลัวไม่ทัน

สถานีรถไฟสุดจะบรรยาย นึกสภาพหัวลำโพงสมัยก่อนที่มีคนนอนกันเกลื่อนพื้นนะ แล้วบวกเข้าไปอีก 20 เท่า กรังกว่ามากก
มีเสียงหวูดรถไฟอยู่เนืองๆ หวูดทีก็วิ่งกันเกรียวที ด้านนอกงี้ฝุ่นตลบไปหมด ด้านในก็ใช่ย่อย
ห้องพัก first class สำหรับรอรถไฟนี่ แทบไม่มีอากาศให้หายใจ อับมากๆ

คนนอนเรียงรายกันตรงพื้น ทุกพื้นที่ที่สามารถนอนได้ อินเดียแท้ๆไม่มีอะไรผสมเลย สกปรกและหดหู่มาก พวกเรากะไม่ได้อยู่นานๆแน่นอน
แต่แล้วยังไง รถไฟเลทจร้าาาาา  เราต้องนั่งรอที่นั่นกันเป็นชั่วโมง ง่วงก็ง่วง ถามว่ากล้าหลับไหม
บอกเลยว่า.. สนิทมาก *(แหม่ การระวังตัวเป็นเลิศเหลือเกิน)
*เอาน่ะ อย่างน้อยก็ไม่ได้หลับกันทั้งหมด ผลัดกันเฝ้ายามบ้างอะไรบ้าง

สุดท้ายจะก็ได้ขึ้นละรถไฟ

ตรงทางเข้าถึงกับมีโซ่ แซ่ กุญแจมือขาย (ล้อเล่น มีแค่กุญแจกับโซ่) เอาไว้ล็อค ล่าม พัน กระเป๋ากันหายระหว่างหลับ
อื้อหืออ หันมองซ้ายขวา บ้างก็มีของตัวเองเตรียมมากันแล้ว เหยยย เจ้าถิ่นเขายังมี เราหน้าติ๋มๆขนาดนี้ จะไม่มีก็จะท้าทายเจ้าบ้านมากเกินไปหน่อย ฮ่าๆDSCF5048

เดินหาตู้ของตัวเองกัน ป๊อปได้นอนตู้เดียวกับเป้เพราะจองมาพร้อมกัน เราจองทีหลังเลยได้อีกโบกี้นึง
แต่ป๊อปยอมสละไปนอนอีกตู้แทน บอกว่าเราเป็นผู้หญิงจะให้ไปนอนคนเดียวได้ไง T-T ซึ้งอ่ะ น่ารักมากก ขอบคุณนะ
โอเคล่ะ หลับก่อนนะ เหนื่อย เจอกันอีกที พุทธคยา
Good night~
DSCF5056

Please continue reading part2 @http://mithuna27.com/th/bodh-gaya/


Say hi :))

FB : facebook.com/mithuna27
IG : instagram.com/mithuna27
TW : twitter.com/mithuna27

MALAY MALAY (vid ไม่ขึ้น)

สรุปให้ว่ามาเลเซียมีอะไร เที่ยวไหนดีระหว่าง มะละกา ปีนัง กัวลาลำเปอ etc.
อากาศเหมือนไทยมาก ที่ไม่เหมือนไทยน่าจะเป็น รถที่มาตรงเวลาเว่อ ประเทศดูเรียบง่ายชะมัด
บทสรุปใส่ไว้ตอนท้ายนะว่าเมืองไหนมีอะไรบ้าง ใครรีบเลื่อนลงไปดูโลด

|

SISTER’s TRIP : )

https://www.youtube.com/watch?v=wfvpxTT0c_E

อย่าลืมปรับค่าวิดิโอเป็น  1080p (HD mode) นะจย๊ะ :3

เอาจริงๆเราสองคนพี่น้องนิสัยค่อยข้างจะต่างกันมาก เราจะเป็นเด็กห้าวๆ คล้ายเด็กผู้ชาย ไม่ค่อยจะหนุงหนิงซักเท่าไหร่
ส่วนเจ้มิ้งค์ จะเป็นผู้หญิงหวานมากๆ ถ้าเทียบเป็นสี เราก็คงเป็นสีเหลือง เจ้เป็นสีชมพู
ไม่ค่อยจะรักกันหวานหยด จะออกแนวทะเลาะๆ เป็นการแสดงออกถึงความรักกันมากกว่า
เลยเคยกังวลว่าการเที่ยวด้วยกันมันจะ work หรือเปล่า? มันจะเกิดสงครามขึ้นไหม ฮ่าๆ
แต่ทริปนี้ก็เป็นอีกทริปที่อบอุ่นแล้วก็ตลกดี : )

