Korea : 35mm

เกาหลีครั้งที่ 2 ทำให้เรารู้ตัวเองว่าชอบกินเนื้อย่างเกาหลีกับเบียร์เกาหลีมาก ชอบมากกว่าเนื้อแพงๆที่ญี่ปุ่นอีก ดิบเถื่อนดี อร่อยเหมาะกับช่วงนี้ที่ชีวิตมีความดิบเถื่อน เอาจริงๆครั้งนี้ก็ไม่ได้ไปไหนมาก นอกจากวนเวียนอยู่แหล่งช๊อปปิ้ง และร้านเนื้อย่าง (น้ำลายไหล) หนาวๆแบบนี้ มีเนื้อย่างอร่อยๆกับเบียร์วุ้นเกาหลี ชีวิตจะเอาอะไรอีกอ่ะ?

000039 000040 000041 000006 000042 000046000045

shooting info :
Cam : Olympus μ [mju:] ZOOM115
Lens : 38-115mm
Film : Fuji-xtra-400

ลอนดอนผ่านกล้องฟิล์ม

ประเทศอังกฤษครั้งแรก และครั้งแรกที่ใช้กล้องตัวนี้ *Olympus μ [mju:] (LIMITED EDITION) *กล้อง Point and shoot สีเงินแวววาวน่ารัก 💕 
(รูปกล้องอยู่ข้างล่างสุด) หลังจากถ่ายไปได้ 3-4 ม้วน กล้องก็ได้จากเราไปพร้อมกับฟิล์มที่ถ่ายแล้ว จากไปกับ subway สายสุดท้ายของคืน เหลือแค่ฟิล์มที่เก็บไว้ที่ห้องให้เอามาล้างแค่นี้ (กล้องดิจิตอล Fuji XT10, เลนส์ Fuji 2 ตัว, passport และอื่นๆก็หายไปด้วยกัน) ชีวิตวุ่นวายอยู่พักนึงอ่ะ
ใครของหาย พาสปอร์ทหายที่ลอนดอนก็ถามเข้ามาได้ ประสบการณ์แน่นมาก ชีวิตวุ่นวายมากจริงๆ

Flowers at Shoreditch LONDON ดอกไม้ที่ย่านชอร์ดิช-ลอนดอน

จะว่าไปชีวิตในลอนดอนครั้งนี้มันช่างคล้ายกับรูปฟิล์มที่ล้างออกมาได้เหมือนกันนะ บางรูปมันจะสั่นๆ เบลอๆ หลุด focus ไปหน่อย ทั้งๆที่ก็คิดว่า fucus ดีแล้วแท้ๆ เหมือนชีวิตที่คิดว่าใช้อย่างรอบคอบระวังแล้วแท้ๆ ก็ยังมีช่วงที่หลุด focus ซะจนได้ มันก็จะเบลอๆ งงๆ เศร้าๆอยู่หน่อย แต่ชีวิตบางช่วงก็อบอุ่น และมีความรู้สึกที่พิเศษมาก เหมือนรูปบางรูป ที่ช่างอบอุ่น ละมุน และชัดเจนในความรู้สึก เหมือนความรู้สึกเย็นฉ่ำเมื่อนึกถึงละอองฝนที่ลอนดอน, ความสุข และมิตรภาพดีๆต่างๆที่มันได้โลดเล่นอย่างชัดเจนขึ้นมาในใจ หรือบางรูปที่เหมือนช่วงชีวิตที่ดูช่างไม่สมบูรณ์เอาซะเลย แต่เรากลับชอบมันซะอย่างงั้น

เรื่องร้ายใดๆที่เกิดขึ้นก็ตาม มันคงไม่สามารถมาทำให้ความรู้สึกในเรื่องดีๆต้องบั่นทอนลงไปได้
เพราะมันเป็นคนละเรื่องกัน และมันไม่สามารถลบล้างหรือหักแทนอะไรกันได้เลย
เราแค่ต้องเลือกว่าอันไหนที่ควรเก็บไว้ และอันไหนที่จะเรียนรู้ แล้วปล่อยมันไป

สำหรับเรา ลอนดอนก็คงเหมือนรูปจากกล้องฟิล์มทั้งหมดที่เหลือแค่ 12 รูปนี้นี่แหล่ะ

*“the perfect imperfection” *

Wall painting at Shoreditch LONDON - paint กำแพง ที่ย่านชอร์ดิช-ลอนดอน Architecture in London-with-film-camera-olympus-mju-ตึกสวยๆในลอนดอน-โดยกล้องฟิล์ม10 View from the London bus-with-film-camera-olympus-mju-รถบัสสองชั้นที่ลอนดอน-โดยกล้องฟิล์ม10 LFA-Accommodation-London-film-academy-ที่พักนักเรียนที่ลอนดอน LFA-Accommodation-London-film-academy-ที่พักนักเรียนที่ลอนดอน Shake Shack burger in Covent market London เบอร์เกอร์เชคแชค London icecream - ไอศครีมตัก ที่ลอนดอน Camdenlock London - อีกตลาดที่ควรไปในลอนดอน shot Portobello road market in Double exposure with film camera -olympus-mju-ถ่ายภาพซ้อนในลอนดอน-โดยกล้องฟิล์ม shot Portobello road market in Double exposure with film camera -olympus-mju-ถ่ายภาพซ้อนในลอนดอน-โดยกล้องฟิล์ม2 London first roll of film - รูปหัวม้วนฟิล์ม


12407503_1064596833571370_1548180414_nshooting info 📷: (ตัวสีเงินด้านบน)
  • Cam : Olympus μ [mju:] (LIMITED) /Silver *
  • Lens : 35mm, f/3.5*
  • Film : Fuji-200 *

ไอร์แลนด์เหนือแบบกระชับ

A road trip in Northern Ireland.
เป็นทริปสั้นๆง่ายๆที่ได้ใจความ ☁ ☀ 💗
กลับมาแล้วดู Brooklyn, Sing street ก็อินในความ Irish ไปอีก
ใครชอบ game of thrones ก็คงอินเหมือนกัน Location ถ่ายหนังทั้งนั้นเลย~

ไอซ์แลนด์ผ่านกล้องฟิล์ม | ICELAND

“เท่าที่มือเย็นๆจะหยิบขึ้นมาถ่ายได้”

– ไอซ์แลนด์ –

We drive, we eat, we eat, we drive.

เป็นการใช้เวลามองออกไปนอกหน้าต่างรถที่ยาวนานกว่าครั้งไหนๆ ทริปเลห์ก็ยังไม่เท่า
เพราะนี่เราขับรถกันทั้งวัน ชีวิตส่วนใหญ่ก็อยู่กันบนรถเนี่ยแหล่ะ
ถามตัวเองเหมือนทุกๆครั้งที่ออกทริป ว่า “แล้วเรารู้สึกยังไงกับที่นี่”

แต่ก็ไม่มีคำตอบดีๆผุดขึ้นมาในหัวซักอย่าง
มีแต่ความเงียบ กับเสียงเครื่องยนต์
มันออกจะสงบกว่าทริปอื่นๆ ทั้งเพื่อนร่วมทริป ทั้งสีขาว ทั้งความหนาว
ความสงบข้างในมันชัดเจนกว่าทุกๆครั้งที่ผ่านมา

แต่เอาจริงๆก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่า “ความสงบ” หรือ “ความว่างเปล่า” ดี


– PANORAMA MODE –
-Iceland จาก panorama mode ก็สวยไปอีกแบบ-

– OSLO, NORWAY –

เราชอบรูปที่ถ่ายมาได้จากหนึ่งคืนที่ Norway นะ
ชอบมาก เราแพ้ให้บรรยากาศแบบนี้เสมอ
เราชอบความเหงาที่มีสิ่งมีชีวิตอื่นๆรายล้อม
เราชอบความเป็นส่วนตัว ที่ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว
เราชอบการหลับตาอยู่นิ่งๆ แต่ความรู้สึกและความคิดมันโลดแล่นไปแล้ว

ข้างนอกมันหนาว หนาวจนเราพูดออกมาเป็นไอออกจากปาก
แต่พอเข้ามาข้างในกลับอบอุ่น จนเราสามารถถอดเสื้อหนาวให้เหลือแค่เสื้อ layer บางๆ
ทั้งสองสิ่งที่ต่างกันนี้ มีเพียงแค่กระจกกั้นเท่านั้น
เราชอบบรรยากาศแบบนี้ ผู้คนหนีความหนาวเข้าไปในร้านคาเฟ่ หรือร้านเบียร์
เราคงเป็นพวกนั่งริมหน้าต่าง มองคนเดินหนาวไปมา
ในมือมีถ้วยกาแฟอุ่นๆ หรือเบียร์ซักแก้ว
ข้างๆมีใครซักคนที่เรา rely on
พูดถึงเรื่องชีวิต และความฝัน ทั้งที่ผ่านมา และกำลังจะเกิดขึ้น
พูดถึงเรื่องจุดที่ทำให้เราเป็นเราในวันนี้ จุดที่ทำให้เราได้เปลี่ยนแปลง
ความชัดเจนหรือความคลุมเคลือต่างๆ
หรือบางทีอาจจะอบอุ่นโดยที่แค่มองดูคนเดินไปมาด้านนอก โดยไม่ต้องพูดอะไรกันเลย

See you again Norway.

เป็นไอซ์แลนด์ที่สงบเงียบ และกว่างใหญ่ จนรู้สึกว่าธรรมชาติเป็นฝ่ายเฝ้าดูเราอยู่ ไม่ใช่แค่เราที่เป็นฝ่ายชื่นชมธรรมชาติ ; )

shooting info 📷:

*Cam : Olympus μ [mju:] ZOOM115  [฿850 @Thailand] *
Lens : 38-115mm
*Film : Fuji-200  [฿160 @Thailand]
*

Macau 2015 : 35mm

ปีนี้เรามามาเก๊า ก่อนจะไปฉลองปีใหม่ต่อที่ญี่ปุ่น
อยู่ดีๆก็หลงรักมาเก๊าแบบไม่มีเหตุผล อธิบายไม่ได้ว่าทำไมถึงได้ชอบ
อาจจะเป็นเพราะถนนตอนกลางคืนที่มันช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน
หรืออาจเป็นเพราะแสงของไฟนีออนโบราณหลากสีที่แข่งกันเปล่งแสงตุ่นๆในตอนกลางคืน
หรืออาจเป็นเพราะตึกสูงที่เรียงกันเป็นหน้ากระดานและประตูเหล็กเก่าๆกับอักษรจีนๆ
ไม่รู้สิ มันดูมีเสน่ห์ไปหมดเลย

Japan 2016

ปีใหม่ที่ญี่ปุ่น ก็เงียบสงบสมเป็นญี่ปุ่น มีความบ้านๆ มีความพักผ่อนจริงๆจังๆ
ขนาดวัน Countdown ยังไม่มีแม้แต่ดอกไม้ไฟ เป็นปีใหม่ที่เงียบเชียบที่สุดตั้งแต่เราเคยมีมา
คนญี่ปุ่นเค้าชอบอยู่บ้านดูรายการทีวีกันในช่วงปีใหม่แบบนี้แหล่ะ
ร้านค้าก็ปิดกันหมด ซึ่งก็ไม่แปลกหรอก ใครๆในโลกก็หยุดพักปีใหม่กันทั้งนั้นแหล่ะ
แต่ชอบนะ ลึกๆแล้วชอบความเงียบแบบนี้จัง

***shooting info : ***

*Cam : Olympus OM1 *
*Lens : 50mm,  f/1.4-16 *
*Film : Kodak-200 *

LEH LADAKH in film

ณ ที่ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 3000 ฟุต ที่ต้องกิน diamox จนปากชา ไร้ความรู้สึก
ไม่รู้แม้กระทั่งแม้กระทั่งน้ำมูกที่ไหลออกมาจากจมูก

เราตกหลุมรักตั้งแต่ลงเครื่องบิน
ถึงกับร้อง ‘เฮ้ยยยยยยยยย’ ยาวๆพร้อมกับปูน แล้วกระโดดกอดกับปูนโดยไม่ได้นัดหมาย

มันบรรยายไม่ถูกจริงๆ รอบๆตัวมีแต่ภูเขาขึ้นสลับเป็นชั้นๆ
อาอาศเย็นๆ ชิลมากๆ ราวกับหลุดเข้ามาในดินแดนอะไรก็ไม่รู้ เหมือนฝันแท้ๆเลย

ไป ไทเป กัน | Chilling Trip in the Rainy town (part2)

Part 2

เดินชิลๆที่ Fisher man wharf, นั่งดื่มกันใต้ตึก 101, เข้าอุทยาน Yehliu หินประหลาด &  ตะลุยกินที่จิ่วเฟิ่น (Chiufen)

