First time in USA

การเดินทางได้เริ่มต้นขึ้นตรงนี้

19 years old.

สำหรับใครหลายๆคนอาจไม่ใช่เรื่องยากอะไร
แต่สำหรับเราในตอนนี้ มันเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจมากๆ

สำหรับใครที่มันเป็นเรื่องง่าย เราขอแสดงความยินดีด้วยจริงๆ
แต่ชีวิตเรามันไม่ง่ายขนาดนั้น สำหรับเราไม่เคยมีอะไรได้มาง่ายๆ
ทุกอย่างต้องใช้ใจ ต้องใช้ความพยายามจริงๆ
และเราพิสูจน์แล้วว่ามันได้รับการ Paid off ในทุกๆครั้งไป
ทริปนี้เป็นทริปที่ทำให้เราได้เรียนรู้ และเป็นอีกจุดเปลี่ยนของความคิดเลยจริงๆ

เริ่มต้นด้วยสัญญา

การมาครั้งนี้เป็นการให้คำสัญญากับแม่ไว้
ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้ยืมมา จะคืนแม่ทั้งหมดอย่างแน่นอน ไม่ใช่การขอมาเที่ยวเล่นฟรีๆ หลังจากยื่น Proposal ให้แม่ถึงแผนรายจ่าย รายได้ ที่เราค่อนข้างมั่นใจว่าถึงแม่จะไม่ได้กำไรมากเท่าไหร่ อย่างน้อยที่สุดแม่จะได้ทุนคืนอย่างแน่นอน
แล้วเราได้อะไร ตอบง่ายมาก ประสบการณ์ที่จะได้ เป็นกำไรอย่างที่สุดแล้ว

แน่นอนว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิด

ตกรถข้ามเมือง ต้องขอความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้า ต้องหูตาไวขึ้น เพราะเราผู้หญิงคนเดียว โดนนายจ้างโกง โดนเลิกจ้างอย่างไม่ยุติธรรม เจอมิตรภาพที่ดีมากๆ ได้มีช่วงเวลาที่อ่อนแอ และลุกขึ้นต่อสู้ใหม่ ทุกๆวันคือความพยายามในการแก้ปัญหาที่มันได้เกิดขึ้น ปัญหาที่ไม่เคยเจอมาก่อน ในบ้านเมืองที่ไม่รู้จัก ในวันที่ยังใช้ Map กระดาษกันอยู่ ซิมใช้ไม่ได้ ไม่มีอินเตอร์เน็ตหรือการโทรศัพท์ที่ติดต่อกันได้อย่างง่ายดาย จะโทรศัพท์ทีต้องเดินออกไปโทรสารธารณะ โดนเอเจนซี่ไทยปล่อยเกาะ แถมไปรีดไถเงินจากแม่ ตอนเรากำลังลำบากสุดๆ

… I’m all alone.

จากเรื่องย่อข้างบนคงพอจะรู้ว่า ก็เจอมาหนักใช่ย่อยแหล่ะ
แต่สุดท้ายแล้ว พอผ่านทั้งหมดมาได้ ผู้หญิงคนนึงที่ทำอะไรเองไม่เป็นเลย
ก็แกร่งยิ่งกว่าทอร์ พอมองย้อนกลับไปดูตัวเองตอนนั้น
โอ้โห จะมานะบากบั่น ถึกทึนอะไรจะขนาดนั้น

แม่ไม่ต้องร้องนะ แม่ไม่ต้องเศร้า ไม่ต้องเป็นห่วง
หนูทำได้ แม่เชื่อหนูนะ ว่าหนูทำได้
เพราะหนูเชื่อว่าหนูทำได้

เป็นประโยคที่เราบอกแม่ที่กำลังร้องให้ใส่โทรศัพท์ด้วยความเป็นห่วงลูกที่โดนเทกระจาดอยู่ที่ไหนบนโลกนี้ก็ไม่รู้ ติดต่อได้อย่างใจก็ไม่ได้ ช่วยอะไรลูกก็ไม่ได้


เราอ่อนแอ และร้องไห้ แม่ร้องไห้ใส่หนักกว่า บอกว่า
“กลับบ้านเถอะลูก เสียเงินเท่าไหร่ก็เสียไป ไม่เป็นไร กลับบ้านเรานะลูก”
แค่นั้นมันเป็นจุดที่ทำให้เรารู้สึกว่า เฮ้ยปอ อ่อนแอไม่ได้แล้วว่ะ เราทำให้แม่เป็นห่วงมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้วว่ะ จะให้แม่ร้องไห้อย่างงี้ไม่ได้นะเว้ย อ่อนมาก
และจะเป็นการลงทุนของแม่ที่ย่อยยับมาก เสียเงินไปเป็นแสนๆ อยู่ได้แค่นี้อ่อวะ?
คราวหน้าพูดอะไร สัญญาอะไรใครจะเชื่ออีก?

ความฮึดมันเลยมีขึ้นมา เลยบอกกับแม่ไป ว่าให้เชื่อนะ ว่าเราทำได้ และจะทำตามสัญญาให้ได้
“แล้วแม่ไม่ต้องโอนเงินให้ใครแล้วนะ หนูหาวิธีของหนูได้ แม่เอาเงินที่โอนไปคืนมาให้หมดนะ”
เพราะเอเจนซี่มาไถตังแม่เกินความเป็นจริง แม่ก็โอนให้เค้าหมด แค่อยากจะให้ลูกได้กลับบ้าน
เราแค่เศร้าตรงที่คนไทยด้วยกัน ซ้ำเติมกันตอนตกทุกข์นี่มัน.. เกินรับได้จริงๆ

สุดท้ายเราติดต่อเอเจนซี่ทางเมกาเองเลยถึงสาเหตุที่เราไม่ได้เป็นคนผิด
เค้าให้ความร่วมมือดีกว่าเอเจนซี่คนไทยด้วยกันเองมากๆอ่ะ
แล้วเรื่องราวหลังจากนั้น มันดีมากๆ ได้เจอมิตรภาพดีๆระหว่างทางเยอะมาก
ทั้งเพื่อนระหว่างทางนั่ง Greyhound ข้ามรัฐ
เพื่อนขับรถพาเที่ยว Las Vegas
เพื่อนคนไทยที่ทำอาหารอร่อยมากๆ
และเจ้านายที่เป็นราวกับครอบครัวที่สอง
ได้งานสองที่ดีมากที่ทำให้ตีตื้นเก็บเงินให้แม่ตามสัญญาได้สำเร็จ

มันดีและน่าจดจำมากๆ
ขอบคุณอเมริกาครั้งนี้ที่บ่มให้เราเติบโตขึ้นไปอีกเสต็ป : )

: Michigan, Nebraska, Colorado, Nevada, California

ใส่ความเห็น