1779890_603940283020743_689742436_n

Malaysia

ตั้งแต่ที่เครื่องกำลังจะลงจอด ก็ได้เห็นผังเมืองที่เป็นระเบียบเรียบร้อย และผังเมืองแปลกดี
ที่นี่มีคนมาเลครึ่งนึง และที่เหลือเป็นจีนกะอินเดียตามลำดับ

On time

คนที่นี่ตรงเวลามาก การออกรถนี่เป๊ะมาก บอกออก 10 คือ 10เป๊ะ 30 คือ 30 เป๊ะ มาปุ๊บคนขึ้น แล้วออกเลย
ไม่มีจอดเอื่อย จอดรอคนเต็ม อันนี้แอบทึ่งๆนิดนึง เพราะชินกับการเอื่อยเฉื่อยกับเวลามาตลอดทั้งชีวิต

English

เราสังเกตุเห็นป้ายส่วนใหญ่ การสะกดคำภาษาอังกฤษจะสะกดไม่ถูกตามหลักนะ จะสะกดคล้ายๆภาษาคาราโอเกะเลย
เช่น train จะสะกดว่า tren และ BUS จะสะกดเป็น BAS, Central เป็น Sentral
(ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร เราพยายามหาข้อมูลก็ไปเจอ Manglish (Malaysian English) ซึ่งมันไม่ใช่
เพราะ Manglish คือการพูดแบบคนมาเล เช่นลงท้ายด้วย meh? คือสงสัย, Lah คือคำสร้อยคล้าย ‘น่ะ’ ของไทย เช่น Don’t be a fool lah!
Leh คือคำสร้อยที่ทำให้ประโยค Soft ลง เช่น Shut the window leh! ปิดหน้าต่างหน่อย)
ทีนี้เลยไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัดของการสะกดคำพวกนี้ผิด

เวลาจะถามอะไรใครที่เป็นภาษาอังกฤษ อย่าถามคนอินเดีย พยายามหาคนหน้าออกสิงคโปรๆ จีนๆ วัยรุ่นๆ
จะมีโอกาสตอบได้มากกว่าเยอะ เวลาจะขอให้ใครถ่ายรูปให้ด้วยเช่นกัน

TAXI

Taxi จะคิดราคาโหด แต่ก็เป็นเหมือนกันทุกที่อ่ะ ทำใจแข็งไว้ ต่อๆไป หรืออีกทางที่แนะนำมากคือหาคนหาร!
ไม่รู้แหละ ไปทางเดียวกันเราจับมาหารด้วยหมดอ่ะ
เพราะที่ท่ารถมักมีนักท่องเที่ยวเสมอ ไม่ต้องสนหรอกว่าชาติไหน
ถามเขาไปเลยว่าจะไปไหน ไปด้วยกันไหม หารกัน ถ้า destination เดียวกันก็หารได้หมดแหละ
อย่าไปอาย เขาก็คงไม่อยากจ่ายเต็มๆเหมือนกันหรอก win-win situation ชัดๆ
แนะนำอย่าไปขึ้น taxi ที่ดูดี มันจะ charge แพงกว่า เช่นรถของโรงแรมที่ paint เป็นลายเดียวกัน

อ่ะ เริ่มทริปกัน ; )

Petronas Tower

ไม่มาถ่ายรูปด้วยเค้าคงบอกว่ามาไม่ถึงมาเล

1780807_603941003020671_1416175806_n (1) Untitled-10 1920334_603941053020666_1081571666_n

China town

ทุกประเทศก็ต้องมี China Town สิน่าาา หิวละ กินข้าวกันเหอะ..
ที่นี่น้ำสีดำๆมีลูกๆอะไรไม่รู้ข้างใน ขายดีมากกก คนต่อแถวแบบ เยอะอ่ะ
พอลองซื้อมาชิมดู… “น้ำลำใยนี่นา”..