ถ้ายังไม่ได้อ่าน Part 1 ..นี่เลย>>:  http://mithuna27.com/th/taipei-taiwan

DSCF5003

เราขอเรียกไทเปว่าเป็น Rainy town เลยดีกว่า ฟ้าอึมครึมตลอดวัน หมอกลงหนาบริเวณหุบเขา ฝนตกปรอยๆบ้างบางเวลา
เป็นเมืองแห่งสายฝนจริงๆเลย ถึงอากาศจะเป็นแบบนี้แต่แปลกที่เรากลับรู้สึกอบอุ่นเล็กๆ

Day 2

Evening @ Fisherman wharf & the night around 101

ใช้เวลาช่วงเย็นที่ Fisherman wharf และเดินเล่นที่แถวๆตึก 101กัน

DSCF4725

TAMSUI STATION

ต่อจากตอนเช้า ที่ขึ้นกระเช้าไปแล้วต้องลงมาเพราะฝนตก เราจะไป Fisherman wharf กัน เลยนั่งรถไฟมาที่สถานี TAMSUI เพื่อมาต่อ Bus ไป จะบอกว่าถ้าเวลาเหลือ นั่งมาลงที่นี่แล้วเดินเล่นก็ชิลดี โดยเฉพาะตอนเย็นๆจะมีลานทำกิจกรรมของคนที่นี่อยู่ใกล้ๆ Bus station มีเด็กมาซ้อมเต้น มีคนมานั่งวาดรูป มีสวนอยู่ด้านหลัง มีร้านรวงอยู่บ้าง ซึ่งเดินแล่นแล้วน่าจะเพลินๆดี

DSCF4732DSCF4727DSCF4726

Fisherman Wharf

ต่อ Bus สาย R26 จากสถานี TAMSUI เมื่อกี๊มาลงที่ Fisherman wharf ได้เลย ที่นี่เหมือนยังสร้างไม่เสร็จดี แต่โดยรวมก็เป็นที่เดินเล่นที่ดี ถ้ามากับคนรักแล้วซื้อหนมมานั่งชิลๆที่ทางเดินด้านบนก็โรแมนติกอยู่ อากาศเย็นสบาย

DSCF4736 DSCF4734 DSCF4740 DSCF4755 DSCF4751

HOT-STAR

Large fried chicken

มานี่ต้องกินไอ้ไก่ทอดแผ่นใหญ่ๆนี่ให้ได้ กินคนเดียวหมดนี่เมพมาก (ซึ่งเรากินหมด ฮ่าๆ) ชิ้นนึงมันกินได้สองคนเลย เก็บท้องไว้กินอย่างอื่นด้วยดีกว่า ให้เขาใส่ผงปาปริกามาให้หน่อยด้วยก็จะอร่อยดี ไม่งั้นจืดไปหน่อย ร้านจะอยู่ใกล้กับบันได้ขึ้นไปเดินเล่นข้างบนเลย

DSCF4783DSCF4786DSCF4803

Souvenir

ข้างๆมีของฝากขายด้วย เป็นพวกกุญแจตัดเป็น outline รูปเกาะไทเปน่ารักดี แต่ราคานี่เอาการอยู่นะ อันละเกือบร้อยได้มั๊งถ้าจำไม่ผิด DSCF4792

Walk way

ทางเดินด้านบนเป็นอะไรที่ชิลลล มาเดินเล่นนั่งเล่นรับลมบนนี้ได้เลย แต่นอกนั้นก็ไม่มีอะไรให้ทำละนะ นอกจากลงไปหาอะไรกินด้านล่าง ซึ่งเราแนะนำว่ามาเดินชิลๆแล้วไปนั่งกินอะไรที่บริเวณใกล้ๆตึก 101 จะเพลินกว่า คนคึกคักกว่า หรือถ้าอยากใช้เวลาคุยกันเงีบยๆ ตรงนี้ก็เหมาะละล่ะ DSCF4809

Around Taipei 101 building

ปิดท้ายวันนี้ด้วยการหาร้านนั่งกินเบียร์กัน ใกล้ๆตึก 101 แถวๆโซนโรงหนัง V show จะมีห้าง ร้านค้า ร้านนั่งกินดื่มให้เลือกเพียบเลย ถ้ามาหาที่ชิลกันกับเพื่อนๆก็มาแถวนี้ก็ได้อาหารอร่อยดี จะเดินช๊อปหรืออะไรก่อนก็ได้ แล้วมานั่งจิบเบียร์สบายๆ จบไปอีก 1 วันด้วยบทสนทนาที่ดี ทำให้เราได้รู้จักกันมากขึ้นอีก : ) แต่ตรงนี้จะราคาแพงหน่อยนะ มันรอบๆที่ท่องเที่ยวก็จะแพงงี้ ถ้าอยากถูกๆชิลก็แนะนำพวก night market แถว Ximending จะถูกกว่านี้หน่อย DSCF4850 DSCF4855 DSCF4858 DSCF4859 DSCF4863DSCF4871

Taipei 101

อย่ามาถามว่าข้างในมีอะไร เก๊าไม่ได้เข้าไป แง่บๆ จริงๆมันขึ้นไปข้างบนแล้วชมวิวได้ แล้วก็มีที่ให้ช๊อปปิ้ง รู้ประมาณนี้แหละ ขอนั่งชิลข้างนอกนี่ต่อละกัล หมดแรง เป็นทริปชะโงกๆพอ เก็บครบคงไม่ไหวว บอกตามตรง~ DSCF5035DSCF5041

Day 3

Yehliu Geopark & Chiufen (the lovely) villege

ไปดูหินนประหลาด แล้วต่อด้วย จิ่วเฟิ่น หมู่บ้านโบราณน่ารักๆ

DSCF4872วันนี้ออกเดินทางโดย mini bus ซึ่งขนาดใหญ่กว้างขวาง สะอาดด้วย (จิ๋มมี่เป็นคนติดต่อให้อีกแล้ว น่ารักมาก)
นั่งสบายยยเลยไปเลย :3

DSCF4876 DSCF4880

นั่งออกมาจากตัวเมืองที่สะอาดดูเป็นระเบียบได้นิดนึงก็เป็นภูเขาแล้ว ซึ่งเอาจริงๆ ขนาดต้นไม้ยังดูเป็นระเบียบเหมือนโดนจับวางเลยอ่ะ ทางไหนที่ต้องผ่านภูเขา เขาก็เจาะเป็นอุโมงค์ให้รถผ่านไป

DSCF4884DSCF4885

Wanli town

มาถึงเมือง Wanli แล้ว เป็นเมืองชาวบ้านๆเหมือนหมู่บ้านชาวประมง เรียกได้ว่าเป็นเมืองบ้านนอก แต่เป็นบ้านนอกที่โคดจะดูสะอาด

DSCF4887 DSCF4889 DSCF4900 DSCF4898

มาถึงถิ่นทะเลไม่กินอาหารทะเลได้ไง

ลองเดินดูรอบๆหาข้าวทานกันซักมื้อ ร้านอาหารแถวนี้ก็อร่อยดีอยู่นะDSCF4901IMG_5756 DSCF4893

Yehliu Geopark

ขอเรียกว่า เย่หลิว หินประหลาด ฮ่าๆ
เป็นหนึ่งใน the most famous wonders of the world เลยน้า หินพวกนี้เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล
หินที่ป๊อปที่สุดจะเป็นอันที่มีคอคอดเล็กมากเหมือนจะหักอยู่แล้ว
ซึ่งเขาจะเอาหินเล็กๆมาล้อมรอบๆไว้แล้วให้นักท่องเที่ยวต่อแถวเข้าไปถ่ายรูป

IMG_5819 IMG_5801 DSCF4911 DSCF4922 DSCF4924 DSCF4921 DSCF4925 Untitled-11ด้านซ้ายนี่คือหินที่ป๊อปที่สุดค่ะ คนต่อคิวถ่ายรูปเต็มเลย ส่วนเราน่ะเหรอ อ้อมมาถ่ายข้างหลังก็พอค่ะ จบ
ความพยายามในการต่อแถวไม่พอจริงๆค่ะ

ขึ้นมาดูวิวจากด้านบนก็ชิลดี ลมเย็นมาก มีละอองทะเลพัดเข้ามาหน่อยๆ
ที่นี่มีเสื้อกันฝนขายถูกๆอยู่ด้านนอกซื้อเผื่อๆเข้ามาก็ได้เพราะฝนตกบ่อย แล้วยังละอองทะเลอีกDSCF4934

Chiufen Villege

เราชอบที่นี่มากสุดในไทเปละ มากพอๆกับหมู่บ้านชาที่ต้องนั่งกระเช้าขึ้นไปเมื่อวาน มันน่ารักจัง จิ่วเฟิ่นนี่เป็นหมู่บ้านโบราณ ทางเป็นทางคดเคียวขึ้นไปบนเขา มีวัด มีของขาย ตรงนี้ต้องนั่งแท๊กซี่เข้ามาเพราะ mini bus เราไม่มีที่จอดไม่สามารถเข้ามาส่งได้
ps.ฝนยังคงตกตลอดเวลาในการเดินเล่นที่นี่
DSCF5003

Lovely Landscape

ขอยอมรับเลยว่าชอบความสะอาดและ Landscape ของที่นี่มากๆ เราหมายถึงโดยรวมนะไม่ใช่แค่หมู่บ้านนี้ ด้วยความที่ Landscape เขาเป็นเกาะ เป็นหุบเขา ภูเขา มันเลยเป็นพื้นที่ขึ้นๆลงๆ เลี้ยวลดคดเคี้ยว และประกอบกับความสะอาดและการจัดวางตึกอาคาร บ้านช่อง มันทำให้ดูน่าร๊ากน่ารัก ยิ่งในเมืองตรงที่มีทางขึ้นลงเยอะๆ (ex. ตรง Beitou Hotspring อ่ะ) จะน่ารักมาก เหมือนในการ์ตูนเลย แล้วยิ่งอากาศแบบนี้ยิ่งดูฝันๆเข้าไปใหญ่ ชอบจัง ถึงแม้จะทำให้ลำบากและถ่ายรูปไม่สวยก็ให้อภัยUntitled-3DSCF4991

The village

เดินเข้ามาข้างในหมู่บ้านก็มีของขาย ใครที่ชอบส่ง Postcard ในนี้ก็มีขาย แล้วก็มี stamp ให้เลือกหลายลายหลายราคาด้วย ฟินนน ขนมก็อร่อย ไดฟุกุเต็มเลย อร่อยด้วย มีหลายไส้ให้เลือกมากๆ ไส้แปลกๆก็เยอะ เราชอบที่เป็นสีเขียวข้างในไส้ถั่วแดงกับครีม นุ๊มมม ฟินนนน~ DSCF4955 DSCF4957 DSCF4960DSCF4968

นึกถึงอาม่า

รองเท้าที่ขายที่นี่ทำให้นึกถึงอาม่า อาม่าเราเป็นคนจีนแท้ๆ 100% ที่มาทำอาชีพที่ไทย อาม่าเท้าเล็กมากๆแล้วก็ชอบใส่รองเท้าจีนๆ แบบรูปด้านล่าง เป็นรองเท้าผ้า ปิดปลายเท้าหมด ปักลายด้านหน้า คิดถึงอาม่าสุดๆ อาม่าชอบบอกว่าหาซื้อยาก ถ้าอาม่ายังอยู่จะซื้อฝากซักโหลให้ใส่ทิ้ง ใส่ทิ้งไปเลย!DSCF4981 ส่วนอันนี้เป็นรองเท้าเพื่อสุขภาพ ที่ปลายเท้าจะสูงกว่าส้นเท้า รองเท้านวดก็มีนะ คนจีนเค้าใส่ใจเรื่องเท้าเอามากๆ และด้านล่างเป็นรองเท้าเกี๊ยะไม้ ใส่เดินก๊อกแก๊กๆ น่ารักดีDSCF4978DSCF4979

ขนมไอ้นี่

คือขนมอะไรไม่รู้แต่ขายดี คนต่อคิวแน่นเลย เขาเอากบไสไม้ ไสถั่วก้อนเหลี่ยมๆที่เหมือนถั่วตัด ออกมาเป็นฝอยๆผงๆ แล้วเอามาห่อกับแป้งบางๆ ใส่อะไรไม่รู้ผสมลงไปอีก ที่นี่ขนมอร่อยเยอะมากก รักที่นี่สุดในไทเปละเรื่องของกินเนี่ย

DSCF4984 DSCF4986 DSCF4987

Don’t forget

มาถึงจิ่วเฟิ่นแล้วก็อย่าลืมขึ้นไปข้างบนมีร้านน้ำชาให้นั่งมองวิว เห็นวิวทั้งเมืองเลย เราว่าครั้งหน้าถ้ามีโอกาสมาอีกอาจจะมาพักที่นี่ซักหน่อย บรรยากาศตอนเทศกาลตอนกลางคืนคงน่ารักดีแล้วก็กลับกันเถอะ การเที่ยวท่ามกลางสายฝนนี่มันเหนื่อยเป็นสองเท่าจริงๆนะ
บ๊ายบาย เมืองแห่งสายฝน : )