Untitled-9 1795567_603938869687551_1928373951_n 1947566_603940866354018_764801306_n 1620824_603940876354017_216933575_n Untitled-5 Untitled-6 1780725_603940739687364_213570910_n 1795652_603940773020694_1444136454_n 1959242_600685766679528_140958494_n

Central Market

ตรงนี้ก็ชิลดีนะ ห้างมันก็ดูเก่าๆ แต่ก็เดินเล่นเพลินๆดี ตรอกข้างๆห้างก็มีของขาย เดินเล่นได้เหมือนกัน

1960116_603940653020706_1681179795_n 1507609_603940606354044_1624627989_n Untitled-7 malaysia trip plan-8 1779705_603940626354042_1637440994_n 1922032_603970866351018_1744244308_n

Take a walk

เดินเล่นในเมือง ที่ๆเจ้เราใส่ส้นสูงออกมาเดิน กรั่กๆ เตือนแล้วว่าจะปวดเท้า แต่อยากทดสอบความเลิศของรองเท้าก็เอาซะหน่อยเซ่
สุดท้ายก็ปวดอยู่ดี แถมโบว์หลุดดั้ว ฮ่าๆ น่าจ๋งจ๋านนน ไม่เป็นไรนะ โอ๋ๆ :p

1902982_603939143020857_852815785_n 10014542_606643846083720_1832637106_n 2-4
Untitled-14 549077_603940569687381_876066650_n 1690329_603940493020722_2141921393_n 1779743_603940539687384_51512675_n

Genting Highland

นั่งรถขึ้นไปทางเหนืออีกหน่อย Genting Highland (อย่าไป!!!!! อย่าไป๊!!! ยังกะสวนสนุกพาต้าง่อยๆเมือสิบปีที่แล้ว-
คือสวนสนุกข้างนอกมันจะปิดช่วงไม่กี่ปีนี้ เล่นได้แต่ข้างในง่อยๆ นอยด์จริงไรจริง แล้วก็เหมาะสำหรับพวกชอบเล่นคาสิโน
พวกนี้จะมาพักโรงแรมกันเลย)
ไหนๆมาแล้วก็มาเล่นเครื่องเล่นโง่ๆกันซักหน่อยก็ได้ ฮืออ~

1622652_603939799687458_47165720_n malaysia with mithuna27-4 1620818_603940453020726_1015840807_n Untitled-3 1779890_603940283020743_689742436_n

Chinswee Temple

(Temple on the mountain)

วัดจีนในเมฆหมอก ตั้งอยู่บนเขา สวยมากก ต้องไปตอนเช้าๆก่อน 11 โมง จะเลอค่ามาก เพราะมันจะมีหมอกลง
ทุกสิ่งทุกอย่างจะเพอร์เฟ็คมาก ไปตอนบ่ายๆจะลดความสวยลงมาหน่อยนึง เพราะไม่มีหมอกเป็นพร๊อบแล้ว
มาไหว้พระขอพรกัน แล้วนั่งกระเช้าเล่นขึ้นไปข้างบน
ที่นี่ไม่ไกลจาก Genting นัก นั่ง Bus(BAS) ที่ ontime สุดๆ มาลงนี่ได้เลย

1979686_603939073020864_1277654697_n 1920421_603939866354118_1440080816_n 1981741_603940209687417_1612030282_n plan to malaysia 1239689_603938933020878_1573247968_n Untitled-1 travel in malaysia-2 1981763_603939836354121_317653456_n 1947456_603972019684236_990490373_n Untitled-12 malay-13

สรุปที่เที่ยวในมาเลเซีย มาเลมันมีอะไรให้เที่ยว..

KUALA LUMPER

ที่กัวลาลัมเปอก็จะมีตึกปิโตรนาส, ห้างต่างๆเช่น pavillion, Central Market, China town(ที่ไม่ค่อยมีอะไรเลย),
มัสยิดจาเมค (ต้องไปก่อนสี่โมง เวลาเข้าต้องเปลี่ยนเป็นชุดแฮรี่เข้า), Genting (สำหรับคนที่มาเล่นคาสิโน ถ้ามาเที่ยวเฉยๆไม่แนะนำ), วัดชินซุย

PENANG

ได้ชื่อว่าเป็น ไข่มุกตะวันออก (Pearlofthe Orient) เมืองหลวงคือ George town
เด่นเรื่อง  wall art ที่เค้าฮิตๆไปถ่ายรูปศิลปะบนกำแพงกัน, มีสะพานสวย และความติสของเมือง
วัยรุ่นๆ ชอบถ่ายรูปชิคๆก็น่าจะเหมาะกะเมืองนี้

PUTRAJAYA

ลงมาทางด้านออกเฉียงใต้คือเมือง ปุตราจยา* อันนี้ควรไป
มีมัสยิดสีชมพู สวยดีอ่ะ แต่เราพลาดไป ดันเลือกไปอิสวนสนุกพาต้า – – นึกแล้วหมดรมณ์ฟร่ะ
แล้วก็ Perdana putra คือลานธรรมเนียบรัฐบาล ซึ่งก็สวยดีนะ ไม่ไกลกันเท่าไหร่หรอก