DSCF5009 [DSCF5011

](/wp-content/uploads/2015/01/DSCF5011.jpg) Beitou Hot spring

คืนนี้จบด้วยการแช่นำ้ร้อนกันที่ Beitou มีให้เลือกหลายร้านมาก ไม่ได้ถ่ายรูปมา
ที่เราเลือกกันเป็นบ่อรวม มีชุดว่ายน้ำให้เลือกซื้อ อุ่นสบายยยย~
DSCF5015* *

Trip info :

SCHEDULE

22-26 October 2014
22 Take off (night), Check in the home stay
***23 *Gu Gong National Palace Museum, Chiang Kai-shek Memorial Hall
24 Maokong Gondola, Tamsui station, Fisherman wharf,  101 area (Vshow cinema area)
***25 *Yehliu Geopark, Chiufen village, Beitou Hotspring
26 Back to Thailand

BUDGET

Air ticket                   9,520  THB (Traveloka)

  • Travel insurance     450      THB (Gobear)*
  • Transportation        2,355   THB (แพงตรง mini bus กับรถตู้รับส่งสนามบิน)*
  • Living                        3,121    THB*
  • Accommodation     2,843   THB*
  • Entrance ticket*
  • Gondola ticket        100       THB*
  • Yehliu park              80         THB*
    Total                        18,469  THB

*rate 1 THB =  0.96 Taiwan dollar
ถ้าแลกกลับเป็นเงินไทยที่ไทย แนะนำไป super rich โลด ที่สนามบินกด rate ลากเลือดมาก เราขาดทุนเกือบพัน


End of this trip

ขอสรุปอะไรต่างๆนาๆ ณ ตรงนี้

การเตรียมตัว ความรู้สึก และทัศนคติของเรากับประเทศนี้

สรุปความรู้สึกทั้งหมดกับไทเป

เรารู้สึกชิล เอื่อยๆ ฝนมันไม่เป็นใจให้เราเที่ยวเท่าไหร่ แต่ก็รู้สึกดีอย่างประหลาด

กว่าจะสื่อสารกันรู้เรื่อง ภาษาอังกฤษไม่ได้ใช้ เซิร์ชหารูปให้เขาดูหรือใบ้คำจะช่วยชีวิตได้มากกว่า

เมืองสะอาด ตึกสวยเป็นระเบียบ ด้วย Landscape ที่เป็นภูเขา ถนนมันเลยต้องทำเป็นขึ้นๆลงๆน่ารัก
สาวๆขาเรี๊ยวเรียว เห็นแล้วอยากเตะรวบขาเรียงคน ทอมเยอะมาก และหน้าตาดีด้วย
ส่วนหนุ่มที่นี่ถึงแม้จะหน้าตาจิ้มลิ้มมาก แต่ก็ทำอะไรปอไม่ได้ค่ะ หนุ่มไทยชนะเลิศ

รถไฟขึ้นง่าย ไม่งง ง่ายพอๆกับสิงค์โปร์ และมีหลายอย่างคล้ายสิงค์โปร์มาก แต่ก็ต่างอย่างบอกไม่ถูก
แบบที่นี่จะจุ๊กจิ๊ก ละเอียดอ่อนกว่า ใน detail ของตึก บ้าน สิ่งแวดล้อมอะไรแบบนี้ Singapore จะเรียบๆกว่า

อาหารอร่อย(หายาก)มากกก ที่อร่อยคือเสี่ยวหลงเปา ไอติมที่หมู่บ้านชา
ชานมไข่มุกร้านชุนสุ่ยถัง (Chun Shui Tang) ขนมที่หมู่บ้านจิ่วเฟิ่น That’s all

Where to go

• เราแนะนำขึ้นกระเช้าที่ Maokong Gondola แล้วใช้เวลาเดินลงมาเรื่อยๆ
• ไป Beitou แช่ Hot spring ซักหน่อย
• แล้วเดินลงมาข้างล่าง Shida night market กินเสี่ยวหลงเปาเจ้าอร่อย
• Spend the night at Fisherman wharf กิน ไก่ทอดแผ่นยักษ์
เข้าตึก 101 ไปเดินเล่นให้ได้ฟิลแบบว่ามาถึงแล้ว จะขึ้นดูวิวหรือไม่ดูก็ได้แล้วแต่
• ใกล้ๆจะมีโรงหนัง V Show บริเวณนี้เหมาะเดินเล่น ช๊อปปิ้ง กินเบียร์ชิลๆ ดูผู้คน (แต่ตรงนี้ราคาแพงหน่อยนะ)
• เดินเล่นที่ **Ximending ‘ซิเหมินดิ่ง’ (The Harajuku district of Taipei)
• ที่จะมีตึกแดงสวยๆอยู่ดึกนึงเป็นเอกลักษณ์ (เรายังไม่พบอะไรอร่อยเช่นกัน)
• ไหว้ขอพรที่ วัดหลงซาน Longshan และ วัดเบ๋าอัน Bao’An Temple
• ใครชอบประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ให้ไป National Palace Museum กับ Chiang Kai-shek Memorial Hall
 **ขึ้นเขา XiangShan ไปดูวิวตึก 101

• นั่งรถออกไปนอกเมือง ไปเสพความคิ้วท์ของหมู่บ้านโบราณ Chiufen **villege (อาจจะแวะไปดู one of famous wonders  หินประหลาดที่ Yehliu Geopark **ก่อนก็ได้)

• ไกลออกไปอีกที่ต้องจองรถไฟไป **Taroko Gorge หนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของเอเชีย ทัศนียภาพสวยงามเกินคำบรรยาย
(บรรยายไม่ได้จริงๆเพราะเราไม่ได้ไป จองรถไฟไม่ทัน ใครจะไปให้จองไปก่อน มันเต็มเร็วมาก)
• ดูพระอาทิตย์ขึ้น ล่องเรือชมทะเลสาป
Sun moon lake **ไปต่อจาก Taroko gorge เลยก็ได้เพราะมันอยู่ตอนกลางของเกาะนู่นแน่ะ เลย Tarokoมาอีก
*มาเช้าเย็นกลับจะเหนื่อยไปหน่อย และอาจไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
ค้างซัก 1 คืนกำลังดี รอดูพระอาทิตย์ขึ้นชิลๆ
น่าจะหมดละล่ะ

Prepare

• ใครมี VISA US แล้วก็ง่ายเลย เข้าไปกรอกแค่ใบนี้แล้ว print ไปเป็นพอ (ใบนี้มีอายุ 30 วัน) https://oa1.immigration.gov.tw/nia_southeast/
•  สำหรับคนที่ไม่มี VISA US ของที่เตรียมมันเยอะอ่ะ search ขั้นตอนการทำ TAIWAN VISA โลดจ้า
• อันนี้ไว้เช็คอากาศนะ ตอนเราไปนี่ฝนเหมือนจะตกทุกวัน ฟ้าอึมครึม แย่กับการถ่ายรูปมากๆ T-T  http://www.accuweather.com/en/tw/taipei-city/315078/october-weather/315078
• จองรถไฟไป Hualien (Taroko George) http://www.railway.gov.tw/en/index.aspx

Air Ticket

จองตั๋วเครื่องบินไป-กลับไทเปกับ **[Traveloka](https://www.traveloka.com/th-th/flight/to/Taipei.TPE/1)**
จองง่าย ได้ราคาดีที่สุด ไม่มีบัตรเครดิตก็จองได้ (มีให้เลือกโอนเงินผ่านธนาคารได้) ราคาไม่มีบวกเพิ่มเหมือนที่อื่น เห็นราคาไหน ก็จ่ายตามราคานั้น  (แล้วก็มีโค้ดลดราคาให้บ่อยๆด้วย [💖](http://emojipedia.org/sparkling-heart/))

What to bring with

เสื้อกันฝน และ เปิดเน็ตไป (เผื่อ search หารูปประกอบเวลาคุยกันไม่เข้าใจ)

That’s it จบแล้วจ้า : )

DSCF4542

ชิลไป ในไทเป | Chilling Trip in the Rainy town (part1)

Part 1

ไม่แปลกใจที่ทำไมใครๆก็ชอบมาไทเป คนน่ารักดี เมืองก็สงบ อยากกินเบียร์ก็แถวตึก 101,
ชานมไข่มุกก็อร่อย, เมืองจิ่วเฟิ่นก็โคดน่ารัก มีของกินอร่อยๆเพียบ…

ทริปนี้เป็นทริป Outing ชิลๆ เป็นช่วงที่ชีวิตวุ่นวายและเพิ่งออกจากโรงพยาบาลพอดี
เลยไม่ได้พยายามเก็บรายละเอียดอะไรมาก หรือพยายามหาเหตุผลอะไรกับมันนัก
อยากไปพักผ่อนชิลๆ แล้วมันก็ชิลอย่างที่หวังจริงๆ
ps.ใครตามมาจาก Pantip ในนี้เราแก้ไขเพิ่มเติม detail ให้หมดแล้วนะ ครบสมบูรณ์สุดๆ

เป็นทริปที่เรามี Duo กับเขาด้วยนะ ‘น้องแช๊ม’
Subordinate คนแรกในชีวิต หลังจากได้เลื่อนตำแหน่งเป็น Manager กับเขาแล้ว (ฟังดูยิ่งใหญ่นะ 555)

ช่างมันเถอะเอาเป็นว่าเป็น ‘น้องสาวคนใหม่’ ดีกว่า : )

IMG_5567

ทริปนี้เราไปกัน 9 คน เและป็นการไปต่างประเทศครั้งแรกของแช๊ม ดีใจที่ได้ไปด้วยกัน : )
*ดูสรุปทั้งหมดได้ที่ Part 2 ด้านล่างสุดนะ

First Night in Teipei

เรามาถึงกันตอนดึก รถตู้ที่โฮสเป็นคนช่วยหามารอรับอยู่แล้ว
ระหว่างทางมาบ้านโฮสนึกถึงสิงคโปร์เลย บ้านเมืองสะอาดเป็นระเบียบสุดๆ
แต่พอเข้ามาในเขตชุมชนปุ๊บ กลายเป็นเหมือนหมู่บ้านมารุโกะอย่างงั้น ทางมันแคบๆ รถก็ดูจิ๋วๆ น่ารักไปหมด

Jimmy, the host

โฮสชื่อจิ๋มมี่ ไม่ระบุเพศแน่ชัด แต่เจ๊จิ๋มแกจะมีเอกลักษณ์ชัดเจนมากจาก Outfit ของแก
จิ๋มมี่เป็นผู้ชายขาวตี๋แบบฉบับหนุ่มไต้หวัน พูดภาษาอังกฤษสำเนียงน่ารักๆแบบอาม่าอาเจ็ก
ใส่เสื้อแขนกุดโชว์แขนขาวๆ กางเกงบอลพริ้วๆ ใส่แว่นตาอันนึง แต่ที่เด็ดสุดคือ กระเป๋า!
กระเป๋าแกจะเป็นกระเป๋าที่ได้ฟรีจากการซื้อ Laptop ซึ่งด้านนึงขาดรุ่งริ่งออกมาประมาณสิบเซ็นได้ Cool~

เจ๊พาเราไปกินก๋วยเตี๋ยว ก็อร่อยดีนะ แต่ไม่พีค ยังไม่ recommend
โดยเจ๊เป็นคนสั่งเป็นภาษาจีนให้ ไม่งั้นบอกเลยว่าลำบากกว่าจะเข้าใจกัน
เส้นก็มีให้เลือกเป็นวุ้นเส้น เส้นอุด้ง เส้นหมี่ เส้นเล็ก เส้นใหญ่ น้ำซุปมีทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา พวกเราเหมามาทั้งทะเล
มันก็โอเคหมดยกเว้นหอย หอยเหม็นนน แบบว่าพูดแล้วขมคอขึ้นมาเลยเนี่ย

DSCF4417 Untitled-18*ชอบที่มีกระดาษพับเก๋ๆให้ดึงออกมาใส่เศษขยะ ไม่ต้องวางเลอะเทอะเหมือนที่ไทย *แค่ไอ้กระดาษแค่เนี้ย มีแล้วชีวิตดีขึ้นเลยอ่ะ ทำไมเมืองไทยไม่ทำกันนะ (หรือเปลืองกระดาษ?)

ไหนๆก็เปิดมาด้วยเรื่องอาหารละ พูดรวดเดียวเลยแล้วกัน

เบียร์ไต้หวัน

สั้นๆคือ อร่อย จากคอเบียร์ (ซึ่งไม่ใช่เรา)

DSCF4429

ชานมไข่มุก

มาเหยียบถิ่นชา เราต้องกินชาเซ่ ไม่กินชาไข่มุก จะมาถึงไต้หวันได้ไง ที่นี่เค้าต้นกำเนิดเลยนะ ปกติเราเป็นคนชอบกินชาไข่มุกมาก กินมาจะทุกยี่ห้อละ แม้กระทั่งที่ NYC ก็บินไปกินมาแล้วนะ หง่อวว์ (เอาจริงๆก็บังเอิญเจอเฉยๆแหละ 555) ของที่นี่มีไข่มุกให้เลือกหลายไซส์ แล้วก็ Topping อื่นๆอีก รวมทั้งระดับความหวาน เราเลือก original มา หวานกำลังดี ส่วนใครไม่อยากได้หวานมากให้เลือก half sugar ชามีความ plain มากกว่านิดนึง ไข่มุกนุ่มหนึบ เพลิ๊นเพลินน ชอบบ เสียดายกินแค่ยี่ห้อเดียว เห็นเค้าว่าเจ้าดังๆนี่ไข่มุกนี่กลิ่นหอมขึ้นจมูกเลยนะ ที่เด็ดๆเห็นจะเป็นต้นตำหรับ ร้านชุนสุ่ยถัง (Chun Shui Tang) เป็นนร้านให้เข้าไปนั่งกินเลย เราไปไม่เจอเลยอด ครั้งหน้าไม่พลาดแน่ DSCF5058

อาหารเช้า..

จากการมาอยู่นี่สามวันของเราก็ตระหนักได้ว่าเบอร์เกอร์คืออาหารเช้าที่เบสิคที่สุด ไปร้านไหนๆก็มีเบอร์เกอร์ ถามว่าอร่อยไหม .. ก็เบอร์เก้อร์อ่ะ ไม่อภิเชธ (appriciate) เท่าไหร่ ที่เห็นมีเยอะพอๆกันคือ “หมี่ผัด” เฮ้ย ทั้งหน้าตา รสชาติ ยังกับที่ Kashmir แน่ะ  (“แคชเมียร์” @อินเดีย) แต่ที่ Kashmir อร่อยกว่าเย้อออ ทั้งๆที่เป็นแค่ผัด Maggi เองนะ (บะหมี่ยี่ห้อ Maggi) DSCF4476

สุกี้ไต้หวัน..

วันที่สองกินสุกี้ไต้หวันกัน พนักงานเป็นทอมหน้าตาน่ารัก สุภาพ ส่วนสุกี้ น้ำจิ้มแปลกๆ ที่ผสมยังไงทำไมมันไม่อร่อยซักที ไม่คุ้นชินกับรสชาติจืดๆของที่นี่เลย DSCF4546 DSCF4549

ฟรุ๊ตตตต

ผลไม้ที่นี่อร่อย ฉ่ำ สดดี ดูสะอาดสะอ้าน ต้องลอง DSCF4535IMG_5221

ฟินๆในเซเว่น

เห็นเมื่อซักเดือนก่อนมีข่าวว่า 7-11 เมืองไทยสาขานึงเริ่มเปิดให้มี foodcourt ในร้านแล้ว คนไทยตื่นเต้นกันมากๆ วันนี้เรามาที่นี่ มันมีแทบจะทุกเซเว่นเลยอ่ะ ใน Family mart ก็มีด้วยเหมือนกัน Convenience  store ที่นี่มีของกินสำเร็จรูปเยอะเลยนะ แบบเป็นกล่องอลูมิเนียมที่นึ่งพวกลูกชิ้นไว้ ให้เราตักใส่ถ้วยได้เลย สะดวกดีและน่ากินกว่าพวกกึ่งสำเร็จรูปเย้ออ

อีกอย่างใน 7 ที่นี่ที่เราโคดชอบเลยคือ “มัฟฟินนนน” โอยยอร่อยย อร่อยไม่แพ้ miffin ใน Mc เลย กัดเข้าไปปุ๊บ สัมผัสแรกคือสากๆลิ้นด้วยผิวหนังกรอบๆและเครื่องเทศของมัน พอเคี้ยวปุ๊บ นุ่มมมมละมุนนนมากก นึกถึงขึ้นมาก็น้ำลายไหล *(ความคิดเห็นส่วนตัวที่ชอบกิน muffin อยู่แล้วนะ) *มันอร่อยลืมไม่ลง  (หรือเราหิวก็ไม่รู้) เอาเป็นว่าที่กินๆมาสามสี่วันเนี่ย ชอบ Muffin ในเซเว่นที่สุด จบปิ๊ง

DSCF4441 DSCF5047ที่ห้ามพลาดแต่เราพลาดคือเสี่ยวหลงเปา โดยเฉพาะที่ Beitou ที่มี Hotspring เยอะๆ จะมีผู้หญิงขายเสี่ยวหลงเปาอยู่ที่ Shida night market เขาว่ากันว่าอร่อยลืมมม จบเรื่องกินหลักๆละ

At Homestay

ในที่สุดก็ได้เข้าห้องพัก จิ๋มมี่พาไปที่ดึกแถวโทรมๆ ขึ้นไปด้วยทางเดินแคบๆถึงชั้น 4 ไอ้เราก็ เอ้อ อะไรก็ได้อ่ะ นอนได้หมดละวินาทีนี้ แทบจะทิ้งดิ่งลงสลบกับพื้นถนนละ

แต่พอเปิดลูกกรงเล็กๆตรงหน้าบันไดนั่งเข้ามาเท่านั้นแหละ ก็พบว่าด้านในใช้พื้นที่ได้ดีมาก แบ่งเป็นห้อง 5 ห้องมีทางเดินด้านหน้าเชื่อมกัน ดูอบอุ่นและน่ารัก น่านอนเป็นที่สุด ที่พักถูก ห้องก็ดี๊ดีย์ ทุกห้องมีห้องน้ำส่วนตัวขนาดถือว่าใหญ่ และมีเครื่องซักผ้าให้ทุกห้อง มีตู้เย็น ตู้เสื้อผ้า ทีวี ไดร์เป่าผม เครื่องกดน้ำเปล่าร้อน,เย็น ซิ้งค์ล้างจาน และ DVD ให้ดูฟรีจำนวนหนึ่ง

ps. ที่พักเราคือ Central cozy apartment by designer! Chángshòu Street Sanzhong District, 241 Taiwan เจ้าของชื่อ จิมมี่ : )
แนะนำเว็บที่เราใช้ตลอดเวลาไปต่างประเทศ Airbnb เดี๋ยวนี้คนคงรู้จักกันดีแล้วล่ะ https://www.airbnb.com/rooms/2355755

DSCF4454นอนห้องละ 2 คน เก๊านอนกับน้องแช๊ม ห้องก็เรียบร้อยตามประสาสาวๆ (เหรอ..)
เอาจริงๆมันดีกว่าที่เห็นนะ คือง่วงเลยถ่ายมาแค่มุมนี้  จิตใจจดจ่อแต่กับเตียงเท่านั้นจริงๆ T-T

Day 1

Museum & Chiang Kai-shek Memorial Hall

ไปมิวเซียม กับ อนุสรณ์เจียงไคเช็กกัน

เดินเล่นๆ

เดินเล่นแถวบ้านกันดูความนั่ลลัคของตรอกแคบๆที่น่าจะสกปรกแต่ดันสะอาดสะอ้าน (แต่บางทีก็มีสิ่งที่ควบคุมไม่ได้เช่น poo หมา)
จากที่พักเมื่อวานก็ทำให้เรามองที่อยู่อาศัยที่นี่เปลี่ยนไป ได้แต่คิดว่าภายในบ้านเล็กๆพวกนี้ ด้านในจะน่ารักกันขนาดไหนนะDSCF4460 Untitled-4 DSCF4463 IMG_5205

Every single space!..

is a precious space.
ในย่านชุมชน การจอดรถนี่นึกว่าไม่คิดจะเอาออกมาใช้กันอีกแล้ว แม้แต่เซนติเมตรสุดท้ายก็ยังเอาอ่ะคิดดู แม้รถจะคันเล็กๆกัน แต่ใช้ที่จอดรถกันประหยัดมากอ่ะDSCF4457

เช้าวันแรก จะหาข้าวกินแล้วไปซื้อบัตรรถไฟฟ้ากันน
หาร้านกินข้าวตั้งนาน อยากกินร้าน local เพื่อการเข้าถึง
และแล้วก็ได้เข้าถึงและเข้าใจว่าแฮมเบอร์เกอร์ และผัดหมี่คืออาหารเช้าสุดฮิต
(รสชาติ so so อ่ะ)Untitled-14Untitled-5

กว่าเราจะเข้าใจนาย.. กว่าเราจะเข้าใจกัน

การสื่อสารอันยากลำบากของที่นี่ ทำให้เราได้ใช้สกิลเกมส์ใบ้คำตอนเด็กๆอีกครั้ง..
จะไปไหน ต้องชี้ map เอา ชัวร์สุด ภาษาอังกฤษอย่าหวังมากว่าจะได้ใช้ Grammar ลืมไปได้เลย เรียนมาจากไหน คืนครูไปให้หมด ขนาดจะบอกว่าเอาเบอร์เกอร์ไก่ยังพูดว่า Chicken ไม่ได้ ทำยังไงน่ะเหรอ ก็ตีปีกใส่เขาเสะ ชิคเค่นๆ ยูโน๊วๆ (ตีปีกๆ) วินาทีนี้ภาษามือ ทักษะการเต้นประกอบเพลงตอนอนุบาล ทักษะการวาดรูป ทักษะการเล่นเกมส์ใบ้คำ ขุดมาใช้ให้หมด

DSCF4487 DSCF4490

Taiwanese

คนไต้หวันน่ารักดีนะ หมายถึงการให้ความช่วยเหลือนะ เค้าพูด eng ไม่ค่อยได้กันก็จริงแต่เค้าพยายามจะช่วยเรามากๆ ยังไม่เจอพนักงานที่ทำหน้ารำคาญที่เราสื่อสารกันไม่รู้เรื่องเลย อย่างพนักงานที่รถไฟฟ้าคนนี้ก็พยายามอย่างมากที่จะช่วยเรา แม้จะเกิดปัญหาตั๋วไม่พอ เขาก็พยายามบอกเราให้เข้าใจ ว่าเข้าไปก่อนได้เลยแล้วไปเอาที่สถานีนี้นะ อธิบายกันจนกระจ่าง

คิดไม่ออกว่าจะไปไหน ให้มองมาที่ฉัน..

ฉันในที่นี้คือ ‘ตั๋วรถไฟ’

มันจะมีรูปการ์ตูนโนเนะๆของอะไรเด่นๆในไทเป เห็นไม๊ๆ วัดหลงซาน ชาไข่มุก กระเช้าลอยฟ้า แช่น้ำร้อน นวดกดจุด ไก่แผ่นยักษ์ และตึก101
ใช้ติ๊ดขึ้น Bus ก็ได้นะใบนี้

DSCF4491

เรื่องของรถไฟฟ้า

ที่นี่ชอบขีดเส้นงอๆไปด้านข้างให้รอคิวกัน ก็เป็นระเบียบดี แต่เค้าจะไม่รอคนออกก่อนแล้วค่อยเข้าเหมือนของเรานะ ส่วนใหญ่ที่เจอจะเข้าทางนึง ออกทางนึง พร้อมๆกัน DSCF4495 ส่วนด้านในรถ ให้ระวังอย่างเดียวคือ ‘เก้าอี้สีแปลก’ ถ้าเผลอไปนั่งเก้าอี้ที่สีแปลกกว่าตัวอื่นๆล่ะก็ ระวังโดดมนุษย์ป้า มนุษย์อาม่าอากงบ่นเอา(แบบเรา)แน่ๆ เพราะมันเป็นที่เฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ คนท้อง และผู้พิการจ้าาา

DSCF4499DSCF4554อดคิดถึงสิงคโปร์ไม่ได้จริงจริ๊งง ดูวิวดิ ยิ่งมองยิ่งคิดถึง

Gu Gong National Palace Museum

พิพิธภัณฑ์กู้กง ใครไม่ชอบเดิน mesium ก็ skip part นี้ไปได้เลยนะ
เอาจริงๆใครไม่ได้อยากรู้ความเป็นมาและประวัติบ้านเมืองเขา. ไม่ต้องมาหรอก คนไม่อินยังไงก็ไม่อินอ่ะ
เดี๋ยวจะแนะนำตอนท้ายอีกทีนะว่าอะไรควรมาอะไรไม่ควรมาจะได้ไม่มาเสียเที่ยว
ส่วนเรา เราค่อนข้างจะชอบเดินมิวเซียมนะ ไป NYC, DC ก็ไปเดิน musieum มาเป็นสิบๆที่
ชอบประเทศที่มีประวัติศาสตร์จริงๆให้จดจำและเรียนรู้สิ่งที่ดีและสิ่งที่พลาด ในต้นตอและศิลปะวัฒนธรรมความเป็นมา
ถ้าในเรื่องของ Asian Art เราค่อนข้างชอบใช้เวลาดูภาพวาดจีนที่วาดถึงความเป็นอยู่สมัยก่อน
โดยเฉพาะแผ่นยาวๆหรืออันที่มีรายละเอียดเยอะๆ เราจะชอบดูว่าเขาวาดเรื่องอะไรอยู่ คนกลุ่มนี้กำลังทำอะไร เขาคือใคร
มันน่ารักและสนุกดี นักวาดบางคนก็จะแทรกอะไรตลกๆลงไปในภาพด้วย
อย่างเช่นภาพงานวัด มีคนชกกันในงานวัดด้วย มีหอหญิง มีโจร อะไรแบบนี้ เพลินดี