MALACCA

และเมืองมะละกา ที่ต้องลงมาทางออกเฉียงใต้อีกหน่อย เป็นเมืองมรดกโลก
แนะนำให้ค้าง 1 คืน ชมเมือง ชมถ้ำ ชมไปเรื่อยอ่ะ ตึกสีสันสวยดี เรียกว่าสถาปัตยกรรมแบบอะไรก็ไม่รุ อยากรู้ไปศึกษาดู
เราไม่ได้ไป เสียดายยยย คร่อกก

Money & Time

ค่าเงิน 10THB = 1RM
เวลาเร็วกว่าไทย ชม.นึง

Yummy

สิ่งที่กินแล้วคิดว่าอร่อยคือไอ้ซุปอะไรซักอย่าง ที่ไปหยิบๆสิ่งที่อยากกินใส่ถ้วยแล้วไปเลือกน้ำซุปเติมอ่า ชอบ

จบทริปแบบ เอ๊ะ จบแล้วเหรอ ฮ่าๆ แต่ก็มีความสุขดี
ขอบคุณอาเจ้ และเพื่อนๆที่ตามมาจาก Pantip ด้วยนะ : )

ได้มาอีกแน่ๆ Malaysia!
บ๊าย บายยย

mithuna27 malaysia-11 1781935_603939636354141_1104274515_n


Say hi :))

FB : facebook.com/mithuna27
IG : instagram.com/mithuna27
YT :youtube.com/mymithuna27

NEW YORK CITY

Always be my dream city

มาเมกาเป็นครั้งที่สองแล้ว แต่นิวหยวกนี่ครั้งแรกโครตๆเลย
ตื่นเต้นมากจนอยากตะโกนร้อง Empire State Of Mind ของเจ๊ ALICIA ดังๆ
(เอาจริงๆก็ทำไปแล้วแหล่ะ แล้วตอนอยู่นี่เพลงนี้ก็ loop ในหัวทุกวันด้วย)
เป็นครั้งที่สัญญากับตัวเองว่า เวลาไปเที่ยวครั้งต่อๆไป จะไม่เอางานมาทำด้วยอีกแล้ว
จะเก็บตังเยอะๆไว้ทีเดียว แล้วเที่ยวทีเดียวแบบไม่มีอะไรให้กังวลดีกว่า
ไม่เอาแล้ว work on the go นี่มาเกือบสองเดือน แต่เชื่อไหม!
เวลาส่วนใหญ่นี่ใช้ไปกับการนั่งทำงานอยู่ในห้อง งือออออ จัดการเวลาไม่ได้เลย

mithuna27-nyc-2014-3 kanittha bupphanchart

มาครั้งนี้ก็ลองจองห้องกับ AirBNB ดูซักหน่อย มันเป็นเว็บไซต์ที่คนธรรมดาสามารถเปิดห้องตัวเองให้คนอื่นเช่าได้ น่ารักดี
มันอาจจะยังใหม่อยู่แต่ลองดูดิ น่ารักดี เท่าที่ลองมาก็ยังไม่มีปัญหาอะไร (airbnb.com)
ที่แรกเป็นหอหญิงที่ Harlem ห้องคืออยู่บนถนนที่เดินข้ามมาก็เป็น Central park เลยอ่ะ แต่แถวนี้แอบน่ากลัวไปนิด เลยพยายามไม่กลับบ้านดึกๆ ที่ต่อมาเป็นห้องเล็กๆอยู่ใจกลาง Timesquare! ใครจะสนว่าขนาดห้องเป็นยังไงในเมื่อเปิดประตูออกมาก็เป็น Timesquare เลย

เอาจริงๆก็ไม่ได้เรียกว่าเป็นการเที่ยวคนเดียวซะทีเดียว เพราะว่าเจอกรุ๊ปเพื่อนคนไทยที่นี่ด้วย แล้วก็หาเพื่อนใหม่จากการไป meetup ทั้งวิชาการและไม่วิชาการด้วย (meetup.com) สนุกมาก ออกจาก comfort zone สุดๆ

Good town, good time, good memories and good people : )mithuna27-nyc-2013-no-shadow-3

Placeses

Building
Empire State Building ถ้าจะดูวิว NYC ตอนกลางคืนอ่ะ ให้ไปตึก Rockefeller Empire State ด้วย
Rockefeller center เหตุผลตามด้านบน..
National 911 Memorial & Museum เป็นที่รำรึกเหตุการณ์ตึก World Trade ถล่มในปี 2011
One World Trade Center เป็นตึก World Tradeใหม่ ล้อมรอบด้วยกลุ่มตึกอีก 6 ตึกที่สวยงามมาก

Others
Coney Island, Brooklyn, Timesquare, Central Park, Statue of Liberty
Metropolitan Museum of Art, the Museum of Modern Art (AKA. MoMA)
Grand Central Terminal

mithuna27 kanittha bupphanchart

“New York,

concrete jungle where dreams are made of
There’s nothing you can’t do
Now you’re in New York
These streets will make you feel brand new
Big lights will inspire you
Hear it for New York.”

Hello my up coming 24 : )

SINGAPORE – The real alone trip

Everything happens so fast

มารู้ตัวอีกทีก็มาเดินอยู่ที่สิงคโปร์แล้ว ตลกชะมัด เมื่อคืนยังทำงานอยู่เลย

ฉลองวัย 22 หลังการเรียนจบและทำงานแรกด้วยการลองมาเที่ยวคนเดียวเหมือนที่เคยฝันไว้เมื่อสองปีที่แล้ว
ตอนนั้นที่ไป work & travel ที่เมกาแล้วโดน agency ปล่อยเกาะจนเกือบโดนส่งกลับประเทศไทย
เอาจริงๆนั่นเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตอีกจุดนึงเลยก็ว่าได้
ด้วยเงินที่เสียไปเป็นแสน และเราไม่ได้ทำอะไรผิด เอเจนซี่ก็ยังไม่ช่วยอะไรเราเลย
ตอนนั้นดิ้นรนจนหางานเองได้ เดินทางข้าม state เอง หางานสองเอง เที่ยวเองแบบ map กระดาษ
ไร้ซึ่งสัญญาณ internet หรือการโทรมือถือ
แล้วก็ได้เงินกลับมาคืนแม่ตามที่สัญญา แถมได้กำไรกลับมาด้วย
ตอนนั้นคิดกับตัวเองว่า ถ้ารอดจากนี่กลับไป ต่อจากนี้จะไปที่ไหนบนโลกเองคนเดียวก็ได้หมดแล้ว
และตอนนี้ถึงเวลาทำตามคำที่ลั่นไว้ในตอนนั้นแล้ว : )
mithuna27 in singapore easy for first time

เที่ยวคนเดียวนี่ดีจัง อยากไปไหนก็ไป ขี้เกียจก็พัก เหนื่อยก็นอน อยากเปลี่ยนแพลนก็เปลี่ยน
อิสระและมีความสุขดีจัง

ความพังคือ

ดันจองบินหลังเลิกงานวันสุดท้าย ทำเสร็จ บินเลย..
งานดันมาเข้าไอ้วันสุดท้าย ต้องอยู่ปิด Art work ทีนี้ไอ้ที่คิดว่าจะมีเวลาแพลนเที่ยวนิดหน่อย เลยไม่มีเลย
ชาร์จ Powerbank จนเต็ม แต่ดันลืมสายชาร์จมา สรุปใช้มือถือไม่ได้ เลยต้องใช้  manual map
ตอนจองโรงแรมก่อนจะขึ้นเครื่อง ปริ๊นใบจองได้ทันเวลา แต่… ดันลืมหยิบมา..
ลงเครื่องมาเลยต้องมาแพลนทุกอย่างที่สนามบินสิงคโปร์… 

อะไรจะพังได้ขนาดเน้  เป็นวันที่ตะโกนด่าตัวเองในใจบ่อยที่สุดตั้งแต่เกิดมา T-T

แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ผ่านมาได้ด้วยดี แล้วการที่ใช้ map กระดาษก็ให้ความรู้สึกที่ดีชะมัด
การไม่มีมือถืออยู่ด้วยนี่มันดีเหมือนกันเนอะ ได้ตัดขาดจากอะไรวุ่นวายแบบจริงๆจังๆ สบายใจมากๆ~

how to backpack in singapore

กินอะไรในสิงคโปร์

ไอติมวอฟเฟิลรถเข็น
อันที่มันเป็นวอฟเฟิลบางๆแบบนี้อ่ะอร่อย
จริงๆแล้วแต่เจ้าด้วย ปกติเข้าที่ขายอยู่ตรงหน้า City Hall MRT station อ่ะ อร่อยสุด (เราชอบรส sweet corn)