ที่นี่เค้าโชว์ Asian Art สมัยราชวงศ์จีนซะส่วนใหญ่ ข้าวของเครื่องใช้ ภาพวาด งานเขียน ให้เห็นถึงความเจริญในสมัยนั้น
ค่อนข้างเด่นเรื่องหิน เอาหินมาทำเป็นรูปทรงแปลกๆ ความละเอียดอ่อนของการสกัดหิน
item เด็ดที่คนต่อแถวยาวมากเพื่อเข้าไปดูคือ หยกผักกาดขาว สมัยราชวศ์งชิง
แกะสลักจากหยกสองสีที่หายากเป็นรูปผักกาดขาวที่มีความเหมือนจริงมาก และมีตั๊กแตนเกาะอยู่บนใบด้วย
หยกนี้ใช้เป็นของหมั้นในราชวงศ์สมัยก่อน  อีกอันคือ **หินเนื้อหมู **ที่มีความเหมือนจริงมาก
ps. เค้าบอกศักดิ์ศรีเทียบเคียงกับพิพิธภัณฑ์ลูฟที่ฝรังเศสเลยน้าา
ถ้าจะดูให้ครบทุกชิ้นจริงๆ (6 แสนกว่าชิ้น) ต้องใช้เวลาถึง 4 เดือนเลยแหละ DSCF4505 ที่นี่ทัวร์มาลงเยอะมาก โดยเฉพาะทัวร์จีน อาม่า อาอึ้ม ไม่ค่อยจะมีวัยรุ่นซักเท่าไหร่ อย่างที่บอก เราแนะนำไปสถาณที่ที่มี activity ดีกว่า แบบแช่น้ำร้อน เดินตลาด ขึ้นกระเช้าไรแบบนี้DSCF4509DSCF4513

Chiang Kai-shek Memorial Hall

อนุสรณ์ เจียงไคเช็ค บุคคลที่เกิดวันฮาโลวีน ตายวันเชงเม้ง..
สาระจงมา จงมา…
โอเค.. ท่านเจียง คือใคร?? ขอท้าวความไปถึง ‘บิดาของชาติ’ ดร. ซุน ยัตเซน ผู้ตั้งคณะชาติ(นิยม) พรรคก๊กมินตั๋ง ที่เป็นผู้บุกเบิกการปฏิวัติประชาธิปไตยในจีน แต่ต้องมาเสียชีวิตไปก่อนที่จะได้เห็นผลของการปฏิวัติที่ตัวเองทุ่มเทมาทั้งชีวิตสำเร็จ

ส่วนท่านเจียงนั้นก็คือจอมพลของคณะชาติ ที่สืบทอดอำนาจต่อมา และพยายามรวบรวมอำนาจที่กระจายอยู่จากพรรคต่างๆ ต่อมาแพ้สงครามกลางเมืองให้กับพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่นำโดยเหมาเจ๋อตุง จนต้องหนีไปตั้งรัฐบาลแห่งชาติอยู่ที่เกาะไต้หวัน และได้เป็นประธานาธิบดีคนแรกของไต้หวัน ได้ชื่อว่าเป็นผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐจีน หรือ ประเทศไต้หวัน จึงเป็นบุคคลสำคัญที่ได้รับความเคารพรักจากคนไต้หวันตลอดมา

การเดินทางก็มาลงสถานี Chiang Kai-shek Memorial Hall เลย สะดวกม๊าก บริเวณเดียวกันนี้จะประกอบด้วย อนุสรณ์เจียงไคเช็ค, โรงละครแห่งชาติ และ โรงคอนเสิร์ตแห่งชาติ อยู่ด้วยกัน มาไทเป 3 วันนี้ Cloudy มากก ฟ้าไม่สวยเลยซักวัน อากาศขมุกขมัว เลยถ่ายรูปออกมาได้หม่นๆแบบนี้ตลอดเลย ทำใจ~

DSCF4568-6 DSCF4574IMG_5419

National Theater

ด้านหน้าฝั่งติดถนนจะเป็นโรงละครแห่งชาติ หลังคาสีส้ม ด้านในทำเป็นชั้นๆสีเขียว IMG_5335 DSCF4578DSCF4581

National Concert Hall

ตรงหน้าลานโรงคอนเสิร์ตนี่แหละที่คนจะชอบมาทำกิจกรรมกัน จัดบูธซ้อมเต้น ออกกำลังกาย เป็นพื้นที่เอนกประสงค์ดีจริงๆIMG_5394

ประตูชัยด้านหน้าที่เขียนเป็นภาษาจีน แปลได้ว่า “Liberty Square”

ส่วนใหญ่คนจะถ่ายรูปจากด้านนอกประตูชัยเข้ามา เพราะจะมองเห็นอนุสรณ์เจียงไคเช็คพอดี (ps ด้วยความขี้เกียจ เราดันถ่ายจากข้างในออกไป)

DSCF4589

Day 2

Morning : Maokong Gondola

นั่งกระเช้าคริสตัลขึ้นภูเขาที่เหมากงกัน เริ่มจาก นั่ง monorail ไปลงสถานี TAIPEI ZOO

DSCF4603 DSCF4616 DSCF4624 DSCF4612

ถึงแล้ว

จากสถานีก็ลงเดินอีก 700 เมตรก็ถึงละ FYI * ที่นี่ปิดทุกวันจันทร์นะ *
ด้านล่างนี่คือจักรยาน Ubike จักรยานให้เช่าปั่นเล่นชมเมือง  แต่ต้องมีมีเบอร์โทรศัพท์กับบัตร EZ card เพราะต้องใช้รหัสมันเพื่อเช่าจักรยาน (ใครจะขึ้นเขา XiangShan ไปดูวิวตึก 101 ก็มักจะเช่าจักรยานแบบนี้แหละค่ะ)

DSCF4631 DSCF4632

กระเช้าสองแบบ

หลังซื้อตั๋วด้านล่างแล้วก็ขึ้นมาต่อคิวขึ้นกระเช้ากัน กระเช้าจะมีสองแบบ แบบธรรมดา กับแบบคริสตัล (พื้นใสมองเห็นด้านล่าง) ราคาต่างกันนิดหน่อย แต่ไม่แพงเลยขึ้นไปสถานีบนสุดก็ประมาณ 100 บาทเท่านั้น ต่อคิวเป็นสองแถวคือแถวกระเช้าธรรมดากับแถว คริสตัล ตอนเราไปมีแก๊งคุณตา คุณยายจูงมือกันมาขึ้นกระเช้า น่ารักมากๆ : )DSCF4639

View from Crystal Gondola

สถานีที่กระเช้าไปจะมีทั้งหมด 4  สถานี ราคาต่างกันไป แต่อย่างที่บอก ขึ้นไปบนสุดก็แค่ไม่เกิน 100 บาท คุ้มสุดๆ แต่ละสถานีก็มีสถานที่เด่นๆต่างกันไป มีสวนสัตว์ วัด และร้านน้ำชา The must ของที่นี่คือร้านน้ำชาด้านบนสุด จะมีร้านขายของกิน คาเฟ่ และร้านน้ำชาน่ารักๆ เอาแค่วิวก็คุ้มละจริงๆแล้ว ถ้ามาวันที่แสงดีกว่านี้ก็คงจะดี ลมเย็นๆพัดเข้ามาทางช่องลม สบายดี

จากตรงนี้มองเห็นไทเปทั้งเมืองเลย เห็นตึก 101 อยู่ไกลๆด้วย ถ้าเอากล้องโปรไปถ่ายจากมุมนี้จะสวยมาก (ประสิทธิภาพกล้องเราทำได้แค่นี้จริงๆค่ะ ซอรี่ 5555) ด้านล่างของตึกปล่อยกระเช้ามีตู้ถ่ายรูปคิ้วท์ๆให้ถ่ายเก็บเป็นที่ระลึกด้วย น่ารัก (เสียเงินนะ ไม่ฟรี)

DSCF4659 Untitled-9 IMG_5544IMG_5535

The last station

เราขึ้นไปสถานีสุดท้ายแล้วกะเดินลงกัน ข้างบนลมเย็นมากก คล้ายๆหมู่บ้านย่อมๆ มีร้านขายอาหารโลคอลคิ้วท์ๆทางซ้ายมือ  ส่วนอีกด้านเป็นร้านชา เพราะหมู่บ้านนี้เขาปลูกไร่ชากันเลยทำเป็นนร้านชาซะเยอะ ถ้ามีเวลาเราว่าลองมาเดินชิลๆที่นี่ซักวันนึงก็ถือเป็นวันที่คุ้มอยู่นะคะ มันต้องใช้เวลาเดินอยู่เหมือนกัน

ขนมหวานอร่อยดี ไอติมอะไรพวกนี้ แต่อาหารที่ขายทางด้านซ้ายเราว่า @#$%^&* สตันน์อ่ะ.. เอาเป็นว่าที่ชิมๆมา อร่อยอยู่อย่างเดียวคือมันเผา.. นอกนั้นคือบับ มันไม่ใช่อ่ะ ส่วนพวกคาเฟ่อะไรแบบนี้ปลอดภัยค่ะ เซฟๆ ไม่ค่อยมีของรสชาติไม่อร่อย แช๊มกินติมแล้วบอกว่าอร่อย เก๊ากินมะได้เพราะท้องไม่ค่อยดี เพิ่งเข้าโรงบาลเพราะทางเดินอาหารติดเชื้อ เลยกินอะไรนมๆไม่ได้ เจี๋ยจัยยยย T-T IMG_5617-2DSCF4693 DSCF4682 Untitled-12 IMG_5567 DSCF4700

Way back..

แล้วเราก็กลับกันโดยที่ไม่ได้เดินเล่นเลยเพราะอากาศไม่เป็นใจ ฝนตกปรอยๆ เย็นสบาย เหมาะกับการนั่งชิลๆเหม่อมองวิวมากกว่าการเดินเล่น ก็เลยนั่งกระเช้ากลับลงมากัน แพลนว่าจะเข้าไปใช้เวลาช่วงเย็นในเมืองกัน คิดว่าน่าจะเป็น Fisherman wharf ล่ะ ต่อ part 2 กันนะ : )IMG_5532

please continue reading part2 at http://mithuna27.com/taipei-taiwan-part2


Say hi :))

FB : facebook.com/mithuna27
IG : instagram.com/mithuna27

Kashmir if you can

The ultimate part

KASHMIR

เราจะจำจังหวะบนหลังม้า ความเย็นของเม็ดฝนที่ตกลงบนหน้า และทุ่งหญ้าสีทอง

KASHMIR the ultimate place of mine

รูปใน blog นี้ เป็นรูปอันน้อยนิดที่โพสจากมือถือลง facebook และ IG ในตอนนั้น
ผสมกับรูปจากกล้องฟิล์มของปูน เพราะ รูปและวิดิโอทั้งหมดในกล้องของเรา หายไปหมดกับ harddisk แล้ว
ไม่สามารถกู้คืนได้ เป็นเรื่องที่ทำให้เราน้ำตาซึมไปพักใหญ่ๆเลย (และเราจะบ่นเรื่องนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วจริงๆ)
ยังไงก็ขอขุดรูปจากที่ต่างๆขึ้นมาเขียนมันเก็บไว้เป็นความทรงจำ

แค่ไหนก็ต้องจาก

จะผูกพันธ์แค่ไหน เราก็ต้องจากกันอยู่ดี ลาความทรงจำที่เลห์
และทำตัวให้พร้อมเปิดรับความรู้สึกใหม่ สิ่งใหม่ๆที่กำลังจะได้เจอที่แคชเมียร์
คืนนั้นคนที่เลห์บอกเราว่า ให้ระวังตัวด้วยนะต่อจากนี้ คนที่นั่นอาจไม่เหมือนคนที่นี่แล้วนะ
ทั้งคุณพ่อ ทั้งสกัดมา บอกให้ดูแลตัวเองกันดีๆ
มันก็เศร้าประมาณนึงแล้วก็ปนๆกับความตลกและความกลัว

10425376_10204318740503702_6436393395178231200_n

1919660_10204318734383549_1475733388528447251_n

10561820_10204318894107542_7610969487056010562_n

10471429_10204318694342548_3179862960211821455_n

อยู่ในอินเดียเนี่ย ความรู้สึกที่เป็นต้องมี default อยู่แล้วคือความกลัว

ความกลัวทำให้เราระแวดระวัง คอยป้องกันตัวเอง
ซึ่งความรู้สึกนั้นมันเหมือนจะหายไปแป๊บนึงตอนเรามาอยู่เลห์
แต่ตอนนี้ก็ต้องเอามันกลับขึ้นมาใช้ใหม่ เพราะเราไม่รู้จากนี้ต้องเจอกับอะไร
และเราเลือกที่จะไปแคชเมียร์โดยการนั่งรถตู้ และออกรถกันตอนกลางคืน
ด้วยเหตุผลที่ว่า ระหว่างทาง มันสวยมากๆ จนถ้านั่งเครื่อง เราต้องเสียดายกันแน่ๆ
ดังนั้น ความกลัว คือเพื่อนระหว่างทางอันมืดมิดในคืนนี้