Ya Kun Kaya toast
คือสิ่งที่เราชอบมาก เค้าชอบกินเป็นอาหารเช้ากัน เหมือนโอวัลตินปาท่องโก๋บ้านเราอ่ะ
จะเป็นขนมปังอบแบบบางทาสิ่งที่คล้ายๆสังขยาไข่ เนื้อ Kaya คือหอมละเลียดลิ้นมากๆ
เข้ากับขนมปังกรอบๆแบบบางๆ ไม่หนาเหมือนที่ไทย กัดกร้วมๆ อร่อยมาก
เซ็ตนี้จะมากับเครื่องดื่ม ไม่นมก็กาแฟ และไข่ลวกสองใบ คนๆแล้วเหยาะซอสกินได้เลย
(ถ้าชอบเนื้อ Kaya ก็ซื้อเป็นกระปุกกลับบ้านได้ แต่บอกตรงๆ หาขนมปังที่กินแล้วอร่อยแบบที่ร้านยาก)

บัวลอยน้ำขิง
อร่อยดี (แต่สู้ บัวลอยนมสดร้านชูจิตที่เยาวราชไม่ได้ อร่อยมากกก)
Ya Kun Ka Ya Singapore desert

**Char koay teow
**จะคล้ายๆผัดไทนะ ที่ไทยอร่อยกว่า ข้ามไปกิน Laksa เลยเถอะ

Laksa
มันก็มีหลายแบบหลายร้าน ที่หลายคนบอกว่าอร่อยที่สุดคือ “328 Katong Laksa” ราคา 5-7 SGD
“Depot Road Zhen Shan Mei Claypot Laksa” กับ “Janggut Laksa” ก็อร่อยไม่แพ้

Char koay teow and Katong LaksaDimsum
ติ่มซำก็อร่อย โดยเฉพาะเสี่ยวหลงเปา อร่อยมาก
อันนี้กินที่ Yum Cha Restaurant ที่ China town
YumCha-Restaurant-ChinaTown-Singapore

อย่างอื่นที่ควรต้องกินคือ

  • **ข้าวมันไก่ **
    / Boon Tong Kee ข้าวมันไก่กร่อยมาก ต้องสาขา Balestier นะ เต้าหู้ทอดก็อร่อย จิ้มกับซอสมายองเนส
    / Ming Ji Chicken rice อันนี้ไม่แมส ไก่ร้านนี้เอกลักษณ์คือจะเย็นมากเค้าเรียกกันว่า Bishan Cold Chicken Rice เค้าจะเอาไก่ที่ต้มแล้วมาช๊อกในถังน้ำแข็งก่อนเอามาสับให้เรากิน พอมันเย็นก็จะทำให้ชั้นไขมันมันกลายเป็นเจลลี่ เพิ่ม texture และความแปลกใฟม่ของรสชาติเวลากิน ยิ่งกินกับข้าวมันร้อนๆยิ่งฟิน (อยู่แถวๆ Bishan เปิดเย็นๆ ~5-8PM ราคา 3-6 SGD)
  • Chilli crab (ปูผัดพริก)
    / Long Beach Seafood, /Jumbo Seafood, /No Signboard Seafood  เลือกเอาเลย (พวก Chili crab นี่จะแพงหน่อยนะไม่ว่าร้านไหนๆก็ตาม)
    / Mellben Seafood (ที่ Ang Mo Kio) อันนี้ก็เด็ด สั่ง Chilli Crab, Bee Hoon Soup Crab แล้วก็ Creamy butter Crab ปูตัวใหญ่ผัดกับซอสครีม ราดเนย โหหห อย่างเด็ด
  • **Bak Kut Teh
    **บักกุ๊ตเต๋ จะเป็นซุปซี่โครงหมูในสมุนไพรจีนนั่นเอง จะได้รสสมุนไพรจีนเล็กๆ สั่งกับถั่วต้มจีน ขาหมู ปาท่องโก๋ เริศศศ
    / Ng Ah Sio Pork Ribs Soup Eating House, /Song Fa Bak Kut Teh, /Founder Bak Kut Teh Restaurant
    / Marsiling ไปยาก อยู่ไกล แต่อร่อยล้ำเลิศมาก คุ้มค่าแก่การไป (อยู่ที่ Marsiling Road Block 19)
  • **ทาร์ตไข่
    **
  • **Singapore Sling **
    /Long Bar – เป็นร้านที่ครั้งนึงต้องไปซักครั้ง สั่ง Singapore Sling อันโด่งดังมาดื่ม ถั่วฟรีที่นี่ทิ้งเปลือกถั่วลงบนพื้นได้เลย (warning : เตรียมรับมือกับราคานะ ร้านนี้)

มาเรื่องที่เที่ยวในสิงคโปร์กันบ้าง..
Little india in singapore

Marina Bay Sands

นอกจากจะไปดู Merlion แล้ว ตอนดึกๆก็เป็นที่ๆเหมาะมาเดินชิลเป็นอย่างยิ่ง มีดนตรีสดใน Hall ใกล้ๆซึ่งการันตีว่าไปกี่ทีก็เล่นดีมากๆ แล้วก็ถ้ามานั่งชิลแถวนี้ก็รอดู WonderFull – Light & Water Spectacular
หรือการแสดงยิงไฟเลเซอร์จากตึก Marina bay sands ด้วย ถ้าจะดูโชว์น้ำพุให้ไปฝั่งตึก ถ้าจะดูไฟให้ข้ามมาฝั่งตรงข้ามตึก เพราะไฟจะยิงจากชั้นบนสุดของตึก มีสองรอบคือ 8.00PM กับ 9.30 PM

Marina Bay Sands singapore

China Town

เรื่อง Night Street กับของกินอร่อยๆนี่ China town เค้าก็ดังค่ะ
ติ่มซำ บัวลอย ลักซา ทาร์ตไข่ เยอะแยะให้เลือกเต็มไปหมดค่ะ ไม่ใช่แค่กลางคืนนะกลางวันก็เดินได้
แถมใกลเๆมีวัดพระเขี้ยวแก้วที่โด่งดัง ให้ไปขอพรอีกด้วย (Buddha Tooth Relic Temple)
china town singapore2

china town singapore3

china-town-singapore

Little India

เป็นที่ๆเข้ามาแล้วเหมือนวาร์ปมาประเทศอื่น ใครไม่อินใรความอินเดียอย่างน้อยที่นี่มีตึกสีสันสวยงามให้ถ่ายรูป
แล้วก็มีวัด ร้านอาหารอินเดีย แล้วช่วงเดือน ตุลาคม- พฤศจิกายน  จะมีงานเทศกาลดีปาวาลี
ย่านนี้เค้าก็จะมีการตกแต่ง มีแสงสีสวยงาม ใครมาช่วงนั้นก็อย่าลืมแวะมาดู

little india arcade singapore

Garden By The Bay

ตอนเรามานี่ มันเพิ่งสร้าง เลยยังไม่ได้โปรโมทอะไรมาก ข้างในสวยดี มี Garden ให้ดูดอกไม้พืชพรรณต่างๆ มี 2 โดมให้เข้า
จะเข้าหรือไม่เข้าก็ได้แล้วแต่คนว่าชอบดูพวกดอกไม้ต้นไม้หรือเปล่า
แต่ที่ห้ามพลาดคือถ่ายรูปตอนกลางคืนเค้าก็เปิดไฟเป็นสีๆตามตึกทรงต้นไม้ (ปิด 9.00 PM)

Singapore’s Gardens by the Bay

Boat Quay & Clarke Quay

อ่านว่า โบ้ทคีย์ กับ คลากคีย์ อยู่ไม่ไกลกันมาก เดินได้ Boat quay นี่เป็นถนนที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร ติดแม่น้ำ
ส่วนใหญ่เป็นอาหารทะเล แต่เอาจริงๆก็มีให้เลือกหลายชาติมาก เดินชิลๆตอนเย็นๆหรือหลังเลิกงานนี่ผ่อนคลายสุดๆ
Clarke Quay ก็อารมณ์คล้ายๆกัน ถ้าจะหาที่นั่งจิบเบียร์ดึกๆ ที่นี่แหล่ะเหมาะ
ถ้าไม่ชอบคนพลุกพล่านเสียงดังมากก็ไป Boat Quay ถ้าชอบอารมณ์แบบคนเยอะก็เลือก Clarke Quay
Boat Quay singapore

Sentosa

ข้ามมาฝั่งนี้ทั้งที ต้องไปนั่ง Luge & Skyride ด้วย หรือจะเล่นคาสิโน หรือจะ Universal studio
หรือจะ Aquarium หรือจะ Fun Park, Water Park ฝั่งนี้สิ่งบันเทิงครบถ้วน

sentosa singapore aquarium singapore

จบแล้ว

เที่ยวง่าย ใช้ชีวิตง่าย แม้บางอย่างจะแพงไปหน่อย ยิ่งน้ำเปล่านี่ยิ่งแพง
แต่ถ้าให้แนะนำที่ที่สามารถเที่ยวคนเดียวครั้งแรกได้อย่างง่ายและปลอดภัยก็ที่นี่แหล่ะ มาเลย