ส่วนความตลก มันมักจะมาพร้อมกับเพื่อนเราเนี่ยแหละ

ซึ่งในที่นี้โดยส่วนมากเลยก็คือเอ๋ย เอ๋ยบอกว่าต่อจากนี้เราจะทำตัวเฟรนด์ลี่
ทำตัวปัญญาอ่อนหลอกง่ายกันไม่ได้แล้วนะ ดังนั้นนั่นเป็นที่มาของ “หน้าสระอิ”
พวกเราคิดกันว่าจะทำปากสระอิกันตลอดเวลาที่คุยกับคนที่แคชเมียร์ (จะคิดแบบนี้ได้นี่ไม่ใช่คนธรรมดานะ)
ซึ่งเวลาทำจริงมันตลกมาก แล้วซักพักเราก็ทำตัวปัญญาอ่อนกันเหมือนเดิมอยู่ดี
สรุปว่า “หน้าสระอิ” ไม่ได้ผลนะ

10612784_10204318548418900_6121988179415428628_n

1896846_10204318563339273_4667983115024597899_n

The night road trip

เราออกรถกันตอนกลางคืน โดยมีโลโต๊ส (คนขับรถคนแรก) ขับมาส่งให้กับคนขับอีกคนที่ไม่ใช่คนเลห์แล้ว
พอขึ้นรถคันใหม่ เราก็เริ่มทำหน้าสระอิกัน
รถขับออกไปในความมืดของหมู่บ้านที่ไม่ค่อยจะมีไฟเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ยิ่งไกลออกไปยิ่งมืดมมิดหนักเข้าไปอีก

ระหว่างทางก็พักกินข้าวหนึ่งที ที่ร้านข้างทางที่ห่างไกลกับความเจริญทั้งหมดทั้งมวล
จำไม่ได้แล้วว่ากินอะไร จำได้แค่ว่าแม้จะกลัวกันมากๆ
แต่ความหิวก็ทำให้พวกเราตัดสินใจพักกินข้าวกันที่ร้านนี้อยู่ดี
แล้วเราก็เดินทางกันต่อบนถนนที่ขรุขระ โดนรถเขย่ากันแทบตลอดทาง
มืดมิดซะจนมองเห็นแค่ไม่กี่เมตรข้างหน้าที่ไฟหน้ารถส่องถึงเท่านั้น
วิวอย่างเดียวที่พอจะมองได้คือดาวบนฟ้าที่สว่างจนมองเห็นเป็นกลุ่มดาวต่างๆได้อย่างชัดเจน

เป็นการนั่งรถที่มี level ความทรมาณเกือบเข้าขั้น max เพราะเราโคดจะง่วงนอน แต่ก็นอนไม่ได้
ยิ่งนั่งหน้า ยิ่งนอนยากเข้าไปใหญ่ มัน suffer จนคิดว่า
ถ้าวิวมันไม่คุ้มอย่างที่บอกจริงๆนะ จะกระโดดกัดเพื่อนข้างหลังเรียงตัวเลย
ระหว่างทางก็มีการตรวจนู่นนี่นั่น คนขับก็จะขอพาสปอร์ทเราไป
เอาไปทำเรื่องเข้าเขต ตรงนี้เราก็ต้องตื่นมาคอยระวัง ให้เค้าเห็นว่า เราก็ดูเค้าอยู่นะ
ไม่ใช่จะหลับอย่างเดียว เขาจะเอาเราไปไหน ไปทำอะไรก็ได้

and the morning comes

เราหลับไปซักพัก ก็เริ่มเช้าเริ่มมองเห็นอะไรๆมากขึ้น ระหว่างทางก็เจอฝูงแกะฝูงแพะไปเรื่อย
ยิ่งเริ่มเช้าก็ยิ่งเห็นวิวชัดขึ้น วิวระหว่างทางมันทำเอาเคลิ้มจริงๆแฮะ ไม่ได้เว่อร์เลย
เริ่มเป็นภูเขา เป็นป่าสน ต้นเล็กต้นใหญ่ หุบเขาเล็กใหญ่
อย่างที่เราบอกว่า เปรียบเลห์เป็นฝุ่นดินสีน้ำตาล ส่วนแคชเมียร์เปรียบเป็นหุบเขาต้นสน
ถ้าใครเคยดู moomin ก็จะนึกถึงการ์ตูนเรื่องนี้ขึ้นมาทันที มันเป็นเหมือนหุบเขาในเรื่อง moomin เลย
มีต้นสนขึ้นเรียงกันอยู่บนหุบเขา และหายเข้าไปในหมอกด้านบน
เรียงแบบนี้ยาวตลอดทาง เคลิ้มมากๆ คุ้มละล่ะที่นั่งลำบากมา

000006

Untitled-6

House boat

ถึงศรีนากาแล้ว เราจะพัก house boat กันที่ทะเลสาบ Dal lake มันจะมีสองฝั่ง
ฝั่งที่สงบคือฝั่ง Nigeen Lake กับฝั่งที่ติดบ้านเรือนผู้คนหน่อยคือ Dal Lake
พวกเราพักฝั่งที่ติดบ้านเรือนคน มันก็ไม่ได้แย่นะ ก็โอเคเลยแหละสะดวกดีด้วยเวลาจะออกมาหาของกิน

มาถึงตอนเลือก house boat กับ taxi ที่จะพาไปที่ต่างๆที่แพลนไว้ ก็ไปเลือกจิ้มๆเอาตรงนั้นเลยแหละ
ไม่ได้แพลนอะไรไปทั้งนั้น กว่าจะเลือกได้ ปวดหัวแทบตาย
การแย่งลูกค้าและhard sale ในแบบอินเดียๆกลับมาแล้ว

ที่นี่จะขึ้นฝั่งหรือจะไป house boat ต้องใช้เรือ Shikara (ชิคาร่า บางคนเรียกสิคารา)
เป็นเรือยาวลำเล็กๆพายไป เราชอบนะ น้ำก็ใสจนเห็นสาหร่ายหางกระรอกข้างล่างเลย
มีปลาตัวเล็กๆด้วย แปลกใจมาก นึกว่าน้ำจะเน่า เปล่าเลย
แค่มีขยะลอยๆอยู่นิดหน่อยเอง ตอนเราไปอ่ะนะ

ใครที่พัก house boat อย่าพลาด ตลาดน้ำตอนเช้า วุ่นวายดีนะ เราชอบมาก
แสงกำลังดี ของขายเต็มไปหมด ผัก ผลไม้ ขนม ข้าวของต่างๆ
ต่อรองค้าขายกันเยอะแยะไปหมด สนุกดีจัง

และเช้าๆจะมีเรือพายมาขายของ ขายดอกไม้น่ารักๆ ขายขนม ขายฟิล์ม ที่หน้าบ้าน ถ้าเราตื่นทัน
ลองออกมารอๆดู ถ้าอยากซื้อ ถ้าไม่อยากโดน hard sale ก็นอนหลับต่อไปเถอะ
แต่ยังไงเขาก็จะหาทางเอาของมาขายถึงในเรือที่เราพักอยู่ดีแหละ เตรียมตัวได้เลย

10620552_10204318528178394_50368835478423151_n

10308140_10204318538138643_9005585137387937401_n

10574333_10204318577099617_4114806954107815863_n

10628450_10204318543658781_1298135470456543254_n

แผนในแคชเมียร์

อันที่จริงเราวางแผนจะนอน house boat ที่ Srinagar แค่คืนเดียว
แล้วไป Sonamarg, Gulmarg, Pahalgam เลือกค้างที่ใดที่หนึ่งอีกคืน
แต่ด้วยความที่ผิดแผนไปหน่อย จำนวนวันเลยลดลง ไปไม่ทัน
เราเลยได้แต่นอนที่ Srinagar กันสองคืนเลย

อย่าไป!!

เตือนไว้ก่อนนะ ใครที่จะมานี่ให้ตัด “สวนดอกไม้” อะไรทั้งหมดในเมือง srinagar ทิ้งให้หมดเลย
สำหรับเราเราว่าเสียดายเวลามาก อยากจะร้องไห้  ไม่มีอะไรเลยนอกจากดอกไม้เหี่ยวๆ
แดดแรงๆ คนดูดบารากุที่มีอยู่แทบจะทุกสวน น้ำพุที่มีทั้งคนล้างเท้าและล้างหน้า
และคนประหลาดๆที่อยู่ดีๆพุ่งเข้ามานอนอยู่ข้างหน้าเราซะงั้น
แต่ก็นั่นแหละ ช่างมัน ถือเป็นวันตลกๆอีกวันนึง

10616640_10204318502857761_3019287063035480448_n

Untitled-3

ps. บ้าน house boat มันคือตอนช่วงที่อังกฤษเข้ามาขยายอานาเขตที่อินเดีย แต่ไม่สามารถซื้อที่ดินสร้างบ้านได้
เลยต้องสร้างเรือขึ้นมาไว้เพื่ออยู่ และพอตอนเลิกราออกไป ก็ไม่ได้เอาไปด้วย ทิ้งไว้ในคนอินเดียรุ่นนั้น
ก็ตกทอดกันต่อๆมาจนถึงวันนี้ (เจ้าของบ้านเล่าให้ฟัง)

Ready to taste?

พร้อมลองของใหม่กันไหมล่ะ?

10985_10204318509617930_5329141215678498965_n

สิ่งที่เตรียมมาทุกครั้งเวลามาอินเดียคือ ‘ยาแก้ท้องเสีย’ แต่ก็ไม่เคยท้องเสียซักครั้งนะ
อยู่ศรีนากาได้ลองอะไรเยอะกว่าครั้งที่แล้วเยอะเลย ที่ดังๆของที่นี่ก็มี
Mughal darbar :
ร้านที่มีร้านเค้กอยู่ด้านล่าง ส่วนร้านอาหารจะอยู่ด้านบน
เมนูลือชื่อคือ Kashmiri ‘Wazwan‘ มันเป็นเนื้อปั้นเป็นก้อนกลมๆราดน้ำซุป
พร้อมเครื่องเคียงไรไม่รู้เยอะแยะเลย
(ซึ่งเรากินกันไม่หมด เพราะรสชาติมันสุดจะบรรยาย กลิ่นเนื้อแรงมาก)
คนเสิร์ฟก็จะชอบมาถามว่า ‘อร่อยไม๊’ ‘อร่อยแล้วทำไมกินไม่หมดล่ะ’ 555 โอ๊ย
(นอกนั้นร้านขนมที่เขาบอกมาแต่เราไม่ได้ไปกินก็มี Jan bakery, Shakdi sweet)
–** Kulab jamund** :
ขนมกุหลาบจามุน ขนม the must ของที่นี่
บางร้านก็อร่อยดีนะ เป็นแป้งกลมๆ เชื่อมกับน้ำหวานๆ
– **ขนมรูๆ :
**อันนี้เราจำชื่อไม่ได้จริงๆอ่ะ
มันเป็นแป้งกลมๆกลวงๆข้างในที่ต้องเอานิ้วเจาะรูแล้วราดเครื่องเข้าไปข้างในแล้วค่อยกิน
มาอินเดียครั้งที่แล้วไม่ได้กิน เพราะใจไม่ถึง ครั้งนี้เห็นร้านดูไม่สกปรกเลยจัดซักหน่อย
ก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่ แต่ถ้าถามว่าจะกินอีกครั้งไหม ก็คงไม่กล้า ฮ่าๆๆ
– Khawa Tea  :
ชาขึ้นชื่อที่คนขับคิ้วต่อกันเป็นคิ้วเดียวพาเราไปกินกับร้านที่เขาได้ % และแวะซื้อของฝากตรงนั้น
คนขับพาไปดูพรมแคชเมียร์ด้วยนะ แต่ผืนละหมื่น คิดว่าหนูจะซื้อกันไหม??
**– Maggi :
**เดี๋ยวนี้ขึ้นเขาลงห้วย สิ่งแรกที่จะสั่งแบบเซฟๆคือ maggi with egg
เพื่อนเราถึงกับซื้อกลับมากินที่นี่ แต่ผัดยังไงก็ไม่เหมือนเค้าทำอ่ะ

1795492_10204319032310997_724985488786149055_n

Pahalgam, Sonamarg, Gulmarg,

Top 3 the must place in Kashmir!
เราเลือกไปได้แค่สองอัน เพราะเวลาไม่พอ คือ Pahalgam กับ Sonamarg

Pahalgam

แค่ได้ดูระหว่างทางที่นั่งรถไปพาฮาลแกมก็พริ้มแล้ว

10620559_10204319118473151_5698288271055782557_n

คำจำกัดความพาฮาลแกมของเราคือ “ป่าสนใหญ่ กลุ่มยิปซี และทางคดเคี้ยว”
ต้นสนที่นี่จะเป็นต้นใหญ่ๆ ที่โซนามาร์กจะเป็นต้นเล็กๆกว่านี้
นั่งม้าขึ้นมากันจากในเมือง เขาก็พาม้าจูงขึ้นมาตามทางขึ้นเขา ทางก็ชั๊นน ชัน ม้าก็ยังขึ้นมาได้ (ม้าเราชื่อ ราชา)
ส่วนใหญ่เขาจะจูงแค่ตัวหน้า กับตัวหลัง ตัวอื่นๆก็จะตามๆกันมา มีดื้อวิ่งออกนอกทางบ้างนิดหน่อย
เขาจะไม่ได้จูงกันตลอดเวลา มีให้เราบังคับม้าเองบ้าง แต่มันจะไม่วิ่งมันจะแค่เดินเร็วๆ ไม่ต้องกลัว
ระหว่างทางม้าก็ปล่อยอึออกมาบ้างเป็นเรื่องปกติ บางทีก็ตดอีกตะหาก

สิ่งที่เราจะทำได้ก็คือ enjoy the moment เพลิดเพลินไปกับป่าสน ใหญ่รอบๆตัว
สนุกกับการขี่ไม่ให้ม้าออกจากทาง และเชื่อใจในฝีก้าวของมัน

Untitled-2

10603797_10204319087832385_870359423272880554_n

Gypsy

ที่นี่ยิปซีอยู่ค่อนข้างเยอะ เห็นได้ทั่วไป คนจูงม้าห้ามไม่ให้พูดหรือให้อะไรกับพวกยิปซีทั้งนั้น
เขาจะเสียนิสัยและขอไปเรื่อยๆ ตามเราไปเรื่อยๆ

1609751_10204319054151543_3658831846912262081_n

10593082_10204319039271171_295318795652568364_n

ขี่ม้าไปซักพักจะมีคนเอากระต่ายมาให้ถ่ายรูปด้วย ถ้าอยากถ่ายก็ถ่ายไป มันเป็นกระต่ายป่า น่ารักดี
แต่เราไม่รู้ว่าจับมากๆมันจะช้ำมือหรือเปล่านะ ราคาก็ 5-10 บาทเอง

ขึ้นไปด้านบนสุดจะเป็นลานโล่งๆกว้างๆ มีที่ให้พักกินชา กิน maggi กัน และให้ม้าได้พักด้วย

1899935_10204319055631580_5686003676636702123_n

Sind river

พอขี่ม้าเสร็จ ก็มาเดินเล่นกันที่แม่น้ำ sind ด้านล่าง จะมีที่ให้ picnic นิดหน่อย
มาหาขนมกิน เดินเล่นกันก่อนกลับ ที่นี่เราว่ามีความเป็นเมืองเล็กๆมากกว่าที่ Sonamarg นะ
จะพักที่นี่ซักคืนก็ได้ แต่เราอยากพักที่ Pahalgam มากกว่ามันดูห่างไกลความเจริญดี
แล้วผู้คนก็หน้าตาแปลกๆดีด้วย จบวันอีกละ กลับเรือบ้านของเรากันดีกว่า : )

Sonamarg

เราออกกัน 9 โมง ถึงนี่เที่ยง ขี่ม้าเสร็จบ่ายสองครึ่ง
วันที่ฝนตกแบบไม่ได้ตั้งตัว ฝนเม็ดใหญ่มาก รู้เลยว่าหนาวมากมาก เพราะมันเย็นมาถึงข้างในรถ
แทบไม่มีคนเลย มีแต่พวกเราสี่คนเนี่ยบนหุบเขากว้างๆนี่ แต่เราก็ยังตัดสินใจว่า เอาวะ
ไหนๆมาแล้วนี่ อยากจะรู้ว่าข้างในป่านั่นมันมีอะไร มันจะสวยได้มากกว่านี้ไหม

พวกเราลงมาใส่บูท และเสื้อกันฝน แล้วเลือกม้าที่จะขี่

เราสะพายกล้องตัวเดิมที่เราเอามันขึ้นภูเขาฝุ่นกำมะถัน เอามันออกไปรับไอน้ำเกลือกลางทะเล
เอามันคลุกทรายโดยไม่เคยกลัวว่ามันจะพัง เพราะทุกครั้งที่หยิบกล้องออกมาเราคิดดีแล้ว
ว่ามันคุ้มที่จะบันทึกอะไรที่ควรจะจำเอาไว้ ของมันมีไว้ให้ใช้ มีกล้องแล้วไม่ถ่ายรูปจะมีมันทำไม
รักกล้องตัวนี้มากเพราะไปลุยถึกด้วยกันมาตลอด ไม่เคยมีงอแง ไม่เคยเอาไปล้างและไม่เคยพัง
แล้วก็อย่างเคย มันบันทึกทุกอย่างไว้ได้อย่างดี (ไม่ใช่รูปข้างล่างนะ รูปข้างล่างจาก iphone)

Untitled-4

ที่นี่เป็นที่ที่เราหัวใจพองโตมากที่สุดเท่าที่เคยรู้สึกมา ทุกอย่างมันลงตัวที่สุด
เรายังจำจังหวะบนหลังม้าได้ จังหวะที่ควบมันวิ่งไปในหุบเขา แบบลืมไปว่าไม่เคยขี่ม้าวิ่งมาก่อน
ไร้พันธนาการ ไร้สายคล้องจูง จังหวะที่วิ่งเหยาะๆมันอาจจะทำให้เราจุกๆ แต่พอวิ่งเต็มฝีเท้าเมื่อไหร่
เป็นอะไรที่สนุกมากกก ขอแค่รู้จังหวะของมัน วิธีที่จะสื่อสารกับม้าให้มันชะลอ ให้มันวิ่ง ให้มันหยุด
มันรู้สึกดีมากๆจริงๆ (แต่เราไม่แนะนำให้ทำนะ อาจจะเกิดอันตรายได้ สำหรับคนที่จับจังหวะไม่ถูก)

Untitled-5

พอคนขี่ม้าดูรู้ว่าเราบังคับมันได้เขาก็จะปล่อยเราระดับนึง ให้เราได้บังคับเองบ้าง ได้วิ่งบ้าง
ม้าสี่ตัวนี้เป็นพี่น้องกันหมด ตัวของเราแก่สุด ชื่อ Berdon จะเป็นตัวนำตัวอื่นๆ
ฝนตกตลอดเวลา มือก็ชา ปากก็สั่น แต่ตลอดทางคือหัวใจที่พองโต และยิ้มแบบหยุดไม่ได้

เราหยุดพักที่ camp ของคนเลี้ยงม้าที่นั่นแป๊บนึง ชงชากินกันแล้วผิงไฟให้มืออุ่นขึ้น
คุยนู่นคุยนี่ ก็ซื้อขนมกินนิดหน่อย แล้วก็ขี่กลับกันอีกทางนึง

ทางนี้ขึ้นไปถึงทุ่งหญ้าสีทองกว้างๆสุดสายตา สวยมากกก มองไปเห็นวิวหุบเขาและ เมืองข้างล่างเล็กๆ
โอ้ยยย ฟินน นึกถึงทีไรก็มีความสุขอ่ะ แล้วยิ่งเป็นคนที่ชอบฝนอยู่แล้วด้วย อะไรที่มีฝนเข้ามาเกี่ยวนี่
จะจำความรู้สึกได้ดีขึ้นเป็นสองเท่าเลย

ต้องไปอีกทีแน่ๆ แต่กำลังคิดอยู่ว่าจะมาหน้าอะไรดี ถ้ามาหน้าหนาวก็จะได้เล่นสกีกับขึ้น cable car นะ
มาช่วงหยุดวันแม่จะบอกว่า 15 สิงหาเป็น independent day of india ร้านค้าและกิจการส่วนใหญ่จะปิด
เพราะฉะนั้นเลี่ยงที่จะมาช่วงนั้นได้ก็ดี

คิดว่าน่าจะจบละล่ะ
see you again Kashmir, the best place of mine ; )

End of this trip

สรุป budget นะ

KASHMIR BUDGET** **

Hotel & guest house : 1,101 THB/person
-Houseboat (3 nights) = 8,000 INR/4
**Transportation      :  10,922 THB/person
**-Taxi From Leh to Srinagar  : 10,000 INR/4
-Shikara boat 1 round (seeking for houseboat) : 500INR/4
-Taxi to all garden in Srinagar : 1,400 INR/4
-Taxi to Pahalgam 2,200 discount to : 1,700 INR/4
-Taxi to Sonamarg 1,800 discount to : 1,600 INR/4
Entry fee = 2,076 THB/person
-All garden in Srinagar : 120 INR
-Shikara boat in the morning +tip : 1,200 INR/4
-Horse back riding @Pahalgam+tip : 9,000 INR/4
-Horse back riding @Sonamarg+tip : 4,400 INR/4
Living & other  : 427 THB/person
-Breakfast @Houseboat (2days) : 1,000 INR/4
-Sweet & water : 430 INR/4
-other meal : 1,679 INR/4

Kashmir Total   14,526 THB****

All trip budget

**Plane [BKK>Delhi : Srinagar(Kashmir)>BKK] : **20,300 THB
**Delhi budget : 800 THB
Ladakh budget : **5,089 THB
**Kashmir budget : **14,526 THB

**SUM 40,715 THB /person
**
*ค่าเงิน  1 THB =1.83 Rupee *


Say hi :))

FB : facebook.com/mithuna27
IG : instagram.com/mithuna27
TW : twitter.com/mithuna27

A Day in Pangong Lake

Day 5

Pangong Lake

มา เลห์ ลาดักห์ ทั้งที จะพลาดที่นี่กันได้ไง!
ทะเลสาบแปงกอง ทะเทสาบที่ยาว 160 km ไปถึงจีนนู่นแน่ะ

DSCF2666

เลอค่าจนอยากจะบ้า!

จุดแวะพักวันนี้ หัวใจแทบหลุด พูดได้เต็มปากว่า สวยมากกกกกกก ชอบมากๆ ชอบวันนี้ที่สุดใน 3-4 วันนี้เลย
ขอบอกว่าเลอค่าจริงๆ มันอยู่ระหว่างทางไปทะเลสาบแปงกอง ซึ่งเราไม่แน่ใจว่าอยู่จุดไหนเหมือนกัน
แวะพักสองที่ ประทับใจทั้งสองที่เลย ที่แรกเป็นลานหญ้าและมีลำธาร มีดอกไม้เล็กๆขึ้นน่ารักดี
ที่ที่สองนี่ชอบมากมีฝูงสัตว์เต็มเลยยังกะดีสนีย์ แถมมีเจ้ามาร์มอท สุดคิ้วท์อีก
โอ๊ยๆๆๆ สวยจนจะบ้าตาย

แต่ใครที่เกลียดการนั่งรถนานๆ ท่าจะเบื่อนะ เพราะมันนั่งรถนานมากกว่าจะเจอที่ที่นึง
แล้วก็อยู่ตรงนั้นได้แป๊บเดียวก็ต้องไปต่อ บางคนก็เลยค้างคืน ดูดาว ชมบรรยากาศเพิ่ม

นี่คือที่แรก ยังไม่ค่อยมีอะไรมาก นอกจากความคิ้วท์ ที่ทำให้เราอยากนอนลงบนหญ้าแล้วกลิ้งไปมา
กระโดดข้ามลำธารไปมาเหมือนเทเลทับบี้

DSCF2551

DSCF2567

DSCF2547

DSCF2560

มาร์มอทตัวแสบ

มาร์มอทมันอยู่ในรูเต็มไปหมดเลย วิ่งทีไขมันสั่นดึ๋งๆๆน่ารักมาก
มันจะผลุบๆโผล่ๆ เหมือนเกมส์ตีหัวตัวตุ่น ถ้าโชคดีก็จะได้เห็นมันโผล่ออกมาจากรู วิ่งสลับรูไปมา
อย่าเข้าใกล้มันมากล่ะ ยังไงมันก็เป็นสัตว์ป่า ระวังมันกัดเอา (รูปข้างล่างนี่เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเท่าไหร่ ฮ่าๆ)
โอ๊ยยย อยากกอดดด น่ารัก

DSCF2648

DSCF2601

day4-6

IMG_1688

DSCF2606

เจอ ยัก แล้ววว (Yak) ยัก ยัก ยัก ยัก ยักเต็มไปหมดเยยย!