ขอสรุปนิดนึง

**สิงคโปร์ **เป็นเมืองที่มีระเบียบเรียบร้อยมาก ผู้คนส่วนใหญ่มีความมีระเบียบอยู่ในสันดาน
ไม่ถ่มน้ำลายลงพื้น ขึ้นบันไดเลื่อนชิดซ้าย รักษาเวลา รักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะเรี่ยราด
(มีกฎหมายข้อนึง ที่ห้ามนำหมากฝรั่งเข้าประเทศ มีคนเคยบอกว่าเพราะนักท่องเที่ยวชอบเอาหมากฝรั่งที่เคี้ยวแล้ว ปแปะตามที่ต่างๆจนคนสิงคโปร์รับไม่ได้ ก็เลยเป็นที่มาของกฏหมายข้อนี้)
ตอนที่ไปนี่แมลงสาบซักตัวยังไม่เคยเห็นเลบด้วยซ้ำ
ตึกอาคารบ้านช่อง ถนนหนทาง ถูกสร้างขึ้นมาอย่างประนีต ทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่เหมือนถูกสร้างขึ้นมาอย่างตั้งใจ
ตั้งแต่บ้านหลังเล็กๆในแถบสลัมไปจนถึงตึกสูงใหญ่
ไม่มีความคอนทราสของความเป็นเมืองและสลัมให้เห็นชัดเจนเหมือนเมืองไทย
ที่นี่ไม่มีสุนัขจรจัด คนข้างถนน คนขอทาน หรือคนไร้บ้าน เพราะรัฐจะนำตัวไปควบคุม
หาบ้านให้อยู่ หาอะไรให้ทำ (เมืองไทยควรทำบ้างนะ)
แต่ก็เช่นกัน การที่เป็นเมืองที่เป็นระเบียบ มันก็เลยมีความเหงา และความเป็นเส้นตรงๆมากเกินไป
ผู้คนเหมือนยึดถือตามเส้นๆนึงที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ผู้คนมีระเบียบ แต่ไม่มี feeling เท่าเมืองไทย
ที่นี่ไม่มี Net Idol, ไม่มีดารา, โฆษณาไม่สนุกเท่าเมืองไทยแน่นอน. Series ต่างๆถูกนำเข้ามาฉายจากต่างประเทศ.
ไม่มีละครน้ำเน่าตอนกลางคืน (นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ประเทศเขามีเหตุผล และเจริญ)
ไม่ค่อยมี Event หรืองานประหลาดๆมากนัก (งี้ Marketing Commu. ก็ไม่มันส์น่ะสิ)
เป็นประเทศที่มีคนอยู่หลายเชื้อชาติ พูดหลายภาษา (60% จีน นอกนั้นมาเล อินโด และอื่นๆ)
พูดจีน และอังกฤษ ครึ่งๆ คนแก่ๆชอบพูดจีน ไม่เข้าใจอังกฤษ เด็กๆวัยรุ่นพูดอังกฤษ ไม่ค่อยเข้าใจจีน
แต่วัยรุ่นส่วนมากพูดได้ทั้งสองอย่าง จะเก่งอันใดอันหนึ่งมากกว่าอีกอันเสมอ
ถ้าอังกฤษเก่ง จีนก็ไม่ค่อยได้ ถ้าจีนได้ อังกฤษก็ไม่ค่อยเก่ง
นั่นเป็นเหตุให้สงสัยว่า แล้ว Mass Product จะโฆษณายังไง??
โฆษณาส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ บางอันมี sub จีน, ละครบางเรื่องเป็นภาษาจีนมี sub eng.
แต่ที่เห็น Print ad. แม้แต่ Mass ก็เป็น ภาษาอังกฤษล้วนไม่มีจีน เอ้อ งง
คนที่นี่ไม่ค่อยอินในศาสนา ไม่ค่อยมีพิธีกรรม อื้มม นี่ก็คือทั้งหมดที่เข้าใจและสัมผัสได้ ในการไปสี่วันสี่คืน
ผิดพลาดจากความเป็นจริงประการใดก็มิอาจทราบได้จร่ะ .. จบ อิอิ.. <3