ยัก หรือ แย๊ก คือสัตว์ที่คล้ายๆวัว ควาย แต่มีเขา ผมเผ้ารุงรังเหมือนทำ death rock อยู่ตลอดเวลา
เราได้แต่เห็นไกลๆ แบบไม่มั่นใจว่าใช่ยักหรือเปล่า แต่ตอนนี้คือแบบ มันอยู่ตรงหน้านี่ อยู่ในทุ่งนี่!!
เลยทุ่งแมมมอทไปหน่อยเดียวก็เจอแล้ว ฝูงแกะ แพะอยู่ด้านใน ฝูงยักอยู่ด้านนอก
ไม่รู้จะเลือกไปตื่นเต้นกับอะไรก่อนดีเลยอ่ะ

DSCF2633

DSCF2634

หลุดเข้ามาในโลกดีสนีย์ โลกเทเลทับบี้

มีแพะ มีแกะ มียัก มีแมมมอท เดินกันเต็มไปหมดเลย
คือมันเยอะมากๆ โดยเฉพาะแพะ กับแกะ เป็นร้อยตัวได้ สุดยอดดมากกก
ตื่นเต้นจนคว้ากล้องฟูจิไม่ทัน เลยได้แต่รูปที่ใช้มือถือถ่ายมาแค่นี้

IMG_1399

IMG_1398

IMG_1402

day4-3

Reaching hear!

ถึงแล้ว ถึงแล้ว ถึงแล้ววว ก่อนถึงแปงกองรอบๆนี่เป็นภูเขาสีอ่อนผิวเรียบๆอยู่ช่วงนึง
ถ่ายออกมาแล้วดูเรียบเนีบน น่ารักไปอีกแบบ
เมฆก็อยู่ใกล้เราเหมือนเดิม ลอยอยู่บนหัวเหมือน bubble ความคิด

DSCF2667

DSCF2664

day4-12

No matter what your color is, you are beautiful.

ถึงแล้วทะเลสาบแปงกอง บางคนเค้าก็ค้างที่นี่กันคืนนึงเพื่อรอดูดาว ถ่ายรูปดาว แต่เราไปกลับวันเดียวเลย
ทะเลสาบแปงกองผู้มีหลายสี เป็นสีเขียวมรกตบ้าง สีฟ้าturquoiseบ้าง
เข้มบ้าง สว่างบ้าง แล้วแต่เมฆ แล้วแต่ฟ้า แล้วแต่ตะกอนใต้พื้นน้ำ
กว้างยาวไปยันจีน สงบนิ่งและใสสุดๆจนเห็นหินดินทรายที่พื้นได้อย่างชัดเจน
น้ำนิ่งมาก มีแค่คลื่นเล็กๆบนผิวน้ำที่เกิดจากลมที่พัดมาอ่อนๆ น่าลงไปเล่นสุดๆ

DSCF2721

DSCF2723

DSCF2732

DSCF2734

DSCF2743

day4-8

With local people

เล่นปาหินกับคนโลคอล และคนขับรถ เคยเล่นมั๊ย ปาไปบนผิวน้ำว่ามันเด้งไปได้กี่ที
ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะปาได้เลยอ่ะ ลองกี่ทีๆก็ ‘จ๋อม’ จมหายไปในทีเดียวตลอด
นี่ได้ตั้ง 6 ทีเลยน้า

DSCF2746

day4-4

โพสท่าตามทุนดุ๊บ

ทำไมต้องใช้ท่ายากด้วย ไม่เข้าใจ ทำตามไม่ได้ จะตกทะเลสาบ!
นี่เป็นครั้งแรกเลยอ่ะในสามวันที่เห็นเค้าหัวเราะ นอกนั้นจะ keep cool เป็นผู้ชายคูลๆ

IMG_1700

Take a walk around

ห้องน้ำสะอาดดีนะ แถมเพ้นท์เป็นสีฟ้าเข้ากับท้องฟ้าและทะเลสาบอีกตะหาก
แค่ไม่มีหลังคาเท่านั้นเอง

DSCF2708

DSCF2709

Maggi is always good

เมนูเซฟๆ ถ้าไม่กล้าลองอย่างอื่น Maggi เป็นตัวเลือกที่น่าไว้ใจที่สุดเสมอ
อร่อยอ่ะ ไปที่แคชเมียร์ก็กินเมนูนี้ อย่างอื่นก็ลองนะ แต่ถ้าวันไหนรู้สึกว่า เอ้อ น่าจะลองมาพอละล่ะ ก็กินอะไรเซฟๆเถอะ

DSCF2697

DSCF2702

DSCF2750
IMG_1560

หมดละล่ะวันนี้ แล้วก็นั่งรถกลับเลห์กันยาวๆ ไม่แวะไหน เพราะจะต้องนั่งไปแคชเมียร์ต่อคืนนี้ เดี๋ยวไม่ทัน
ช่างเป็นบล๊อกที่สั้นมาก สั้นที่สุดเท่าที่เคยเขียนมาละ (นี่สั้นแล้วจริงๆนะ)

Good bye Ladakh, Good bye Leh people.

บ๊ายบายนะ เมืองที่น่ารัก ผู้คนที่น่ารัก ดีใจที่ได้มารู้จักคนดีๆที่เลห์ สกัดมาก็ก๊วนกวน ทุนดุ๊บก็ใส่ใจ คุณพ่อก็ใจดีกับเรามาก
ขอบคุณที่ช่วยเหลือเราทุกอย่าง ตั้งแต่หาบ้าน แนะนำอะไรต่างๆ ทำpermit ชงชาให้กินตอนเราป่วย ต้มน้ำให้เราอาบ
คุยเล่นกับเราและ treat เราเหมือนเพื่อน เหมือนญาติ เหมือนครอบครัว you are being such a good friends : )

บอกตรงๆเลยว่าพวกเราหวง แบบไม่รู้จะหวงทำไม เคยไม๊เวลาหวงแฟน
แบบ.. ไม่อยากให้ใครเห็น อยากแอบๆเอาไว้เป็นที่ส่วนตัว
ไม่อยากให้ใครรู้ความน่ารักว่ามันน่ารักขนาดไหน ทั้งสถาณที่ ทั้งคน
ดูเป็นเด็กขี้หวงเนอะ.. ไม่รู้จะหวงไปทำไม ฮ่าๆๆ
แต่ก็นั่นแหละ อยากให้ไปกันเยอะๆ เพราะมันน่ารักจริงๆ อยากให้ไปกับเพื่อนดีๆ อยากให้รู้สึกแบบที่เรารู้สึก
ไปกันแล้วก็ดีกับเขาให้มากๆนะ อย่าไปเอาเปรียบหรือกดขี่เขาล่ะ เพราะเขาจริงใจกันจริงๆนะ

นี่ทุนดุ๊บกำลังเขียนที่อยู่ให้พวกเราส่งรูปที่ถ่ายไปให้บ้าง

DSCF2770

ภรรเมียสุดน่ารักของสกัดมา ผู้ที่เปิดร้านอยู่ใกล้กัน
ชอบชา Ginger lemon ของคุณน้าจังเลย (จำชื่อไม่ได้ก็บอกสิ ไปเรียกเค้าคุณน้าทำไม..)
(ลืมบอกว่าผู้หญิงที่นี่หน้าแบบนี้หมดเลย เราเกือบทักผิดไปสองรอบละ นึกว่าแฟนสกัดมา)DSCF2774

เก็บของออกจากบ้านคุณพ่อ

เพื่อนอ่านมาถึงตรงนี้ต้องกรี๊ดกันแน่ๆ ฮ่าๆๆ ให้อภัยเราด้วยนะ
แต่เราไม่มีรูปที่ถ่ายกับคุณพ่อแล้วพวกแกดูดีซักรูปเลยอ่ะ ลงๆไปเถอะนะ ฮ่าๆ
นี่คือโฉมหน้าคุณพ่อผู้ใจดี ซันทิล (จำชื่อได้นะ)
เราจะคิดถึงน้ำร้อน ชาแคชเมียร์ และสวนดอกไม้ของคุณพ่อนะ
IMG_1286

IMG_1288

สุดท้ายนี้พวกเราก็เขียนการ์ดไว้ให้ ทุกคน และให้ทิปคนขับทั้งสองคนด้วย
ปูนมันวาดรูปหน้าเราผิดอ่ะ กลายเป็นทำปากอะไรก็ไม่รู้ ยังกะเอเลี่ยน T-T

IMG_1564

ต่อจากนี้คือทางไปแคชเมียร์ ซึ่งเราเศร้ามากที่รูปและวิดิโอมันหายไปหมดพร้อมกับ Harddisk ยี่ห้อ WD element ใช้ได้สองปีเองนะ..
เก็บไว้เป็นความทรงจำละกัน

รักนะเลห์ ; )

End of this trip

ขอสรุปอะไรต่างๆนาๆ ณ ตรงนี้

LADAKH BUDGET** **

Plane [BKK>Delhi : Srinaga(Kashmir)>BKK] : 20,300 THB
Hotel & guest house : 1,232 THB/person
-Guest house (3 nights) = 4,200 INR/4
-Tent camp (1 night) = 4,816 INR/4
Transportation      :  2,952 THB/person
-car to Leh city from Leh airport = 229 INR/4
-van in leh (2 days) = 2,892 INR/4
-van to Nubra (2 days) = 9,606 INR/4
-van to Pangong : 7,867/4
-tip : 1,000INR/4
Entre fee = 77 THB/person
-Leh palace : 100 INR
-Namgyal tsemo : 30 INR
-Shey palace : 20 INR
-Hot spring : 30 INR
-Camel back riding : 350 INR
-Monastery : 30 INR
Living & other  : 828 THB/person
– Food : 1,516 INR

**Total   25,389** THB****

*ค่าเงิน  1 THB =*1.83 Rupee* *

Special Thanks

ขอบคุณ

อย่างที่เราเชื่อในทุกๆครั้งว่าเพื่อนร่วมทางที่ดี ทำให้ทริปที่แย่ กลายเป็นทริปที่ดีได้ และทำให้ทริปที่ดี ดียิ่งขึ้นไปอีก
การออกไปท่องเที่ยวเนี่ย บางทีมันไม่ได้อยู่ที่ว่า “เราไปที่ไหน” แต่มันอยู่ที่ว่า “เราไปกับใคร” ตะหาก : )

IMG_1185

คนแรกเลยปูน
ในที่สุดก็ได้มาอินเดียด้วยกันจนได้ ดีใจจังง ปูนเป็นคนพูดช้าและใจเย็น แต่จริงๆคือเป็นคนที่ลนมากๆอ่ะ :p ปูนเล่นกับสัตว์ได้โดยไม่กลัวอีโบล่า ชอบถ่ายกล้องฟิล์มที่บางครั้งจะเบิร์นและใช้ไม่ได้ทั้งม้วน แต่ม้วนที่ใช้ได้ก็เลอค่าจนเราอยากปากล้องดิจิตอลทิ้ง ชอบอูฐ ชอบม้า ชอบหมา ชอบคนขับรถ ดูเหมือนจะชอบสิ่งมีชีวิตร่วมโลกทุกอย่าง ฮ่าๆ ดีใจจังที่ได้มาด้วยกัน 🙂

เอ๋ย
ทริปนี้ทำให้เราได้รู้จักเอ๋ย เสียงหัวเราะเอ๋ยทำให้ทุกอย่างตลกกว่าเดิมเป็นสองเท่า เอ๋ยเป็นผู้นำท่าเต้นมาดามมด และเป็นคนกลัวความสูง เอ๋ยทำให้เรารู้จักภาษาใต้ในมุมมองใหม่ “เว่วว!” และการที่เอ๋ยแกล้งนาเดียเป็นอะไรที่บันเทิงมากเอาจริงๆ (ขอโทษนะนาเดีย ฮ่าๆ) ทริปนี้อาจจะเงียบไปเลยถ้าไม่มีเอ๋ยคอนแกล้งคนอื่นๆ ฮ่าๆ

นาเดีย
นาเดียมียีนส์ความเป็นแพลนเนอร์และความเป็นหัวหน้าห้องมากๆ ซึ่งเราทั้งทริปอาจจะตายได้ถ้าไม่มีนาเดีย เป็นคนที่เอ๋ยชอบแกล้งมากที่สุด เพราะเอ๋ยบอกว่าแกล้งแล้วสนุกที่สุด (อันนี้คอนเฟิร์ม) นาเดียรู้เรื่องรอบตัวเยอะมาก และจะเป็นตัวแทนทำอะไรหลายๆอย่าง เช่น มอบของที่ระลึกให้เจ้าของบ้าน ต่อรองค่ารถ มีปากมีเสียงกับแขก(ในแบบซอฟๆนาเดียสไตล์) อยู่กับนาเดียรับรองไม่มีความเงียบเหงานาเดียชอบพูดว่าตัวเองเป็นคนพูดไม่เก่ง แต่ตอนรู้จักกันวันแรก ผ่านไปครึ่งชั่วโมง นาเดียยังไม่หยุดพูดเลย :p

It’s nice to be with crazy people like you guys, wish we’ll have a trip together again, love ;))IMG_0728


Say hi :))

FB : facebook.com/mithuna27
IG : instagram.com/mithuna27